ณ บ้านของวรรณา สภาพบ้านตอนนี้ดูทรุดโทรมมาก เมื่อกดกริ่ง ก็พบคุณป้าคนหนึ่งที่ตอนนี้ลักษณะของเธอดูปล่อยตัว ไม่ดูแลตัวเอง มีภาวะซึมเศร้า
“พวกเธอเป็ใคร ้าอะไรน่ะ”
“สวัสดีค่ะ คุณป้า นลินและนี่ทศพลค่ะ พวกเราเป็เพื่อนเก่าของวรรณาั้แ่สมัยมัธยมต้น จากกันมานานก็อยากจะมาเยี่ยมเธอค่ะ”
“แล้วนี่พวกเธอไม่รู้ข่าวหรอ ว่าวรรณาหนีออกจากบ้าน”
“ห๊า อะไรนะคะ วรรณาหนีออกจากบ้าน” นลินแสดงแอคติ้งดีมากทำเป็เหมือนคนที่ยังไม่รู้ข่าว
“ใช่จ้ะ ป่านนี้ก็ยังหาเธอไม่พบเลย”
“เื่ราวเป็ยังไงมายังไง คุณป้าช่วยเล่าให้ฟังได้มั้ยคะ”
แม่ของวรรณาเล่าให้ฟังว่า วรรณามีแฟนชื่อธนกรในตอนที่วรรณาอยู่ม. 6 ั้แ่นั้นมาวรรณาได้ไปไหนมาไหนกับธนกรตลอด มักกลับมาบ้านดึกๆ ประจำ แม้แม่วรรณาจะพยายามเตือนแล้ว ลูกสาวก็ไม่ฟัง ระหว่างที่ทั้งสองคบกัน วรรณาก็ดูเซื่องซึม ดูลักษณะไม่ใช่คนที่สมหวังในความรัก ผ่านไป 3 เดือน วรรณาก็หายตัวไปทั้งๆ ที่ไม่ได้นำเสื้อผ้าหรือข้าวของอะไรไปเลย ตำรวจพยายามตามหาก็ไม่พบร่องรอยอะไรเลย
“ป้าคิดถึงลูกมากนะ จนตอนนี้ต้องหมั่นไปพบจิตแพทย์อยู่เรื่อยๆ เพราะมีภาวะซึมเศร้าน่ะ”
“นลินขออนุญาตขึ้นไปดูที่ห้องของวรรณาได้มั้ยคะ แต่ถ้าคุณป้าไม่ไว้ใจก็ไม่เป็ไรค่ะ”
“เอาสิลูก เพราะยังไงในห้องวรรณาในตอนนี้ก็ไม่ได้มีของมีค่าอะไรหรอก”
นลินกับทศพลจึงพากันขึ้นไปที่ห้องของวรรณา
“มันจะช่วยอะไรได้หรอ นลิน”
“เผื่อวรรณาเขาเขียนไดอารี่อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ และในไดอารี่ของเธออาจมีเบาะแสสำคัญก็ได้”
ทศพลดึงลิ้นชักที่โต๊ะอ่านหนังสือของวรรณาออกมาก็เจอไดอารี่จริงๆ แต่ในนั้นก็ไม่ค่อยเขียนอะไรลงไป แต่สำหรับนลินคิดว่ามันอาจจะมีอะไรอยู่ก็ได้ เลยหยิบอัลบั้มรูปของวรรณาไปด้วย จากนั้นทั้งสองก็เดินลงมาด้านล่างเพื่อขอยืมอัลบั้มกับไดอารี่ของวรรณา สำหรับแม่ของวรรณาเห็นว่าถึงเก็บไว้มันก็ไม่มีประโยชน์ จึงอนุญาตให้นลินยืมไปได้
“พี่ดูคร่าวๆ แล้วมันก็ไม่เห็นมีอะไรนะ”
“พี่ทศไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวนลินลองดูอีกทีนะคะ”
นลินนั่งดูอย่างใจจดใจจ่อจริงๆ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร ทำให้ตัวเธอเองก็รู้สึกผิดหวัง ในใจคิดว่าอยากสื่อสารกับวรรณาให้มันรู้แล้วรู้รอดเลย ไม่ต้องงมเข็มในมหาสมุทรอะไรอย่างนี้
จนกระทั่งอยู่ดีๆ สมุดไดอารี่ก็เปิดเองจนไปเห็นหน้าหนึ่ง นลินลองอ่านในหน้านั้น เขียนข้อความสั้นๆ ว่า “ธนกร=>กระบวนการค้ามนุษย์” แม้มันเป็ข้อความสั้นๆ แต่มันมีความหมายอย่างมาก ในใจคิดว่า “พี่ธนกรเกี่ยวข้องกระบวนการค้ามนุษย์งั้นหรอ”
