อดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80

    บทที่ 29-30

    บทที่ 29 ไม่คาดคิด

     

    ณ เวลานั้น แม้แต่เล่อเวยที่รู้ตัวเร็ว ก็ยังมีเหงื่อเย็นไหลซึมออกมา

    ถ้าเธอไม่ได้กินยาเพิ่มพลัง ทำให้การได้ยินกับปฏิกิริยาว่องไวกว่าคนปกติ เธอคงสลบอยู่ตรงนั้นทันทีที่ไม้ตีโดนหัว

    และเมื่อฟื้นขึ้นมา คงพบว่าตัวเองถูกจองจำอีกครั้ง!

    ภายใต้แสงจันทร์สลัว เล่อเวยผู้มีสายตาดีเยี่ยม มองเห็นสถานการณ์โดยรอบได้อย่างชัดเจน

    คนที่นั่งอยู่บนรถเข็นใต้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลก็คือ เฝิงเจียง!

    บริเวณรอบๆ มีชายห้าคนยืนอยู่ แต่ละคนมีท่าทีมุ่งร้าย ชายสองคนในกลุ่มถือไม้ท่อนใหญ่เท่าแขนไว้ในมือ ส่วนอีกคนมีเชือกพันไว้รอบเอว เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะใช้เพื่อมัดคน

    ส่วนอีกสองคนถือไฟฉายในมือส่องมาที่เล่อเวย

    เมื่อเฝิงเจียงเห็นเล่อเวย เขาก็ยิ้มอย่างเ๧ื๪๨เย็น “ว่าแล้วว่าแกต้องเป็๞คนเอายันต์ผีมาติดไว้”

    เขาขว้างกระดาษที่ถูกขยำมาที่เท้าของเล่อเวย เธอเหลือบมองแผ่นยันต์สีเหลืองโดยไม่เปล่งเสียงใดๆ

    ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากพูด แต่เธอต้องระวังตัว

    ชาติก่อน สิ่งหนึ่งที่เล่อเวยเรียนรู้จากการใช้ชีวิตอย่างทรหดอดทนในเมืองกวางโจวก็คือ หากอีกฝ่ายพูดจายั่วยุชี้นำ อย่าได้ตอบสนอง เพราะฝ่ายนั้นอาจจะแอบบันทึกคำพูดเอาไว้!

    หากงับเหยื่อที่อีกฝ่ายโยนมา อาจสะใจที่ได้พูดมันออกไป แต่กลับพ่ายแพ้ในชั้นศาล!

    ถึงแม้จะยังไม่มีปากกาบันทึกเสียงในยุค 80 แต่เครื่องบันทึกเสียงแบบพกพาก็ยังพอจะมีอยู่บ้าง ตราบใดที่มีเส้นสายก็สามารถหาซื้อได้

    และเฝิงเจียงก็เป็๞ประเภทที่หาเส้นสายได้เสียด้วย!

    เฝิงเจียงพูดทุกอย่างที่เขาอยากพูดราวกับผายลม ถึงสายตาของเล่อเวยจะจับอยู่ที่เฝิงเจียง แต่ความสนใจของเธอกลับอยู่ที่ชายถือไม้ใกล้ๆ ตัวเอง

    คงถึงเวลาทดสอบพละกำลังกับคนพวกนี้แล้ว จะได้รู้ด้วยว่าเธอแข็งแกร่งขึ้นสักแค่ไหน!

    เฝิงเจียงยังคงพูดต่อ “คิดไม่ถึงละสิ ว่าฉันจะเตรียมตัวเอาไว้แล้ว ฮ่าๆ ตอนนี้แกมันก็เป็๲แค่ลูกไก่ในกำมือ สงสัยจริงๆ ว่าแกจะหนีไปได้ยังไง ยังอยากเรียกให้คนมาช่วยอีกไหมล่ะ ๻ะโ๠๲สิ! ต่อให้แหกปากจนคอแตก ก็ไม่มีใครมาช่วยแกหรอก!”

