ซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์

    25.ทำร้านและเตรียมของ

    “ท่านไม่ต้องกลัวว่าอาหารของท่านจะไม่เป็นที่รู้จักหรอกเจ้าค่ะ ของอร่อยขนาดนั้นไม่ว่าใครก็ต้องชอบ” อี้หลันกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ“หึๆ ดูเหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจเสียจริง ข้ายกงานนี้ให้เจ้าดูแลเลยดีไหม” คำพูดของซานหลง ทำให้อี้หลันจ้องมองเขาด้วยความสนใจ แน่นอนชีวิตเธอไม่สนใจอะไรมากเท่ากับการค้าขายอีกแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตก็อยู่กับการค้าขายมาตลอด“ท่านพูดจริงหรือ...นายน้อย” แววตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง“แน่นอนสิ การใช้คนให้เหมาะกับงานก็เป็นอีกหนึ่ง ในทักษะการบริหารนะ” คำว่า บริหาร ไม่แปลกอีกแล้วสำหรับ อิ้หลัน นางถูกเขาสอนหลักการบริหารคน และแนวคิดสมัยใหม่เกี่ยวกับการค้าขาย ทุกวันที่มีเวลาว่าง“ท่านว่าข้าเหมาะกับงานนี้หรือ...” เธอถามออกมาด้วยความพาซื่อ ถึงจะรู้ว่าตนมีความสามารถอยู่บ้างแต่ สงสัยในความสามารถของตนอยู่ไม่น้อย ความไม่มั่นใจนี้เกิดจากการสูญเสียกิจการของครอบครัวไป“ไม่มีใครเหมาะมากไปกว่าเจ้าแล้ว คุณหนูอี้อ ดีตเจ้าของเหลาอาหาร งานค้าขายเป็นสิ่งที่เจ้าถนัดไม่ใช่หรือ..ไม่ลองใช้ความรู้ที่ข้าเพิ่งสอนเจ้าไปดูหน่อยละ” เขามองหล่อนด้วยสายตาอารี รอยยิ้มเย้าแหย่เชิงท้าทาย ลักษณะท่าทางดูเกินเด็กวัย 16 ไปสักหน่อย“การใช้หน้าม้านะหรือ มันจะได้ผลหรือ” เขาเคยยกตัวอย่างการใช้หน้าม้าโฆษณาชวนเชื่อในการค้าขายให้เธอฟัง และเธอก็จำมันได้ดี มันเป็นความรู้ที่แปลกใหม่และมีความเป็นไปได้สูง“ก็อย่างที่รู้ ของแบบนี้มันต้องลอง...ถ้าเจ้าช่วยข้าในเรื่องนี้ งานของข้าก็จะเบาขึ้น” เขาโน้มน้าวเลขาสาวสวย ให้รับงานนี้ไปถ้าจะพูดกันตามความจริงเขา ไม่จำเป็นที่จะต้องโน้มน้าวเธอเลยเพียงแค่สั่งงานเธอไปแค่นี้ก็จบ แต่สำหรับเขาคนที่ทำงานในตำแหน่งที่ตนพอใจ พวกเขาจะแสดงศักยภาพของตัวเองออกมามากที่สุด การหยั่งเชิงโน้มน้าวจึงเป็นวิธีที่จำเป็นควรทำ"ท่านแน่ใจรึ""ถ้าแน่ใจแต่เจ้ากล้าพอไหมที่จะลอง" เขาท้าทายยังมีงานอีกมากที่เขาต้องจัดการ เรื่องนี้ถ้าอี้หลัน สามารถช่วยเขาดูแลได้ ทำไมเขาจะไม่ยินดีวางมันลงในมือของเธอละ นางนิ่งคิดอยู่พักใหญ่ซานหลงเข้าใจว่า เธอต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ“เจ้าไม่ต้องออกหน้าไปค้าขาย ข้าให้เจ้าแค่ บริหารจัดการคนของเรา