บทนำ...
“อย่าทำอะไรดิฉันเลยนะคะคุณหญิง” ขณะเอ่ยประโยคนี้ หญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้นบ้านด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวก็ยกมือไหว้ร้องขอความเมตตาจากหญิงสาวอีกคน ที่การแต่งตัวนั้นแตกต่างจากเธอมาก บ่งบอกถึงฐานันดรศักดิ์ที่สูงกว่ามาก
มาลัยคือหญิงสาวคนที่นั่งอยู่กับพื้น เธอเป็แค่หญิงชาวบ้านธรรมดาๆ แต่หน้าตานั้นสะสวย ในขณะที่หญิงผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าเป็ถึงลูกหลานของตระกูลเชื้อพระวงศ์
คุณหญิงพริ้งคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของหม่อมเ้านุวัตร ท่านชายผู้ที่เพียบพร้อมไปด้วยชาติ กระกูลและสมบัติ จนมีหญิงสาวมากมายพร้อมพลีกายให้ท่านได้เชยชม บางคนก็เพราะรักบางคนหวังเพียงแค่ความสุขสบายเท่านั้น
“หล่อนมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน” น้ำเสียงห้วนๆ ของคุณหญิงเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับแววตาอันแข็งกระด้าง ดุดันและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง จนแทบไม่มีใครกล้าสบด้วย
“เพราะ…เอ่อ” คนพูดดูอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าเอ่ย ส่วนคนฟังนั้นพอจะรับรู้ได้เอง แต่ก็ยังเซ้าซี้ให้ได้ยิน
“เพราะอะไร เพราะอะไร” เสียงตะคอกดังลั่นบ้านสไตล์ยุโรป ที่ถูกปลูกขึ้นเพื่อไว้เป็เรือนหออีกครั้ง
“เพราะดิฉันเองก็ได้ชื่อว่าเป็เมียของท่านชายเช่นเดียวกับคุณหญิง”
เพียะ
เสียงตบฉาดใหญ่ดังขึ้น นั่นทำให้ใบหน้าสวยของมาลัยหันไปตามแรง เืกบปากของเธอในทันที แต่ก็ยังฝืนข่มความเจ็บเอาไว้ บอกตัวเองให้อดทน อดทน แต่ก็ไม่รู้จะอดทนได้อีกนานแค่ไหน นั่นเพราะมาลัยเองก็มีไผ่เด็ดอยู่ในมือเช่นเดียวกัน
“นังแพศยา คนอย่างหล่อนอย่ามาเอ่ยอ้างว่าเป็เมียท่านชายหน่อยเลย เพราะท่านชายมีฉันเป็เมียเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนหล่อนมันก็แค่นางบำเรอชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น อย่าสะเอะคิดว่าตัวเองสำคัญ” ขณะเอ่ยคุณหญิงพริ้งก็ตรงปรี่เข้าไปกระชากผมของมาลัยสุดแรง จนมาลัยนิ่วหน้าด้วยความเ็ป
“ไม่จริง เพราะท่านชายบอกว่ารักดิฉันไม่น้อยกว่าคุณหญิงเลย” คำพูดที่ได้ยินจากปากของมาลัย ยิ่งกระตุ้นให้โทสะในอกของคุณหญิงพริ้งประทุ
“กรี๊ดดดด นังมาลัย นี่หล่อนกล้าพูดแบบนี้กับฉันเชียวเหรอ” ตบเพียงแค่ครั้งเดียวคงไม่สาแก่ใจคุณหญิงพริ้งคราวนี้เธอจึงเงื้อมือขึ้นสูงก่อนจะฟาดลงบนใบหน้าของมาลัยอีกหลายครั้ง ก่อนจะผลักร่างที่อ่อนแรงของมาลัยให้ลงไปนอนกองกับพื้น
“คุณหญิง ได้โปรดเมตตาดิฉันด้วยเถอะเ้าค่ะ” มาลัยยกมือไหว้ด้วยท่าทางน่าสงสาร เืสดๆ ไหลออกมาจากมุมปากข้างหนึ่ง ในขณะที่แก้มทั้งสองข้างแดงช้ำเพราะถูกตบไปเมื่อครู่นี้
“ไม่มีทาง” คำตอบของคุณหญิงพริ้งเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของมาลัย
