เทพีน้ำค้างเหมันต์ฝืนยืนขึ้น แม้ร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง ดวงตานางยังคงแข็งกร้าว “เหตุใดเ้าถึงหลุดจากการคุมขังออกมาได้!”
ภูติหิมะฉีกยิ้มเย้ยหยัน เขาล้วงมือลงในปากก่อนดึงออกมาเป็ท่อนสมุนไพรที่เปล่งแสงสีแดงเรืองรอง “นี่คือ ว่านอัคคีเมฆา ของวิเศษที่ช่วยปัดเป่าพิษ และยังสลายพลังเหมันต์ของท่านได้อีกด้วย...”
คำพูดนั้นเหมือนหอกแหลมทิ่มแทงหัวใจ เทพีน้ำค้างเหมันต์กัดฟันแน่น น้ำเสียงเย็นเฉียบ “อย่าทะนงนักเลย เ้าคิดว่าของสิ่งเดียวจะทำให้เ้าล้มข้าได้หรือ”
เพียงพริบตา เขาเรียกแซ่ขึ้นมาโดยฉับพลัน!
“แซ่อัคคี!”
เขาตวัดแซ่ทันที เส้นแซ่สีเพลิงพุ่งวาดอากาศดังเสียงัคำราม เทพีน้ำค้างเหมันต์ม้วนตัวหลบอย่างไร้เรียวแรง
แซ่เสียดผ่านอากาศ ฟึ่บ! แล้วกระทบลงบนแผ่นหลังของนาง เพียะ! จนเสื้อผ้าขาดวิ่น เืสาดกระจายเป็ทาง แรงปะทะสะท้อนเข้ากระดูกจนนางล้มลง
ภูติหิมะหัวเราะสะใจ “ดูสภาพเ้าสิ... แม้ยืนยังแทบไม่ไหวเลย ข้าจะมอบความตายให้เ้าอย่างแสนสบายก็แล้วกัน!”
เขากระชากดาบโค้งเล่มหนึ่ง ดาบทรงเสี้ยวพระจันทร์เปล่งประกายแสงแดงฉาน “ดาบเสี้ยวพระจันทร์... จงหั่นิญญานางให้แหลกสิ้น!”
ร่างเขาพุ่งทะยานกลางอากาศ เงื้อดาบหมายฟาดฟันลงมาปิดฉาก!
ทว่า...
ฉึก!
เสียงโลหะปักทะลุร่างกายดังขึ้นแทน ภูติหิมะเบิกตากว้าง ดวงตาแข็งค้าง หอกวิเศษสีมรกตสว่างเรืองแสง ฝังลึกทะลุอก
“หอกเหมันต์มรกต...!” ภูติหิมะพึมพำเสียงขาดเป็ห้วงๆ ก่อนร่างจะสั่นสะท้านและสลายกลายเป็เถ้าฝุ่น ล่องลอยไปกับสายลม
ในความเลือนรางสุดท้าย สายตาของเทพีน้ำค้างเหมันต์จับจ้องไปยังร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า ภูติแห่งลม ยืนแน่วแน่ หอกในมือสลายหายไปพร้อมเสียงสะท้อนก้องในอก
“เ้า...” นางเอ่ยเสียงสั่น ทั้งความซาบซึ้งและความเ็ปปะปนกัน
ภูติแห่งลมกล่าวด้วยความมุ่งมั่น “ตราบใด… ลมหายข้าใจยังอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายท่าน...”
