โปร.159.-
โหลดอีบุ๊กได้ที่เว็บ www.mebmarket.com
นิยายรัก นายร้ายหรือจะสู้นางร้าย นามปากกา หยาดฝัน (Hyadfan)
“ตาป้องเลิกนิสัยนั้นนานละ”
“แน่ใจเหรอคะ”
เจนเนตรเลิกคิ้วข้างหนึ่งสงสัยว่าชมพลอยใช้เล่ห์กลอะไรล้างสมองแม่ของปกป้องกันแน่ ท่านจึงยืนกรานว่าลูกชายของตัวเองเป็นคนดีหนักหนา
“แน่ใจสิก็แฟนตาป้องเป็นคนพูดเอง”
หึ…เชื่อว่าที่ลูกสะใภ้เหลือเกิน
เจนเนตรส่ายหัวเบาๆท่าทางของหญิงวัยกลางคนคงไม่ฟังความจริงจากปากเธอ นอกจากอยากเชื่อตามที่ได้ยินมาเท่านั้นแต่เธอก็ไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนี้กับตัวเองด้วยเช่นกัน
“คุณป้าไม่ควรมากล่าวหาฉันลอยๆนะคะ”
“ฉันไม่ได้กล่าวหาหล่อนฉันมีหลักฐาน”
“ไหนคะขอดูหน่อยค่ะ”
“นี่ไง”
เจนเนตรรับโทรศัพท์ของหญิงวัยกลางคนมาดูสิ่งที่เห็นคือภาพที่ปกป้องนั่งอยู่กับเธอเมื่อตอนไปปีนเขาที่ขอนแก่นภาพนี้ไม่ใช่ปกป้องเป็นคนถ่าย พลางคิดถึงหญิงสาวอีกคนขึ้นมาทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยอะไรเสียงเล็กก็ดังขึ้นเสียก่อน
“คุณแม่มาอยู่ที่นี่เองเหรอคะลินตามหาซะทั่วเลย”
คนตัวเล็กหันไปทางหน้าร้านเห็นนลินกำลังยิ้มร่าเดินเข้ามานั่งเคียงข้างแม่ของปกป้องเจนเนตรจึงรู้ได้ทันทีว่าคนที่กรอกหูหญิงวัยกลางคนไม่ใช่ชมพลอย
หากแต่เป็นหญิงสาวผมสั้นถึงต้นคอคนนี้ต่างหาก!
“ที่แท้ก็เป็นคุณนี่เอง”
“เอ้าคุณเจนเนตร บังเอิญจังนะ ไม่คิดว่าจะพบคุณที่นี่”
น้ำเสียงสดใสไร้พิษภัยดังขึ้นสีหน้าไร้เดียงสาตรงหน้าไม่ได้ทำให้เจนเนตรเชื่อว่านลินเป็นคนเช่นนั้นจริง
นลินกล้าประกาศศึกกับเจนเนตรด้วยการยืมมือของหญิงวัยกลางคนมาอาละวาดเห็นทีเธอคงปล่อยเรื่องนี้ให้จบลงง่ายดายไม่ได้เสียแล้วสิ
“คุณนลินนี่ตลกจังนะคะเราไม่สนิทกันซะหน่อย ไม่ต้องทักทายกันก็ได้”
“นั่นสิหนูลินไม่ต้องไปคุยกับหล่อนหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่เอง”
เจนเนตรเข่นเขี้ยวอยากจะโยนหญิงวัยกลางคนกับนลินออกไปนอกร้านเสียตอนนี้เห็นสีหน้าแสนซื่อของสาวผมสั้นยิ่งหมั่นไส้
“ถ้าคิดแค่มาก่อกวนก็เชิญออกไปจากร้านฉัน”
“อุ๊ย! ตายจริง นี่เธอกล้าไล่พวกฉันรึ”
“ทำไมจะไม่กล้าคะฉันเสียตังค์เช่าร้าน ไม่อยากให้พื้นที่แม้แต่ตารางเมตรเดียวในร้านสกปรกกรุณาออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