ให้ทำตามแผนการของเจ้าเท่านั้น” เขาเข้าใจความกังวลของนางดี เพราะตอนนี้คนของตระกูลเฟิง ตามหาตัวเธอแทบพลิกแผ่นดิน“แบบนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” เธอหันหน้ามาสบตาเขาเอ่ยวาจาตอบรับออกมาด้วยความหนักแน่น ซานหลงยิ้มออกมาได้“ดี ช่วงแรกข้าจะช่วยเจ้าไปก่อน จนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางดี” อีหลันยิ้มออกมาด้วยความยินดี ถึงน้ำเสียงที่ตอบรับออกไปจะหนักแน่น แต่ก็ไม่สู้มั่นใจนักว่าตนจะทำได้ดีดังที่นายน้อยคาดหวังหรือไม่เมื่อนายน้อยเอ่ยว่าจะช่วยทำไมจะไม่ยินดีล่ะทั้งคู่ตระเวนไป เพื่อหาทำเลและสถานที่ในการตั้งร้านที่เหมาะสม การเดินทางไปรอบๆ ทำให้นักวิจัยพันธุ์พืช เข้าใจยุคสมัยที่เขาอยู่ตอนนี้มากขึ้นการมองดูยุคสมัยไม่ใช่เรื่องที่อยากเย็นนัก เพียงแค่สังเกตวิถีชีวิตของคนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างเป็นตัวบ่งบอกได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเสมอไป ต้องคิดเผื่อเอาไว้ด้วยว่า สถานที่แต่ละที่มีความเจริญรุ่งเรืองแตกต่างกันไปอาหารการกินของที่นี่ยังไม่หลากหลายมากนัก นอกจากอาหารจำพวกแป้งแล้ว อย่างอื่นแทบจะเป็น Raw food การปรุงแต่งอาหารไม่หลากหลาย เครื่องเทศที่ถูกค้นพบก็ยังไม่มากนัก ยังดีที่มีอาหารพื้นฐานที่ประกอบด้วย ข้าวฟ้าง ข้าวสาลี และข้าวสาร ให้เห็นคนทั้งคู่ ตระเวนหาทำเลในการเช่าขายของอยู่พักใหญ่ กว่าจะได้ครบ 5 สาขา เล่นเอาเดินกันลิ้นห้อยเลยทีเดียวนอกจากสัญญาเช่าที่ 5 ใบ ในราคาต่างๆ กันตามแต่ทำเลและราคาที่ตกลงกันได้ ในมือของเขายังมีผ้าขาวอีก 5 ผืน ที่ถูกเขียนด้วยตัวอักษรประดิษฐ์จากร้านบัณฑิต เป็นชื่อร้านขายบาร์บีคิวเขาตั้งชื่อร้านว่า ร้านสวรรค์แห่งการกิน สาขา 1-5 เรียงกันไปตามลำดับสุดท้ายทั้งคู่ก็มาจบอยู่ที่ร้านช่างไม้ วัวเทียมเกวียน 1 หลัง ถูกเขาซื้อมาในราคา 500 เหรียญทอง ถึงจะดูแพงแต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมี เครื่องทุ่นแรงที่เหมาะสมจะช่วยให้เขาประหยัดเวลาและกำลังพลลงไปได้มาก มันเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ แต่มันก็คุ้มค่าในระยะยาวแต่ยังไงการจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียวก็เล่นเอากระเป๋าเงินของเขาเบาหวิวไปเลยอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือภาชนะสำหรับใส่อาหาร ต้องเป็นภาชนะที่มีขนาดใหญ่ และต้องมีความทนทานไม่แตกหักได้ง่ายเวลาขนย้าย สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือกล่องไม้ขุด ทนแรงกระแทกได้ดี ลงรักขัดมันดีๆ ก็ทำความสะอาดง่าย"ลุงช่างไม้พอจะมีกล่องไม้ขุดใบใหญ่ๆ ไหมขอรับ""มีแน่นอนขอรับนายน้อยกล่องอยู่หลังร้านตามข้ามาเลย" ลุงคนขาย ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เขาเดินนำเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็วเมื่อเข้ามาถึง กล่องลงรักสีดำวางเรียงซ้อนกันอยู่ 8-9 ใบ กล่องแกะสลักลวดลายสวยงาม ด้านนอกลงรักสีดำเป็นมันเงา"ใช่ที่ขนาดท่านต้องการหรือเปล่าขอรับท่านลูกค้า""ใช่เลยเถ้าแก่ นี่แหละกล่องที่ข้ากำลังตามหา มันมีฝากล่องอยู่ใช่ไหมสามารถใส่น้ำหรือของเปียกชื้นได้หรือเปล่า"เขาถามรายละเอียดของสินค้า“ได้แน่นอนขอรับ กล่องของเราทำจากไม้เนื้อแข็ง ด้านในขัดมันอย่างดี แข็งแรงทนทาน กันน้ำได้ ฝากล่องแกะสลักรูปดอกเหมย สวนงามขอรับ”“ราคาใบละเท่าไรเถ้าแก่”“13 เหรียญทองขอรับ” เมื่อได้ยินราคา ซานหลงถึงกับขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่ามันแพงไป แต่ตอนนี้เงินของเขาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว“เอ่อ หากลูกค้าซื้อหลายใบ ข้าสามารถลดราคาให้ได้นะขอรับ”“ลองว่ามาสิ! เถ้าแก่จะลดราคาอย่างไร”“ถ้าซื้อสองกล่อง ข้าจะขายให้ท่านในราคา กล่องละ12 เหรียญทองขอรับ”“โอ้ว! แล้วถ้าข้าซื้อมากกว่านั้นละ ท่านจะลดได้อีกไหม” คนขายทำหน้าเลิกลัก“เถ้าแก่ข้าซื้อเกวียนจากท่านมาแพงโข ลดให้ข้าอีกหน่อยน่า” ซานหลงเริ่มต่อรอง“ข้า...ข้าลดได้มาสุดแค่ 11 เหรียญทอง มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว” เถ้าแก่ยื่นคำขาด ราคานี้เขาได้กำไรเพียงน้อยนิด เท่านั้น“เอาหมดนี่แหละ และข้าสั่งซื้อเพิ่มอีก 40 กล่อง ท่านทำให้ข้าได้หรือไม่” เขาตกลงซื้อทันที“นะแน่ นอนนายน้อย แต่ทางร้านของเราทำได้เพียงวันละ 3 กล่องเท่านั้น” เถ้าแก่รับปาก ตะกุกตะกัก ไม่สู้จะดีใจสักเท่าไร เพราะได้กำไรจากการขายกล่องไม่มาก“ไม่เป็นไร ข้าไม่รีบ เอาตามนี้ละเถ้าแก่ ข้าจะให้คนมารับทุกๆ 3 วัน ข้าต้องจ่ายมัดจำไหม”“มะไม่ต้องขอรับ เราทำกล่องไว้ขาย 9 ใบอยู่แล้วถึงนายน้อยสั่งแล้วไม่มาเอาเราก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ เราจะไม่ทำเพิ่มนะขอรับ”การตกลงซื้อขายเป็นไปด้วยความราบรื่น เมื่อได้ของทุกอย่างตามต้องการแล้วทั้งสองก็เดินทางกลับทันทีคนทั้งสองนั่งวัวเทียมเกวียน มาถึงค่ายพัก ตอนยามอิ๋นของช่วงบ่าย