นลินจึงรีบนำความนี้ไปปรึกษากับทศพล ในใจทศพลคิดว่า แม้ธนกรจะไม่ใช่พี่ชายที่ดีแต่ก็ไม่น่าจะทำตัวเลวถึงขั้นไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้
“นลินว่า ธนกรอาจไม่เกี่ยวข้องก็ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องหาทางพิสูจน์เสียก่อนค่ะ”
“อื้อ พี่มีเพื่อนเป็นักสืบที่ในบางครั้งเขาก็มาทำงานเป็อาสาสมัครเหมือนพี่ พี่จะลองให้เพื่อนพี่ช่วยสืบให้ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวนลินจะเป็คนนำไดอารี่กับอัลบั้มรูปไปคืนแม่ของวรรณาให้เองค่ะ”
******************************************************
เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ พบว่า นักสืบคนนั้นได้เบาะแสเป็รูปถ่ายของธนกรที่ทำงานร่วมกันกับกระบวนการค้ามนุษย์จริงๆ เมื่อนลินกับทศพลเห็นก็ถึงกับอึ้ง นั่นหมายความว่า รายได้จากงานพิเศษของธนกรได้มาจากกระบวนการค้ามนุษย์นี้
ทศพลกำลังสงสารพ่อตัวเอง หากรู้เื่นี้คงใจสลายกับลูกรักเป็อย่างมาก แต่จะให้ช่วยปกปิดหรือช่วยปกป้องธนกรก็ทำไม่ได้เพราะคดีค้ามนุษย์มันเกี่ยวข้องกับชีวิตคนจำนวนมาก ทศพลจึงตัดสินใจให้เพื่อนนำหลักฐานส่งให้ตำรวจเพื่อจับกุมธนกร
******************************************************
ตำรวจได้นำกองกำลังไปจับกุมคนร้ายซึ่งมีธนกรรวมอยู่ด้วย แต่แล้วพวกคนร้ายไหวตัวทันทำให้พากันหลบหนีได้ ดังนั้นจึงมีทีมตำรวจมาที่บ้านของทวยเทพ
“พวกคุณมีอะไรหรือเปล่าครับ มาทำอะไรที่บ้านผม” ทวยเทพสอบถามตำรวจด้วยความใ
“พวกผมมาจับกุมนายธนกร ในข้อหาเป็ผู้ร่วมในกระบวนการค้ามนุษย์ครับ”
“ไม่จริง ลูกชายผมโดนปรักปรำ ลูกผมไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ๆ” ทวยเทพถึงขั้นช็อกแล้วล้มไปกองกับพื้น นิศนารีบวิ่งไปประคองและปลอบใจสามี
“หากเห็นธนกรกลับมาที่นี่ รบกวนให้ความร่วมมือกับตำรวจ กล่อมให้เขายอมมามอบตัวซะนะครับ โทษจะได้ลดหย่อนได้ พวกผมขอตัวก่อน”
******************************************************
เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ก็ยังจับตัวกลุ่มคนร้ายไม่ได้
และในขณะเดียวกันนุชได้โทรศัพท์มาหาทศพล
“ฮัลโหล ว่าไง นุช”
“นุชเองนะทศพล นุชจะเดินทางไปต่างประเทศในวันพรุ่งนี้ หากว่าทศพลยังคงรักนุชอยู่ ขอให้ทศมาหานุชที่สนามบินตอนเที่ยงของวันพรุ่งนี้นะ แค่นี่ล่ะ” ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
เมื่อทศพลได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกสับสนในใจว่า ตัวเขาเองยังคงรักนุชอยู่หรือไม่ หรือมีใครในใจไปแล้ว