เจนเนตรเสียงเข้มดวงตาคู่หวานฉายแววดุดันขึ้นมา คนตัวเล็กไม่มีความอดทนมากพอเพื่อรองรับอารมณ์ของสองคนนี้หรอก
“ถ้าฉันซื้อกระเป๋าของคุณล่ะทีนี้ฉันก็เป็นลูกค้าคุณแล้วรึยัง สามารถนั่งอยู่ในร้านนี้ต่อไปได้ไหม”
หญิงสาวชำเลืองมองนลินก่อนจะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย นลินอยากเป็นลูกค้าของเจนเนตรงั้นเหรอ ได้เลยเธอจะทำให้ยัยนี่กลายเป็นลูกค้าวีไอพีของร้านเสียตอนนี้ ดูสิว่าหล่อนยังกล้ามายั่วประสาทเธออีกไหม
“คุณอยากซื้อกระเป๋าเหรอแต่บังเอิญว่าวันนี้ฉันเปิดบิลสำหรับลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น ไม่ทราบว่าคุณยังอยากได้กระเป๋าจากร้านฉันอีกไหม”
“ไม่มีปัญหาเปิดบิลเริ่มต้นเท่าไร ฉันพร้อมจ่าย”
“ตัวเลขกลมๆก็เจ็ดหลัก”
“จะบ้าเรอะราคาแพงขนาดนั้น กระเป๋าของคุณคู่ควรรึเปล่าก็ไม่รู้”
นลินโวยวายเสียงดังโดยลืมภาพลักษณ์ผู้ดีเรียบร้อยที่สร้างขึ้นก่อนหน้าไปชั่วขณะดูเหมือนว่าเจนเนตรตั้งใจกลั่นแกล้งเธอชัดๆ ใช่ว่าเธอไม่มีเงิน
ตระกูลเพชรไทยเป็นผู้ดีเก่าขอนแก่น ร่ำรวยติดอันดับของจังหวัด แต่จะให้มาเสียเงินแพงๆกับกระเป๋าที่ไม่ใช่ของแบรนด์เนมแบบนี้มันไม่สมควร
“ไม่ซื้อก็ออกไปซิเชิญ”
“คุณจะไม่ง้อลูกค้าหน่อยเหรอ”
“ฉันไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นสำหรับบางคนที่ไม่รู้คุณค่าของกระเป๋า ทำไมฉันต้องเสียเวลาด้วย”
“ก็ได้งั้นเอาสินค้าของคุณมาให้ฉันดูก่อน ถ้าถูกใจค่อยซื้อ”
เจนเนตรโบกมือเรียกพนักงานให้นำกระเป๋าหลายสิบใบมาวางเอาไว้ตรงหน้าของนลินทันที
“เชิญค่ะเลือกดูได้ตามสบาย”
อันที่จริงเจนเนตรแทบไม่อยากขายของให้นลินสักนิด เพราะไม่ชอบที่หล่อนมาอวดอ้างว่าเป็นแฟนของปกป้องทั้งยังตามรังควานเธอด้วย แต่อีกใจก็อยากแก้เผ็ดหญิงสาวให้หายแค้นใจ จึงเลือกบริการด้วยใจเย็นลง
เห็นนลินหยิบกระเป๋ามาดูทีละใบด้วยสีหน้าพึงพอใจสักครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหน้าหงิกงอดังเดิม
“รอยตะเข็บเย็บประณีตดีอยู่หรอกแต่ฉันไม่ชอบดีไซน์ ไม่ซื้อดีกว่า”
