หลายวันต่อมา หลังจากจัดการเผาค่ายโจรบนูเาจนราบเป็หน้ากอง ยังไม่ลืมที่จะฉกฉวยสิ่งของในกระเป๋ามิติของมันกลับมาด้วยร่างของมันถูกเผาจนเป็ธุลีคงไม่อาจเอาไปขึ้นเงินได้ยังน้อยๆของในกระเป๋ามิติของมันก็ยังมีสิ่งมีค่าอยู่มากสมกับที่เป็โจรทั้งเงินทองของมีค่ามีอยู่น่าจะมากกว่าค่าหัวของมันซะอีก มารดามันเถอะถ้ารู้เเบบนี้วางเเผนขโมยกระเป๋ามิติของมันเสียยังดีกว่า ไม่ต้องเจ็บตัวด้วยนอกถ้ามีเงินก้อนนี้ละก็ยังอยู่ได้อีกสบายๆหลายปีจะได้มุ่งไปที่การฝึกฝนอย่างเต็มที่ นอกจากเงินเเละของมีค่าก็ยังมีคัมภีร์อีกสักสองสามเล่มหนึ่งในนั้นคือเคล็ดการดูดพลังชีวิตที่มันใช้ก่อนหน้านี้
ตอนนี้ซีห่าวอยู่ในห้องพักส่วนตัวหลายวันมานี้พักรักษาตัวเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายเเละพลังปราณ ตอนนี้มีสินทรัพย์เเล้วคงไม่ต้องผวงค์เื่ค่าใช้จ่ายไปอีกสักพักใหญ่ๆ ทันใดนั้นเองเสียงเคาะประตูดังขึ้นผู้มาก็คือเ้าอ้วนเฉินเกาเกา หลายวันมานี้คนที่คอยส่งนำ้ส่งข้าวก็คือเ้าอ้วนผู้นี้เพราะในหอพักนอกจากซีห่าวที่กลับมาเเล้วก็ไม่มีผู้ใดอยู่สักคนเพราะออกไปทำภารกิจกันจนหมด หอพักของศิษย์รุ่นสิบเก้าจึงเงียบสงัด โชคดีตอนซีห่าวเดินทางกลับมาเจอเ้าอ้วนผู้เกียจคล้านไม่ยอมออกไปทำภารกิจผู้นี้เดินเตร่ๆเล่นอยู่ในสำนักเข้าจึงจัดการใช้เงินซื้อตัวให้มาคอยส่งข้าวส่งน้ำให้เสียเลยงานง่ายๆเงินงามๆมีเหรอเ้าหมูขี้เหนียวนี้จะไม่สนใจ รีบตอบปากรับทันควันไม่เอ่ยถามสิ่งใด
วันนี้ซีห่าวหายจากอาการาเ็เเล้วจึงอยากจะไปฝีกปรื้อเพื่อเลื่อนเขตขั้นก่อน ด้วยจำนวนเงินที่นำมาคงอยู่ไปได้อีกหลายเดือน เ้าอ้วนเมื่อนำอาหารมาให้ก็หายหัวเหมือนทุกทีไม่รู้ไปทำอันใดอยู่ หลังจากกินอาหารที่เ้าอ้วนนำมาให้จนหมด ก็ลุกขึ้นสะบัดก้นออกจากห้องพัก ตรงไปยังหอปรุงยาใช้เงินที่มีจับจ่ายใช้สอยอย่างคล่องมือ เลือกวัตถุดิบสำหรับทำยาเลื่อนขั้นเลือกจนได้ของครบที่้าแล้วก็สะบัดก้นออกจากที่ตรงนั้น