-[ลีกียอง]-
หลังจากคนที่ชื่อคิมฮยอนซองพาฉันมาที่กิลด์พารันเขาก็ยังอุ้มฉันไม่ยอมปล่อยให้เท้าของฉันได้แตะพื้นเลยสักนิดแล้วยังเดินเข้าไปในกิลด์อย่างหน้าตาเฉยจนฉันได้เจอกับพนักงานภายในกิลด์ที่ตอนนี้ได้มีสีหน้าตกตะลึงก่อนจะมารุมล้อมรอบตัวฉันพร้อมกับถามด้วยความเป็ห่วงจนฉันตาลายไปหมด
แต่เหมือนว่า์ยังมีเมตตาที่คิมฮยอนซองคนนั้นดูเหมือนว่าจะจับสังเกตอาการของฉันได้จึงไล่ทุกคนไปทำงานกันให้หมดก่อนที่จะพาฉันไปยังห้องๆหนึ่งที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงทั้งตู้โชว์กระเป๋าแบรนด์เนมหรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เล่นแร่แปรธาตุที่ฉันยังไม่เคยเห็นในหนังสือของจินชิง
แต่ถึงจะมีของราคาแพงหรือห้องกว้างแค่ไหนก็ไม่ได้ทำให้หัวใจของฉันสงบลงเลยเพราะั้แ่ที่ฉันสังเกตมาฉันยังไม่เจอหน้าต่างสักบานเลยและที่สำคัญ...
ทำไมกลอนล็อคประตูถึงอยู่ข้างนอก?
ฉันมั่นใจว่าต่อให้ฉันจะอายุมากแค่ไหนฉันก็ไม่มีทางยอมให้ตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถรับรู้ข่าวสารแบบนี้ได้แน่นอกซะจากว่าฉันไม่มีทางเลือกหรือฉันสามารถรับรู้ข่าวสารได้ถึงแม้จะอยู่ในสภาพนี้ก็ตาม
แต่ถ้าให้ฉันเดาคงจะเป็อย่างหลังมากกว่าเพราะตอนที่จินชิงได้เล่าประวัติของฉันเขาได้บอกว่าฉันมีคนที่ตัวเองไว้ใจอยู่ซึ่งคนๆนั้นก็คือกิลด์มาสเตอร์และคนในกิลด์พารัน
“คุณกียองรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหมครับ?”
ในระหว่างที่ฉันกำลังใช้ความคิดอยู่นั้นรู้สึกตัวอีกทีก็คือตอนที่คิมฮยอนซองจับฉันนั่งลงบนเตียงก่อนที่จะฟุบหน้าลงที่ตักของฉันพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเหมือนกับลูกแกะที่น่าสงสาร
“คุณกียอง ผมใมากเลยนะครับตอนที่เห็นคุณเป็อย่างนี้”
“...”
“ทำไมกัน…ทุกครั้งที่ผมเผลอคาดสายตาไปจากคุณมักจะเกิดเื่ไม่ดีกับคุณอยู่เรื่อยเลย”
ตัวฉันในอนาคตไปทำอะไรไว้เนี่ย
“หรือว่า…ผมต้อง..”
ทำไมรู้สึกสังหรใจไม่ดีเลยแฮะ
“คือว่า!...คุณกับผมเราเป็อะไรกันเหรอครับ”
ไม่รู้ทำไมลางสังหรของฉันบอกว่าถ้าปล่อยให้เขาพูดจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้น
“พวกเรา..”
หลังจากที่ฉันหลุดประโยคคำถามนั้นออกไปเขาก็ได้กลับมามีสีหน้าปกติอีกครั้งก่อนที่จะตอบคำถามของฉันและเล่าอีกหลายเื่ในเื่ที่ฉันไม่ได้ถาม
“เอ่อ..คุณกียองครับ”
“ครับ?”
“ตอนนี้ถึงเวลานอนของคุณแล้วนะครับ”
“เอ๊”
“ผมขอเสียมารยาทนะครับ”
ไม่รอให้ฉันอนุญาตคิมฮยอนซองก็ยื่นมือมาแตะที่หน้าอกของฉันอย่างแ่เบาก่อนที่มือของเขาจะเื่แสงสีฟ้าอ่อนทันใดนั้นเองร่างกายของฉันก็รู้สึกเบาสบายเหมือนกำลังถูกนวดอยู่และสิ่งสุดท้ายก่อนที่เปลือกตาของฉันกำลังจะปิดลงคือรอยยิ้มของคิมฮยอนซองที่เต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยน
.
.
.
.
.
.
หลังจากที่คิมฮยอนซองมั่นใจว่าลีกียองได้หลับไปแล้วแววตาของเขาก็ดำมืดลงพร้อมกับรอยยิ้มที่เลือนหายไป
แต่ถึงใบหน้าของเขาจะแฝงไปด้วยความเ็ามากแค่ไหนแต่ฝ่ามือของเขานั้นก็ยังคงลูบผมของลีกียองอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปแล้วพยายามล็อคประตูจากข้างนอกให้เบาที่สุดก่อนที่จะปรายตามองไปยังผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างประตู
“เฝ้าที่นี่ให้ดี”
“รับทราบค่ะ”
เมื่อคิมฮยอนซองได้กำชับผู้คุ้มกันเป็ที่เรียบร้อยเขาก็เดินไปที่ห้องทำงานของเขาอย่างช้าๆโดยที่ไม่สนว่าตอนนี้มีคนกำลังรอคำตอบของเขาอยู่กี่คน
“มาช้านะคะ”
“ตอนนี้จะบอกได้รึยังคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณกียองกันแน่”
“นั่นสิครับเกิดอะไรกับลูกพี่กันแน่ทำไมคุณคิมฮยอนซองถึงไม่ให้พวกเราเข้าไปหาลูกพี่ล่ะครับ?”
