“หนูไม่ไปเที่ยวกับเราแน่หรือลูก”
คุณอรพินมองหน้าลูกสาวสายตาละห้อย กอดเบาๆ เมื่อต้องร่ำลาที่สนามบิน
“ไม่ค่ะแม่ หนูมีงานต้องเคลียร์ให้เสร็จปีใหม่นี้”
“แต่ อากาศน่าเที่ยวมากเลยนะ ใบเมเปิ้ลกำลังเปลี่ยนสี ไปแช่ออนเซนกับแม่เขาให้ฉ่ำปอด”
พ่อพูดไปยิ้มไป
“ออนเซนก็เหมือนอาบน้ำอุ่นหนูเปิดน้ำใส่อ่างแช่ที่บ้านก็ได้”
“อย่างนั้นก็ตามใจ อย่านอนดึกนักน้าาา แล้วที่สำคัญห้ามพาผู้ชายเข้าบ้าน ห้ามกินเหล้าเกิน50มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์และๆๆ บราๆๆๆๆ”กระปุกยิ้ม
“ไอ้ที่ห้ามมาทั้งหมดนี่ทำอย่างกับลูกแม่สวยเหลือเกิน อย่างหนูนะมีคนชวนไปเคาน์ดาวน์ก็บุญแค่ไหนแล้ว”
คุณอรพินอมยิ้ม
“สักวันน่า จะต้องมีใครเห็นความดีที่ซ่อนอยู่ในตัวหนูแน่"
“มันซ่อนแล้วจะเห็นหรือพ่อ"กระปุกพูดขำๆ
"เอาน่า ก็อย่าซ่อนให้มากดิ ควักหัวใจออกมา หนูเก่งจะตาย ทำให้คนเป็ที่รักเป็ที่จับตาสักวันจะต้องเป็วันของหนู หรือไม่ก็แค่ความสามารถทั้งหมดให้เป็ประโยชน์”
"คร้าาาา หนูจะจำไว้แต่หนูอยากใช้ใจควักใจออกมาหนูก็ตายดิพ่อ หนูไม่ได้ไปประกวดนางงามสักหน่อยต้องทุ่มสุดตัว"พ่อกับแม่ยิ้มบางๆ
"ตามใจ สักวันหวังว่าจะเปลี่ยนใจ"พ่อพูดพร้อมกับเขย่าหัวกระปุกเบาๆ
กระปุกโบกมือลายิ้มๆ ขยับแว่นสายตาหนาเตอะ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"ใจหายเหมือนกันแฮะลูกแหง๋เอ๊ยพ่อกับแม่ยังไม่ทันขึ้นเครื่องเลย"พึมพำกับตัวเอง
"ตื๊ดดด ๆๆๆๆๆ "เสียงโทรศัพท์เกิดอาการสั่นสะท้าน
"อืมมมได้ๆๆๆ ร้านเดิม ชาบูอีกแล้วฉันว่าฉันกำลังจะตัวแตก"พูดไปเดินไป
"อีกสิบนาทีไม่เกินนั้น แกกินรอไปเลย พอดีแหละเย็นฉันอดข้าวกลับไปปั่นงานต่ออืมมมมแล้วเจอกัน"
เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
สะพายไหล่ วิ่งไปที่แท็กซี่ที่จอดอยู่
"ปุก"
ณดลโบกมือให้ กระปุกยิ้มแล้วเดินไปหย่อนก้นลงตรงข้ามกับณดลพอดี
"ตรงนั้นมีคนนั่งแล้วแกมานั่งตรงนี้ดิ"ตบที่เก้าอี้ตัวเยื้องๆ กัน
"อ่อได้ๆๆๆ เพื่อนแกเหรอ แกสั่งของเพียบเลย ฉันลงมือละน้าาาา"
ณดลยิ้มเจื่อนๆ เลื่อนหมูสไลกับแชลมอนดองน้ำปลาตรงหน้ากระปุก ที่หยิบเอากวางตุ้งจีนทั้งต้นตั้งใจจะใส่ลงไปในหม้อ
"คู่หมั้น"
กระปุกยัดกวางตุ้งจีนทั้งต้นเข้าปาก ทำตาโตคว้าเห็ดหอมมายัดเข้าไปอีก
"เฮ๊ยปุกนั่นในเห็ด กินดิบไม่ได้ แกตื่นเต้นอีกแล้วใช่ไหม"เสียงณดลร้องเตือน
"มะมะไม่เป็ไร"
ยกมือดันแว่นตาด้วยความเคยชินกล้ำกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอพร้อมกับน้ำตาที่กำลังตกใน