“อ้อฉันลืมเตือนคุณว่า ลูกค้าวีไอพีที่มาเปิดบิล ถ้าจับกระเป๋าใบไหนก็ต้องซื้อกลับไปทั้งหมดถ้าซื้อด้วยงบไม่ถึงเจ็ดหลักก็จะเปลี่ยนเป็นให้ทิปแปดหลักแทนคุณจะเลือกแบบไหนก็ได้นะ ฉันโอเคหมด”
เจนเนตรแสยะยิ้มร้ายกฎพวกนี้ไม่เคยมีอยู่จริง ทว่ายามนี้เธอตั้งขึ้นมาสำหรับหญิงสาวตรงหน้าโดยเฉพาะ อยากรู้ว่านลินจะทำยังไงต่อไป
“กฎบ้าอะไรเนี่ยนี่มันขูดรีดลูกค้าชัดๆ”
“ตอนแรกฉันก็เตือนคุณแล้วว่าถ้าไม่พร้อมซื้อสินค้า ก็อย่ามากวนประสาท คุณเลือกเส้นทางนี้เองนะตกลงว่าจะซื้อดีๆ หรือจะให้ฉันประณามคุณ”
ประณามหน้ากากจอมปลอมที่นลินกำลังสวมอยู่ในยามนี้อย่างไรรับรองว่างานนี้นลินต้องอับอายจนแทรกแผ่นดินหนีแทบไม่ทัน
“เอาล่ะๆฉันจะซื้อให้หนูลินเอง ราคาแค่นี้ขนหน้าแข้งฉันไม่ร่วงหรอก”พิมพาเลื่อนสายตาไปมองเจ้าของร้านไทกุชชี่ “อ้อ อีกอย่าง หลังจากนี้หวังว่าหล่อนจะไม่มาวุ่นวายกับตาป้องอีกนะ”
“ฉันไม่สนใจลูกชายคุณป้าหรอกจะรูดบัตรรึเงินสด”
เจนเนตรพลางยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อรับเงินวันนี้ยอดขายทะลุเจ็ดหลักตั้งแต่เช้า แม้ว่าเงินจำนวนนั้นจะมาจากคนที่กำลังมองเหยียดเธอแต่ไม่ใช่ปัญหา ขอแค่ขายสินค้าได้ เรื่องพวกนี้ไม่ทำให้หญิงสาวสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
อีกอย่างเตือนครั้งนี้ หวังว่านลินจะตกผลึกได้ว่าตัวเองทำชั่วอะไรไว้ ต่อไปหากคิดระรานเจนเนตรอีกเธอไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ลอยหน้าลอยตาอยู่อย่างนี้
“ใครพกเงินสดเยอะแยะปานนั้นก็ต้องรูดบัตรสิ”
“ถ้างั้นคุณป้าจะซื้อกระเป๋าจำนวนเต็มราคาหรือจะจ่ายเป็นทิปแทนคะ”
“ซื้อเต็มราคารีบๆ ห่อกระเป๋ามาให้ฉันเร็วๆ อย่าพูดมาก” พิมพากวาดสายตามองทั่วร้าน“ว่าแต่กระเป๋าของเธอมีแค่นี้ราคาจะถึงหลักล้านรึเปล่าไม่รู้”
“ไม่ต้องห่วงฉันมีกระเป๋าในสต๊อกหลังร้านอีกเพียบ เดี๋ยวจะรีบห่อให้ คุณป้าจะแบกกระเป๋ากลับไปเองหรือให้ทางร้านส่งไปให้คะ”
“อุ๊ย! ตาย หล่อนจะให้ฉันแบกกระเป๋าเยอะแยะกลับบ้านได้ยังไงยะ อ่ะนี่…ที่อยู่ของฉัน ส่งไปที่นี่ละกัน”
พิมพาหยิบนามบัตรขึ้นมาให้เจ้าของร้านที่เธอเกลียดบริการแย่ ทั้งยังข่มขู่ลูกค้า ทว่าเพื่อตัดปัญหาจึงยอมซื้อของจากเธอ แลกกับการที่เธอจะไม่มาตามตื๊อปกป้องอีกเงินที่จ่ายไปถือเสียว่าทำบุญก็แล้วกัน