ในตอนที่คิมฮยอนซองได้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องก็พลันได้ยินเสียงตำหนิจากซองฮียองตามด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วงของอีลูน่ากับพัดด็อกกู
ซึ่งมันเป็สิ่งที่คิมฮยอนซองได้คาดการเอาไว้ก่อนแล้วเพราะทันทีที่เขาได้อุ้มลีกียองเข้าห้องคิมฮยอนซองได้อาศัยจังหวะที่ลีกียองเผลอรีบส่งข้อความสั่งคุณคิมมิยองไม่ให้ใครเข้ามาในห้องนี้จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากเขา
และทันทีที่เขาเข้ามาถึงจะมีเพียงแค่สามคนที่ถามแต่เขามั่นใจว่าทุกคนในห้องนี้นั้นเป็ห่วงลีกียองกันหมดทุกคนแต่ทุกคนแค่รอให้คิมฮยอนซองพูดออกมาเอง
“ตอนนี้คุณกียองได้กลายเป็เด็กแล้วครับ”
!!!
“ได้ยังไงกันครับ!”
“ใครเป็คนทำร้ายพี่กียอง!!”
“เอ่อ…คือว่า”
คิมฮยอนซองได้เผยสีหน้าที่แสดงถึงความลังเลอย่างชัดเจนจนทุกคนในห้องนั้นเริ่มสงสัยว่าสาเหตุนั้นมันคืออะไรกันแน่ถึงทำให้หัวหน้าของพวกเขาแสดงสีหน้าแบบนี้ได้
“คุณกียองเขา...”
“เขาทำไมเหรอคะ?”
“เขา...เขาทำน้ำยาหกใส่ตัวเองในระหว่างการทดลองเข้าน่ะครับ”
“...”ทุกคนต่างพร้อมใจกันเงียบโดยไม่ได้นัดหมาย
“มันอาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อถือแต่ผมเดาว่าเขาคงจะมัวสนใจแต่การทดลองจนลืมเก็บห้องแล้วขาของเขาก็คงจะเผลอไปเหยียบอะไรบางอย่างจนเสียการทรงตัวทำให้ยาที่เขาถืออยู่หกใส่ตัวเขาน่ะครับ”
“...”
“มัน...ฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเลยนะคะ”
“ไม่ครับมันอาจจะเป็อย่างที่คุณฮยอนซองพูดมาก็ได้นะครับ”
“เอะ..แต่-”
“มีอยู่่หนึ่งที่ลูกพี่มัวสนใจแต่การทดลองจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนแล้วยังแทบไม่ได้ออกจากห้องเลย”
“ช..ใช่ค่ะฉันเป็พยานได้ ตอนนั้น...พี่กียองแทบจะไม่ได้ทานข้าวอีกด้วย”
“…”
ทุกคนได้แต่มองหน้ากันอย่างปลงตกเพราะไม่คิดว่าสาเหตุจากเื่ทั้งหมดจะมาจากตัวของลีกียองเอง
คิมฮยอนซองจึงรีบจบการสนทนาก่อนที่บรรยากาศจะแย่ไปกว่านี้ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและผ่อนคลาย
“งั้นทุกคนแยกย้ายกันไปนอนก่อนนะครับส่วนเื่ที่จะไปเยี่ยมคุณกียองนั้น...เอาไว้ค่อยไปเยี่ยมพรุ่งนี้แล้วกันนะครับเพราะตอนนี้คุณกียองกำลังหลับอยู่”
“ครับ/ค่ะ”
“ทุกคนยกเว้นคุณคิมมิยองไปได้ครับ”
“...”
ท่าทีของทุกคนนั้นไม่ได้ดูใมากเพราะทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าคิมฮยอนซองจะต้องสั่งให้คิมมิยองไปทำอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับลีกียองแน่ๆ
พวกเขาจึงเลือกที่จะเดินกลับห้องไปโดยไม่มีใครคิดที่จะสงสัยหรือตั้งคำถามว่าคิมฮยอนซองจะสั่งให้คิมมิยองไปทำอะไรเพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่คิมฮยอนซองทำทั้งหมดนั้นก็เพื่อลีกียอง
“กิลด์มาสเตอร์้าอะไรเหรอคะ?”
“พรุ่งนี้คุณช่วยยกงานเอกสารของผมทั้งหมดไปไว้ในของคุณกียองด้วยนะครับ”
“คะ?”
“แล้วก็ช่วยไปบอกคนคุ้มกันที่อยู่หน้าห้องของกียองว่าไม่ต้องไปเฝ้าแล้วนะครับ”
“...”
“เพราะหลังจากนี้ผมจะรับหน้าที่นั้นเอง”