ในเวลาเดียวกันกับที่ประตูห้องนอนถูกผลักเข้ามา ร่างบนเตียงก็พลันลืมตาตื่นขึ้น จิตสังหารปะทุขึ้นฉับพลัน แต่แล้วเพียงชั่วพริบตาต่อมาก็กลับมอดดับลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาดำเข้มฉายแววประหลาดใจ เมื่อได้เพ่งพิศผู้บุกรุกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพบว่าอีกฝ่ายเป็เพียงเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักน่าชังอย่างหาที่เปรียบมิได้คนหนึ่งเท่านั้น แววตาคู่นั้นที่จับจ้องมาที่เขาช่างวิบวับดุจดังดวงดาราก็ไม่ปาน ซ้ำยังแฝงไปด้วยความสนอกสนใจอย่างเก็บไม่มิด
รั่วซีรู้สึกคล้ายกับตกอยู่ในภวังค์ อาจเพราะพิษสุรากระมัง เขาค่อยๆ ก้าวเดินโงนเงนเข้าไปหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ พลางส่งยิ้มอ่อนหวานจนเผยให้เห็นลักยิ้มแสนน่าเอ็นดู ดวงตาทอประกายระยิบระยับงามจับตา
“คุณเ้าของบ้าน ทำไมหล่อจังละครับ”
“...” คนถูกถามไม่แม้แต่จะเปิดปากตอบกลับด้วยซ้ำ ยังคงกึ่งนอนกึ่งนั่งนิ่งๆ อยู่บนเตียง และจ้องมองมาอย่างไม่วางตาตามเดิม
“ผมหิวมาก ก็เลยแอบกินอาหารของคุณนิดหน่อย หวังว่าคุณคงไม่ถือสา”
เ้าของบ้านที่รั่วซียังไม่ทราบชื่อ “...”
“ผมพยายามคุยกับคุณอยู่นะครับ ทำไมคุณถึงไม่ยอมตอบอะไรกลับมาเลยล่ะ”
ก็ยังคงเงียบสนิท “...”
“เอ... หรือฉันจะกำลังเมา เพราะแอบดื่มเหล้าเข้าไปกันนะ นี่จะต้องเป็ภาพหลอนแน่ๆ เลย ถึงได้มองเห็นภาพหนุ่มหล่อมานั่งอ่อยอยู่บนเตียงนอนอย่างนี้” รั่วซีพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ ซึ่งมาจากความมึนเมา พอเห็นว่าอีกฝ่ายก็ยังคงไม่ยอมพูดยอมจาอยู่ดี จึงพล่ามออกมาอีกยาวเหยียด “ว่าแต่... ทำไมพอเมาแล้วจินตนาการถึงคนที่หล่อเหลามากขนาดนี้ล่ะเนี่ยเรา สงสัยเป็เพราะว่าโสดมาตลอดชีวิตแน่ๆ เลย ที่ผ่านมาก็อยู่คนเดียวมาโดยตลอด ไม่เคยมีความรักอย่างใครเขาสักครั้งเดียว จิตใต้สำนึกของฉันก็คงอยากจะมีใครสักคนละมัง” กล่าวจบ รั่วซีก็พุ่งตรงเข้าไปหาคนบนเตียงด้วยอารามรีบร้อน จนอีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว
“!!!”
เ้าของร่างที่อยู่บนเตียงผงะเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่ขยับเขยื้อนกาย ปล่อยให้อีกฝ่ายที่จู่ๆ ก็จู่โจมเข้ามาหาพูดต่อ
“ไหนๆ ก็ฝันแล้ว ขอลองจูบหน่อยได้ไหมครับ”
“...”
