แบบฟอร์มสั่งจองเล่ม 1 45 ตอน 279฿ (ั้แ่วันนี้ - 30 สิงหาคม 2563)
https://forms.gle/BPVPfNdrtyrdj7UZ6 ได้หนังสือ 335 หน้า+ที่คั่น+โปสการ์ดค่ะ
.
.
.
.
4
ยามมีอยู่ไร้อาวรณ์
“คารวะท่านแม่ขอรับ”ซือหยวนซาเอ่ยพลางย่อตัวเคารพสตรีวัยกลางคนตรงหน้า ที่แม้จะอายุเลยเลขห้าไปแล้วแต่ยังคงมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ราวกับบุปผาแรกแย้ม
“มานั่งนี่สิอาซา แม่มีเื่จะคุยด้วย”ซือฮูหยินหรือชื่อจริงก็คือ ซือเหลียนฮวาสกุลเดิมคือสกุลฉู่[1]กล่าว
“ขอรับ” ร่างสูงรับคำ แล้วตรงเข้าไปนั่งข้างๆ ผู้เป็มารดา
“ที่ว่านางยอมลงนามในหนังสือหย่าให้เ้า... เป็ความจริงหรือ!?”ซือเหลียนฮวาถามด้วยความประหลาดใจ เพราะก่อนหน้านั้นไม่ว่าบุตรชายคนสุดท้องจะใช้วิธีไหนเซียวหลินหลิงก็ไม่ยอมลงนามให้
“จริงแท้แน่นอนขอรับท่านแม่” ซือหยวนซาตอบ
“ดียิ่ง! แล้วนี่นางจะไปจากจวนเราวันพรุ่งนี้เลยหรือไม่?”ซือเหลียนฮวาถามต่อพลางยิ้มด้วยความดีใจอย่างไม่ปิดบัง แต่พอเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าก็หุบยิ้มทันที
“นางบอกว่าขอเวลาอยู่ที่นี่อีกเพียงสองราตรีเพื่อเก็บของ...และเมื่อครบกำหนดข้าก็จะจัดคนไปส่งนางกลับจวนขอรับ...”
“อืม... อาซา...”
“ขอรับท่านแม่”
“แล้วหนังสือหย่าเ้าได้เอาไปแจ้งแก่ทางการหรือยัง?”
“ข้ายังมิได้ไปดำเนินการขอรับ” ก่อนที่ซือเหลียนฮวาจะจ้องหน้า ซือหยวนซา ก่อนถามด้วยแววตาคาดคั้นว่า
“เ้ายังมิได้คิดอะไรกับนาง... ใช่หรือไม่?”
“ไม่มีทางขอรับท่านแม่!” ซือหยวนซารีบปฏิเสธทันที แล้วถามต่อ
“ไยท่านแม่สงสัยเช่นนั้นขอรับ!? ลูกไม่มีทางแน่นอน...”
“แม่เพียงแค่กลัวเ้าจะใจอ่อนให้กับการเซ้าซี้ของนาง”
จะไม่ให้นางคิดอย่างนั้นได้เช่นไร ถึงนางจะไม่ชอบสะใภ้คนนี้แต่ ซือเหลียนฮวาก็ยอมรับว่าเซียวหลินหลิงมีใบหน้าที่งดงามหมดจดทั้งได้ข่าวว่าตลอดสามปีพยายามใช้กลยุทธต่างๆรบเร้าขอความรักจากซือหยวนซาอยู่ทุกวันและบุตรชายของตนก็เป็คนขี้สงสารเสียด้วย
ซือเหลียนฮวาจึงกลัวว่าร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆจะเกิดใจอ่อนไม่อยากหย่าขึ้นมา
“ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีทางลืมเื่ต่ำช้าที่นางทำกับข้าได้หรอกขอรับ”
และไม่มีวันด้วย! ร่างสูงโปร่งะโเสียงดังในใจ
“อืม... แม่เข้าใจ” ซือเหลียนฮวาเอ่ยพร้อมกับใช้มือลูบหัวบุตรชายที่เอนตัวลงมานอนตักนางราวกับเป็เด็กน้อย
แต่ใจนึงแม่ก็ดีใจที่เ้าจะไม่ได้หมั้นกับสตรีนางนั้น... ซือเหลียนฮวาคิดในใจ
ก็มิรู้ว่าซือหยวนซาไปหลงรักเกาเชียนจือสตรีที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ขนาดนั้นได้อย่างไร ครั้นจะห้ามคงมิฟัง เพราะความรักบังตา
โชคดีเหลือเกินที่เมื่อสามปีก่อนเซียวหลินหลิงดำเนินแผนตัดหน้าทั้งสองคนซึ่งเพิ่งกำหนดวันหมั้นกันในอาทิตย์หน้า ด้วยหากปล่อยให้หมั้นกันไปแล้วคิดถอนภายหลังก็คงลำบากน่าดู...