“ถ้าไม่เห็นแกดิฉัน ก็ขอให้เห็นแก่ลูกของท่านชาย หลานคนแรกของตระกูลด้วยเถอะเ้าค่ะ” แม้ว่าปากจะเอ่ยขอความเมตตา แต่ในแววตาของมาลัยนั้นกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความจองหอง คิดว่าตนคือผู้ชนะที่สามารถตั้งครรภ์กับท่านชายได้ ในขณะที่ภรรยาถูกต้องตามกฎหมายอย่างคุณหญิงพริ้งยังทำไม่ได้
“หล่อนว่าอะไรนะ” สีหน้าของคุณหญิงพริ้งเต็มไปด้วยความใ ซึ่งสีหน้าที่เห็นกลับสร้างความสุขให้มาลัยเหลือเกิน
“ดิฉันกำลังตั้งท้องลูกของท่านชายค่ะ” มาลัยเอ่ยทีละคำทีละประโยคอย่างช้าๆ อย่างไม่มีคำไหนขาดตกไป นั่นก็เพื่อให้คุณหญิงพริ้งรับฟังอย่างชัดๆ
“หล่อนบอกว่ากำลังท้องลูกของท่านชายอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ ดิฉันเพิ่งจะทราบวันนี้เอง และถ้าท่านชายทราบก็คงดีใจไม่น้อยแน่” รอยยิ้มของมาลัยมันบาดลึกลงไปในหัวใจของคุณหญิงพริ้ง นั่นเพราะเธอแต่งงานกับท่านชายมาก็หลายปี แต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์ ในเมื่อเธอยังไม่ท้องแล้วคนอื่นจะท้องก่อนได้อย่างไร
“ท้องได้ก็แท้งได้นี่ จริงไหม” รอยยิ้มของคุณหญิงพริ้งช่างเยือกเย็น จนมาลัยเสียวสันหลังวาบ เธอรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่ริมาลองดีกับคนแบบนี้
“คุณหญิงจะทำอะไรคะ”
“ไม่ต้องใไป เพราะหล่อนไม่ใช่รายแรกที่จะตายทั้งกลม ใครอยู่ข้างบอกบ้าง เข้ามาหาฉันหน่อย”
“ไม่นะคุณหญิง ไม่นะคะ อย่าทำแบบนี้” มาลัยลนลานเธอถอยหลังกรูจนนั่งชิดติดกับผนังห้อง พร้อมยกมือไหว้ขอความเมตตาไปด้วย
“ครับคุณหญิง” เสียงขานรับของเข้มดังขึ้น พร้อมการเข้ามาปรากฏตัวในห้องตามคำร้องเรียกของคุณหญิงพริ้ง
“เอานังมาลัยออกไป แล้วจัดการเหมือนเดิม ทุกอย่างต้องเรียบร้อย”
“ครับคุณหญิง” คำเอ่ยรับของเข้มยิ่งทำให้มาลัยกลัว แต่ที่กลัวมากกว่าคือสายตาของคุณหญิงพริ้งที่มองตรงมายังเธอ มันร้ายกาจและไม่มีความเมตตาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยนิด
“ท่านชาย ท่านชายช่วยมาลัยกับลูก อื้อ….” เสียงของมาลัยนั้นขาดหายไป เพราะถูกมือหนาและใหญ่ของเข้มปิดปากเอาไว้ เธอร้องอู้อี้ขอให้ท่านชายช่วยทั้งๆ ที่เวลานี้ท่านชายไม่ได้อยู่บ้าน และเย็นนี้หากท่านชายกลับมาแล้วถามหามาลัย คุณหญิงพริ้งก็พร้อมจะบอกว่ามาลัยหนีตามชู้ไปแล้ว และท่านก็จะไม่สงสัยอะไรเหมือนที่ผ่านๆ มา
เมื่อสั่งคนให้จัดการมาลัยแล้ว คุณหญิงพริ้งก็ยังมีอารมณ์นั่งจิบชาที่เวลานี้ชาร้อนได้กลายเป็ชาอุ่น เพราะมัวแต่เสียเวลาคุยกับมาลัยเสียนานสองนาน แก้วทรงสวยถูกมือเรียวยกขึ้นมาจรดริมฝีปาก และเสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้น
“คัตครับ”
“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจของคุณหญิงพริ้งหรือเวลานี้คือปลายฝน นักแสดงฝีมือเยี่ยมดังขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงว่า ‘คัต’ เช่นเดียวกัน
