นายแม่สุชาดาไม่พูดอะไรต่อ เธอเพียงเดินไปที่โต๊ะไม้แกะสลักข้างเตียง หยิบแผ่นกระดาษสีงาช้างออกมาจากซองกำมะหยี่ช้า ๆ หนึ่งใบ…แล้วอีกหนึ่งใบ กระดาษทั้งสองถูกพับอย่างประณีตเท่ากันทุกประการ
ไม่มีรอยยับ ไม่มีสัญลักษณ์ใดบอกความแตกต่าง สุชาดาวางมันลงบนโต๊ะกระจกใสเบื้องหน้าซินเธีย เสียงกระดาษััผิวโต๊ะดัง แ่เบา แต่ในความเงียบของห้อง มันชัดเจนราวเสียงคำพิพากษา
“ในสองใบนี้” เธอเอ่ยเรียบ ๆ “หนึ่งใบคือการรอคอยต่อไป” เว้นจังหวะ “อีกใบ…คือคืนนี้” หัวใจซินเธียเต้นแรงจนหูอื้อ ธิดาเผลอกลืนน้ำลาย เสียงดังชัดในความเงียบ สุชาดายกสายตาคมกริบมองตรงเข้าไปในดวงตาซินเธีย “เธอเลือกเอง” คำสามพยางค์นั้นหนักราวหินพันกิโล “เธอจับได้ใบไหน…นั่นคือคำตอบ”
มือเรียวของซินเธียสั่นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่เกม แต่มันถูกทำให้ดูเหมือนเกม เกมที่ชะตาชีวิตของเธอถูกพับไว้ในกระดาษบาง ๆ สองแผ่น สุชาดาเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างสงบนิ่ง “กล้าไหม” คำถามนั้นไม่ได้ดัง แต่มันกรีดลึกเข้าไปในทรวงอก ธิดากุมมือเพื่อนแน่น “ซินเธีย…” เสียงเรียกแ่เบาราวคำวิงวอน ห้องทั้งห้องเหมือนหดเล็กลง อากาศหนักจนแทบหายใจไม่ออก เสียงดนตรีจากโถงล่างลอยขึ้นมาเบาบาง ราวกับโลกภายนอกไม่รับรู้ชะตากรรมที่กำลังจะถูกตัดสิน ซินเธียมองกระดาษทั้งสองใบ ความหวัง กับ ความมืดมน สองสิ่งนี้แค่นี้เอง พวกมันถูกพับซ่อนอยู่ภายใน ปลายนิ้วของเธอค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ ชั่วขณะนั้น เธอรู้ดีว่า ไม่ว่าจะเลือกใบไหน ชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และสุชาดาก็ยิ้ม… รอยยิ้มบางเบา ที่เย็นเยียบกว่าความมืดในยามราตรี