“นะๆๆ ขอจูบหน่อยเถอะนะ ถึงผมจะแสดงละครมาหลายเื่แล้ว แต่ก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้จูบจริงเลยสักครั้งเดียว ั้แ่เกิดมาผมยังไม่เคยจูบกับใครเลยด้วยซ้ำ ผมก็แค่อยากรู้เท่านั้นเองว่าถ้าจูบกันแบบดูดดื่มมันจะรู้สึกดีเหมือนอย่างที่ใครเขาว่ากันไหม” รั่วซีงัดไม้ตายออกมา โดยการทำท่าทางออดอ้อนที่เคยใช้กับแฟนคลับของตนในโลกเดิม ซึ่งที่ผ่านมามันได้ผลแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว เขาพยายามทำตัวให้ดูน่ารักเหมือนกับลูกแมวเชื่องๆ ที่กำลังอ้อนเ้าของ และแน่นอนว่าเขาไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยสักนิดว่านับั้แ่ที่เขาเดินเข้ามาในห้อง จวบจนกระทั่งถึงตอนนี้ ทุกอากัปกิริยาของเ้าตัวสร้างความแปลกใจให้แก่คนบนเตียงมากมายขนาดไหน
‘ถังเฉิน’ ทอดสายตามองเด็กหนุ่มตรงเบื้องหน้าด้วยความพิศวง อันที่จริงเขาตั้งใจจะฆ่าคนที่เปิดประตูเข้ามาในทันที แต่เมื่อได้สบสายตากับเด็กหนุ่มที่มีดวงตาอันแสนใสซื่อราวกับกระต่ายตัวน้อยที่เขามักจะจับมาย่างกินเป็อาหารอยู่เป็ประจำ ก็เกิดเปลี่ยนใจดื้อๆ ก่อนจะเริ่มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าที่แสนน่ารักของอีกฝ่ายอย่างละเอียด คนตรงหน้ามีปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณก็ทั้งเรียบเนียนและขาวผ่องจนชวนให้คนอยากััลูบไล้ แล้วยังเส้นผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มก็ดูนุ่มลื่น อดจินตนาการไม่ได้เลยว่าหากได้สอดมือเข้าไปในกลุ่มผมเ่าั้ก็คงจะให้ความรู้สึกที่ดียิ่งนัก
เขาไม่เคยเห็นใครที่หน้าตาโดดเด่น หล่อเหลา แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูในคราวเดียวกันเช่นนี้มาก่อนเลย
ก่อนหน้านี้ เขาปิดััทั้งห้าเพื่อมุ่งเดินพลังปราณฝ่าระดับขั้นพลัง จึงไม่อาจรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวภายนอก แต่เมื่อรั่วซีเปิดประตูเข้ามา ก็มีเสียงเตือนภัยซึ่งบ่งบอกว่ามีผู้บุกรุก ถังเฉินจึงดึงสติกลับมาได้ในทันใด
และนั่นก็ทำให้เขางงงวยเป็อย่างมาก คิดไม่ตกว่าเหตุไฉนคนตรงหน้าจึงสามารถผ่านค่ายกลเข้ามาได้โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวเลยสักนิด
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าควรจะจัดการกับอีกฝ่ายอย่างไรดีอยู่นั้น รั่วซีก็เดินมานั่งลงข้างกายเขาแล้ว
จากนั้นก็เอ่ยอย่างออดอ้อนว่า
“พี่ชาย คุณดูดีจัง ผมชอบมากเลย มาให้ผมจูบหน่อย”
รั่วซีไม่มัวรีรอใดๆ ทั้งสิ้น เอื้อมมือไปคว้าหมับเข้าที่หลังคอของถังเฉิน ก่อนจะดึงเข้ามาประกบริมฝีปากทันที
ถังเฉินที่กำลังตัดสินใจกับตนเองว่าจะคอยดูอีกสักหน่อย ว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ถึงกับสะดุ้งด้วยความตระหนกใ เพราะขณะที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกเด็กหนุ่มตรงหน้ารั้งคอเข้าไปจูบภายในเวลาเพียงชั่วพริบตา ปากบางๆ นั่นกำลังคลอเคลียไล้เลียริมฝีปากอวบอิ่มของเขา ั้แ่เกิดมาจนถึงบัดนี้ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีใครกล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้กับเขา โดยที่ไม่รู้สึกครั่นคร้ามเลยแม้แต่น้อย เพราะมันผู้ใดที่กล้ามาถูกตัวเขา ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ย่อมไม่หลงเหลือลมหายใจในชั่วพริบตาต่อมา
แต่กับเด็กหนุ่มตรงหน้า... เขากลับต้องแปลกใจในตัวเองเหมือนกันที่ไม่ได้รังเกียจมากขนาดนั้น
พลังปราณของถังเฉินที่กำลังปั่นป่วนจากการต้องรีบดึงสติออกมาจากการฝึกฝนอย่างกะทันหันค่อยๆ สงบลงทีละน้อย
‘จริงๆ มันก็ไม่ได้แย่ แถมยังรู้สึกดีอีกต่างหาก ข้าอาจจะใช้โอกาสนี้ในการฝึกบำเพ็ญคู่เพื่อฝ่าด่านระดับขั้นพลังได้’ ถังเฉินมองคนตรงหน้าที่พยายามจูบเขาอย่างสะเปะสะปะ ไม่แตกต่างจากเด็กเพิ่งหัดจูบสักนิด เมื่อลำดับความคิดเสร็จ เขาก็ไม่มัวรอช้า รีบตวัดร่างของรั่วซีเข้าหาตัวอย่างเร็วพลัน
รั่วซีสะดุ้งเล็กน้อย เพราะถูกมือเรียวยาวของคนตรงหน้ารวบเข้าที่เอว ฉุดรั้งเข้าสู่อ้อมกอด และเริ่มจูบตอบอย่างดุดัน