สีหน้าใสามส่วน ประหลาดใจเจ็ดส่วนของเซียวเจิ้งช่างดูยอดเยี่ยมมากทีเดียว ในขณะที่พี่หงคิดที่จะซ้ำเติม เซียวเจิ้งก็เก็บสีหน้าซับซ้อนนั่นกลับไป
“ฟู่ว”
เขาสูบบุหรี่ แล้วกล่าวด้วยความดีใจว่า
“ฉันว่าแล้วเชียว คืนนั้นฉันแค่ดื่มหนักไปหน่อยเท่านั้น ไม่ได้ตาบอด ถูกความหื่นมาบังตา ถึงจะหิวแค่ไหนก็ไม่ได้ถึงกับจำใจยอมทน โชคดีที่ฉันแค่ตื่นตูมไปเอง”
พี่หงยังไม่ทันที่จะได้ะเิอารมณ์ออกมา เซียวเจิ้งก็ผลักประตูเดินเข้าไปข้างในและยังไม่วายกล่าวทิ้งท้ายว่า
“ขอกาแฟไม่ใส่น้ำตาลด้วย ขอบคุณครับ”
เซียวเจิ้งนึกถึงคำหกคำที่อยู่บนป้ายตรงประตู ‘ห้องทำงานของประธาน’ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ คนที่รอเขาอยู่ในห้องนี้คือเ้านายของพี่หง เศรษฐีนีผู้มีทรัพย์สินหลายร้อยล้าน.........
เศรษฐีนี ลูกคุณหนูไฮโซประเภทนี้ ไม่ใช่ว่าควรจะเปลี่ยนผู้ชายเหมือนชุดชั้นใน เป็เ้าสาวทุกค่ำคืนหรอกเหรอ? นอนด้วยกันแค่คืนเดียว เธอจะมาติดพันกับเขาได้ยังไง? หรือว่าจิติญญาและบุคลิกภาพที่สูงส่ง สง่างามของเขาทำให้เธอติดใจอย่างไม่รู้ตัว?
ห้องทำงานกว้างขวางมาก ทางด้านซ้ายมือคือชั้นหนังสือไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ตั้งเรียงกันเป็แถว มีคอลเลกชันหนังสือชื่อดังระดับโลกอยู่มากมาย ซึ่งส่วนมากเป็หนังสือที่มีสำเนาฉบับเดียว ทางด้านขวามือมีพื้นที่รับรองแขกขนาดเล็ก โซฟาและโต๊ะกาแฟถูกจัดวางอย่างไม่เป็มิตรเท่าที่ควร ไม่มีที่เขี่ยบุหรี่ ไม่มีนิตยสาร แม้แต่สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทำเครื่องดื่มก็ยังหาไม่พบ แถมพรมในบริเวณนี้ก็ยังดูใหม่กว่าบริเวณอื่นอย่างเห็นได้ชัด เซียวเจิ้งสรุปได้ว่า เ้าของห้องทำงานนี้ไม่เคยรับรองแขกคนไหนที่นี่
และในเวลานี้ บนโซฟาเดี่ยวในพื้นที่รับรองแขก มีสาวสวยชั้นหนึ่งในชุดทำงานที่ดูเ็าไปถึงกระดูกกำลังนั่งอยู่ที่นั่น บนใบหน้าสวย ๆ ที่ขาวราวกับหิมะ คล้ายกับมีตัวอักษรเขียนว่า ‘คนแปลกหน้าอย่าเข้ามาใกล้’ ดวงตาคู่สวยเหมือนน้ำในฤดูใบไม้ร่วงทอประกายแสงเ็า ขับไล่คนที่อยู่ห่างออกไปนับพันไมล์ บางทีอาจจะเป็เพราะตัวตนของเธอ อุณหภูมิภายในห้องทำงานที่กว้างขวางจึงลดฮวบลง จนท้องฟ้าด้านนอกมีน้ำแข็งและเปลวไฟก่อตัวขึ้น
เซียวเจิ้งสังเกตเห็นว่า ถัดไปจากสาวสวยคนนั้นมีชายวัยกลางคน อายุประมาณ 40 ปียืนอยู่ด้วย เขาสวมชุดสูทเรียบร้อยดูดี รองเท้าหนังเงาวับ แต่ใบหน้าที่แสนสุภาพกลับฉายความกังวลและตึงเครียด เห็นได้ชัดว่าการอยู่ในห้องเดียวกับผู้หญิงเ็าคือเื่ที่ทรมานมากสำหรับเขา โดยเฉพาะเมื่อต้องยืนข้าง ๆ เธอ
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ในขณะที่เซียวเจิ้งกำลังเดินเข้าไปในพื้นที่รับรองแขก ผู้หญิงเ็าคนนั้นก็เปิดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เผยความน่าเกรงขามออกมาอย่างปิดไม่มิด แม้แต่ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างกายเธอก็ยังรู้สึกยำเกรง ยืดตัวตรงราวกับทหาร ดูตลกมากทีเดียว
ในทางกลับกัน เซียวเจิ้งก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน และทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามของผู้หญิงคนนั้น สิ่งที่คั่นกลางมีเพียงโต๊ะกาแฟที่กว้างไม่ถึงหนึ่งเมตร เขาชื่นชมคนงามในระยะประชิดอย่างไร้ยางอาย
ผู้หญิงคนนี้สวยจนน่าทึ่ง
ใบหน้าราวกับถูกแกะสลักออกมาด้วยความประณีตยิ่งกว่าเนรมิต ผิวเนียนละเอียดเหมือนไข่ขาว ริมฝีปากสีแดงเหมือนกลีบดอกไม้ ฟันขาวเปล่งประกายเหมือนหอยมุก สีหน้าดูเย่อหยิ่งเ็า ทำให้ผู้ชายส่วนมากเพียงแค่มองก็เกิดความรู้สึกด้อยค่า เกิดปมด้อยอย่างร้ายแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