ตอนนี้ที่้าจะกลั่นออกมาดูจากวัตถุดิบที่เลือกสรรมาคงไม่พ้นยาเลื่อนขั้นระดับสูง ซีห่าวใช้เงินไปจำนวนไม่น้อยในการจับจ่ายครั้งนี้ ได้ยินจากปากเ้าอ้วนมาว่าในหมู่ศิษย์ในรุ่นที่สิบแปดมีแม่นางนามว่า หลิ่งจื่อ มีหน้าตาหมดจดงดงามจนติดหนึ่งในสี่ยอดปุปผาที่เหล่าศิษย์บุรูษในสำนักยกยอเเต่งตั้งกันขึ้นมาเอง นางเป็ผู้มีพร์ในด้านการปรุงยาอย่างมากจากการบอกเล่าเข้าสำนักมาไม่ถึงครึ่งปีก็ถูกอาจารย์ในหอปรุงยาหลายๆท่านสนใจดึงตัวนางไปเป็ศิษย์สายตรง สุดท้ายได้ไปเป็ศิษย์สายตรงของอาจารย์เหวินจิง ในตอนนี้ซีห่าวฝีมือยังไม่ถึงขั้นในการทำยาระดับสูงเลยมีความคิดที่จะลองใช้เงินสักก้อนซื้อตัวแม่นางหลิ่งจื่อผู้นี้ให้ทำยาให้ตนได้หรือไหม สะบัดก้นออกมาจากหอปรุงยาก็ตรงไปยังเขาอีกลูกซึ่งเป็ที่พักของนางตอนนี้นางทำหน้าทีในการค้นคว้าหาสูตรยาใหม่ๆให้แก่สำนัก เพื่อนำออกไปขายเป็ทุนให้สำนักอีกด้วย ใช้เรือบินที่ให้เ้าอ้วนซื้อมาให้ก่อนหน้านี้เดินทางช่างสะดวกแถมยังประหยัดการใช้ยันต์ หลังจากเรือบินข้ามไปยังเขาอีกลูกใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อก็มาถึงที่หมาย สมกับเป็เขาของอาจารย์เหวินจิง พื้นที่ตรงหน้าเต็มไปด้วยสมุนไพรชั้นดีหลายชนิด เบื้องหน้ามีบ้านหลังใหญ่ที่ทำจากไม้ไผ่หลังหนึ่งคาดว่าที่นั้นคงเป็ที่ที่แม่นางหลิ่งจื่ออยู่เป็แน่แท้ไม่รีรอรีบย่างเท้าก้าวเดินไปข้างหน้า มาถึงหน้าหน้าประตูกำลังจะเอ่ยคำพูด ทันใดนั้นเองเสียงะเิดังตูมมาจากข้างในบ้าน ร่างร่างหนึ่งลอยละลิวมาด้วยความเร็วพุ่งตรงมายังซีห่าวที่กำลังยืนอยู่หน้าประตู ตุ้บ ร่างร่างนั้นกระแทกเข้ากับซีห่าวจนล้มลงไปกองกับพื้น ตั้งสติได้พลันส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความมึนงงอุทานในใจว่าเกิดอะไรกันขึ้น ทันใดนั้นเองััที่มือข้างขวารู้สึกประหลาดเหมือนจับถูกอะไรนุ่มๆ ไม่แน่ใจจึงขย้ำมือบีบ มารดามันเถอะสิ่งนี้คงไม่ใช่!!!