******************************************************
ทศพลนอนคิดทั้งคืน แทบจะไม่ได้นอนเลย แต่ก็ต้องตื่นไปทำงานที่อู่ซ่อมรถ สำหรับในเช้าวันนี้ทุกคนร่วมประทานอาหารเช้า โดยพ่อมีอาการของคนเป็โรคซึมเศร้าเนื่องจากผิดหวังในตัวของธนกร นิศนาพยายามที่จะปลอบใจและให้กำลังใจสามีตลอดเวลา และสำหรับทศพลเองเขาก็รู้สึกสงสารพ่อของตัวเองและยังต้องคิดถึงเื่ของนุช แต่พอทศพลมองไปที่นลินก็รู้ทันทีว่าในตอนนี้ในใจทศพลมีแต่นลินไม่ใช่นุชอีกแล้ว
พอถึงเวลาใกล้เที่ยง ทศพลได้เดินทางไปสนามบินจริง แต่พอจะเดินเข้าไป ภาพของนลินก็เข้ามาในหัว ทศพลคิดว่าตอนนี้เขาไม่อยากหลอกตัวเองอีกแล้ว เลยเลือกที่จะโทรไปหานุชแทน
“ทศเองนะนุช ทศขอโทษจริงๆ พวกเราคงไม่อาจกลับมารักกันได้อีกแล้ว ใจทศมีคนอื่นแล้วนุช”
“นุชรู้อยู่แล้วค่ะทศ และรู้ดีว่าทศรักนลินแต่พยายามปิดกั้นหัวใจตัวเอง ถือว่านุชให้เป็ของขวัญจากเพื่อนนะ นุชใช้แผนนี้เพื่อให้ทศรู้หัวใจตัวเองไง ลาก่อนทศ”
“ขอบใจนุชมากนะ”
******************************************************
พอทศพลเดินออกจากสนามบิน เพื่อไปขึ้นรถ ก็มีเบอร์แปลกๆ โทรมา
“นี่ทศ ฉันเองนะ ธนกรไง”
“นี่นายอยู่ที่ไหนน่ะ ยอมมอบตัวเถอะนะ”
“555 ตอนนี้ฉันจับกุมตัวนลินมาแล้ว ฉันจะพาเธอไปขายน่ะ ฉันโทรมาแสดงความเสียใจกับนายไง”
“นายอย่าทำอะไรนลินเลยนะ ฉันขอร้อง” ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด “บ้าจริง วางไปแล้ว”
******************************************************
ทศพลจึงรีบแจ้งตำรวจว่าตอนนี้ธนกรได้จับตัวนลินไป แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าจะไปติดตามกลุ่มคนร้ายได้ที่ไหน ดังนั้นทศพลจึงไปตั้งหลักที่มูลนิธิก่อน นายจั่นเ้าเดิมก็เดินเข้ามา คราวนี้นายจั่นมีลักษณะเหมือนผู้หญิง ดูตาขวางๆ
ทศพลจึงถามอย่างมีความหวัง “ใช่นายจั่นหรือเปล่า”
“ฉฉัน คคือ ววรรณา นายจะไปช่วยนลินใช่มั้ย ฉันจะบอกทางให้”
ทศพลจึงยอมเสี่ยงโทรให้ตำรวจติดตามรถมูลนิธิมา โดยบอกว่านายจั่นรู้เบาะแส
******************************************************
ตอนนี้นลินถูกจับถูกมัดมือมัดเท้า อยู่รวมกับหญิงสาวอีกห้าคน โดยมีธนกรมาคอยนั่งคุมอยู่ใกล้ๆ
นลินเห็นว่ายังพอมีความหวังจึงพูดกล่อมว่า “พี่ธนกร ยอมมอบตัวเถอะนะคะ ยังไงพี่ก็หนีไม่รอดหรอก”
“รอดไม่รอดยังไง นลินก็คอยดูแล้วกัน พี่เสียดายนลินนะ ถ้านลินเป็แฟนพี่ พี่ก็จะไม่ยอมขายนลินให้ใคร”
“หรือว่าพี่เคยจะพาดารินไปขายเหมือนกันคะ”