"แกไม่เป็ไรใช่ไหมปุก" ส่งน้ำหวานให้กระปุกที่ดูดรวดเดียวหมดแก้ว
"อืมไม่เป็ไรแค่ผักมันขมไปหน่อย แกกำลังจะแต่งงานเหรอ"
เค้นเสียงให้ปกติที่สุด
ณดลพยักหน้าขึ้นลง
หญิงสาววัยรุ่นราวคราวเดียวกับกระปุกเพียงแค่สวยกว่าดูดีกว่าขาวกว่าผอมกว่า ดูแพงกว่า แล้วงัยวะฮือๆๆๆ
เดินมาย่อตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวนั้นตัวที่เกิดมาเพื่อผู้หญิงคนนั้น
"ส่ายป่าน นี่กระปุก…เพื่อนสนิทของดล"
กระปุกล้วงมือควานหาบางอย่างในกระเป๋าแบบรีบๆ คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากรอกเสียงลงไป
"อ่อได้ๆๆ ได้ค่ะแม่เดี๋ยวหนูแวะไปซื้อให้แหม หิวหรือคะอีกยี่สิบนาทีเอาฝอยทองเ้าประจำด้วยไหม โอเคคร้ารอหนูแป๊บ"
หันไปพยักหน้ากับสายป่านแล้วก็ณดลแบบยิ้มๆ
"อือยินดีที่ได้รู้จักจริงๆ แล้วอย่าลืมแจกการ์ดเชิญฉันนะวันนี้รีบคุณนายอรพินสั่งผัดไทยกุ้งสดต้องรีบแล้วเ้านี้คนต่อคิวยาวไปถึงอนุเสาวรีย์ชัยฯ ช้ากลัวว่าจะหมด"ยิ้มเจื่อนๆ
"ปุกแก แกไม่เป็ไรแน่นะ"ณดลถามสีหน้าเป้นห่วงชัดเจน
"อย่าคิดมากน่า นายนี่หลงตัวเองชะมัดบอกว่าเพื่อนสนิทก็เพื่อนสนิทฉันจะเป็ไร ไว้คุยกันฉันไปก่อนน้าาาาาแล้วโทรมาเด้อ"
ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ทำกระเป๋าสะพายร่วงโครมของเกลื่อนพื้น ก้มลงเก็บรวบๆ ยัดเข้าไปในกระเป๋า ณดลเดินมาคว้าแขนไว้
"ปุกแกเลิกทำแบบนี้เสียที"
"ฮ่าาาทำอะไร ฉันรีบแม่จะบ่น"
ณดลกระซิบข้างหูสายป่านมองตาแป๋ว
"ฉันรู้ว่าแม่เธอบินไปญี่ปุ่นเมื่อสายๆ วันนี้"กระปุกถอนหายใจ
"้าอะไร นายอยากให้ฉันฟูมฟายอยากให้ฉันลงไปดิ้นกอดขานายแล้วบอกว่า..ว่าณดลอย่าทิ้งฉันไปอย่างนั้นหรือ"ณดลเหลือบตามองสายป่าน
"ฉัน ฉัน"
"ดีใจด้วยที่พบคนคนนั้นแล้ว ปล่อยมือจากฉันเถอะฉันจะรีบกลับไปทำงาน"
แกะมือณดลก่อนจะยิ้มกว้าง
"โชคดี รักแรกของฉัน"น้ำเสียงของกระปุกขาดเป็ห้วงๆ
ก้าวขาจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว
ณดลก้มหน้า
"ฮืออออพ่อมึงตาย ฮืออออไอ้บ้าไอ้ชั่วไอ้เฮงซวยไอ้ผู้ชายเฮงซวย นายไม่ได้มีอะไรดีสำหรับฉันแค่หล่อ เอาใจเก่ง เป็กันเอง ห่วงใย เทคแคร์แล้วก็เป็รักแรกของฉัน ฮืออออออ"
กระปุกนิ่งปล่อยน้ำตาไหลบนชานชาลารถไฟฟ้าร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง
"นอกจากไม่มีใครอยู่ในคืนข้ามปีด้วยกันฉันยังหมดหวังอีกด้วยฮืออออๆๆๆ "มือกำแว่นสายตาไว้ข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งปาดน้ำตา
“เฮ๊ยยยยยอย่าหนีนะ”