ทันใดนั้นเองเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “จับอันใดของเ้ากัน”
ผัวะ!!! ซีห่าวถูกสตรีเบื้องหน้าฟาดจนสลบคาที่
ภายในบ้านไม้ไผ่ ในห้องมีขนาดกว้างยาวพอสมควร มีตู้สำหรับเก็บสมุนไพรวางเรียงกันอยู่เป็ชั้นๆ บนโต๊ะก็มีแต่อุปกรณ์สำหรับทำยา ตอนนี้ซีห่าวถูกมัดอยู่บนม้านั่งตัวหนึ่งถูกแปะยันต์สะกดพลังเอาไว้ สตรีที่ฟาดซีห่าวจนสลบนั้นก็คือคนที่เขากำลังตามหาคือแม่นางหลิ่งจื่อ หนึ่งในสี่ยอดปุปผาแห่งชิงฉู่ นางมีหน้าตาที่หมดจดงดงาม ผิวขาวใสกระจ่าง ส่วนที่ควรใหญ่ก็ใหญ่แบบไม่เกรงใจผู้ใด นางคอยๆนำเตากำยานบนโต๊ะเดินเอามาอังที่จมูกของซีห่าวให้เขาสูดดมเข้าไปไม่นานซีห่าวก็ได้สติกลับคืนมา คอยๆลืมตาทั้งสองข้างขึ้นอย่างช้าๆด้วยสติที่เรือนลาง พลันส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนมองไปทั่วห้องเเละเห็นสภาพของตนที่ถูกจับมัดไว้กับม้านั่ง เห็นเเม่นางตรงหน้าจึงเอ่ยเสียงเบาว่า "เเม่นางคนนี้คงเป็ศิษย์พี่หลิ่งจื่อไม่ทราบจับข้ามัดทำไมกัน"
หลิ่งจื่อเห็นคนตรงหน้าฟื้นสติก็เอ่ยวาจาไม่หยุดปากจึงนำผ้ามาม้วนหนึ่งอุดปากเขาไว้พร้อมกับพูดว่า "เ้าล่วงเกินข้า เดิมที่ข้าควรจะฆ่าเ้าเสีย เเต่ตอนนี้ข้าขาดสัตว์ทดลองยา เ้าต้องมาทดลองยาให้ข้า"
ซีห่าวได้ยินเช่นนั้นก็ส่งเสียงอู้อี้ออกมา เ้าอ้วนเคยกล่าวว่าเเม่นางหลิ่งจื่อคนนี้เเม้งดงาม เเต่มีนิสัยค่อนข้างเเปลกประหลาด ชอบจับพวกสัตว์มาทดลองยาให้กับตนเอง ที่โชคดีก็รอดที่โชคร้ายก็ตาย ด้วยนิสัยนี้เเม้จะถูกจัดให้เป็หนึ่งในสี่ยอดปุปผาเเต่น้อยคนจะกล้าเข้าใกล้นาง จากเเรงะเิเมื่อครู่เหมือนนางกำลังคิดค้นตัวยาบางอย่าง ในขณะที่กำลังกลั่นยา เกิดความผิดพลาดหม้อยาะเิ สัตว์ที่จับไว้ในกรงจึงหนีรอดออกไปได้ เเถมตอนกระเด็นออกไปนอกบ้าน ดันถูกเ้าคนลามกจากไหนไม่รู้จับที่ยอดเขาชูชันของตน เดิมทีกะจะฟาดให้ตายในทีเดียวด้วยความเดือดดาลเเต่สัตว์ที่จับมาหนีรอดไปเเล้ว เ้าหมอนี้ก็โชคร้ายหน่อย
ซีห่าวเห็นสีหน้าที่เเสดงถึงความเอาจริงเกรงว่าเื่ที่พูดคงไม่ใช่เื่ล้อเล่นพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดจากม้านั่ง ดุเหมือนนอกจากยันต์สะกดเเล้วเชือกนี้คงเป็เชือกที่เรียกว่า เชือกปราบเซียน เป็ของที่ใช้ในราชสำนัก ไว้ใช้ปราบปรามเหล่าผู้บ่มเพาะในทางที่ไม่ดี เดิมทีเเค่ยันต์สะกดซีห่าวก็ทำอะไรไม่ได้อยู่เเล้ว ตอนนี้ยังมีเชือกปราบเซียนอีกยิ่งไปกันใหญ่ มารดามันเถอะเดิมทีข้าเเค่จะมาให้นางทำยาให้เองไฉนกลายเป็เช่นนี้ไปได้ ชีวิตของข้าต้องมาจบลงด้วยสตรีวิปลาสตรงหน้างั้นหรอ ์ข้ายังไม่อยากตาย!!!