“ยัยดารินน่ะหรอ ใช่ พี่จะขายมันเหมือนกัน แต่มันดันวิ่งหนี แล้ววิ่งไปตัดหน้ารถบรรทุกตายไง”
นลินรู้สึกเจ็บใจ คิดว่าเป็ความผิดของตัวเองที่ไม่น่าแนะนำให้ดารินรู้จักธนกรเลย แต่พอมานึกถึงวรรณา ก็เลยถามอีกว่า “แล้ววรรณาล่ะคะ เห็นคุณนุชบอกว่าพี่เคยเป็แฟนกับวรรณามาก่อน อย่าบอกนะว่าพี่ขายวรรณาเหมือนกัน”
“เพราะพี่ไม่ได้รักวรรณา พี่ก็แค่หลอกให้มันมาชอบพี่ และในระหว่างใน่ 3 เดือนพี่ก็ได้พาวรรณาไปขายตัวแล้ว วรรณาเลยได้กลับดึกทะเลาะกับแม่ทุกวัน หลังจากนั้นพี่ก็ส่งวรรณาให้กระบวนการค้ามนุษย์เพื่อไปขายตัวอยู่เขมรไง ไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดียังไงบ้าง”
“ทำไมพี่ถึงโหดร้ายขนาดนี้คะ จิตใจพี่ทำด้วยอะไร”
“นลินควรจะขอร้องพี่ไม่ใช่หรอ ไม่ใช่มาด่าว่าพี่อย่างนี้”
“พี่ไม่คิดถึงพ่อบ้างหรอคะ พ่อเขารักพี่มากนะ ยังไงท่านก็ไม่อยากให้พี่เป็แบบนี้”
“ก็เงินที่พ่อให้มันไม่พอใช้นี่ งานแบบนี้มันได้เงินเร็วดี เธอเริ่มพูดมากไปแล้วนลิน” ธนกรจึงนำผ้ามาปิดปากนลินไว้
นลินน้ำตาไหลซึม ในใจได้แต่เฝ้าภาวนา “พี่ทศพลคะ ช่วยนลินด้วยค่ะ”
รถตู้คันนี้กำลังเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี แต่แล้วก็มีด่านตำรวจดักไว้ คนร้ายจึงหักรถหันกลับ เนื่องจากที่ด่านมีตำรวจถือปืนรออยู่จำนวนมาก แต่แล้วก็มาพบว่ามีรถมูลนิธิและรถตำรวจตามหลัง ทำให้สามารถดักคนร้ายไว้ได้ คนร้ายรวมถึงธนกรยอมสู้ตายกับตำรวจจนกระทั่งคนร้ายบางส่วนถูกยิงตาย ส่วนนายธนกรกับคนร้ายอีกสองคนถูกยิงได้รับาเ็ เมื่อเหตุการณ์สงบสามารถจับคนร้ายได้ทั้งหมดแล้ว ทศพลจึงรีบวิ่งไปหากลุ่มผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาทันที ทศพลกับตำรวจบางส่วนเข้ามาช่วยกันแกะเชือกให้และพาหญิงสาวไปสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะนั่งรถตำรวจไปสถานีเพื่อสอบปากคำ
นลินเมื่อเห็นทศพลก็เข้าไปกอดทันทีด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับร้องไห้ ทศพลจึงกอดปลอบขวัญ
“ไม่เป็อะไรแล้วนะ นลิน พี่อยู่นี่ พี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนลินอีกพี่สัญญา”
“นลินกลัวมากเลยค่ะพี่ทศ ไม่คิดว่าพี่ธนกรจะโเี้แบบนี้ เขาได้หลอกดารินและวรรณาไปขายตัวด้วยค่ะ”
“ครับๆ ตอนนี้ธนกรก็ถูกจับเรียบร้อยแล้วนะ”
ทศพลเห็นนลินกลัว เลยขออนุญาตตำรวจว่าจะเป็คนพานลินไปสถานีตำรวจเอง ซึ่งตำรวจก็อนุญาต
ดังนั้นทศพลจึงขับรถพานายจั่นที่ถูกสิงโดยวรรณาและนลินไปสถานีด้วยกัน โดยทศพลได้กระซิบบอกนลินว่านี่คือวรรณา
“ขอบคุณ คุณวรรณามากเลยนะคะ ที่ช่วยชีวิตนลินไว้”
