ประโยคคำถามที่ไม่้าคำตอบจากอีกฝ่ายสร้างความประหลาดใจให้เธอเล็กน้อย.. แต่นั่นไม่ใช่เื่สำคัญที่สุดในตอนนี้..
ตะวันวาดยิ้มตอบพนักงานสาว ก่อนจะหันกลับไปกดลิฟต์อีกครั้ง.. เธอล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายเพื่อที่จะติดต่อเขากลับ
“เธอเป็แขกของผมครับ” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาทำให้ตะวันวาดหัวใจหยุดเต้น.. นี่เป็ครั้งที่ 3 ที่เธอเจอกับเขา.. แต่ความรู้สึกตื่นเต้นนี้ยังคงไม่หายไปสักที..
พนักงานสาวได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้ารับและหันกลับมายิ้มให้ตะวันวาด ก่อนเดินจากไป..
อันธกานต์เดินตรงมาหาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เผยให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที.. ใบหน้าหล่อเหลามีเค้าโครงว้าวุ่น..
“พี่รอตั้งนาน นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” เสียงทุ้มกล่าว.. เขายิ้มให้เธอเล็กน้อย ั์ตากลมสังเกตเห็นถึงร่องรอยแดงจางเนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์บนใบหน้าอันธกานต์..
“ตามมาสิ” เขากล่าว ร่างสูงเดินเบี่ยงตัวขึ้นนำหน้าเธอ.. ตะวันวาดกระชับกระเป๋าสะพาย หญิงสาวกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว อันธกานต์มองอากัปกิริยานั้นก่อนเดินนำหญิงสาวไปยังโต๊ะอาหาร
ชั้นบนสุดของโรงแรมเงียบสงัด.. มีเพียงเพลงบรรเลงที่ดังอย่างต่อเนื่องทำให้บรรยากาศไม่เงียบเกินไป.. ตะวันวาดหยุดเดินเมื่อมาถึงโต๊ะ เธอเห็นว่ามีเพียงไวน์แดงขวดหนึ่ง พร้อมกับแก้วที่มีไวน์เหลืออยู่ ¼ ของแก้ว..
อันธกานต์หันไปสบตากับพนักงานชายหนุ่มที่ยืนห่างออกไป เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนชายหนุ่มจะเดินกลับมาพร้อมกับเมนูอาหาร
ตะวันวาดกวาดสายตามองรายการอาหาร ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นสบกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม
อันธกานต์ไม่ได้มองเธอ.. มือเรียวยาวยกแก้วไวน์ก่อนจะกระดกมันเข้าลำคอราวกับว่าเขาไม่เคยลุกออกไปจากโต๊ะนี้.. ั์ตาคมมองผ่านเธอไปยังความว่างเปล่าภายนอก
“วันนี้คนน้อยจังนะคะ” เสียงหวานเอ่ยผ่านความเงียบ สบตากับชายหนุ่ม อันธกานต์ชะงักมือเล็กน้อย สายตาคมตวัดขึ้นสบตากับตะวันวาด
เขายิ้มให้เธอ..
ตะวันวาดรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ.. ทำไมการหายใจต่อหน้าผู้ชายคนนี้ถึงยากขนาดนี้นะ.. ขณะที่พยายามเรียกสติของตัวเอง ตะวันวาดก็ััได้ถึงร่องรอยความว้าวุ่นบนใบหน้าของอีกฝ่าย.. แม้ว่าเขาจะยิ้มให้เธอก็เถอะ..
“พี่โธนี่มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” ตะวันวาดถามอย่างใสซื่อจนอันธกานต์ต้องหัวเราะครื่นผ่านลำคอ ชายหนุ่มกวักมือเรียกพนักงาน
ตะวันวาดรู้สึกหน้าชา.. เขาหัวเราะเยาะเธอหรือเปล่า..
ไม่น่าถามเลย.. เธอคิด..
เมื่อพนักงานเดินมาที่โต๊ะ ตะวันวาดจึงต้องรีบเลือกเมนูที่้าจะสั่งอย่างเสียไม่ได้
“ซีซาร์สลัดค่ะ” เธอกล่าว มองกลับไปยังอันธกานต์
“Lamb Meatball (ลูกชิ้นเนื้อแกะ) ” เขาสั่งขณะที่ยังจ้องมองเธออยู่
ตะวันวาดรู้สึกราวกับว่าเธอนั่งอยู่ใกล้กองไฟ ทั้ง ๆ ที่เครื่องปรับอากาศอยู่ห่างออกไปไม่ไกล.. สายตาที่จับจ้องเธอมาทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่างกาย เสียงหัวใจที่เต้นอยู่เริ่มส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
พนักงานเดินกลับออกไปแล้ว.. ั้แ่เมื่อไหร่ตะวันวาดก็ไม่รู้..
