บทที่ 17: การไล่ล่า (Hunt)
“ฮิเมรากิ ดาบพระแสงฟ้าฟื้นนั้น มันสามารถเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้เป็นโอดาจิ(ดาบยาว)ได้ด้วยการดึงที่ท้ายด้ามจับของมัน” เรียวเมน สุคุนะยิงเวทย์ลูกไฟขนาดใหญ่ออกจากคฑาเวทย์ที่มือซ้ายบน เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบดึงด้ามจับเพื่อเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้เป็นดาบยาวก่อนที่จะตัดลูกไฟที่พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วจนขาดออกเป็นสองเสี่ยง“นอกจากนั้น มันยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้เป็นนางินาตะ(หอก)ได้อีกด้วย โดยการหมุนที่ปลายด้ามของมัน จากนั้นก็ดึงที่ท้ายด้ามจับของมันเหมือนเดิม”เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบหมุนที่ปลายด้าม และดึงด้ามจับเพื่อเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้เป็นหอกก่อนที่จะพุ่งเข้าโจมตีใส่เรียวเมน สุคุนะอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนทำให้ดาบกับขวานสองด้ามของมันแตกหักไปสองท่อน“อย่าได้ใจให้มันมากนักนะ ราชินีฮิมิโกะ”เรียวเมน สุคุนะยิงลูกธนูแสงออกมาพร้อมกับปล่อยพลังเวทย์ลำแสงไปที่เจ้าหญิงฮิเมรากิ แต่ก็ได้พลังเทพของดาบช่วยป้องกันการโจมตีของมันไว้เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบร่ายเวทย์กระบี่แสงอัสนีบนแขนเรียวงามข้างซ้ายที่ถือแผ่นยันต์ไว้ ก่อนที่จะพุ่งเข้าโจมตีใส่ด้วยเวทย์กระบี่แสงอัสนี ควบคู่ไปกับพลังสายฟ้าสีครามของดาบพระแสงฯ คุซานางิอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เรียวเมน สุคุนะแพ้ยับเยินอย่างไม่เป็นท่า“ฝากไว้ก่อนเถอะราชินีฮิมิโกะ สักวัน...ข้าจะหวนกลับมาเอาคืนให้จงได้” เรียวเมน สุคุนะเดินหายไปในช่องว่างมิติด้วยความรู้สึกผูกใจเจ็บ หลังจากนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิก็โค้งคำนับและทูลลาพระบิดากับพระมารดาและพวกพี่ๆ ก่อนที่จะก้าวเดินออกจากพระราชวังเกียวโต และเดินทางกลับไปที่บ้านพักริมธารในกลางป่าอยู่เพียงลำพังภาพเหตุการณ์ได้ตัดมายังยุคปัจจุบัน ยูกินะพยายามขับรถตู้ VIP ผ่านเส้นทางลัดต่างๆ ด้วยความเร็วสูง เพื่อที่จะพาสึบากิไปให้ถึงศาลเจ้าฟูชิมิอินาริในเมืองเกียวโตโดยเร็วที่สุดในท่ามกลางเมืองเกียวโตอันกว้างใหญ่ที่ยังพอมีแสงสีตามอาคาร และสถานที่ต่างๆ อยู่เพียงน้อยนิด ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าในยามราตรีอันมืดมิด นางเทวีอสูรฯ ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หางสีเหลืองทองขนาดมหึมาก็ไล่ตามรถตู้ VIP สีดำที่ยูกินะกำลังขับพาสึบากิหนีไปยังศาลเจ้าฟูชิมิอินาริพลางพ่นลูกไฟใส่อย่างไม่ยั้ง แต่ยูกินะก็สามารถขับรถหลบลูกไฟเหล่านั้นได้ทั้งหมดแต่ทว่า ทันทีที่ลูกไฟเหล่านั้นกระทบเข้ากับพื้น