แต่เซียวเจิ้งได้ป้องกันออร่าอันเฉียบคมของเธอโดยอัตโนมัติ หลังจากที่ตั้งอกตั้งใจมองเธอด้วยความสบายใจ เขาก็กล่าวอย่างนิ่งงัน
“ในที่สุดฉันก็ค้นพบสาเหตุของเซ็กส์หลังดื่มเหล้าในคืนนั้นแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันคิดว่าฉันก็จะเปิดห้องกับเธออย่างไม่ลังเลเหมือนเดิม ถึงแม้ว่ามันจะเป็โรงแรมห้าดาวก็เถอะ”
ดวงตาคู่สวยของหญิงสาวเปลี่ยนจากน้ำแข็งเป็เปลวไฟในทันที เธออยากจะยิงเปลวไฟนั้นใส่ร่างของเซียวเจิ้ง แผดเผากระดูกของเขาไม่ให้เหลือ ทำให้กระดูกของเขากลายเป็เถ้าถ่าน!
ชายวัยกลางคนผู้รู้เื่ราวภายใน รู้สึกนับถือคำพูดเย้ยฟ้าท้าดินของเซียวเจิ้ง และเห็นใจเขาไปด้วย
ล่วงเกินใครไม่ล่วงเกิน? ดันไปล่วงเกินหญิงแกร่งอันดับหนึ่งในตึกเอ็มไพร์สเตท? เศรษฐีนีผู้ล้ำสมัยแห่งเมืองิจู?
มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าหัวหน้ากลุ่มบริษัทซินอ้าวเกลียดผู้ชาย คุณก็ยังไปกินดีเสือ กล้าฉวยโอกาสในยามที่สาวสวยูเาน้ำแข็งดื่มจนเมา พาเธอไปเปิดห้อง
น้องชาย รู้ไหมว่าคำว่า ‘ตาย’ สะกดยังไง?
หน้าอกและหน้าท้องของหลินฮั่วอินคล้ายจะลุกเป็ไฟ อารมณ์ของเธอโหมกระหน่ำอย่างห้ามไม่อยู่ ในท้ายที่สุดเธอต้องใช้พลังมหาศาลในการควบคุมเส้นประสาทที่จวนจะะเิ จากนั้นจึงกัดฟันพูดออกมา
“ทนายเติ้ง ส่งข้อมูลกับสัญญาทั้งหมดให้เขาที”
“ครับ บอส”
ทนายเติ้งพยักหน้าด้วยความประหม่า จากนั้นจึงหยิบเอกสารข้อมูลและสัญญาที่เตรียมเอาไว้ั้แ่เมื่อคืนออกมาจากซองเอกสาร
“ข้อมูลอะไร?”
เซียวเจิ้งสะบัดขี้บุหรี่ให้กระเด็นไปทั่วพรมอย่างชำนาญ
พฤติกรรมหยาบคายไม่สุภาพนี้ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนรักความสะอาดอย่างหญิงสาวูเาน้ำแข็งเป็อย่างมาก แต่เธอก็สะกดอารมณ์เอาไว้อีกครั้ง บนใบหน้าเ็าและงดงามขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอัดอั้น เห็นได้ชัดว่าใกล้จะพังทลายในอีกไม่ช้า
“ข้อมูลส่วนตัวของบอส และสัญญาการสมรสของพวกคุณครับ”
ทนายเติ้งอธิบายด้วยความอดทน
“สถานการณ์ระหว่างพวกคุณนั้นค่อนข้างพิเศษ ถึงแม้ว่าสัญญาในการสมรสฉบับนี้จะไม่เป็ไปตามขั้นตอนของกระทรวงกิจการพลเรือน แต่ภายใน่ระยะเวลาของสัญญาจะยังคงมีผลทางกฎหมาย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลงจะต้องรับผิดชอบตามข้อกฎหมายและชดใช้ค่าเสียหายครับ”
เซียวเจิ้งพยักหน้าแสดงความเข้าใจไปส่งๆ จากนั้นจึงนำข้อมูลของหญิงสาวูเาน้ำแข็งขึ้นมาเปิดอ่าน แล้วพูดขึ้นมา
“ในเมื่อฉันจำใจยอมรับข้อเรียกร้องแสนเผด็จการของเธอแล้ว ฉันก็จะทำตามนั้น ไม่มีความจำเป็อะไรที่จะต้องเอาข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของเธอมาให้ฉันดูหรอก พูดตรงๆ เลยนะ แค่เห็นหน้าเธอ ฉันก็ไม่สนใจแล้วว่าเธอจะเป็มิจฉาชีพหรือนางนกต่อ”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่สายตาของเขาก็จ้องมองไปยังข้อมูลส่วนตัวของเธออยู่ดี
“หลินฮั่วอิน—ที่แท้เธอก็คือหลินฮั่วอินนี่เอง”
มุมปากของเซียวเจิ้งยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงกวาดสายตาอ่านต่อ
“อายุ 27 ปี—เธออายุ 27 ปีจริงดิ? อายุมากกว่าฉัน 2 ปีแฮะ โอ้ จบจากฮาร์วาร์ด แถมยังจบปริญญาโทด้านธุรกิจ เป็เด็กเรียนซะด้วย เป็ประธานกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัทซินอ้าว เฮ้ อายุ 27 ปีก็ขึ้นเป็ CEO แล้วเนี่ยนะ? ครอบครัวของเธอมีอิทธิพลมาก เธอใช้เส้นสายหรือเปล่าเนี่ย?”
