"ขโมยงั้นหรือ?!" หลิ่วอี๋ถูกท่าทางและคำพูดของสวี่ิอี้ยั่วโทสะจนขาดสติอย่างสิ้นเชิง สีหน้าเกือบจะบิดเบี้ยวถมึงทึง กล่าวว่า "หรือว่าของที่ดีที่สุดทุกอย่างบนโลกใบนี้ สมควรจะตกเป็ของเ้าทั้งหมด! พูดให้ถึงที่สุดแล้ว... เ้าก็แค่พึ่งพาจวนเจิ้นกั๋วกงเท่านั้นแหละ แล้วเ้าเคยอุทิศตนเพื่อมันสักครึ่งส่วนหรือไม่เล่า เ้าเคยรู้ถึงความยากลำบากของการทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่้าหรือไม่ ...อีกทั้งนิสัยของเ้าก็เย่อหยิ่งเอาแต่ใจ ไม่รู้จักทะนุถนอม ไม่เห็นหัวผู้ใด เ้าไม่คู่ควรกับสิ่งที่อยู่เลยสักนิด!"
เมื่อเห็นว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว สวี่ิอี้ก็เก็บซ่อนแววตาเย้ยหยันบนใบหน้า กลับคืนสู่ความสงบเยือกเย็นดังเดิม
"สิ่งที่ข้ามี เป็สิ่งที่บรรพบุรุษในตระกูลข้าทุ่มเทแย่งชิงมาทีละเล็กทีละน้อย ไม่ได้ขโมย ไม่ได้ปล้นชิงมา ได้มาอย่างเปิดเผยสง่าผ่าเผย ข้าไม่คู่ควร แล้วคนนอกที่เนรคุณต่อผู้มีพระคุณอย่างเ้าคู่ควรนักหรือ"
"แล้วพี่จ้านล่ะ!" หลิ่วอี๋มีสีหน้าเคียดแค้นไม่ยินยอม "สิ่งที่มีอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วกงยังไม่พออีกหรือ หรือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่นอกจวนเจิ้นกั๋วกงล้วนต้องเป็ของเ้าด้วย!"
"จ้านอวิ๋นจู๋?"
แววตาของสวี่ิอี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย
การยั่วโทสะหลิ่วอี๋เป็สิ่งที่นางจงใจทำ เพื่อหยั่งเชิงดูว่ายามที่อีกฝ่ายขาดสติ ยังมีเื่ใดปิดบังอยู่อีกหรือไม่ ในอดีตนางเคยพ่ายแพ้ให้กับความไม่ใส่ใจต่อสิ่งรอบตัวมาแล้ว ดังนั้นตอนนี้นางจึงระมัดระวังในทุกฝีก้าว ไม่กล้าปล่อยผ่านแม้แต่ซอกหลืบเดียวที่ยังไม่เคยสำรวจ
นางมักจะรู้สึกเสมอว่าความเกลียดชังที่หลิ่วอี๋มีต่อนางนั้น หากมีเพียงความอิจฉาริษยาเื่ชาติตระกูลมาเป็แรงกระตุ้น มันก็ดูจะเบาบางเกินไปสักหน่อย
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็นับว่าเป็คนสุขุมรอบคอบ ย่อมต้องรู้ผลลัพธ์ของการกระทำเช่นนี้ดี— หากความแตกก็มีแต่ตายสถานเดียว
แต่ถึงกระนั้นหลิ่วอี๋ก็ยังเลือกที่จะเสี่ยง นอกเหนือจากการระบายความแค้นแล้ว สิ่งที่นางหวังก็คือข้อเสนอของหร่วนซื่อที่บอกว่า 'อยากหาวิธีให้บิดาของนางรับไว้เป็บุตรสาวบุญธรรม'
ในความเป็จริง จวนเจิ้นกั๋วกงของพวกเขาก็เป็พวกโง่เขลาแต่มีเงินเยอะ หลายปีมานี้ชีวิตความเป็อยู่ของหลิ่วอี๋ในจวนก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับบุตรสาวบุญธรรมอยู่แล้ว
แต่นางก็ยังยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพียงเพื่อชื่อเสียงจอมปลอมนั่น
นี่ดูเหมือนจะชี้ไปที่ความเป็ไปได้อย่างหนึ่ง— บางทีนางอาจจะอยากใช้ฐานะนี้เพื่อบรรลุจุดประสงค์อื่นใด
และในวินาทีนี้ เมื่อมองดูท่าทางคล้ายคนเสียสติของหลิ่วอี๋ สวี่ิอี้ก็รู้สึกว่าตนเองพอจะเดาสาเหตุได้คร่าว ๆ แล้ว
"ข้าก็เหมือนกับเ้า มีความผูกพันจากการเติบโตมาพร้อมกับพี่จ้านเช่นกัน! ...ข้าไม่มีจุดไหนด้อยไปกว่าเ้าเลยแม้แต่น้อย!"
อาขุยขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจอย่างที่สุด— เข้าใจตัวเองผิดไปไกลขนาดนี้ ปกติคนผู้นี้ไม่ส่องคันฉ่องดูตัวเองบ้างเลยหรืออย่างไร!
หลิ่วอี๋ยิ่งสูญเสียการควบคุม "ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังเข้าใจเขามากกว่าเ้า เคารพเขามากกว่าเ้า และรู้ดีว่าสิ่งที่เขา้าคืออะไร! เ้าเคยตั้งใจฟังเขาพูดจริง ๆ บ้างหรือไม่ เ้าเคยเข้าใจเขาสักครึ่งส่วนจริง ๆ หรือไม่!"
แววตาของสวี่ิอี้เ็าลงเล็กน้อย
เมื่อก่อน— ข้าไม่เคยทำความเข้าใจเขาอย่างจริงจังเลยจริง ๆ
"แต่เป็เพราะชาติตระกูลของเ้า เขาก็ยังต้องเห็นความสำคัญของเ้ามากกว่า!"
คำว่า 'เห็นความสำคัญมากกว่า' เป็เพียงคำเดียวที่หลิ่วอี๋สามารถเอ่ยออกมาได้ ส่วนความเป็ไปได้อื่น ๆ นางไม่อยากจะคิด และไม่ยอมเชื่อ
ทว่าถึงกระนั้น เวลานี้ที่พูดถึงนางยังคงแค้นจนกัดฟันกรอด
"เพราะฉะนั้น" สวี่ิอี้มองนาง "เ้าชอบจ้านอวิ๋นจู๋งั้นหรือ"
เมื่อความในใจถูกเปิดโปงออกมา ขอบตาของหลิ่วอี๋ก็แดงก่ำ ทว่าเมื่อนึกถึงวิญญูชนผู้อ่อนโยนและถ่อมตนผู้นั้น ก็ดูเหมือนจะทำให้นางสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง
เวลานี้ก็ได้ยินสวี่ิอี้กล่าวว่า "แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เคยเห็นเ้าอยู่ในสายตาเลยนะ"
น้ำเสียงของเด็กสาวราบเรียบ ไม่ได้แฝงความประชดประชันหรือเยาะเย้ยเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับทิ่มแทงทำร้ายหลิ่วอี๋ได้อย่างแม่นยำไร้ข้อผิดพลาด
"เ้าจะไปรู้อะไร!" นางกำหมัดแน่น แววตาดูเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนพูดเป็พิเศษ "...เื่ระหว่างข้ากับพี่จ้าน เ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก! เขาปฏิบัติต่อข้าอย่างพิเศษที่สุด!"
"ในเมื่อพิเศษที่สุด แล้วทำไมเขาถึงไม่มาสู่ขอเ้าล่ะ"
"...ดังนั้น ข้าถึงต้องกลายเป็บุตรสาวบุญธรรมของจวนเจิ้นกั๋วกงอย่างไรเล่า! มีเพียงคนขวางหูขวางตาอย่างเ้าตายไป ข้าถึงจะมีโอกาสได้แต่งงานกับพี่จ้าน!"
เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้และมองดูท่าทางของหลิ่วอี๋ ในใจของสวี่ิอี้ก็ค่อย ๆ เกิดความรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา
รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญจริง ๆ คือสิ่งใด แต่กลับไม่รู้สึกว่าทำเช่นนี้มีอะไรผิดแปลก ซ้ำยังยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ฐานะของตนเอง 'คู่ควร' กับอีกฝ่าย
เมื่อมองจากจุดนี้ ในบางแง่มุม จ้านอวิ๋นจู๋ช่างน่าชังและน่ากลัวกว่าหลิ่วอี๋มากนัก
แน่นอน นางไม่คิดว่าการที่หลิ่วอี๋ลงมือกับนาง จะเป็เพราะจ้านอวิ๋นจู๋เป็คนสั่งการหรือชักนำ
เวลานี้จ้านอวิ๋นจู๋ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องลงมือกับนางเลยสักนิด
บอกได้คำเดียวว่า หลิ่วอี๋ทำไปเพราะความไม่ยินยอมพร้อมใจที่อัดอั้นมาหลายปี รวมถึงทำเพื่อจ้านอวิ๋นจู๋ผู้เป็ชายในดวงใจ จนเสียสติไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้ว
สิ่งที่เรียกว่า 'ความพิเศษที่สุด' ที่จ้านอวิ๋นจู๋ปฏิบัติต่อนาง ก็คือแรงผลักดันที่ล่อลวงให้นางเดินเข้าสู่ทางตัน