มันก็เกิดแรงระเบิดขึ้นพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกไหม้จนแทบจะวงกว้าง ส่งผลทำให้ผู้คนบางส่วนที่ยังคงสัญจรไปมาบนทางเท้าที่อยู่ริมถนนทุกเส้นที่ยูกินะขับรถตู้สีดำผ่านเข้ามา ต่างก็โดนลูกหลงจากแรงระเบิดจนสิ้นใจ รถยนต์บางส่วนที่ยังคงสัญจรไปมาบนถนนเส้นเดียวกันนั้นต่างก็โดนลูกหลงจนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั้งบริเวณ และเกิดไฟไหม้พลิกคว่ำแทบจะหลายคันผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็พากันหนีตายกันอย่างอลม่าน เสียงที่กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวนั้นดังสนั่นกึก ก้องไปแทบจะทั่วสารทิศในระหว่างนั้น ก็มีผู้คนกลุ่มหนึ่งประมาณ 3-4 คน กำลังเดินทางกลับบ้านและดันไปพบเห็นพญาจิ้งจอก 9 หางเข้าอย่างจัง พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นพ่นลูกไฟใส่กลุ่มผู้คนดังกล่าวเข้าอย่างจังจนกระทั่งสิ้นใจลงทั้งหมด ก่อนที่จะไล่ตามรถตู้สีดำ VIP ที่กำลังขับหนีไปยังศาลเจ้าต่อไป ซึ่งในจังหวะเดียวกันก็ได้มีผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 2-3 คนมาเห็นเหตุการณ์เข้า พวกเขาทั้งหมดก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นจนแทบจะตัวสั่น และรีบวิ่งหนีออกมาจากบริเวณนั้นอย่างกระเจิดกระเจิง พวกเขาทั้ง หมดต่างก็รีบวิ่งหนีกลับไปที่บ้านด้วยความรวดเร็วบนถนนทุกเส้นที่ยูกินะขับรถตู้สีดำ VIP ผ่านเข้ามา ต่างก็มีสภาพที่แทบจะพังเสียหายยับเยินในหลายๆ จุด มีเปลวไฟลุกไหม้ไปตามจุดต่างๆ บนทางถนนที่โดนลูกไฟกระทบเข้าอย่างจัง มีรถยนต์บางส่วนที่เกิดไฟไหม้พลิกคว่ำกระจัดกระจายอยู่ตามบริเวณต่างๆ บนทางถนน ผู้คนที่อยู่ในรถยนต์นั้นต่างก็ถูกย่างสดภายในรถ ผู้คนในเหตุการณ์ที่รอดชีวิตต่างก็มีความรู้สึกหวาดกลัวกันอย่างสุดขีด สร้างความโกลาหลเป็นอย่างมากบนทุกเส้นทางถนนที่ยูกินะขับรถตู้สีดำผ่านเข้ามา มีเปลวไฟลุกไหม้ตามจุดต่างๆ บนท้องถนนในระหว่างทางที่ยูกินะกำลังขับรถพาสึบากิไปยังศาลเจ้าอินาริอยู่นั้น พญาจิ้งจอก 9 หางก็พ่นลูกไฟไปที่รถตู้สีดำ แรงระเบิดนั้นได้เฉียดเข้ากับท้ายรถตู้จนเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นมา ยูกินะจำต้องรีบพาสึบากิลงจากรถที่กลางทางและรีบพาสึบากิเดินถอยห่างออกจากรถตู้สีดำ VIP ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้นจนเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณพญาจิ้งจอก 9 หางค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาหาพวกเธอทั้งสองที่กลางถนน ยูกินะเริ่มมีความรู้สึกกดดันอย่างสุดขีดจนเข่าแทบจะทรุดลงกับพื้น เธอกัดฟันแน่นภายในปากคู่งาม เลือดในกายนั้นค่อยๆ สูบฉีดอย่างรุนแรง จนการเต้นของหัวใจค่อยๆ เร็วขึ้น มีหยาดเหงื่อที่ไหลโชคโทรมกายในระหว่างที่ยูกินะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อยู่ในเข้าขั้นวิกฤต