"ฮัดชิ้ว!"
“ใครมันเป็คนจัดที่นอนให้ข้าเมื่อคืนข้าจามไม่หยุดเลย....พ่อบ้าน!
ไปเอาตัวมัน แล้วโบยสักยี่สิบทีไอ้พวกี้เี ทำข้าเป็หวัด”
ตั๋งโต๊ะโมโห อยู่ในเต็นท์ค่ายทหารแห่งหนึ่ง
…ท่าเรือ...
“เมื่อไรเรือจะมาถึงนะไอ้เราก็กลัวเหมือนกันถ้ายังอยู่ที่เดิมอยากไปให้พ้นๆ”
หานอี้ต้องแสดงความนิ่งเก็บอาการแม้ภายในใจ จะร้อนรนก็ตาม
...........................................................................
เดินทางมาถึงเมืองปักไฮ มณฑลเฉงจิ๋วเป็มณฑลที่มีทะเลและูเา
เหมาะที่จะตั้งถิ่นฐานจะเดินทางไปทำค้าขายแถวภาพกลางก็สะดวก
มีท่าเรือในอำเภอใกล้เคียง มีรถม้าวิ่งจากตัวเมืองปักไฮไปอำเภอลกเส
หลายรอบต่อวัน พวกเขาจึงเลือกอยู่นอกเมืองแม้จะเป็เื่อันตราย
จากโจรป่า แต่ด้วยศักยภาพที่ได้ทำการฝึกฝนกับพวกผ้าเหลือง
เื่พละกำลังคนในครอบครัวก็ไม่เป็สองรองใคร
หานอี้จึงไม่กังวนเื่ความปลอดภัย
เพราะตัวเขาเองก็เริ่มมีพละกำลังมากขึ้นตัวสูงใหญ่ขึ้น จะเทียบเท่ากับพ่อแล้ว
ทั้งๆที่ตัวเองพึ่งจะอายุสิบสี่ปีแต่ในวันแรกที่มายังโลกนี้ตัวเขาในเวลานั้น
ส่วนสูงยังด้อยกว่าเ้าอ้วนที่อายุน้อยกว่าตนหนึ่งปี
เพียงเวลาสองเดือนกว่าตนได้แซงแม่กับพี่ไปแล้ว มาเทียบเท่ากับพ่อ
ที่ความสูงน่าจะอยู่ร้อยเก้าสิบซม.
“มันแปลกไปนะ นี้เราสูงเร็วไป สองเดือนกว่าสูงขึ้นเกือบหนึ่งฟุต”
หานอี้ตั้งสมมติฐานถึงความเป็ไปได้ ที่ิญญาของตน
มาอยู่ในร่างนี้แล้วเกิดการกลายพันธ์ร่างของอีกคน ิญญาของอีกคน
ิญญาอาจจะมีส่วนในการกำหนดรูปแบบ
รูปร่างหน้าตาอวัยวะภายนอก ภายใน สังเกตได้
รูปร่างหน้าตาของตนเปลี่ยนไปมากเช่นกันตอนนี้เหมือนคนละคนกันแล้ว
ศักยภาพทางร่างกายของตนเองก็มีมากเกินกว่ามนุษย์ทั่วไป
สายตามองได้ไกลขนาดยืนมองมดยังเห็นขาของพวกมันเลย
ยุงบินไปมาตนสามารถเห็นแม้แต่ปีกที่กระพืออยู่
หูที่มักได้ยินเสียงแมลงตัวเล็กบินไปมาและเริ่มรำคาญเสียงพูดดัง
ของคนในครอบครัวเสียงนอนกรนของเ้าอ้วนกับพ่อ
“ต้องฝึกการควบคุม สายตาที่มองใกล้ไกลเกินไปมันทำให้เวียนหัว
หูที่ได้ยินชัดไป มันทำให้รำคาญ ไม่มีสมาธิเมื่อ้า”
ถึงว่าโชคดีอีกครั้งที่ได้รับการกลายพันธ์
“การกลายพันธ์คำนี้ให้ความรู้สึกเหมือนตูไม่ใช่คนเลยเว้ย”
พวกเขาเลือกสร้างบ้านบนเนินเขาข้างทาง
จากถนนเดินขึ้นไปประมาณหนึ่งร้อยก้าวจบวันแรกได้แค่เสาบ้าน
วันที่สองหลังคา ใช้เวลาถึงสิบแปดวันสร้างเสร็จ
ทุกคนได้ห้องที่กว้างใหญ่กว่าเดิมบ้านดินทรงกลม กว้างหกตารางวา
มีแยกห้องครัวห้องนั่งเล่นและห้องเก็บวัสดุอุปกรณ์ ที่สำคัญมีห้องใต้ดิน
โดยได้ตนแบบมาจากอินเตอร์เน็ต
“ท่านพี่พรุ่งนี้ท่านเข้าเมืองกับข้านะ ไปเดินดู เดินหาช่องทางทำมาหากินกัน”
“ข้าจะไปด้วยท่านพี่” เสียงหางถง
“เ้าอยู่ช่วยพ่อกับแม่แต่งบ้านให้เสร็จดีกว่า พอข้าเจอของที่จะขายเ้าค่อยไป”
ได้คำตอบจากหานอี้ เ้าอ้วนก็คอตกไม่มีใครสนใจมันอีก
บนเตียงไม้ไผ่ หานอี้นั่งนับเงิน 9ตำลึง 37 อีแปะ
“เห้ย.....เงินหายไปเยอะเลย...”