เสียงร.ป.ภที่ในมือถือกระบองวิ่งไล่ชายไร้บ้านอีกคนตรงเข้ามาตรงที่กระปุกยืนอยู่แว่นสายตาในมือถูกยกขึ้นสวมไปบนใบหน้าแต่ ชายไร้บ้านคนนั้นกลับชนกระปุกอย่างจัง
“พลั๊ก ตุ๊บบบบบบบบเฟี๊ยววววววว กรี๊ดดดดดดดดดเสียงผู้คนในละแวกนั้น กรีดร้องด้วยความใ กระปุกหลับตาปี๋ ปีเก่ากำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะใกล้เข้ามา แล้วฉันก็คงไม่ได้เคาน์ดาวน์แล้วใช่ไหม จบกัน
“ตูมมมมมม ปึง ปึงตูมมมมมมม”
แสงไฟสว่างวาบที่ม่านตาแดงชมพูม่วงฟ้าและเหลืองทอง
ร่างผอมบางของกระปุกกลิ้ง ไปบนทางเท้าก่อนที่จะแน่นิ่งตรงร่างสูงของใครบ้างคน
“นางหัวขโมย บังอาจมาขโมยของของข้า ข้าจะฆ่าเ้าให้ตายเสีย”
พัดในมือของใครบางคนกางกั้นไว้ ร่างขะมุกขะมอมเหลือบตาขึ้นมองแสงพุสีแดงม่วงฟ้าเขียว บนท้องฟ้าที่สว่างวาบพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาราวหลุดออกมาจากซีรัย์
พลันแสงสว่างวาบก็หายไปเหลือเพียงความมืดมิดพร้อมกับทั่วร่างกายเ็ปจนแทบจะขาดใจตาย
“นายท่านไว้ชีวิตข้าด้วย”
มือแกร่งบีบที่ข้อมือของร่างอ้วนตุ๊ต๊ะที่กำลังจะยกขาขึ้นกระทืบที่กระปุก
“ปล่อยนาง”
“ตะตะแต่ นางขโมยของในร้านข้า”
ร่างสูงล้วงที่อกเสื้อยื่นถุงเงินในมือ
“ข้าใช้หนี้แทนนางแล้ว พอใจหรือยัง”ร่างอ้วนยิ้มตาหยีก้าวขาจากไป
“นายท่านนางคือคุณหนูใหญ่บ้านหลง”
ดางตาวาวโรจน์
"นาง คือเสวียนอี้ถาน์มีตาแน่แล้ว"
"ขอรับ หญิงงามอันดับหนึ่ง ที่ใครๆ ก็ต่างลุ่มหลงอยากได้นางมาเป็ภรรยา"
วังหลวง
กระปุก ลุกขึ้นนั่งตัวตรงยกชายเสื้อรุ่มร่ามขึ้นมาดู ชุดอะไรแบบนี้ หันมองรอบตัว ข้างหน้านั่นเป็คันฉ่องที่มองแทบไม่เห็นหน้าแต่ก็พอจะมองได้ว่ากระปุกปล่อยผมยาวสลวย ใบหน้าซีดขาวแต่ก็สดชื่นกว่าก่อนหน้านั้น ริมฝีปากเล็ก จมูกเชิดหยิ่ง แก้มแดงระเรื่อด้วยความหนาว ยกมือขึ้นกอดอกแว่นตาหายไป เผลอยกมือขึ้นขยับแว่นด้วความเคยชิน ไม่มีแว่นตาอยู่ตรงนั้น แต่ทำไมมองเห็นชัดเจน
“หนาวจังวะ” พึมพำเบาๆ
อีกฝั่งเป็ร่างสูงที่ยืนหันหลังมองออกนอกหน้าต่างมือกอดอกท่าทีครุ่นคิด บนผนังมีกรอบไม้ประกบไว้อย่างเป็ระเบียบเป็ช่องกว้างที่ เขียนลวดลาย ั ดอกโบตั๋นและ นกน้ำ ราวกับภัตตาคารจีน ขอบไม้แต่ละอันทาสีแดงสด กลมกลืนกับลวดลายสีแดงบนพื้นสีขาว
้าเป็ขื่อสีแดงทุกอย่างเป็สีแดงทั้งหมด กระปุกขมวดคิ้ว
“โรงพยาบาลชื่ออะไร”
คราวนี้คนตัวสูงหันกลับมามองกระปุกเต็มตาเมื่อได้ยินคำพูดที่จับใจความไม่ได้
“สามี….! คนอะไรหล่อเป็บ้า”
อ้าปากค้าง เผลอยกมือเช็ดน้ำลายที่ริมฝีปากทั้งๆ ที่ไม่มีน้ำลาย
“ฟื้นแล้วหรือเ้า เสวียนอี้ถานบ้านหลง”