ภูติพิทักษ์เท็นมะก็ได้เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ยูกินะรีบพาสึบากิขึ้นบนหลังม้าปีกมีเขา และรีบมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าอินาริทันทีเมื่อมาถึงศาลเจ้า ร่างเท็นมะก็ได้เลือนหายไป ยูกินะก็รีบพาสึบากิวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือจากมิโกะผู้ดูแลศาลเจ้าโดยเร็วที่สุด แต่ทว่า พญาจิ้งจอก 9 หางขนาดใหญ่ก็ไล่ตามพวกเธอมาจนทัน และเข้ามาดักที่หน้าซุ้มทางเข้าไปในศาลเจ้าด้วยความรวดเร็วยูกินะรีบชักดาบพลังแสงคุซานางิออกมาและพุ่งเข้าฟันใส่พญาจิ้งจอก 9 หาง แต่ก็ถูกคำรามใส่จนกระเด็นออกมาและกระแทกเข้ากับกำแพงจนสลบไป จากนั้นพญาจิ้งจอก 9 หางก็กลับสู่ร่างเดิมของนางเทวีอสูรฯ และยื่นมือเรียวยาวเข้ามาบีบคอสึบากิแล้วยกร่างงามขึ้นมา“ข้าต้องทนทุกข์ทรมาน กับการที่ได้เห็นเจ้าอิซานางิหลงรักและปกป้องผู้หญิงอย่างเจ้า นังเจ้าหญิงโอริฮิเมะ”สึบากิไม่เห็นจะเข้าใจเลยซักนิด ว่าอิซานางิที่นางเทวีอสูรฯ กำลังพูดถึงนั่นมันหมายความว่ายังไงกันแน่“งั้นข้าก็จะรื้อความทรงจำเพียงน้อยนิดให้ละกัน เผื่อเจ้าจะนึกอะไรออก ว่าเจ้าอิซานางินั่นก็คือผู้ที่เคยกลับชาติมาเกิดเป็นเจ้าชายฮิโกโบชิ ชายคนรักของเจ้าในสมัยอดีตกาลยังไงหล่ะ...”ถึงแม้ว่าจะรื้อความทรงจำให้ก็เถอะ แต่สึบากิก็ยังไม่เข้าใจมันอยู่ดี อันเนื่องมาจากผู้คนในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่นั้นก็คงไม่มีใครคนไหนที่จะสามารถจดจำเรื่องราวของตัวเองในยุคอดีตได้“แต่ก็น่าแปลกอยู่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่เจ้ากลายร่างเป็นนางอสูรเช่นเดียวกับข้าแท้ๆ แต่กลับได้รับความรัก และการปกป้องจากเจ้าหญิงฮิเมรากิและเจ้าอิซานางินั่น แต่ในขณะที่ตัวข้า เขากลับวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว ทิ้งให้ข้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายในแดนปรภพที่มืดมิด...และไร้ซึ่งแสงสว่าง ก่อนที่เขาจะกลับชาติมาเกิดเป็นเจ้าชายฮิโกโบชิ และหลงรักนังเจ้าหญิงทอผ้าจากต่างแดน...ผู้เป็นมนุษย์อันต่ำต้อยอย่างเจ้า...”นางเทวีอสูรฯ ถอนหายใจสักพักก่อนที่จะกล่าวต่อ“ข้าอยากให้ถึงวันนั้น...วันที่เจ้าอิซานางิกับเจ้าหญิงฮิเมรากิจะได้เห็นว่า นังผู้หญิงอย่างเจ้าที่สองคนนั้นทั้งรักและปกป้องนักหนา...ต้องกลายร่างมาเป็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หาง และทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความบ้าคลั่ง เจ้าพวกนั้นจะต้องได้รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับข้า”“พูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง” ตัวสึบากิเองก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ว่าในอดีตนั้นเธอเคยไปทำอะไรให้นางไม่พอใจเอาไว้ ถึงได้โกรธแค้นเธอนักหนาถึงปานนี้