อย่างไรก็ตาม...ซือเหลียนฮวาไม่ชอบใจอย่างยิ่งที่เซียวหลินหลิงใช้วิธีสกปรกรวบหัวรวบหางซือหยวนซา ทั้งที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจและยังเป็การทำผิดธรรมเนียมอีก!
นางยังไม่ทันจะได้มีสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองก็มีสะใภ้สามเข้ามาอยู่ในจวนเสียแล้ว...
บางทีซือเหลียนฮวาก็นึกสงสัยว่าสตรีผู้นั้นไปกินดีหมีมาหรือว่าอย่างไร!? ไยจึงกล้าทำเช่นนั้น
แถมพ่วงมาด้วยความร้ายกาจและเสแสร้งที่ทำให้หลายๆ คนสุดระอา...
นางแทบมิอยากจะเชื่อว่าย้อนไปเมื่อสิบปีก่อน ตนเองเคยรู้จักและเคยรับเด็กน้อยคนนี้เข้ามาอยู่ในจวนแม้จะเป็่เวลาสั้นๆ ไม่ถึงอาทิตย์ ตอนนั้นเซียวหลินหลิงเป็เด็กว่านอนสอนง่ายมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ซ้ำยังเข้ากับกับบุตรชายทั้งสามได้เป็อย่างดี
แต่ใครเล่าจะคิดว่าดรุณีน้อยผู้น่ารักในวันนั้นจะเติบโตมาเป็สตรีเ้ามารยาในวันนี้!
ซือเหลียนฮวาและทุกคนในจวนสกุลซือจึงมึนตึงใส่ด้วยหวังว่าจะทำให้นางสำนึก ในความผิดของตนแล้วลงนามหย่ากลับจวนสกุลเก่าไปแต่โดยดี
ทว่า... ดูเหมือนเซียวหลินหลิงหาคิดได้ไม่ ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในจวนสกุล ซือตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่เรียกหน้าด้านแล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร!?
ครั้นจะใช้กฎ 7ขับไล่[2]ให้นางออกไปนางก็ไม่ได้ทำผิดสักข้อ... พวกเขาจึงทำได้เพียงอดทน
หากมิติดว่าท่านพี่เกิดเมตตาเซียวหลินหลิงขึ้นมาก็อย่าหวังเลยว่านางจะยอมรับการคารวะจากสตรีพรรค์นี้ ในสายตาของนางชิงปี้ที่เป็สาวใช้ยังน่าเอ็นดูกว่าด้วยซ้ำ
พลันซือหยวนซาก็เปรยขึ้นมาว่า
“ข้าคิดว่าส่งนางกลับถึงจวนสกุลเซียวเรียบร้อยแล้วค่อยเอาไปแจ้งขอรับ เพราะข้ายังมิใคร่เชื่อว่านางหย่ากับข้าเพราะความเต็มใจ... นางอาจจะวางแผนอะไรไว้ก็ได้ท่านแม่ก็รู้ว่านางน่ะร้ายกาจขนาดไหน”
ท้ายประโยคน้ำเสียงของซือหยวนซาดูอ่อนลงคล้ายลังเลในความคิดของตน...
“ถูกของเ้า...” ซือเหลียนฮวาเอ่ย จากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก
“แม่สบายใจขึ้นแล้วล่ะ เ้ามีงานอะไรก็ไปทำเถิด”
“ขอรับ เช่นนั้นข้าขอกลับไปวาดภาพต่อก่อนนะขอรับ” ซือหยวนซาเอ่ยก่อนลุกขึ้นทำความเคารพผู้เป็แม่แล้วเดินออกไป
หลังบุตรชายคนสุดท้องออกไปแล้วซือเหลียนฮวาที่นั่งอยู่คนเดียวก็ยิ้มออกมา ด้วยนางเพิ่งนึกได้ว่ามีเื่ดีเกิดขึ้นอีกเื่หนึ่ง...
เพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเกาเชียนจือเพิ่งแต่งเป็อนุสิบสี่เข้าจวนของสือหลี่ม่อ ดังนั้นเมื่อเซียวหลินหลิงหย่ากับซือหยวนซาแล้ว...
นางก็ไม่ต้องมานั่งกังวลใจว่าบุตรชายของนางจะหวนกลับไปหาเกาเชียนจือ...
หรือต่อให้อยากหวนกลับไปก็มิอาจทำได้...
เซียวหลินหลิง ขอบใจมากที่เ้าเพิ่งยอมลงนามหย่าให้วันนี้
หลังจากซือหยวนซาและพวกข้าเฝ้ารอมาถึงสามปี...