นอนเอามือก่ายหน้าผากเงินที่เหลือของตนน้อยกว่าที่คาด
ตอนแรกตั้งใจจะมาทำธุรกิจผ้าเป็การย้อมผ้าสี
โดยเน้นสีและลวดลาย ที่ยังไม่มีในยุคแต่ต้องใช้ทุนประมาณ 50 ตำลึง
ผ้ากับสีมีราคาแพงเกินไป ถ้าตนสามารถย้อมสีม่วงได้เงิน 1,000 ตำลึง
จะไม่ใช่เื่ไกลตัวอีกต่อไป หรือว่าเราควรทำสีย้อมผ้าสังเคราะห์ดี
แต่ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีทำสีสังเคราะห์มีน้อยมาก
ถ้าทำจริงน่าจะต้องใช้เวลาเป็ปีเื่นี้ไม่ง่ายเลย
กว่าที่มนุษย์จะรู้จักวิธีย้อมผ้าจากสีสังเคราะห์ก็ อีกตั้ง 1,672 ปีข้างหน้า
ใช้สีธรรมชาติไปก่อนแล้วกันแม้จะใช้ทุนเยอะ แต่ก็ขายได้แพงอยู่ดี
ใช้เ้าอ้วนเผาถ่านรวบรวมเงินทุนไปก่อนหน้าที่เก็บไม้ให้พ่อรับผิดชอบ
มีงานทำแกคงจะเลิกคิดฟุ้งซ่านบ้างเื่มันก็ผ่านไปแล้ว
มันก็คือการเมืองชาวบ้านไล่ตามเกมการเมืองไม่ทันหรอกจะยุคไหนๆ
ก็มีคนตายมีโศกนาฏกรรมการเมืองให้เห็นตลอด
บางวันก็ให้เ้าอ้วนไปช่วยแบกไม้ด้วยแล้วกัน
หานอี้มองเทียนจากไขมันสัตว์ที่แม่ทำมาโลกนี้ก็หลายเดือนแล้ว
ตนยังไม่ชินก็กลิ่นเหม็นของมันหรือว่าเราทำเทียนจากขี้ผึ้งดี
มันก็แพงอีกนั้นละใครจะไปซื้อ เป่าเทียนนอนดีกว่าคิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์
พวกหานอี้ออกเดินทางแต่เช้าระยะทางจากบ้านมาถึงเมืองปักไฮ
อยู่ประมาณหก ลี้ แต่ใช้เวลาเดินทางไม่นาน มาถึงเมืองยังเช้าอยู่เลย
เมืองนี้ดูด้วยตาขนาดเหมือนจะเล็กกว่าเมืองปักเป๋ง
สิ่งค้าที่วางขายในตลาดตามแผงลอยก็ใกล้เคียงกัน จะมีแตกต่างบ้าง
เพราะมณฑลอิวจิ๋วเป็เขตที่มีอากาศหนาวเย็นกว่า
ส่วนมณฑลเฉงจิ๋วจะมีอากาศร้อนกว่าและมีลมทะเลจากทิศตะวันออก
พวกหานอี้เดินหาอ้อยแต่ก็ต้องผิดหวังสงสัยจะเป็จริงตามที่ลุงหลูบอก
อ้อยจะมีแค่ในเมืองหลวงกับที่ไร่ของลุงลุงแก่ได้รับอ้อยมาจากญาติที่เป็พ่อค้า
ไปทำการค้ากับต่างแดนเปลี่ยนมาสำรวจโรงเตี๊ยมก็มีน้อยกว่าเมืองเก่า
หานอี้เดินดูทั่วเมืองก็ยังไม่มีอะไรที่น่าสนใจคงถึงเวลาทำสบู่แล้วละ
ก่อนกลับบ้านทั้งสองคนแวะซื้อข้าวสารเครื่องเทศหายาก
พวกผักนิดหน่อยเอาไว้เพาะพันธ์ออกจากเมืองมาถึงบ้านก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี หลังทานอาหารเย็นหานอี้เรียกประชุมและอธิบายขั้นตอนการทำสบู่
พวกเขามีเนื้อจากการล่าอยู่แล้วและแม่ก็มักจะเก็บไขมันสัตว์เป็ประจำ
ขี้เถ้าก็มีมากจากการเผาถ่าน
แคลเซียมคาร์บอเนต ในเมือง ในมณฑลนี้ก็มีมาก มันคือเปลือกหอย
เราสามารถขอให้เด็กล้างจานตามร้านตามโรงเตี๊ยมเก็บให้โดยมีค่าตอบแทน