“ไม่รู้สิ..”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นในที่สุด.. ประโยคที่เธอไม่เข้าใจสักนิด
“คะ? ” เสียงหวานตอบสนองอัตโนมัติ คิ้วเรียวงองุ้มเป็เชิงตั้งคำถาม
อันธกานต์หลบสายตาคนตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนหันกลับกลับไปจ้องตาเธอ
“ฉันก็ไม่รู้ว่า.. ฉันรู้สึกอะไรอยู่..” เขาเอ่ยต่อ.. ตะวันวาดเอียงหน้ามองเขาอย่างไม่รู้ตัว
“ทำไมเธอถึงถามแบบนั้น” เขาถามต่อ
ตะวันวาดชั่งใจแวบหนึ่ง
“แค่.. รู้สึกได้มั้งคะ” เธอตอบยิ้ม ๆ
อันธกานต์ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มตอบเธอ เขารินไวน์ใส่แก้วเพิ่ม ั์ตาคมสบมองเธออีกครั้ง
เขาคงไม่รู้.. ว่าเธอแทบลืมหายใจทุกครั้งที่เขามองเธอแบบนั้น.. ตะวันวาดคิด ก่อนจะรีบเลี่ยงสายตาที่จับจ้องมา
“ดื่มไวน์เป็มั้ย” เสียงทุ้มถามต่อ
ฉันสายเบียร์ค่ะพี่.. นั่นคือสิ่งที่ตะวันวาดอยากตอบ.. เธอได้แต่อมยิ้มเมื่อคิดเช่นนั้น ขณะที่อันธกานต์ได้แต่มองเธอนิ่ง ๆ
“ดื่มได้ค่ะ” คนตัวเล็กตอบ พลางคิดว่าแอลกอฮอล์น่าจะทำให้ความตื่นเต้นของเธอจางหายไปได้บ้าง
พนักงานเสิร์ฟนำแก้วไวน์ของตะวันวาดมาให้เธอไม่กี่นาทีหลังจากนั้น.. ขณะที่อันธกานต์สั่งไวน์ขวดใหม่มาเพิ่ม อาหารเริ่มถูกทยอยนำมาจัดวางบนโต๊ะอาหาร
“พี่ดื่มไปกี่ขวดแล้วคะเนี่ย” เธอถามกึ่งขบขัน พาให้อันธกานต์ยิ้มไปด้วย
“ขวดนั้นขวดที่สาม” เสียงทุ้มตอบ ทำให้ตะวันวาดมองเขาตาโต.. เธอไม่คิดว่าเขาจะดื่มคนเดียวไปสามขวดแล้ว
“ล้อเล่นแน่ ๆ ” เธอว่า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาพูดจริง ตะวันวาดยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มบ้าง
อันธกานต์และตะวันวาดรับประทานอาหารกันอย่างเงียบ ๆ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนทั้งคู่จะวางช้อนส้อมลงเกือบจะในเวลาเดียวกัน อันธกานต์สั่งไวน์เพิ่มเป็ขวดที่สี่.. เขามองสาวน้อยตรงหน้า
“ดื่มเก่งนี่” เขาเอ่ยชม ขณะที่ตะวันวาดยิ้มรับคำชม.. ใบหน้าหวานยังคงไม่มีร่องรอยของอาการมึนเมา แม้ว่าจริง ๆ แล้วตะวันวาดเริ่มรู้สึกความร้อนผ่าวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายแล้วก็ตาม
จะให้เขารู้ไม่ได้.. เธอจะไม่ยอมเมาเด็ดขาด.. เธอบอกกับตัวเองในใจขณะที่ยังคงยิ้มให้เขา..
อันธกานต์ใบหน้าแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาเองก็ยังดูไม่เมาเลยแม้แต่น้อย
ั์ตาคมยังคงสบมองคนตัวเล็กตรงหน้า.. เขาเองก็ยังตอบไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงนั่งอยู่ตรงนี้.. กับผู้หญิงคนนี้.. ความบังเอิญที่เกิดขึ้นกำลังจะนำพาอะไรบางอย่างมาหรือเปล่า..