หลังจากจัดการกับเสียงน่ารำคาญเเล้วนางก็ไปยกเตาสำริดปรุงยาอันใหม่มา นางคอยๆจัดสรรส่วนผสมสมุนไพรต่างๆ วัตถุดิบต่างๆ ลงในหม้อสำริดจุดเตาไฟคอยๆกลั่นมันออกมาเเม้สตรีเบื้องหน้าของซีห่าวจะถูกมองว่าไม่ปกติ เเต่ฝีมือการปรุงยาของนางเป็ของจริง ซีห่าวที่ตอนเเรกดิ้นทุรนทุรายยังต้องตะลึ่งเมื่อเห็นนางออกฝีมือในการกลั่นยา ไม่ถึงครึ่งก้านธูปเม็ดยาสีประหลาดตัวยาเป็ประกายระยิบระยับถูกกลั่นออกมาจากหม้อสำริด นางยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะจับยาเม็ดนั้นหันกลับมายังซีห่าวที่ถูกจับมัดเอาไว้
“จงกินมันซะ!!!”
ไม่รีรอความยินยอมจากอีกฝ่ายหลิ่งจื่อ เอาผ้าที่อุดปากของซีห่าวออกพร้อมกับจับเม็ดยานั้นยัดใส่ปากของซีห่าวใช้พลังปราณฝืนบังคับให้เขากลืนยาประหลาดที่ตนปรุงขึ้นมา ซีห่าวที่ไม่มีเเรงต่อต้านทำได้เพียงจำใจกลืนยาเม็ดนั้นลงคอไป อึก! เมือรับรู้ว่ายาเม็ดนั้นถูกกลืนลงไปเรียบร้อยเเล้ว นางก็คลายยันต์กับเชือกที่พันธนาการซีห่าวอยู่ เมื่อร่างเป็อิสระยังไม่ทันเอ่ยปาก นางก็พูดเเทรกขึ้นมาว่า "ข้าขอเตือนหากไม่อยากตายรีบซึมซับผลของยาเม็ดจะดีกว่า"
ซีห่าวได้เเต่เพียงมองค้อนไปทีนางพูดเสียงเบาสั้นๆ "เ้า!"
เเต่ที่นางกล่าวมาก็ไม่ผิดเพี้ยน ทันใดนั้นร่างของเขาก็ร้อนวุบวาบพลังในร่างเอ่อล้นคล้ายจะะเิปะทุออกมา บัดซบนี้มันมากเกินไปกว่าร่างข้าจะรับไหว นางวิปลาสผู้นี้เอายาอะไรให้ข้ากินกัน พลังปราณเอ่อล้นไปทั่วร่างหากเป็เช่นนี้ร่างของข้าได้ะเิเเตกตายเป็เเน่ ร่างของเขาเริ่มเกิดร้อยราวตามร่าง ซีห่าวรีบโคจรลมปราณเก้าสุริยัน ช่วยซึมซับผลของยา ในขณะที่นางเดินไปนั่งลงบนม้านั่ง อีกตัว เทนำ้ชาจากกาลงในถ้วยยกขึ้นดื่มอย่างช้าๆสังเกตุมองดูบุรุษเบื้องหน้า
ไอร้อนเเผซ่านไปทั่วร่างคือผลจากการโคจรพลังเก้าสุริยัน ภายในห้องจากอากาศเย็นสบายก็กลายเป็อบเอ้าในทันที ทั่วร่างของซีห่าวเหงื่อเเตกเต็มทั่วร่าง ในใจเพียงคิดเเค่ว่าหากรอดจากตรงนี้ไปได้คอยหาทางเอาคืนสตรีตรงหน้า ด้วยอากาศในห้องที่ร้อนอบอ้าวทำให้ร่างของนางเองก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปกตินางเป็คนขี้ร้อนมักจะสวมใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบาง ด้วยชุดสำนักที่เป็สีขาวคลิบเขียว พอเหงื่อชุ่มด้วยสองเนินชูชันสะท้านใจบุรุษก็เผยให้เห็นชั้นใน