ภายในวังจื่อเซียว หงจวินเต็มไปด้วยความกังขาในใจ
บนมหาพิภพหงฮวง พร้อม ๆ กับการตกตายของตงหวังกง พันธมิตรเซียนที่เคยรุ่งเรืองก็พังทลายลงในทันที
เหล่าผู้บำเพ็ญอิสระชั้นผู้น้อยต่างมิอาจต้านทานแสนยานุภาพของเผ่าปีศาจได้ ต่างพากันหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศละทาง
ทว่าผู้ที่ถูกหมายหัวไว้นั้น การจะหนีหาใช่เื่ง่าย
ซึ่งในจำนวนนั้นย่อมรวมถึงเล่าจื๊อและหยวนสื่อด้วย
ทั้งสองร่วมมือกันรับมือตี้จวิ้นเพียงผู้เดียว จนสามารถกดตี้จวิ้นให้ตกเป็รองได้
การถูกรุมสองต่อหนึ่งทำให้ตี้จวิ้นรู้สึกอึดอัดคับแค้นใจเป็อย่างยิ่ง
“พี่ใหญ่โปรดวางใจ ข้ามาช่วยแล้ว!”
ในขณะที่ตี้จวิ้นกำลังลังเลว่าจะถอนทัพดีหรือไม่ พลันมีสุ้มเสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมา
ตามมาด้วยเสียงระฆังที่ดังกังวานกึกก้องไปทั่วทั้งสมรภูมิ
การโจมตีจากธงผานกู่ของหยวนสื่อพลันถูกหยุดยั้งไว้ได้ด้วยเสียงระฆังนี้
เป็ตงหวงไท่อีที่นำระฆังโกลาหลเร่งรุดมาถึงแล้ว
ใบหน้าของตี้จวิ้นฉายแววยินดี “ฮ่า ๆ ดีมาก! เล่าจื๊อ หยวนสื่อ พวกเรามาตัดสินกันใหม่!”
เมื่อได้ตงหวงไท่อีมาร่วมสมทบ พร้อมกับระฆังโกลาหลซึ่งเป็ยอดสมบัติปฐมกำเนิดอันดับหนึ่ง ตี้จวิ้นก็พลิกสถานการณ์กลับมาเป็ฝ่ายได้เปรียบทันที
เล่าจื๊อและหยวนสื่อที่เคยเป็ฝ่ายรุกกลับต้องพ่ายแพ้ถอยร่นไปทีละก้าว
“ฮ่า ๆ ๆ เล่าจื๊อ หยวนสื่อ พวกเ้ามีความสามารถเพียงเท่านี้รึ? มิสู้เรียกทงเทียนออกมาด้วยเลยล่ะ มิฉะนั้นคนนอกจะหาว่าพวกเราพี่น้องรังแกพวกเ้าเอาได้”
“โอ้ ข้าลืมไปเสียสนิท การฟังการบรรยายเต๋าที่วังจื่อเซียวครั้งที่แล้ว ทงเทียนไม่ได้ไป ป่านนี้พลังบำเพ็ญคงจะล้าหลังจนตามพวกเราไม่ทันแล้วกระมัง” ตี้จวิ้นเอ่ยเย้ยหยันด้วยความสาแก่ใจ
หยวนสื่อได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจนกัดฟันกรอด
เล่าจื๊อแค่นเสียงเ็า “หึ! เ้าเดรัจฉานหน้าขน! น้องสามของข้ายามนี้มีพลังบำเพ็ญสูงส่งกว่าพวกเราสองคนเสียอีก หากเขาลงมือย่อมถือว่ารังแกเ้า การที่เขาไม่ยอมลงมือ เ้าก็ควรจะแอบดีใจเงียบ ๆ เสียเถิด”
วาจาของเล่าจื๊อก็หาได้ยอมลดราวาศอกให้ใคร