ตะวันวาดช้อนสายตารับั์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ทำให้เธอลืมหายใจ.. แอลกอฮอล์ช่วยเธอได้เยอะมากจริง ๆ .. ตอนนี้หัวใจเธอไม่เต้นรัวเหมือนตอนแรก.. หรืออาจเป็เพราะเธอเริ่มคุ้นชินกับสายตาผู้ชายตรงหน้ามากขึ้นก็ได้
“เธอไม่อึดอัดใช่ไหม” เสียงทุ้มถาม
“.. คะ? ” เสียงหวานตอบด้วยคำอุทานที่งุนงง
อันธกานต์หัวเราะในลำคอ ริมฝีปากอิ่มแย้มขึ้น เขาลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาใกล้ตะวันวาด ร่างสูงเอนตัวนั่งลงบนโต๊ะ ในมือยังคงถือแก้วไวน์แดงอยู่
“นี่ก็เกือบ 4 ทุ่มแล้ว.. ชั้นนี้ก็มีแค่เราสองคน..” เขากล่าวอย่างละเมียดละไม พร้อมกับรอยยิ้มที่บอกไม่ได้ว่ารู้สึกขำจริง ๆ .. หรือกำลังแกล้งเธอกันแน่
ตะวันวาดครุ่นคิดเมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น..
ผิดซะที่ไหนล่ะ.. เธอเองก็ไม่คิดว่าจะขึ้นมาอยู่กับเขาแค่สองคน..
“ไม่ได้มีเราแค่สองคนนี่คะ” คนตัวเล็กตอบก่อนยิ้มทำใจดีสู้เสือ เธอปราดมองไปยังพนักงานที่ยืนห่างออกไป 2-3 คน อันธกานต์มองตามสายตาเธอไป ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้อีกฝ่าย
มือใหญ่วางแก้วไวน์ลงตรงหน้าเธอ นิ้วชี้เรียวไล่ปาดขอบแก้วอย่างครุ่นคิด.. ั์ตาคมจับจ้องอยู่ที่นิ้วของเขาเอง
“มีอะไรหลายอย่าง.. ที่เกิดขึ้น.. กำลังจะเกิดขึ้น.. และอาจจะเกิดขึ้น” เสียงทุ้มกล่าว ตะวันวาดมองเขา.. เอียงหน้าเล็กน้อย
“ขอบคุณนะ..” เขาจ้องเธอ.. ั์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นมองลึกเข้าไปในั์ตากลมโตของเธอ..
ตะวันวาดหลุบสายตามองไปยังแก้วไวน์ของเขา เธอยิ้มให้แก้วไวน์แก้วนั้นแทนที่จะยิ้มให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณตะวันเื่อะไรคะ ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณเพราะพี่เลี้ยงข้าว” เธอหัวเราะ ช้อนสายตามองเขาเขิน ๆ
“ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีก” เสียงทุ้มกล่าว การปรากฏตัวของผู้หญิงตรงหน้าเป็สิ่งที่เขาไม่คาดคิด.. แง่มุมบางอย่างในชีวิตถูกดึงกลับมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว..
เด็กน้อยคนนั้นที่เขาเคยพบเจอเพียง่สั้น ๆ ในชีวิต.. การได้กลับมาพบเจอกลับทำให้รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด..
มือใหญ่วางลงบนศีรษะคนตัวเล็ก ผมฟองฟูสีน้ำตาลปะทะเข้ากับร่องนิ้วเรียวยาวของอันธกานต์ เขาลูบมันอย่างเบามือ โดยไม่รู้เลยว่าเ้าของเส้นผมนั้นหยุดหายใจไปหลายวินาที.. ั์ตากลมดำยังคงจ้องมองเขาอยู่ รอยยิ้มละมุนที่ส่งมาให้ทำเอาตะวันวาดไม่กล้าแม้แต่กะพริบตา รู้ตัวอีกทีความอุ่นของนิ้วมือที่เคยอยู่บนศีรษะก็ปะทะเข้ากับข้างแก้มของเธอ..
มือใหญ่ช้อนใบหน้าหวานไว้ในอุ้งมือ
อันธกานต์ยกแก้วไวน์ดื่ม ก่อนใบหน้าของเขาใกล้เข้ามาเธอเพียงแค่ฝ่ามือกั้น.. ทุกเซลล์ในร่างกายของตะวันวาดตื่นตัว เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามเส้นไรผม หัวใจเต้นตึกตัก.. เธออยากหลับตาลงเพื่อปิดกั้นความคิดหลากหลายที่กรูกันเข้ามาในเสี้ยววินาที
ทว่า.. ตะวันวาดได้สูญเสียการควบคุมการตอบสนองของร่างกายไปแล้ว.. ทันทีที่ริมฝีปากบางถูกััด้วยไออุ่นจากผู้ชายร่างสูงที่ประกบริมฝีปากของเขาลงมา.. รสหวานของไวน์ที่ยังเหลืออยู่ถูกส่งผ่านมาให้เธอ ตะวันวาดนั่งตัวแข็ง ั์ตากลมเบิกโตขึ้นกว่าเก่า..