ห่างไกลออกไปหลายร้อยลี้ ณ นครหลวงจิ่งเหอ ใจกลางพระราชวังหลวง ที่ถูกปกคลุมด้วยกำแพงสีแดงและหลังคากระเบื้องทองคำ บรรยากาศยามวิกาลที่ควรจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น ในห้องทรงอักษรที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานไม้กฤษณา ฮ่องเต้หลี่เทียนเฉิง ผู้ครองปราณัฟ้าขั้นสูงสุด กำลังประทับอยู่บนบัลลังก์ไม้จันทน์ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องไปยังม้วนกระดาษแผ่นเล็กที่ผูกติดมากับขาของ "อินทรีสื่อสาร"

จดหมายฉบับนี้ถูกส่งมาจากสายลับระดับสูงที่แฝงตัวอยู่ในสำนักพยัคฆ์คำรณ เนื้อความสั้นแต่ทำให้หัวใจของบุรุษผู้ครองแผ่นดินแทบหยุดเต้น
"ศิลาเบญจธาตุถูกดูดกลืนพลังจนหมดสิ้นแล้ว... ทายาทจวนอ๋อง 'หลี่เฟยหลง' ปรากฏพลังโกลาหลที่สามารถสยบเบญจธาตุได้... สัญญาณแห่ง 'สิ่งนั้น' กำลังจะตื่นจากการหลับใหล"
ฮ่องเต้ทรงขยำจดหมายในพระหัตถ์จนกลายเป็ผงธุลี ความทรงจำเมื่อ20ปีก่อนพุ่งพล่านกลับมา ภาพของสนามรบที่เต็มไปด้วยควันสีดำ ภาพของพี่ชายของพระองค์ (พ่อของเฟยหลง) ที่สลายพลังปราณในตัว ทำให้ราชวงศ์มีชัยในา แม้พระองค์จะเป็ฮ่องเต้แต่ในสถานะ“ผู้เสียสละ”นั้นมักจะน่ากลัวและทรงอำนาจยิ่งกว่าศัตรูเสมอ
"เงา!" ฮ่องเต้ตรัสเสียงต่ำ
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากมุมมืดของห้อง คุกเข่าลงอย่างนิ่งสนิท "พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา"
"จงส่ง 'หน่วยองครักษ์เสื้อแพร' ไปที่สำนักพยัคฆ์คำรณทันที หากปรมาจารย์ใหญ่พยายามจะปกป้องมัน... จงทำทุกวิถีทางเพื่อนำตัวหลี่เฟยหลงกลับมาเดี๋ยวนี้ แต่ถ้ามันขัดขืน... จงลงมือสังหารได้ทันที อย่าให้ข่าวนี้หลุดไปถึงแคว้นเยี่ยนเด็ดขาด"
ในเวลาเดียวกัน เฟยหลงและหลี่กวง (ที่พยายามเดินเชิดหน้าทั้งที่เสื้อผ้าขาดวิ่น) ถูกเหม่ยอิงนำทางมายัง "หอไร้ลักษณ์" ซึ่งอยู่ลึกที่สุดของสำนัก ที่นั่นพวกเขาพบกับชายชราผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน ท่านไม่ได้ดูเหมือนนักรบ แต่ดูเหมือนขอทานชราที่ไม่มีปราณใดๆ ในร่างเลย นี่คือ ปรมาจารย์จื่อหยวน ผู้กุมความลับของสำนักมานานกว่า100ปี
"มากันแล้วรึ... เ้าเด็กผู้ทำลายศิลา และเ้าเด็กติดไฟ" ปรมาจารย์จื่อหยวนลืมตาขึ้น ดวงตาของท่านเป็สีขาวโพลนทว่าดูเหมือนจะมองทะลุไปถึงิญญา
"ท่านปู่! ข้า..." หลี่กวงอ้ำอึ้ง
"หุบปากเสีย หลี่กวง" จื่อหยวนสะบัดมือเบาๆ ปากของหลี่กวงก็พลันถูกผนึกด้วยปราณลมจนพูดไม่ออก "หลี่เฟยหลง... เ้ามารู้จักสิ่งที่อยู่ในตัวเ้าจริงๆ เสียที"
ชายชราลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ผนังหิน ทันใดนั้นกลไกโบราณก็ทำงาน เผยให้เห็นห้องลับใต้ดินที่เต็มไปด้วยภาพวาดบนผนังถ้ำ ภาพเ่าั้เล่าเื่ราวที่ต่างจากตำราเรียนอย่างสิ้นเชิง ัฟ้าและัดำไม่ใช่ศัตรูกัน แต่พวกมันคือหยินและหยางที่คอยค้ำจุนจักรวาล ัฟ้าสร้างโลก ัดำคอยเก็บกวาดสิ่งที่บิดเบี้ยวเพื่อให้เกิดการสร้างใหม่
"ตระกูลของเ้าไม่ได้เป็แบบที่เ้าคิดเฟยหลง..." ปรมาจารย์จื่อหยวนกล่าวด้วยเสียงเศร้า "แต่พวกเ้าคือ 'ผู้แบกรับบาปไว้' 20ปีก่อน ฮ่องเต้กลัวว่าถ้าเหล่าราษฎรรู้ว่าพระองค์ต้องพึ่งพาพลังที่ดูเหมือนปีศาจแล้วล่ะก็ พระองค์จะเสียอำนาจปกครอง จึงสั่งฆ่าปิดปากคนในตระกูลเ้าเกือบทั้งหมด"
เฟยหลงยืนนิ่งงัน "แล้วตอนนี้... พวกเขาจะมาฆ่าข้าอีกใช่ไหม?"
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงระฆังเตือนภัยของสำนักก็ดังก้องขึ้น! เสียงฝีเท้าของม้าศึกจากราชสำนักดังกระหึ่มมาแต่ไกล หลี่กวงที่หลุดพ้นจากผนึกปากเบิกตากว้าง "นั่นมัน... องครักษ์เสื้อแพรของเสด็จพ่อ! พวกเขามาทำอะไรที่นี่?!"
"พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเยี่ยมชมสำนักแน่" เหม่ยอิงชักดาบสั้นออกมา "หลี่กวง... เ้าจะยืนโพสต์ท่าอยู่ตรงนี้ หรือจะช่วยเพื่อนของเ้าหนีไปจากกรงขังของพ่อเ้า?" หลี่กวงมองเฟยหลง แล้วมองไปที่ประตูที่มีทหารล้อมไว้ เขาถอนหายใจยาวพลางจัดแต่งผ้าคลุมที่เหลือเพียงครึ่งผืน "เฮ้อ... ข้าบอกแล้วไงว่าข้าเป็ผู้พิทักษ์ราชวงศ์และราชวงศ์ของข้าคือ... ในเมื่อข้ารู้ความจริงแล้ว ข้า…ก็ไม่จำเป็ต้องรังแกพระญาติเช่นเ้าอีกต่อไป!"
หลี่กวงรวบรวมปราณหมาป่าเพลิงอีกครั้ง คราวนี้มันขยายร่างใหญ่โตและมีเกราะเพลิงหุ้มตัว "เฟยหลง! เ้าหนีไปกับศิษย์พี่หญิง! ข้าจะขวางพวกองครักษ์นี้ไว้เอง! จำไว้... ถ้าเ้าไม่รอด ข้าจะไปถล่มบ้านเ้าแน่!"