แม้ในใจจะรู้สึกว่าการที่ทงเทียนใช้บุญบารมีเพื่อเลื่อนระดับพลังบำเพ็ญเป็เื่ที่ไร้สติเพียงใด ทว่าเมื่อได้ยินคนมาดูิ่ชื่อเสียงของสามวิสุทธิ์ เล่าจื๊อก็อดไม่ได้ที่จะโต้กลับไป
ทว่าตี้จวิ้นกลับแค่นเสียงดูแคลน
“เล่าจื๊อ การหลอกตัวเองมันก็ควรจะมีขอบเขตบ้างนะ”
“ทุกคนต่างก็ติดอยู่ที่ขั้นสูงสุดของขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเหมือนกันทั้งนั้น ท่านมรรคาจารย์ยังมิได้ถ่ายทอดวิถีกึ่งปราชญ์ออกมาเลย น้องสามของเ้าจะบรรลุกึ่งปราชญ์ไปได้อย่างไร”
ตี้จวิ้นหาได้เชื่อคำพูดของเล่าจื๊อไม่
เล่าจื๊อและหยวนสื่อถึงกับน้ำท่วมปาก
พวกเขามิอาจบอกตี้จวิ้นได้ว่าทงเทียนใช้บุญบารมีเบิกฟ้าเพื่อฝืนเพิ่มพลังบำเพ็ญ
หากบอกไปเช่นนั้น แทนที่จะได้หน้ากลับมา เกรงว่าจะถูกคนหัวเราะเยาะว่าสมองมีปัญหาเสียมากกว่า
บุญบารมีเบิกฟ้านั้นล้ำค่าเพียงใด การนำมาใช้เพิ่มพลังบำเพ็ญในระดับที่ต่ำกว่าปราชญ์ ช่างเป็การผลาญของล้ำค่าอย่างเสียของโดยแท้
หยวนสื่อเองก็รู้สึกอึดอัดคับแค้นใจยิ่งนัก
ในใจอดมิได้ที่จะนึกต่อว่าทงเทียนมากขึ้นไปอีก
น้องสามหนอน้องสาม เ้าช่างโง่เขลาเบาปัญญานัก พวกเราล้วนถือกำเนิดเป็เทพมารปฐมกำเนิด การจะเลื่อนระดับขึ้นเป็กึ่งปราชญ์ย่อมเป็เื่ของเวลาเหตุใดจึงต้องใช้บุญบารมีเพิ่มพลังจนทำลายรากฐานตนเองเช่นนี้
ตี้จวิ้นและตงหวงไท่อีเห็นเล่าจื๊อกับหยวนสื่อไม่โต้ตอบ ก็ยิ่งมั่นใจว่าทั้งสองคนแค่กำลังคุยโวโอ้อวดเท่านั้น
ทงเทียนต้องพลาดการฟังเต๋าจนพลังบำเพ็ญตามไม่ทันแน่นอน
ดังคำที่ว่า ก้าวช้าเพียงก้าว ย่อมล้าหลังทุกย่างก้าว
ทั้งสองแค่นเสียงหัวเราะเยาะ พลางเร่งโหมการโจมตีให้รุนแรงยิ่งขึ้น
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับระฆังโกลาหล เล่าจื๊อและหยวนสื่อก็ต้องถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง
หลังจากพยายามต้านทานการโจมตีอีกครั้ง เล่าจื๊อก็เอ่ยกับหยวนสื่อว่า “น้องรอง สถานการณ์ไม่สู้ดีแล้ว พวกเราถอยก่อนเถิด!”
หยวนสื่อเองก็ไม่อยากจะสู้ต่ออยู่แล้ว เมื่อได้ยินเล่าจื๊อเอ่ยเช่นนั้นก็รีบพยักหน้าทันที
“ได้!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ หยวนสื่อก็กลายเป็ลำแสงพุ่งหนีไปโดยที่เล่าจื๊อยังไม่ทันได้ตั้งตัว
เมื่อเห็นหยวนสื่อหนีไปอย่างไม่ลังเล เล่าจื๊อก็ถึงกับตะลึงไปครู่หนึ่ง
บัดซบ!