--------------------------------------------------------------------------------------------
“คารวะคุณชายสามขอรับ”ขณะที่ซือหยวนซากำลังจะเดินเข้าไปในเรือนของตน ก็พบกับ ‘จิ้งเกา’ บ่าวประจำตัวของซือหยินซูรอพบเขาอยู่
“มีอะไรหรือ จิ้งเกา”
“คุณชายรองฝากสิ่งนี้มาให้ขอรับ”จิ้งเกาเอ่ยก่อนจะยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลที่ถูกปิดผนึก และหน้าซองเขียนไว้ด้วยลายมือที่คุ้นเคยว่าจากพี่รองถึงน้องสามให้ผู้เป็น้องชายของเ้านาย
“ขอบใจมากจิ้งเกา” ร่างสูงกล่าวหลังจากรับไว้ก็เดินเข้าไปในเรือนของตนเมื่อเห็นจุ้นเผิงเดินตามเข้ามาก็หันไปบอกว่า
“เ้าช่วยออกไปอยู่ข้างนอกสักครู่ได้หรือไม่?” ซือหยวนซาถามด้วยความเกรงใจปนเก้อเขิน
“ขอรับ ขออภัยที่ข้าน้อยเสียมารยาท” จุ้นเผิงเอ่ยเพราะเขาลืมไปว่าั้แ่เล็กจนโตทุกครั้งที่คุณชายใหญ่หรือคุณชายรองฝากจดหมายมาให้คุณชายสามจะห้ามทุกคนเข้ามาในเรือนจนกว่าจะได้เปิดดูว่าเนื้อความที่คุณชายทั้งสองฝากมาให้คืออะไรเสมือนว่าเป็ความลับระหว่างพี่น้อง แต่เขาก็ดันลืมซะนี่!
“มิเป็ไรๆ” ซือหยวนซาเอ่ยหลังจากปิดประตูแล้วก็แกะผนึกออกจากซองทันทีด้วยความอยากรู้ว่าพี่ชายจะฝากข้อความอะไรมาให้ก็พบกับกระดาษสีแดงที่เอาไว้ทำโคมไฟในเทศกาลโคมไฟ และมีคำกลอนเขียนอยู่
ซือหยวนซาเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจก่อนจะอ่านเนื้อหาที่พี่รองเขียน
ยามมีอยู่ไร้อาวรณ์ ยามเสียไปนอนอาลัย
ยามอยู่ใกล้ไม่สนใจ ยามอยู่ไกลคะนึงหา
ตรึกตรองใจให้ดี ทบทวนจิตให้ถี่
เวลาและวารี มิอาจหวนย้อนคืน
คล้ายพี่รองกำลังท้าให้เขาเล่นปริศนาโคมไฟ
เอ่อ... ขอโทษนะท่านพี่ แค่เขียนใส่กระดาษทำโคมไฟส่งมาแบบนี้ก็ได้หรือขอรับ...
หากดูเผินๆ เหมือนจะเป็เช่นนั้นแต่ซือหยวนซารู้ดีว่าซือหยินซูหมายถึงอะไร
ท่านพี่มีตาทิพย์หรือไรนี่... ถึงรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น หลังจากนิ่งคิดไปสักพักซือหยวนซาก็หยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มน้ำหมึกแล้วเขียนโต้ตอบลงไป
เมื่อไป่เคยมี ไฉนเลยจะเสีย
เมื่อไป่เคยมี จะให้อาลัยสิ่งใด
เมื่อไป่เคยมี จะต้องไตร่ตรองอะไร
เวลาและวารี หาได้มีผลอันใดไม่
จากนั้นก็รอน้ำหมึกแห้งแล้วพับใส่ซองปิดผนึกเตรียมส่งคืนให้พี่รอง...
“ไว้พรุ่งนี้ข้าค่อยส่งคืนท่านละกัน”
ร่างสูงพึมพำก่อนจะใส่ซองลงไปในลิ้นชักแล้วเอ่ยเรียกบ่าวคนที่สนิทที่รออยู่ข้างนอกให้เข้ามา
“จุ้นเผิง!! เข้ามาได้แล้วล่ะ”
“ขอรับ” ไม่กี่อึดใจจุ้นเผิงก็เดินเข้ามาราวกับรอเวลานี้มานาน ส่วน ซือหยวนซาก็นั่งทำงานต่อ เหลืออีกเพียงไม่กี่ภาพผลงานชุดนี้ก็พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว
ใช้เวลาถึงยามซวีก็น่าจะวาดเสร็จหมดจากนั้นก็ไปร่วมมื้อค่ำกับนางตามที่ได้รับปากเอาไว้...
[1]สมมติว่าให้สมัยก่อนมีการเปลี่ยนนามสกุลสำหรับผู้ที่เป็ฮูหยินเอกนะเ้าคะ
[2] กฎ 7 ขับไล่ = กฎของจีนโบราณที่อนุญาตให้ฝ่ายชายมีสิทธิ์หย่าขาดจากฝ่ายหญิงได้ถ้าฝ่ายหญิงทำความผิดหนึ่งในเจ็ดข้อที่มีกฎบัญญัติไว้ แม้ฝ่ายหญิงจะไม่ยินยอมนอกจากนี้ยังมีกฎ 3 ไม่หย่าที่ไม่ว่าจะหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ห้ามไม่ให้สามีหย่าภรรยาอย่างเด็ดขาด!ยกเว้นทั้งสองฝ่ายจะเต็มใจ