กระปุกเลิกคิ้ว ยกมือชี้มาที่อกของตัวเอง
"เสวียนอี้ถาน”
"ฝ่าา เสวียนอี้จือคุกเข่าที่หน้าตำหนักขอเข้าเฝ้าฝ่าา"เสียงใครบางคนที่เข้ามาใหม่พูดขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อม
"นำนางเข้ามา"
เพียงครู่เดียวหญิงนามเสวียนอี้จือก็ถลาเข้ามาพยุงกระปุกไว้
"น้องสาว เ้า เ้ามาอยู่ที่นี่เองกลับบ้านเราเถิด เ้าหนีออกจากบ้านมาอยู่วังหลวง ข้าห่วงเ้าเหลือเกิน"พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่นโยนห่วงใย
ดวงตางามของอี้จือช้อนขึ้นมองร่างสูงตรงหน้า ที่แค่เพียงมีสีหน้าเรียบเฉย
กระปุกที่เอาแต่กลอกตามองคนนั้นทีคนนี้ที
"น้องสาว เ้าออกจากบ้านทุกคนล้วนห่วงใย ท่านพ่อยินดีตามใจเ้าให้เ้าแต่งกับบุตรชายท่านแม่ทัพหวังแล้วอย่าทำแบบนี้อีกเลย"น้ำเสียงอ่อนหวานอ่อนโยนกว่าเดิมนางปรับน้ำเสียงเก่งเหลือเกินทั้งที่สายตานั้นหาได้หลอกลวงได้ไม่
ก่อนหน้านั้น
"พี่ห้า ฝ่าา ข้าชอบนาง นางงดงามอ่อนหวานใสซื่อ..และนางทำให้ข้าลุ่มหลง"
ใบหน้าขาวหล่อเหลา ที่บ่งบอกว่ากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรักขององค์อันดับสุดท้ายองค์ชาย17น้องชายร่วมบิดาของจงปินหยางฮ่องเต้
"เ้าชอบนางหรือ"ถามยิ้มๆ
"นางช่างเอาใจอีกทั้งยัง งดงามยามที่นางแย้มยิ้มหัวใจข้าแทบหยุดเต้น ข้าจะแต่งกับนาง"
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ จงปินหยางเห็นแววตาเพ้อฝันขององค์ชายที่เขาดูแลมาั้แ่ไท่ซางหวงต องค์ชายน้อยที่น่าเอ็นดู และน่าสงสารอย่างที่สุด
สองวันต่อจากนั้น องค์ชาย17ปินกงก็ะโหอเคียงฟ้า จบชีวิตตัวเอง
ใต้เขนยที่หนุนนอนของจงปินกง
กลับพบ จดหมายลายมือเป็ระเบียบใจความ
"สิ้นวาสนา สิ้นรัก ห่วงใย
ใจของข้าหาสำคัญไม่
ในใจท่านไร้รัก จึงผันแปร
ข้าเองก็ควรแปรผัน"
เสวียนอี้ถาน
จงปินหยางกำกระดาษแผ่นน้อยในมือแน่นส่งเสียงลอดไรฟัน
…เสวียนอี้ถาน…
"แม้เ้าจะเคย คบหาองค์ชายชาย17แต่องค์ชายไม่อยู่แล้วเ้าก็ควรจะกลับบ้านเราเสีย"
อี้จือยังเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม
"ข้าไม่อนุญาตให้นางไป นางจะต้องอยู่ที่นี่"ฮ่องเจต้หนุ่มหล่อกัดฟันพูด
กระปุกยิ้มเจื่อนๆ
“อย่าห่วงเลยฉันไม่ไปและไม่อยู่ฉันอยากกลับบ้าน”
นี่มันคืออะไรและนี่คือที่ไหนกัน
“เ้าต้องไป”
“นางต้องอยุ่ที่นี่เ้ากล้าดีอย่างไรจะมาพานางกลับไป”
"หยุด…. ยังไม่มีใครอธิบายอะไรกับฉันเลยว่าฉัน ปุกมาที่นี่ได้อย่างไร"
แหกทุกกฎ หรือว่านี่คือฝันกระปุกตายแล้วและนี่คือ์ คนพวกนี้คือนางฟ้าและเทวดา