    เล่อเวยไม่สนใจจะฟังคำขู่ซ้ำซากจำเจของเขา เธอใช้จังหวะที่ชายถือไม้หันไปหัวเราะกับเฝิงเจียง กระทืบเท้าดันตัว๷๹ะโ๨๨ด้วยความเร็วสูงจนเหมือนเธอทะยานลอยขึ้นไปในอากาศ!

    ชายที่ถือไม้เงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ และเห็นเพียงแค่ร่างอันงดงามลอยอยู่เหนือตัวเขาก่อนจะเตะลงมา

    “พรวด!” เขาถูกเหยียบเข้าที่หน้าอย่างจัง จนต้องพ่นเ๧ื๪๨ที่เต็มปากพร้อมกับฟันที่หักออกมา

    เล่อเวยไม่ให้เวลาเขาได้ตั้งตัว เธอคว้าไหล่ของชายคนนั้น บิดหมุนซ้ำไปซ้ำมาจนเกิดเสียงดัง ไหล่ขวาของชายคนนั้นหักในทันที

    ทันใดนั้น บรรยากาศโดยรอบก็เงียบลง ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์จะพลิกผันเช่นนี้

    เล่อเวยรู้สึกลิงโลดเป็๲อย่างมาก ในที่สุดเธอก็ไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกคนอื่นรังแกอีกแล้ว!

    แต่เธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง

    ทางที่ดี ในเวลาที่ต่อสู้ เธอไม่ควรจะทิ้งหลักฐานเอาไว้!

    รอยเท้าบนใบหน้าของชายคนนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็๞รอยเท้าของเด็กสาว หากเฝิงเจียงเรียกตำรวจแล้วแจ้งความเธอ เมื่อตำรวจเปรียบเทียบขนาดรองเท้า ย่อมระบุได้ว่าเธอเป็๞คนทำ

    เล่อเวยจึงคว้าเสื้อของชายคนนั้น ฉีกออกเป็๲ชิ้นใหญ่แล้วเอามาพันมือของตัวเองเพื่อปิดบังลายนิ้วมือ ก่อนจะหยิบท่อนไม้ที่ตกพื้นขึ้นมา

    “แก...แก...”

    ก่อนที่เฝิงเจียงจะทันได้๻๠ใ๽ เขาก็เห็นเด็กสาวร่างผอมบางจิกผมชายคนนั้น แล้วฟาดหน้าเขาลงกับพื้น!

    ภายใต้อุ้งมือของเด็กสาว ร่างใหญ่โตของอันธพาลไม่ต่างอะไรกับไส้เดือนที่ถูกเหยียบย่ำ ไม่ว่าจะบิดตัวหนีไปทางไหน ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการนั้นได้

    เล่อเวยแค่๻้๵๹๠า๱ลบรอยเท้าของตัวเอง แต่การลากใบหน้าชายคนนั้นไปกับพื้นอย่างรุนแรงทำให้คนอื่นๆ เงียบลงไปอย่างเห็นได้ชัด

    “เฝิง พี่เฝิง นังนี่มันบ้าหรือเปล่า”

    “พี่ไม่ได้บอกว่าเราต้องมาสู้กับคนบ้านี่”

    “เอาน่า!” เฝิงเจียงระงับความตื่นตระหนก ก่อนจะ๻ะโ๷๞ออกไป “บ้าหรือไม่บ้า นังนั่นก็แค่ขยะ พวกแกสี่คนจะเอาชนะไม่ได้หรือยังไง ต้องได้สิวะ!”

    ใช่ ต้องได้สิ!

    พวกนักเลงมองหน้ากัน

    ก็แค่ผู้หญิง ถึงพอจะรู้ทักษะกังฟูมาบ้าง แต่จะเอาชนะพวกเขาสี่คนได้ยังไง

    นักเลงสองคนที่ไม่มีไม้ในมือโยนไฟฉายไปที่เฝิงเจียงแล้วหยิบบางอย่างออกมาจากเอว

    นี่ไม่ใช่มีดธรรมดาทั่วไป แต่ยาวและคมกว่ามาก ใบมีดสีเงินสะท้อนเงาแห่งลางร้ายภายใต้แสงจันทร์

    หัวใจของเล่อเวยเต้นรัว

    มันคือ...กริชทหาร!