“ฉฉัน กก็ ตต้องขอบคุณคุณเช่นเดียวกันที่ช่วยให้จับธนกรและกลุ่มคนร้ายทั้งหมดได้”
“แล้วคุณเสียชีวิตยังไงคะ ตอนนี้แม่ของคุณเป็ห่วงคุณมากเลย”
“ฉฉัน พพยายามหลบหนี พพวกมันจึงข่มขืนฉันแล้วฆ่า และเผานั่งยาง ทำให้ตำรวจไม่สามารถระบุตัวตนของฉันได้ พอจะมีเศษกระดูกเก็บไว้บ้าง ถูกเก็บไว้ที่วัดตรงหน้านี้ เขาติดชื่อไว้ว่าบุคคลนิรนามน่ะ
เมื่อทั้งคู่ได้ฟัง จึงพากันไปรับเถ้ากระดูกของวรรณาที่วัดดังกล่าว เพื่อส่งมอบให้แม่ของวรรณาและนำไปประกอบพิธีที่กรุงเทพฯ
“ขขอบ จใจ มมาก ฉันต้องไปแล้ว ท่านมารอรับแล้ว ฝากขอโทษแม่ของฉันด้วย ลาก่อน”
แล้วนายจั่นก็กลับมาเป็ปกติดังเดิมในสภาพงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นลินเป็คนถือเถ้ากระดูกของวรรณาไว้ หลังจากที่นลินให้ปากคำเรียบร้อย ทั้งสามคนก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ มุ่งตรงไปบ้านของวรรณาก่อน
“คุณป้าคะ จำนลินได้มั้ยคะ”
“จำได้สิลูก”
“นลินพบวรรณาแล้วค่ะ นี่ค่ะเถ้ากระดูกของวรรณา”
อยู่ดีๆ คุณป้าก็แขนขาอ่อนแรงกำลังจะล้ม ดีที่ทศพลช่วยประคองไว้ “ลูกสาวฉันตายแล้วงั้นหรอ ลูกสาวฉันตายยังไง”
นลินจึงเล่าให้ฟังั้แ่ต้นจนจบ ทศพลเสียใจกับการกระทำของพี่ชายที่ทำให้หลายคนต้องเดือดร้อน แม่ของวรรณาจึงรับเถ้ากระดูกเพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา “กลับบ้านเสียทีนะลูกรัก”
เนื่องจากนลินไม่อาจบอกได้ว่าผีวรรณาฝากขอโทษ เธอจึงว่า “วรรณาเขียนไว้ในไดอารี่ค่ะ เธอฝากขอโทษคุณป้าด้วยค่ะ”
“แม่ให้อภัยลูกทุกอย่าง ขอให้ลูกแม่ไปสู่สุคติเถอะนะ”
เมื่อทศพลไปส่งนายจั่นเรียบร้อยแล้ว ก็กลับบ้านพร้อมนลินสองคน เนื่องจากนลินไปได้ยินทศพลพูดคุยโทรศัพท์กับนุชจึงรู้ว่านุชได้ออกเดินทางไปต่างประเทศ ทำไมทศพลถึงอยู่นี่และไม่ยอมไปรั้งนุชไว้
นลินจึงถามว่า “ทำไมพี่ไม่รั้งคุณนุชไว้ล่ะคะ ทำไมถึงปล่อยเธอจากไป”
“พี่ไม่ได้รักนุชแล้ว”
“อ้าว เผื่อมีถ่านไฟเก่าไงคะ”
“พี่มีคนในใจแล้วน่ะ”
“ใครหรอคะ ทำไมนลินไม่เคยเห็นพี่เข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลย”
“ก็ตอนนี้พี่เป็แฟนใครล่ะ”
“นลินหรอคะ”
“ใช่ พี่รักนลินและหวงมากด้วย อย่าหาว่าพี่ไม่รักษาสัญญาเลยนะ ในเมื่อมันเผลอใจไปแล้วนี่ นลินก็ชอบพี่ใช่มั้ยล่ะ”
นลินหน้าแดง ไม่คิดว่าทศพลกับตัวเองจะใจตรงกัน นลินเผลอพยักหน้า ทำให้ทศพลจอดรถข้างทาง แล้วหอมแก้มนลินอย่างดีใจ
“พี่ทศทำอะไรน่ะคะ ไหนว่าจะไม่ล่วงเกินนลินไง”
“พี่ลืมตัวน่ะ ถือว่ามัดจำไว้ก่อน แล้วพี่จะเรียกเก็บทีเดียวหลังจากที่พวกเราแต่งงานกันนะ”