เ้าหนีไปได้รวดเร็วปานนี้เชียวหรือ
ทว่าแม้จะก่นด่าในใจ แต่เล่าจื๊อก็รู้ดีว่าตนไม่อาจชักช้าได้อีก หลังจากต้านรับการโจมตีของตี้จวิ้นไว้ได้คราหนึ่ง เขาก็ฉวยโอกาสนั้นถอนตัวออกจากสมรภูมิไปทันที
เมื่อเห็นทั้งสองคนหนีไป ตงหวงไท่อีคิดจะไล่ตามต่อ ทว่ากลับถูกตี้จวิ้นขวางเอาไว้
“อย่าตามเลย การจัดการกับเผ่าอู๋สำคัญกว่า”
…
ณ เขาคุนหลุน
เล่าจื๊อและหยวนสื่อเมื่อเห็นว่าตี้จวิ้นไม่ได้ตามมา จึงค่อยลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ทั้งสองอยู่ในสภาพที่สะบักสะบอมยิ่งนัก
หยวนสื่อมองเล่าจื๊อพลางเอ่ยอย่างไม่ยินยอม “พี่ใหญ่ ข้าไม่ยินยอมเลย ตี้จวิ้นและตงหวงไท่อี เ้าคนนกสองตัวนั้นมันก็แค่พึ่งพาอานุภาพของระฆังโกลาหลเท่านั้น หากสามวิสุทธิ์พวกเราร่วมมือกัน มีหรือที่มันจะกล้าสามหาวถึงเพียงนี้!”
เล่าจื๊อหอบถอนหายใจพลางมองไปยังทิศทางที่เพิ่งหนีมา ในดวงตาก็ฉายแววโกรธเคืองเช่นกัน
ทั้งสองถือตนว่าเป็ทายาทที่แท้จริงของผานกู่มาโดยตลอด บัดนี้กลับพ่ายแพ้ให้กับเ้านกสองตัวนั้น จะให้ยินยอมได้อย่างไร
หลังจากนิ่งคิดอยู่นาน เล่าจื๊อก็เอ่ยขึ้นว่า “ไป ตามน้องสามให้ออกจากด่านมาเสีย พวกเราสามคนร่วมมือกัน จะต้องทวงคืนความอัปยศครั้งนี้มาให้ได้”
“ดี ไปกันเดี๋ยวนี้เลย”
…
ภายในถ้ำพำนัก สวีทงที่กำลังบำเพ็ญอยู่นั้น ในยามนี้เขาััได้ถึงธรณีประตูของขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นกลางระดับสูงสุดแล้ว
ทันใดนั้น เสียงของระบบก็พลันดังขึ้นในหัว
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าเล่าจื๊อและหยวนสื่อพ่ายแพ้ให้แก่ตี้จวิ้นและตงหวงไท่อีแห่งเผ่าปีศาจ ยามนี้กำลังเดินทางมาเชิญโฮสต์ให้ออกจากด่านเพื่อร่วมมือกันรับมือศัตรู โปรดเลือกทางเลือกของท่าน]
[ทางเลือกที่ 1: ตกลงออกจากด่าน ร่วมมือกับเล่าจื๊อและหยวนสื่อ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของทายาทที่แท้จริงของผานกู่ รางวัล: ยอดสมบัติปฐมกำเนิด หอกสังหารเทพ]
[ทางเลือกที่ 2: ปฏิเสธการร่วมมือ ลงมือสั่งสอนตี้จวิ้นและตงหวงไท่อีด้วยตัวคนเดียว รางวัล: สัตตบุษย์โกลาหลสามสิบหกกลีบ]
[ทางเลือกที่ 3: ปฏิเสธการออกจากด่าน ชื่อเสียงทายาทที่แท้จริงของผานกู่เกี่ยวอะไรกับข้า? รางวัล: รากิญญาปฐมกำเนิด ลี้เหลืองอำพัน]
สวีทงที่กำลังฝึกฝนอยู่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมา
ให้ตายสิ ระบบนี่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ เพื่อจะให้ข้าออกจากด่าน ถึงขั้นเอาสัตตบุษย์โกลาหลสามสิบหกกลีบออกมาล่อเลยงั้นหรือ