คนของบิดาเตรียมออกล่าตามปกติ มีนายพรานฝึกหัด 10 คนกำลังเตรียมข้าวของที่จำเป็นในการออกล่าบริเวณอื่นๆ มีคนงานทำงานอย่างขันแข็ง ทุกคนต่างทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ หม่าเหลียง เห็นวัวเทียมเกวียนเล่มใหม่ ที่ขับเข้ามาในค่ายอย่างไม่รีบร้อน จ้องมองอยู่หลายอึดใจ เมื่อเห็นว่าคนขับคือนายน้อย มันก็รีบเข้ามาหาทันที"นายซื้อเกวียนเล่มใหม่หรือขอรับ โอ้ดูสิมันใหม่เอี่ยมเลย!!! " เห็นท่าทางราวกับเด็กๆ ของมันแล้วเขาก็อดขำออกมาไม่ได้"ลุงหม่า! มาก็ดีแล้วข้ามีงานด่วนให้ช่วยทำพอดี""คืออย่างนี้ข้าต้องการโต๊ะไม้ไผ่แบบนี้..." เขาอธิบายลักษณะของเคาน์เตอร์ ขายของแบบง่ายๆ ให้หม่าเหลียงฟัง"ให้ทำแบบนี้ 5 อัน ร้านขายบาร์บีคิวของเราจำเป็นต้องใช้มัน" การขายของประเภทของกินความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นยุคไหนสมัยไหน เคาน์เตอร์ขายของจึงเป็นสิ่งจำเป็นลำดับต้นๆ สำหรับเขาอย่างน้อยๆ ตอนนี้ไม้ไผ่ก็เป็นอะไรที่หาได้ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนอะไรเลยก็สามารถมีเคาน์เตอร์ขายของสวยๆ ได้“ได้ขอรับนายน้อย ข้าจะพาพี่น้องมาช่วยทำทันที”“ดี ช่วยๆ กันจะได้เสร็จไวๆ งานอื่นๆ วางเอาไว้ก่อน ข้าต้องการให้งานนี้เสร็จภายในวันพรุ่ง”“ไม่ต้องห่วงขอรับ เสร็งภายในวันพรุ่งนี้แน่นอน” หม่าเหลียงรับปากอย่างแข็งขันวันถัดมา หม่าเหลียงและพี่น้องก็จัดการงานที่เขาสั่ง เสร็จเรียบร้อย เคาน์เตอร์ ไม้ไผ่ ถูกขนไปติดตั้งตามจุดขายที่ทำสัญญาเช่าเอาไว้เรียบร้อยบ่ายวันนี้ ที่โรงครัวของค่าย มารดาและคนของนางกำลังวุ่นวายอยู่กับการตระเตรียมของที่จะต้องขายในวันพรุ่งนี้ ซานหลงจัดการหมักเนื้อหมูช่วยมารดาอย่างแข็งขัน เขาอธิบายขั้นตอนการทำให้สาวๆ ทุกคนเข้าใจ และลองทำดูพวกนางก็ตั้งอกตั้งใจเรียนรู้กันอย่างเต็มที่ในเพิงไม้ไผ่ที่มุงด้วยตับหญ้าคาถูกทำเป็นโรงครัวชั่วคราว มีลูกทีมของซานยี่ 10 คนช่วยกันเตรียมวัตถุดิบอย่างแข็งขัน อี้หลันนั่งอยู่ข้างๆ เขาคอยหยิบนั่นจับนี่ ช่วยสองแม่ลูกอย่างรู้งาน“ทำเยอะขนาดนี้จะขายหมดหรือลูก” ซานยี่มองดูกองวัตถุดิบในถังไม้ด้วยความกังวล“ไม่เยอะหรอกท่านแม่ จริงๆ ข้าตั้งเป้าเอาไว้คือ 1500 ไม้ แต่ตอนนี้คงไม่ได้เสียแล้ว” ซานหลง ตอบออกมาด้วยความกังวลเช่นกัน เพราะยอดที่ตั้งเป้าเอาไว้มันไม่ได้ตามเป้าเสียแล้ว ตอนนี้ทำได้เพียง 1200 ไม้ เท่านั้น เนื้อหมูก็หมดลงเสียแล้ว กว่าทีมล่าสัตว์ของบิดาจะกลับมาก็คงเตรียมอะไรไม่ทันเสียแล้ว