จินฉิงอีเป็คนซอกแซกเช่นเดียวกับพี่ชายของนางเพราะได้รับการถ่ายทอดวิธีเสาะหาข่าวสารทั้งทางเปิดเผย และทางลับไม่นานนักนางก็สืบรู้ว่า ร้านข้าวสารเซียงนั้น คือ ร้านของจวิ้นอ๋องและจินวั่งซูคนทั้งสองหยิบยืมแซ่ท่านแม่ของนางมาใช้เพื่อปกปิดตัวตน ช่างฉลาดเช่นเดียวกับนางที่โป้ปดเถาหนิงลี่ไปว่าตนนั้นสกุลเซียง
ในยามนี้เซียงฉิงอีได้ใช้ให้โจรูเาฉีเจียตง เข้าไปสมัครเป็ผู้ช่วยเสมียนที่ร้านข้าวสารเซียงเพื่อจะได้สืบข่าวความเคลื่อนไหวของพี่ชาย
“เ้าจับตามองคนที่มีปานไว้ให้ดีหากเขาเรียกเหยี่ยวมาหา ให้เ้ามาบอกข้า”
เซียงฉิงอีมอบหมายให้ซ่งฮุ่ยจูมาคอยติดต่อกับฉีเจียตงซ่งฮุ่ยจูไม่ชอบหน้าของฉีเจียตงเพราะนางไม่เชื่อว่าผู้ชายซื่อจนเซ่อซ่าคนนี้จะช่วยงานคุณหนูได้สำเร็จผล
“เ้าอย่าเซ่อจนเผลอพูดความลับเข้าล่ะคุณชายใหญ่ฉลาดหลักแหลม ช่างสังเกต อาจจะจับผิดเ้าได้ไม่ยาก”
เห็นซ่งฮุ่ยจูดูถูกตนเองเช่นนั้นฉีเจียตงยิ่งตั้งใจจะเพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกหลายส่วนเขาจะทำให้ซ่งฮุ่ยจูเห็นว่า เขามีประโยชน์ต่อคุณหนูเพียงใดแต่พอไปสมัครงานครั้งแรก เขากลับโดนเถ้าแก่เซียงปฏิเสธ
องครักษ์เงาฉินจางหย่งเมื่อมาถึงเมืองหลวงจินถูกคุณชายเซียงเฉินกงจับมาแปลงโฉมเป็เสมียนร้านค้าข้าวผู้หล่อเหลารูปร่างที่แน่นด้วยมัดกล้าม คิ้วหนา ตาเรียวรี จมูกโด่งเป็สัน รับกับริมฝีปากบาง เมื่อแต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงไม่ถึงห้าวัน เขากลายเป็ผู้ชายที่ถูกกล่าวถึงมากกว่าเถ้าแก่เซียง จนถูกเถ้าแก่บ่นทุกครั้งที่มีลูกค้าสาวเดินเข้าร้าน
“เ้าเป็เสมียนเดินเข้าไปประจำโต๊ะข้างในจะดีกว่า ข้างหน้าข้าจะดูแลลูกค้าเอง”
คราหนึ่งคุณหนูเถานางจะไปร้านเครื่องประดับเมื่อผ่านไปเห็นเสมียนฉิน ถึงกับตกตะลึง ดวงตาพร่าพรายคล้ายจะเป็ลมไปชั่วขณะจนสาวใช้ทั้งสองต้องเข้าประคอง จากนั้นนางก็จะหาเหตุในการผ่านร้านข้าวสารเซียงให้ได้บ่อยขึ้น
“คุณหนูเ้าค่ะ ทางนี้มันอ้อมไกลเราไปถนนข้างหลังจะไม่ดีกว่าหรือ?”