นั่นคือยอดสมบัติโกลาหลของจริง แม้แต่มรรคาจารย์หงจวินเองก็ยังไม่มีของสิ่งนี้ไว้ใน หากปราชญ์ท่านใดได้ของสิ่งนี้ ย่อมกลายเป็ผู้ไร้เทียมทานในระดับเดียวกันทันที
และหอกสังหารเทพที่เป็ยอดสมบัติปฐมกำเนิด ซึ่งด้อยกว่าเพียงเล็กน้อยก็นับว่าร้ายกาจจนน่าขนลุก มันสามารถสร้างความเสียหายให้กับิญญาต้นกำเนิดของปราชญ์ได้
ทว่าเมื่อเทียบกับรางวัลสองข้อแรกแล้ว รากิญญาปฐมกำเนิดลี้เหลืองอำพันกลับดูด้อยไปถนัดตา
แม้ว่าผลของมันเพียงลูกเดียวจะทำให้คนบรรลุขอบเขตต้าหลัวได้ ทว่าในรอบหลายปีมันกลับออกผลเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น อีกทั้งยังต้องใช้เงื่อนไขมากมายในการเติบโต เช่น วารีเทพสามประทีป หรือดิน์เก้าชั้นฟ้า เป็ต้น ซึ่งในมือของเขาในยามนี้ไม่มีของเ่าั้เลยแม้แต่อย่างเดียว
เมื่อมองไปยังรางวัลของสองข้อแรก สวีทงเกือบจะอดใจไม่ไหว กดเลือกไปแล้ว ทว่าพอนึกดูอีกที เขาก็ข่มความปรารถนานั้นลงไป ไอ้ระบบสุนัข นี่มันคือการล่อลวงกันชัด ๆ
ของวิเศษทั้งสองอย่างนั้นแม้จะดูดีเพียงใด ทว่าที่นี่คือพิภพหงฮวง ทั้งวิถี์และหงจวินย่อมไม่มีทางยินยอมให้มียอดสมบัติโกลาหลดำรงอยู่เด็ดขาด ส่วนหอกสังหารเทพเดิมทีเป็ของหลัวโหว หากมันมาตกอยู่ในมือของข้า หงจวินจะไม่เฝ้าจับตาดูข้าจนไม่เป็อันทำอะไรเลยรึ
ที่สำคัญที่สุดคือ การออกไปสั่งสอนตี้จวิ้นและตงหวงไท่อี เ้าสองคนนั้นคือตัวเอกของมหันตภัยในครั้งนี้ ขอเพียงเข้าไปพัวพันกับพวกมัน ข้าจะต้องถูกลากเข้าสู่แผนการของวิถี์อย่างแน่นอน ถึงเวลานั้น สิ่งที่พยายามมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สวีทงก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตนเองมากขึ้น ไอ้ระบบสุนัข คิดจะทำร้ายข้าจริง ๆ ด้วย!
“ข้าเลือกข้อสาม ไม่ออกจากด่าน”
ทายาทที่แท้จริงของผานกู่? ใครน่ะ? อย่ามาพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า ข้าจะฟ้องข้อหาิ่ประมาทนะ!
ยามนี้ข้าเพียง้าปิดด่านฝึกฝนอย่างสงบเงียบ เพื่อรอเวลาพิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลัง มันไม่หอมหวานกว่าหรือ?
ทันทีที่สวีทงตัดสินใจเสร็จสิ้น รากิญญาปฐมกำเนิดลี้เหลืองอำพันก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาในทันที
และในขณะเดียวกัน เสียงของเล่าจื๊อและหยวนสื่อก็ดังแว่วเข้ามา
“น้องสาม! รีบออกมาเถิด พวกเรามีธุระสำคัญจะปรึกษา!”