สีเขียวอ่อนปักด้วยลวดลายลูกไม้ นางนั่งมองสังเกตุการณ์ซีห่าวอย่างไม่กระพริบตา ทันใดนั้นเองกระเเสปราณในร่างของซีห่าวก็ปะทุขึ้นพลังในร่างเอ่อล้นเต็มเปี่ยม พลันปลดปล่อยพลังส่วนเกินออกเต็มที่ หลิ่งจื่อที่เดิมทีนั่งมองอยู่ก็ถูกการะเิของกระเเสปราณซัดจนกระเด็นออกไปจนเสื้อผ้าขาดรุงริง จากการประทุของพลังเขตขั้นของซีห่าวก็รุดหน้าไปหนึ่งขั้นใหญ่ ขั้นก่อตั้งลมปราณชั้นสูง เมื่อประทุกะเเสปราณส่วนเกินภายในร่างกายออกกลับรู้สคกสบายตัว ลืมตาหันมองไปรอบๆก็เห็นห้องในสภาพกระจัดกระจาย หลิ่งจื่อ ที่เดิมทีนั่งอยู่ที่ม้านั่งตรงข้ามถูกกะเเสปราณที่ประทุซัดลอยออกไปที่ข้างห้องในสภาพเสื้ผ้าที่ขาดรุ่ย นางรีบพยุงตัวขึ้นมา มองซีห่าวด้วยซีหน้าเเค้นเคือง "เ้า!!" เดิมทีนางไม่คิดว่าซีห่าวจะรอดจากการดูดซัพยาเม็ดนั้นของนาง นางเพียงเเค่้าใช้เขาทดลองตัวยาเท่านั้น ซีห่าวเองหากไม่ได้ฝึกวิชาเก้าสุริยันเห็นทีคงต้องะเิร่างตายเป็จุลอยู่ที่นี้ ไม่ทันได้เอ่ยวาจาต่อกันหลิ่งจื่อที่เดือดดาลเต็มที่เพราะห้องทดลองถูกพังยับ รีบชักกระบี่หมายจะสังหารคน ทันใดนั้นเองอาจารย์เหวินจิงที่รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติบนเขาก็รีบมาดูสถานการณ์เห็นศิษย์ของตนชักกระบี่จะสังหารคนก็รีบทะยานตัวพุ่งออกไปคว้าจับกระบี่เอาไว้
"หลิ่งจื่อเก็บกระบี่"
"อาจารย์เเต่ว่า"
"เก็บกระบี่ไม่เชื่อฟังข้างั้นเหรอ"
เมื่อเห็นผู้เป็อาจารย์พูดเช่นนั้นจึงได้เเต่กระทำตาม เหวินจิงมองดูสภาพโดยรอบ เห็นศิษย์ของตนเองเสื้อผ้าขาดรุ่ยจึงรีบให้นางไปเปลี่ยนชุด เขารู้นิสัยใจคอของศิษย์คนนี้ดี จึงไม่ฟังความข้างเดียวเอ่ยถามเเก่ซีห่าวว่าเื่เป็มาเช่นไร ซีห่าวจึงอธิบายให้อาจารย์เหวินจิงฟัง เมื่อได้ฟังถึงกับปล่อยหัวร่อพรวดออกมา
หลิ่งจื่อเดิมทีตัวเขาเองยังไม่คอยอยากจะยุ่งด้วยสักเท่าไรด้วยนิสัยของนางเเต่เพราะพร์ในด้านปรุงยาที่หาได้ยากจึงได้รับมาเป็ศิษย์สายตรง ส่วนหนึ่งเพราะชมชอบที่จะมองดูส่วนเว้าของนางเพื่อเป็อาหารตา เ้าหนุ่มตรงหน้าช่างใจกล้าเสียจริง พลางเอ่ยตบไหล่ซีห่าวเบาๆเอ่ยว่า "โชคดีที่ข้ามาทันไม่เช่นนั้นเ้าอาจะได้ตายจริงๆ"
ซีห่าวยิ้มหน้าเจือนเอ่ยกล่าวขอบคุณ รับรู้ได้ถึงสถานการ์ณไม่สู้ดีรีบวิ่งสะบัดก้นออกจากที่ตรงนี้ก่อนนางจะกลับมา รีบหมุนตัวจากไปอย่างไว