เซียวเจิ้งอ่านข้อมูลส่วนตัวของหลินฮั่วอิน แล้วกล่าววิจารณ์เศรษฐีนีรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งเมืองิจูอย่างรุนแรงไปด้วย มะเร็งความคิดของโรคเกลียดชังคนรวยเริ่มเผยออกมา
สีหน้าของหลินฮั่วอินมืดครึ้มไปเพราะคำวิจารณ์อันเลวร้ายของเซียวเจิ้ง ใบหน้ากลายเป็สีขาวสลับเขียว มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น แทบจะปล่อยหมัดออกไปได้ทุกเมื่อ
แต่เธอยังคงอดทน เธอจะต้องอดทนเอาไว้ เพราะเซียวเจิ้งยังไม่ได้ลงนาม สัญญาการสมรสของเธอยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็ทางการ
“แค่ก ๆ”
ทนายเติ้งสังเกตเห็นว่าเพลิงแห่งโทสะของประธานหลินกำลังจะลุกโชนขึ้นมาแล้ว เขากระแอมไอออกมาทันที
“คุณเซียว คุณดูข้อตกลงในการสมรสก่อนเถอะครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร คุณก็ช่วยเซ็น สัญญาจะได้มีผล”
“อืม ฉันก็ไม่อยากจะทำให้ทุกคนเสียเวลาอันมีค่าไปเหมือนกัน”
เซียวเจิ้งหยิบสัญญาการสมรสขึ้นมากวาดสายตามอง จากนั้นจึงกล่าวคัดค้านขึ้นมา
“เงื่อนไขส่วนใหญ่ฉันยอมรับได้ แต่หนึ่งในนั้น ฉันคิดว่ามันขาดการไตร่ตรอง”
ดวงตาของทนายเติ้งเปล่งแสง แอบคิดในใจว่าเด็กคนนี้คิดจะเล่นลูกไม้อะไรอีก? เขาเอ่ยถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
“คุณเซียว มีข้อไหนที่คุณคิดว่าไม่สมเหตุสมผลครับ?”
เซียวเจิ้งนำบุหรี่ขึ้นมาสูบ แล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า
“ข้อที่ 9: ในระหว่างข้อตกลง ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเป็สามีภรรยากันในนาม แต่ไม่จำเป็ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ของสามีภรรยา ฉันคิดว่าข้อนี้มันดูไม่สมเหตุสมผลอยู่นิดหน่อย”
“คุณมีปัญหาอะไรครับ?”
ทนายเติ้งมุมปากกระตุก รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาตงิดๆ
“ทนายเติ้ง คุณเองก็เคยผ่านมันมาก่อน ผมเชื่อว่าคุณเข้าใจความลำบากของผม”
เซียวเจิ้งกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ชายหนุ่มที่กระฉับกระเฉงทรงพลังอย่างผมมักจะโทรชวนเพื่อนไปดื่มเหล้า แหกปาก พูดคุยเื่ลามกกัน ถ้ามีอารมณ์ขึ้นมาก็ต้องอยากหาทางออกใช่ไหม? คุณอาจจะเห็นว่ามันดี ในแง่หนึ่งยังสามารถเอาศีลธรรมมายับยั้งพฤติกรรมของผมได้ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การห้ามไม่ให้ทำเื่ระหว่างสามีภรรยา นั่นไม่ใช่ว่าจงใจทำให้ผมอัดอั้นจนตายหรอกเหรอ---”
ขวับ!
ฟางเส้นสุดท้ายขาดผึง หลินฮั่วอินตัวสั่น หยิบมีดตัดกระดาษที่พกติดตัวออกมาชี้ไปยังเซียวเจิ้ง จากนั้นจึงร้องคำรามราวกับสิงโตตัวเมียที่กำลังโกรธ
“ถ้านายยังกล้าพูดจาไร้สาระอีก ฉันกับนายจะต้องตายกันไปข้างนึง!”