“ไปทางนี้ล่ะดีแล้วข้าอยากดูร้านถังหูลู่ด้วย เผื่อมีขายจะได้ซื้อไปฝากหลานๆ”
นางกลับไปถึงคฤหาสน์ก็จะมีอาการเหม่อลอยจนเมื่อเซียงฉิงอีเข้าไปหานางก็รู้สึกผิดสังเกต“เ้าดูมีอาการแบบที่พี่ชายข้าเรียกว่า ตกหลุมรัก”
เถาหนิงลี่ซึ่งเป็สตรีเรียบร้อยถึงกับหน้าแดงซ่านม้วนตัวไปมาด้วยความขัดเขิน “ข้าจะตกไปได้อย่างไรเล่า? หลุมอะไรของเ้านั่น”
เซียงฉิงอีส่ายหน้าเอือมระอาหนังสือนิยายรักบัณฑิตกับคุณหนูพวกนี้นางแอบท่านพ่ออ่านบ่อยๆ ่ปักปิ่นใหม่ๆนางแอบเข้าไปในห้องพี่วั่งซู เจอหนังสือภาพวังวสันต์ที่ถูกซ่อนไว้ในหีบ นางเคยแอบเปิดดูอยู่หลายครั้งคราแรกก็หน้าแดงหูอื้อ แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นจึงแอบอ่านอยู่บ่อยๆ จนเลิกอายพี่วั่งซูก็มีหลายเล่มเสียด้วยั้แ่คราวนั้นนางจึงบัญญัติให้พี่นางเป็ชายโฉดอันดับหนึ่งแห่งแคว้นิ
“ข้าหมายถึงเ้าไปหลงรักเ้าหนุ่มที่ไหนมา จึงมาหน้าแดงม้วนตัวอยู่เช่นนี้”
ครั้นเห็นว่า อีกฝ่ายเข้าใจตนและอาจจะหาหนทางช่วยได้ เถาหนิงลี่จึงยอมเปิดปากเล่าเื่คุณชายฉินเสมียนรูปงามแห่งร้านค้าข้าวสารเซียง
“คราวก่อนที่ข้าไปภัตตาคารมู่กงกับท่านพ่อได้ยินพวกเพื่อนๆ โจษจันกันเื่นี้ ทุกคนต่างชอบคุณชายฉินแต่จนใจที่เขาไม่ค่อยได้ออกมาหน้าร้าน”
“ทำไมเล่า?”
“ก็เถ้าแก่เซียงน่ะสิบังคับให้เสมียนไปทำงานที่โต๊ะด้านในตลอดเวลา ส่วนเขาจะรอรับลูกค้าเอง”เถาหนิงลี่ถอนหายใจนางทำทีเข้าไปซื้อข้าวสารแล้วหนหนึ่งกลับไม่ได้คุยกับเขาเช่นกัน แม้เถ้าแก่เซียงจะหล่อเหลาแต่กลับสู้เสมียนฉินไม่ได้
“อ้อ....คนเช่นนั้นคือพี่ชายของข้า”
“เ้าว่าอะไรนะ?”
“เถ้าแก่เซียงผู้นั้น คือ พี่ชายที่ข้ามาตามหาอย่างไรเล่า? แต่ข้ายังเปิดเผยตัวไม่ได้เพราะเขาจะบังคับให้ข้ากลับบ้าน” นางมองหนิงเถาลี่ “หากเ้า้าให้ข้าช่วยเ้าก็ต้องปกปิดตัวตนช่วยข้า ตกลงไหม?”
หนิงเถาลี่ได้ยินว่าเซียงฉิงอีจะช่วยตนเองก็ตื่นเต้น “ข้าตกลง”
“เช่นนั้น เ้าต้องทำตามที่ข้าแนะนำ”
หนิงเถาลี่ส่งพ่อบ้านคฤหาสน์ตนเองไปรับรองกับเถ้าแก่เซียงว่าฉีเจียตงเป็หลานชายที่อยู่หมู่บ้านห่างไกลอยากจะมาทำงานในเมืองหลวงเขาเคยเป็ผู้ช่วยเสมียนมาก่อน ทำให้ฉีเจียตงได้เป็ผู้ช่วยเสมียนในการสมัครครั้งที่สอง
เพราะภารกิจในการจับตามองฉินจางหย่งได้รับการไหว้วานเป็พิเศษจากคุณหนูเถาที่ว่าเป็พิเศษเพราะเถาหนิงลี่แอบหย่อนถุงเงินหลายตำลึงใส่ในห่อผ้าวันที่เขาจะออกมาทำงานที่ร้านขายข้าวสารเซียงทำให้เขาได้ซื้อชุดใหม่ที่เนื้อผ้าดีจากร้านแพรเศรษฐีที่หัวมุมถนนสองชุดใส่แล้วดูภูมิฐานขึ้นมามาก