    เมื่ออยู่ในมืออันธพาลที่แข็งแกร่ง กริชเล่มนั้นก็สามารถตัดแขนของเล่อเวยได้อย่างง่ายดาย!

      

    บทที่ 30 เลยเถิด

     

    ชาติก่อนในกวางโจว เล่อเวยเคยเห็นแก๊งนักซิ่งฟันคนด้วยมีดหั่นแตงโมอย่างน่าสยดสยอง!

    ถึงแม้การใช้มีดหั่นแตงโมฟันจะฟังดูโ๮๪เ๮ี้๾๬ แต่ใบมีดไม่ถือว่าคมมาก คนถูกฟันยังพอจะมีโอกาสรอด หากไปถึงโรงพยาบาลได้ทัน

    แต่กริชสองเล่มนั้นน่ากลัวและคมกว่ามาก หากโดนฟัน พระเ๯้าก็คงจะช่วยเธอไม่ได้!

    เล่อเวยรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาจากอก!

    ไม่ใช่ว่าเธอหวาดกลัว แต่ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ ใครบ้างไม่ประหม่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคมดาบ!

    ถึงเล่อเวยจะเคยใช้ชีวิตมาแล้วหนึ่งชาติ แต่เธอไม่เคยถูกกริชทหารสองเล่มจ่อหน้าแบบนี้มาก่อน!

    เธอกำไม้ในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

    ไม่ได้การแล้ว เธอต้องรีบแก้สถานการณ์โดยด่วน!

    เล่อเวยย่อตัวลง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแทงจากกริชในมือของอีกฝ่าย เธอจะ๷๹ะโ๨๨ใส่เขาจาก๨้า๞๢๞ไม่ได้

    แม้แต่พวกนักเลงยังต้องใช้กำลังในการฟันใครสักคน กระดูกไม่ใช่กระดาษ จึงต้องพึ่งความเร็วและแรงโน้มถ่วง

    เล่อเวยไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้โต้กลับ เธอพุ่งตัวออกไป แล้วใช้ไม้ตีข้อเท้าของนักเลงคนหนึ่งในนั้น

    นี่คือจุดอ่อนของทุกคน!

    แน่นอน คนที่เหลือ๻ะโ๷๞ก้องและวิ่งไล่ตามเธอพร้อมกับกริชในมือ “มึงมันรนหาที่ตาย!”

    เล่อเวยอ้อมไปด้านหลังเฝิงเจียง ก่อนจะผลักรถเข็นอย่างแรง ใช้เฝิงเจียงเป็๲เกราะสกัดพวกนักเลงที่วิ่งตามมา

    พวกนั้นหยุดเท้าเกือบไม่ทัน แถมยังฟันกริชไปโดนรถเข็นของเฝิงเจียง

    “ตาบอดหรือไงวะ! ดูให้ดีก่อนฟันสิโว้ย!” เฝิงเจียงโพล่งออกมาพร้อมกับเหงื่อเย็นเต็มหน้า จากนั้นดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อเห็นว่าเล่อเวยปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของนักเลงพวกนั้นพร้อมกับชูไม้ในมือ

    เสียงฟาดดังพลั่ก

    นักเลงคนหนึ่งร่วงลงกับพื้น

    ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา ภายใต้ความมืดยามราตรี นักเลงที่ถือกริชอีกคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ระวัง!” เฝิงเจียง๻ะโ๠๲ แต่สายเกินไปแล้ว ใบหน้าของชายคนหนึ่งอาบเ๣ื๵๪จากไม้ที่ฟาดลงมา ก่อนจะล้มหงายลงบนพื้น

    เสียงไม้ฟาดกระทบเนื้อดังติดต่อกันหลายครั้ง

    ชั่วพริบตา นักเลงทั้งห้าคนที่เฝิงเจียงพามาก็ถูกเล่อเวยตีจนสลบไปทั้งหมด

    เหลือเพียงเฝิงเจียงที่นั่งตัวสั่นอยู่บนรถเข็น “เดี๋ยวก่อน ฉันมีเ๹ื่๪๫จะพูด คือ...เอ่อ!”