“เยี่ยมมากครับน้องหมอก ทั้งอารมณ์ทั้งอินเนอร์มาเต็มแบบนี้ ปลายปีรอรับรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีอีกแน่นอน” คำชมของผู้กำกับละครชื่อดังทำให้ปลายฝนยิ้มรับ แต่ก็ออกตัวไว้ก่อน
“ไม่หรอกค่ะผู้กำกับ หมอกขอตัวไปดูน้องพลอยใสก่อนนะคะ เมื่อกี้หมอกทั้งตบจริงทั้งข่วนจริงอะไรจริงน้องไปตั้งหลายครั้ง”
“พลอยไม่เป็อะไรคะพี่หมอก ขอบคุณนะคะที่เป็ห่วง” ยังไม่ทันที่ปลายฝนจะได้ลุกจากเก้าอี้เพื่อไปดูพลอยใส นักแสดงน้องใหม่แต่มากฝีมือผู้ซึ่งรับบทมาลัย พลอยใสก็เดินเข้ามาหาเสียก่อน
“ทุกอย่างที่แสดงก็ตามบทที่ซ้อมกันมาทั้งนั้น อย่าคิดมากเลยหมอก” ผู้กำกับแก้ต่างให้ เพราะฉากตบจริงทุกฉากนักแสดงล้วนเสนอมาเองทั้งนั้น บอกเพื่อความสมจริงของละคร
“แต่ว่า…”
“พลอยไม่เป็อะไรจริงๆ ค่ะพี่หมอก”
“หน้าพลอยบวมเชียว งั้นไปนอนพักในรถบ้านพี่ก่อนไหมคะ เดี๋ยวพี่เอาผ้าเย็นไปประคบให้ อย่าเกรงใจ” ปลายฝนเอ่ยรวบรัดชนิดที่ไม่ปล่อยให้พลอยใสได้ค้าน
“งั้นก็ได้ค่ะ”
“จ้ะ” ปลายฝนยิ้มรับ ก่อนจะจูงมือพาพลอยใสไปยังรถบ้านของเธอ ซึ่งมันเหมือนบ้านเคลื่อนที่หลังขนาดย่อม ที่ภายในนั้นตกแต่งไว้สำหรับพักผ่อนและใช้งานจริง ทุกครั้งที่ออกกองถ่ายปลายฝนมักจะใช้รถคันนี้เสมอๆ
“เอ้า! คัตแล้วก็พักกองก่อน บ่ายสามค่อยเริ่มถ่ายใหม่”
“ครับ/ค่ะ” ทีมงานทุกคนในกองถ่ายต่างเอ่ยรับกันอย่างพร้อมเพรียง แต่ดูเหมือนจะมีเพียงหนึ่งเดียวที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ นั่นก็คือนางเอกของเื่นี้อย่างริต้า
เช้านี้เธอมาสายกว่าเวลานัดมาก เพื่อไม่ให้เสียเวลาของนักแสดงท่านอื่นๆ ผู้กำกับจึงต้องขยับคิวถ่ายเมื่อครู่นี้มาถ่ายทำก่อน ขนาดสั่งคัตไปแล้วนางเอกของเื่ก็ยังแต่งหน้าทำผมแต่งตัวยังไม่เสร็จ
“ชุดนี้ริต้าไม่ใส่ค่ะ มันไม่สวยพอสำหรับนางเอกอย่างริต้า”
“แต่มันเป็ชุดที่เราใส่ฟิตติ้งกันมาแล้วนะคะ” ทีมงานฝ่ายคอสตูมของกองถ่ายเอ่ยบอก
“แล้วไงคะ ถ้าริต้าบอกว่ามันไม่สวยก็คือไม่สวยค่ะ ริต้าไม่ใส่ถ้าอยากให้ริต้าใส่ถ่ายละคร พี่ๆ ก็ต้องไปเอาชุดอื่นมา”
“ไม่มีแล้วค่ะคุณริต้า”
“ใครว่าไม่มี ก็ราวนั่นไง” นางเอกสาวผู้ที่มีนิสัยแตกต่างจากในละครชี้นิ้วไปยังราวแขวนเสื้อผ้าของปลายฝน
“แต่นั่นมันเป็ชุดของน้องหมอก พี่ว่า…” ทีมงานอึกๆ อักๆ อยากจะพูดว่ามันไม่เหมาะก็ไม่กล้าเอ่ย
“ริต้าจะใส่ชุดนั้นเข้าฉากตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ได้ก็สั่งเลิกกองไปเลย ริต้าจะกลับบ้าน”
“ค่ะๆ” เพื่อกันไม่ให้นักแสดงหลักกลับบ้าน ฝ่ายคอสตูมก็ต้องยอมสถานเดียว ก่อนจะรีบวิ่งไปบอกผู้กำกับ ที่แอบถอนหายใจอย่างระอาอยู่หลายครั้ง ก่อนจะแจ้งผู้จัดการกองถ่ายให้ไปคุยกับปลายฝนว่าริต้าจะเอาชุดที่เตรียมไว้ให้เธอใส่เข้าฉากไปใส่แทน ซึ่งปลายฝนก็ไม่ค้านอะไร
“อารมณ์เสีย หน้าบูดหน้าบึ้งแบบนี้ไม่สวยนะคะคุณน้อง” หน้าตาบูดบึ้งของริต้า ทำให้ลูกน้ำซึ่งมีรับหน้าเป็ผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดงสาวต้องรีบเข้ามาคุยด้วย