เสียงลมอื้ออึงพัดพาเอาเศษฝุ่นสีเขียวหายไปในความมืด เหลือไว้เพียง ความเงียบงัน... กับหัวใจที่สั่นไหวระหว่างความเป็ตาย
หนึ่งวันถัดมา ณ เรือนรับรอง
แสงไฟจากโคมวิเศษส่องสว่างเพียงสลัว ภายในห้องพักอันเงียบสงัด กลิ่นสมุนไพรลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นหอมบางๆ จากผิวกายสตรีที่นอนอยู่บนเตียงไม้แกะสลักอย่างบรรจง
ภูติแห่งลมค่อยๆ เปิดขวดน้ำยาสมุนไพร เขาจุ่มเศษผ้าสะอาดสีขาวแตะเนื้อยาข้นแล้วทาเบาๆ ลงบนแผ่นหลังเนียนขาวที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลจากแซ่อันโหดร้าย ทุกการััของเขานุ่มนวลประหนึ่งกลัวว่าจะแตะต้องแรงเกินไป ทว่าความแสบร้อนจากยากลับซึมเข้าสู่ผิว
“อ๊ะ...” เทพีน้ำค้างเหมันต์สะดุ้งเล็กน้อย ร่างกายแอ่นเกร็งเมื่อความแสบแล่นผ่านาแ นางกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้ร้องออกมา
ภูติแห่งลมรีบเอ่ยเสียงแ่ “ท่านฟื้นแล้วหรือ อดทนอีกสักหน่อย อีกไม่นานยาจะซึมเข้าไป จะไม่เจ็บแล้ว...” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย
นางหันหน้ามาช้าๆ ดวงตาเปล่งประกายงามราวกับหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้ในยามรุ่งสาง “ใคร...เป็คนนำข้ามาที่นี่”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างจริงใจ “เป็ข้า... ข้าอุ้มท่านออกมาจากลานหิน เพราะทุกคนสลบไปหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดช่วยได้ ข้าจึงต้อง... เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ และทายาที่หลังให้ท่านด้วยตัวเอง”
คำสารภาพตรงไปตรงมาทำให้หัวใจของนางสั่นไหว แก้มแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ นางมิได้ตำหนิเขา เพียงแต่เบือนสายตาหลบลงต่ำเพื่อซ่อนความว้าวุ่นในใจ
ภูติแห่งลมยิ้มอ่อน ก่อนพยุงร่างบอบบางขึ้นอย่างทะนุถนอม เขาหยิบถ้วยยาสมุนไพรที่เพิ่งต้มจนร้อนระอุ กลิ่นขมปนหอมอวลไปทั่วห้อง “ดื่มสิ... จะช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น”
มือสั่นเล็กน้อยของนางรับถ้วยไว้ แต่ความอ่อนแรงทำให้นางยกไม่ไหว ชายหนุ่มจึงขยับเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเขาแตะริมถ้วยช่วยประคองให้นางจรดริมฝีปากเข้ากับถ้วยช้าๆ
เพียงชั่วอึดใจ ลมหายใจของทั้งคู่ก็ใกล้ชิดกันเกินกว่าที่ควร หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุอก ความอบอุ่นจากมือที่ััและสายตาที่สบประสานกัน... ทุกสิ่งในห้องเงียบงัน เหลือเพียงเสียงหัวใจของทั้งสองที่ดังอย่างชัดเจน
ทันใดนั้นประตูห้องถูกผลักเปิดออก เทพฟ้าดินวิ่งเข้ามาด้วยร่างมอมแมม ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “อาจารย์! ท่านเป็อย่างไรบ้าง”
เทพีน้ำค้างเหมันต์ฝืนร่างกายยันตัวลุกขึ้นเล็กน้อย นางอมยิ้มอ่อนๆพลางพยักหน้าไปทางชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเตียง
“ไม่เป็อะไรแล้ว… ท่านพี่ภูติแห่งลม ดูแลข้าเป็อย่างดี”
“ท่านพี่?” เทพฟ้าดินทำตาโต หันมองเขาสลับกับอาจารย์ “อาจารย์… ท่านถึงขั้นเลื่อนฐานะเรียกเขาเป็ “ท่านพี่” แล้วหรือนี่? เช่นนั้นอีกไม่นานข้าคงต้องเรียกเขาว่า “อาจารย์พ่อ” เสียกระมัง”
คำพูดแกล้งหยอกทำให้แก้มของภูติแห่งลมขึ้นสีชมพูจางๆ ส่วนเทพีน้ำค้างเหมันต์ก็หลบตา ยิ่งทำให้ภาพตรงหน้าชวนให้เข้าใจผิดยิ่งนัก
สายตาคมกริบของเทพฟ้าดินเหลือบมองชุดที่อาจารย์ตนสวมอยู่ ก่อนจะหันมาทำเสียงเข้ม “แล้วเสื้อผ้าของท่าน… เขาก็เป็คนเปลี่ยนให้ใช่หรือไม่”
นางมิได้ตอบ เพียงแต่พยักหน้าช้าๆ แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อจนมิอาจปิดบังได้
“ตายแล้ว ตายแล้ว! เช่นนี้เขามิได้เห็นหมดแล้วหรือ” เทพฟ้าดินเอ่ยเสียงสูงแกล้งทำทีใ แต่แววตาเต็มไปด้วยความขี้เล่น ก่อนจะพูดต่อทั้งที่ยิ้มมุมปาก “ไม่เพียงเท่านั้นใช่หรือไม่… เขายังเป็ผู้ทายาให้ท่านด้วยสินะ”
เทพีน้ำค้างเหมันต์หัวเราะเบาๆ “ใช่แล้ว…”
“อ๋อ แบบนี้เอง… ถึงได้เลื่อนขั้นเป็ ท่านพี่” ศิษย์สาวว่าพลางทำหน้าล้อเลียนจนอาจารย์ถึงกับหัวเราะส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้น จะให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เ้าด้วยดีหรือไม่” คำพูดนั้นทำให้เทพฟ้าดินหน้าแดงเถือก รีบโบกไม้โบกมือ “ไม่ๆๆ ข้าทำเองได้! ข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนละ”
พูดจบ นางก็วิ่งพรวดออกจากห้อง ปิดประตูดัง ปัง ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ของทั้งสองที่ยังอยู่ภายในห้อง