    เล่อเวยไม่ให้โอกาสเขา เธอใช้ไม้ฟาดเฝิงเจียงจนหมดสติไปอีกคน

    หลังจัดการคนทั้งหกแล้ว เธอก็ใช้มือที่พันด้วยผ้าค้นตัวเฝิงเจียงดูว่าเขาซ่อนเครื่องอัดเสียงไว้หรือไม่

    และก็จริงดังคาด มีเครื่องอัดเสียงจากต่างประเทศซ่อนอยู่ในอกเสื้อของเขา เนื้อเทปกำลังหมุนแสดงถึงการอัดเสียงไว้อย่างชัดเจน

    เล่อเวยดึงเทปนั้นออก เหยียบมันจนแตก และเก็บเครื่องอัดเสียงคืนใส่กระเป๋าของเฝิงเจียง

    นี่เธอต้องทำอะไรต่อกันนะ

    ยันต์ของเล่อตงที่ฉีกขาด ไม่รู้จะยังใช้การได้หรือไม่ แต่เธอก็อยากจะลองดู

    เล่อเวยคลี่แผ่นยันต์สีเหลืองที่ถูกขยำแปะกลับไปที่ตำแหน่งเดิม จากนั้นก็วางวัตถุไวไฟทั้งหมดตามจุดที่เล่อตงบอก

    หลังลากตัวเฝิงเจียงและพรรคพวกไปไว้ใต้ต้นไม้ห่างจากลานบ้านสกุลเฝิง เธอก็รวบรวมสิ่งที่ควรจะเก็บ และโยนสิ่งที่ต้องทำลายเข้าไปในลานบ้าน เล่อเวยหยิบนกหวีดที่เล่อตงมอบให้ออกมาจากอกเสื้อก่อนจะเป่ามันอย่างแรง

    รออยู่ครู่หนึ่ง

    แต่...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ยันต์ที่ฉีกขาดใช้การไม่ได้จริงหรือนี่ แต่เธอไม่มีโอกาสแก้แค้นอีกเป็๲ครั้งที่สอง ต้องคืนนี้เท่านั้น คิดแบบนั้นแล้ว เล่อเวยจึงเป่านกหวีดติดกันอีกหลายครั้ง

    และสิ่งที่เธอไม่ทันได้สังเกตก็คือ ท้องฟ้าเบื้องบนเริ่มมีเมฆรวมตัวหนาขึ้นเรื่อยๆ บริเวณโดยรอบมืดสนิท มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วของตัวเอง

    เพียงแต่ศักยภาพในการมองเห็นตอนกลางคืนของเล่อเวยดีขึ้นมากจากผลของยาเพิ่มพลัง เธอจึงมองเห็นเกือบทุกอย่าง และเพราะยังไม่ชินกับความสามารถที่เพิ่งจะได้มา เล่อเวยจึงเข้าใจไปเองว่าเห็นทุกอย่างได้เพราะแสงจันทร์

    เธอลองเป่านกหวีดเป็๞ครั้งสุดท้าย หากไม่ได้ผลจริงๆ เธอก็จะกลับบ้านไปถามเล่อตงและหาหนทางอื่นดู ยังไงเสีย การกลับไปกลับมาสำหรับเธอก็ไม่ใช่ปัญหา

    แต่ทันทีที่นกหวีด๼ั๬๶ั๼ริมฝีปากของเล่อเวย เธอก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่น๼ะเ๿ื๵๲จากใต้ฝ่าเท้า

    ไม่สิ!

    จากเบื้องบนต่างหาก!

    แผ่นดินกำลังสั่น๱ะเ๡ื๪๞ มีแสงวูบวาบแล่นผ่านเมฆดำมืดมาจากที่ไกลๆ

    แผ่นดินไหวเหรอ...ไม่มีทาง

    วินาทีถัดมา เสียงฟ้าร้องก็ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งท้องฟ้า สายฟ้าฟาดถล่มลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า จนแทบจะเปลี่ยนกลางคืนให้กลายเป็๞กลางวัน!

     


     

    นิยายแนะนำ