“หงุดหงิดนี่ค่ะ” ไม่ใช่แค่เื่ชุดที่ทำให้ริต้าหงุดหงิด แต่รวมไปถึงงานที่ทำอยู่ตอนนี้ด้วย นี่คือเื่แรกที่เธอไม่ได้ทำงานกับพระเอกคู่จิ้นคู่ขวัญ เพราะจู่ๆ ช่องก็ให้เธอมาเล่นคู่กับพระเอกหน้าใหม่ ที่เล่นแข็งยังกับหินล้านปี ร้องขอให้เธอช่วยดันให้รุ่ง แต่ดูเหมือนจะดับเสียมากกว่า
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ พี่รู้ว่าน้องริต้าอารมณ์เสียด้วยเื่อะไร แต่เราต้องเป็มืออาชีพเข้าไว้ค่ะ หน้ากล้องยังไง หลังกล้องก็ต้องแบบนั้น”
“พูดนะมันง่าย แต่ทำจริงมันไม่ง่ายเลย”
“พี่รู้ แต่อีกไม่กี่ตอนก็จะปิดกล้องแล้ว ทนๆ เอาหน่อยนะคะ พี่ได้ข่าวว่าละครเื่นี้กระแสดีมากถึงมากที่สุด ผู้ใหญ่ดันสุดตัว หลังออนแอร์แล้วรับรองว่าน้องริต้าต้องดังเป็พลุแตกกว่าที่เป็อยู่ตอนนี้มากแน่ๆ แบบนี้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมปลายปีนี้จะไปไหนเสีย”
“ก็แค่รางวัลกระจอกๆ” ริต้าไหวหัวไหล่มน นั่นเพราะเธอไม่ได้้ารางวัลอะไรพวกนั้นเลยสักนิด ถ้าเป็รางวัลนักแสดงนำหญิงแห่งเอชียก็ว่าไปอย่าง
“อุ๊ย! อย่าพูดเื่จริงดังไปสิค่ะ เพราะวงการนี้รางวัลคือเครื่องการันตีชื่อเสียงและความโด่งดัง ยิ่งคุณน้องได้รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมมากเท่าไหร่ งานและเงินก็จะวิ่งเข้าหาไม่ขาดสาย งานจับคู่จิ้นกับพระเอกเบอร์หนึ่งก็จะมีไปเรื่อยๆ อีก เชื่อพี่”
“ขนาดเจอกันแทบทุกวัน แต่ทำไมริต้าถึงยังทำให้เขารักไม่ได้เลยสักที” คิดเื่นี้แล้ว ริต้าก็ยิ่งหงุดหงิด นั่นเพราะเธอเจอหน้าพระเอกเบอร์หนึ่งอย่างคิมหันต์แทบทุกวัน เพราะนอกจากทำงานร่วมกันแล้ว แม่ของเธอกับแม่ของชายหนุ่มนั้นเป็เพื่อนสนิทกันอีก ทั้งสองครอบครัวมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอๆ แต่เธอกลับชนะใจชายหนุ่มไม่ได้ เป็ได้แค่คู่จิ้นหน้ากล้อง พอหลังกล้องเขากลับเมินใส่ นั่นยิ่งทำให้ริต้าอยากเอาชนะผู้ชายอย่างคิมหันต์
“อย่าลืมว่าน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับหัวใจอ่อนๆ ของผู้ชาย” ลูกน้ำยิ้มเ้าเล่ห์ เพราะมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แต่แค่ครู่เดียวก็กลับมาฉีกยิ้มสดใสให้ริต้าอีกครั้ง
ส่วนริต้านั้นกลับไม่ทันได้สังเกต เพราะในความคิดตอนนี้ของเธอมีแค่อย่างเดียว คือจะทำยังไงให้ชนะใจคิมหันต์ให้ได้ แต่ถึงเธอจะหมกมุ่นกับเื่นี้หรือวีนเื่ชุดที่ต้องใส่ ริต้าก็ยังเป็นักแสดงสาวมือหนึ่งของวงการ เธอแบ่งเื่ส่วนตัวและเื่งานออกจากสมองได้ดี เพราะทันทีที่มีการต่อบทเธอก็เป๊ะเพราะทำการบ้านมาเป็อย่างดีแล้วนั่นเอง

ฝากทุกคนกดไลท์แฟนเพจ 'วรนิษฐา' กันค่ะจะได้ตามข่าวเรื่องนิยายกันได้ รวมทั้งไม่พลาดหากวันไหนมีนิยายกับของน่ารักๆ มาแจก เพื่อขอบคุณแฟนเพจกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
วรนิษฐา / Miss sexy