ฉีเจียตงคิดว่าตนเองไม่ได้หักหลังคุณหนูเซียง ยังคงจับตามองเถ้าแก่เซียงสองพี่น้องเพียงแต่เสมียนฉินนั้น นั่งโต๊ะใกล้กับเขาจับตามองได้ง่ายกว่า เขารู้สึกว่าเสมียนฉินเป็คนไม่ชอบพูดกับใคร เขาจะนั่งนิ่งหลับตามือทาบบนสมุดบัญชีอยู่นานแต่ครั้นทำบัญชีก็รวดเร็วจนมองไม่ทัน แต่ที่แปลกที่สุดเวลาเสมียนฉินเดินออกไปด้านหลังร้าน เขาเดินเร็วมากจนคล้ายกับเหาะไปยามเช้าตรู่เขาเคยเข้าไปในห้องเสมียนฉินหลายครั้ง กลับไม่มีร่องรอยชายผู้นี้นอนที่เตียงสักคืน
‘หรือว่า เสมียนฉินเป็โรคนอนไม่หลับในตอนกลางคืน’
ฉีเจียตงรายงานคุณหนูเซียงว่าเห็นเหยี่ยวตาสีฟ้าโฉบมาสองครั้ง คุณชายรองเซียงเอาจดหมายผูกติดกับขาเหยี่ยวไปและได้รับจดหมายตอบในหลายวันต่อมา
“จวิ้นอ๋องเอาหลันเซ่อมาด้วยจริงๆ หากข้าจอมยุทธ์หญิงเซียงมีเหยี่ยวสักตัวล่ะก็ย่อมน่าดูน่าเกรงขามในสายตาชาวยุทธ์”
“ท่านอย่าซื้อเลยนะเ้าคะ รอกลับไปขอจวิ้นอ๋องจะดีกว่า”
“ทำไมเล่า? เราซื้อมาฝึกตอนนี้ก็ดีนะข้าจะได้มีเหยี่ยวสื่อสาร”
“มันฝึกยากกว่านกพิราบแถมวิธีการฝึกเราก็ไม่รู้สู้ดีรอให้กลับแคว้นิแล้วคุณหนูไปขอกับจวิ้นอ๋องจะมิง่ายกว่าหรือเ้าคะ?”
เมื่อคิดถึงจำนวนเงินที่ตนจะต้องจ่ายเองเพื่อซื้อหาและฝึกเหยี่ยวแล้วเซียง ฉิงอีก็พยักหน้าเห็นด้วยซ่งฮุ่ยจูทำบัญชีให้นางดูว่า แต่ละวันพวกเขาใช้อัฐไปมากน้อยเพียงใดเงินที่คุณหนูนำมาด้วยคงจะพออยู่ได้อีกครึ่งปีเท่านั้นเคราะห์ดีที่ได้อาศัยคฤหาสน์ใต้เท้าเถา จึงมีเรือนนอนและอาหารรับประทานโดยไม่ต้องจ่ายเองแต่กระนั้นยามออกไปข้างนอกก็ต้องควักอัฐส่วนตัว
“คุณหนู ข้าว่าถ้าเราจะอยู่อย่างนี้ คงต้องคิดหาเงินเพิ่มบ้างแล้ว”
“ข้าเป็จอมยุทธ์ต้องหาเงินด้วยหรือ?”
สีหน้าของซ่งฮุ่ยจูคล้ำลงเล็กน้อย“แล้วท่านจะไม่กินอาหาร ซื้อขนม หรือเสื้อผ้าหรือไร? ถ้าเราไม่ได้พักที่นี่ อย่าว่าแต่หนึ่งปีเพียงสามเดือนอาจจะต้องรีบเดินทางกลับเมืองิแล้ว”
มองดูเงินที่กองอยู่เบื้องหน้าและสมุดบัญชีที่ซ่งฮุ่ยจูทำคร่าวๆ คุณหนูเซียงก็พยักหน้ารับ
“ดีที่ท่านให้เ้าโจรูเานั่นไปทำงานเป็ผู้ช่วยเสมียนไม่เช่นนั้นรายจ่ายเราจะเพิ่มขึ้น”
ซ่งเหวินฉีมองดูพี่สาวกับคุณหนูปรึกษากันแล้วก็คิดไม่ออกว่าพวกเขาจะทำงานใดถึงจะได้เงิน
เถาหนิงลี่เดินมาสมทบนางร่าเริงยินดีที่ได้รู้เื่ของคุณชายฉิน เอาไว้ให้ ฉีเจียตงคอยสังเกตก่อนว่า เขาชอบไปที่ใดนางคิดจะไปดักรอ แต่จะให้เอาองครักษ์ของท่านพ่อไปด้วยก็เกรงจะทำให้ความลับรั่วไหล
“ซ่งเหวินฉีเ้ามารับจ้างคุ้มครองข้าก็แล้วกัน”
-----------------------------------