เกรงว่าหลังจากตระกูลสวี่เกิดเื่ ระหว่างทางที่หลิ่วอี๋ถูกเนรเทศ ก็คงยังคิดถึง 'ความพิเศษ' ของเขา หวังให้เขามาช่วยตนเองอยู่กระมัง
ไม่รู้ว่าวินาทีก่อนตาย นางเคยตระหนักได้หรือไม่ว่า 'ความพิเศษ' ที่เป็เพียงภาพลวงตาอย่างไม่ต้องสงสัยนี้ แท้จริงแล้ว้าให้นางเอาชีวิตเข้าแลก
ส่วนเหตุผลที่จ้านอวิ๋นจู๋ทำเช่นนี้—
"เ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ ว่าเขาก็แค่หลอกใช้เ้า" สวี่ิอี้มองหลิ่วอี๋ที่มีแววตาภาคภูมิใจแอบซ่อนอยู่— หลิ่วอี๋ถึงขั้นป่วยจิตจนเอาจ้านอวิ๋นจู๋มาเป็ข้อเปรียบเทียบเพื่อแข่งขันกับนางเลยหรือ
การเกิดขึ้นของหลาย ๆ สิ่งล้วนเป็สิ่งที่ผลักดันซึ่งกันและกัน
ดังนั้น ต่อให้จ้านอวิ๋นจู๋จะควบคุมหลิ่วอี๋ไว้ได้ แต่ก็ไม่อาจควบคุมทิศทางของสถานการณ์ทั้งหมดได้
"หลอกใช้?" หลิ่วอี๋แค่นเสียงหัวเราะหยัน สีหน้าดูตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย "คำพูดไร้สาระที่ไม่เป็ความจริงเช่นนี้เ้าก็ยังพูดออกมาได้อีกหรือ สวี่ิอี้ ดูท่าเ้าคงไม่อยากยอมรับว่าตนเองสู้ข้าไม่ได้สินะ"
"ไม่เป็ความจริง หรือเ้ามัวแต่เอาสมองไปใช้กับการรนหาที่ตาย จนไม่เคยตระหนักเลยว่าตัวเองถูกคนปั่นหัวเล่นมาโดยตลอดกันแน่" แววตาของสวี่ิอี้เย็นเยียบจนถึงขีดสุด "หลายปีมานี้ ความเคลื่อนไหวทุกอย่างในจวนเจิ้นกั๋วกงที่พอจะหยิบยกมาพูดถึงได้ เกรงว่าเ้าคงนำไปเล่าให้เขาฟังอย่างละเอียดหมดเปลือกแล้วล่ะสิ—"
หากมองข้ามเื่อื่นไป ความจริงแล้วหลิ่วอี๋นับได้ว่าเป็คนละเอียดถี่ถ้วน การใช้ให้มาจับตาดู 'เื่ในบ้าน' ของจวนเจิ้นกั๋วกงก็นับว่าเป็ตัวเลือกที่ดีจริง ๆ
"เ้าพูดจาเหลวไหลอะไร!" หลิ่วอี๋รีบโต้แย้ง ทว่าในใจกลับเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
นางชอบพี่จ้าน เต็มใจอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา แต่นี่ล้วนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าอีกฝ่ายปฏิบัติต่อนางด้วยความจริงใจมากพอ!
ไม่ใช่การหลอกใช้อย่างที่สวี่ิอี้พูด!
ไม่ เป็ไปไม่ได้... สายตาของพี่จ้านตอนที่มองนางไม่มีทางเสแสร้งแน่!
เป็สวี่ิอี้นังสารเลวผู้นี้ที่้าชีวิตนางยังไม่พอ ยังจงใจทำลายความหวังในใจของนาง เพื่อใช้สิ่งนี้มาทรมานนางต่างหาก!
"อาขุย ให้คนไปที่สกุลจ้าน เชิญคุณชายจ้านมาสักหน่อย บอกว่าิสือมีเื่ตามหาเขา" สวี่ิอี้สั่งการ
สีหน้าหลิ่วอี๋เปลี่ยนไปกะทันหัน
"เ้าคิดจะทำอะไรพี่จ้าน!"
สวี่ิอี้ "ทำความดีวันละนิด เพื่อให้เ้าตายตาหลับก็เท่านั้น"
นี่ต้องเป็คำโกหกอยู่แล้ว
เพราะนางไม่ได้ใจดีปานนั้น
หลิ่วอี๋จะตายตาหลับหรือไม่ ก็ล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับนาง
เพียงแต่สิ่งที่นางอยากถาม เกรงว่าคงมีแต่ต้องทำให้หลิ่วอี๋มองเห็นธาตุแท้ของจ้านอวิ๋นจู๋อย่างทะลุปรุโปร่งแล้วเท่านั้น ถึงจะยอมปริปากพูดออกมาอย่างราบรื่น
คนที่บ้าคลั่งจนเสียสติอย่างหลิ่วอี๋ ถึงขั้นไม่กลัวตายแล้วด้วยซ้ำ
ทว่าคนที่ไม่กลัวตาย ใช่ว่าจะไม่กลัว 'เจ็บ'— ก็ต้องดูว่าเจ็บที่ตรงไหน และสามารถเจ็บไปถึงจุดสำคัญได้หรือไม่
หลังจากจ้านอวิ๋นจู๋ได้รับข้อความที่บ่าวรับใช้ไปแจ้ง ก็เดินทางมาถึงจวนเจิ้นกั๋วกงอย่างรวดเร็ว