เกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

    บทที่ 39 สถานกาณร์ดีขึ้น

            บทที่39

            สถานกาณร์ดีขึ้น

            บนเตียงคนป่วยร่างของหญิงวัยเลขสามกำลังนั่งอยู่บนแคร่ไม้ที่เป็นเตียงสำหรับผู้ป่วยภายในสถานที่แห่งนี้ภายในกระโจมแห่งนี้มีเพียงแค่สามชีวิตเท่านั้นที่กำลังอยู่ลู่หยางและสองแม่ลูกที่เข้ารับการรักษาเป็นคนแรก 

            ลู่หยางก้มๆเงยๆจัดเตรียมของที่อยู่รอบกายของตนเองมันมีเข็มเงินจำนวนมากที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ใช้ในการรักษาและก็มีถังน้ำสะอาดที่วางอยู่ตรงหน้าของสตรีผู้นั้น 

            ลู่หยางหลังจากที่เตรียมการจนเสร็จเรียบร้อยเขายกมือของตนเองขึ้นมารูปกันไปมาก่อนที่จะเริ่มหยิบเข็มเงิน 1 เล่มลนไฟเพื่อชำระล้างเชื้อโรคก่อนที่จะค่อยๆนำมันปักเข้าไปบริเวณด้านหลังของนาง

            ลู่หยางเริ่มทำการปักเข็มเข้าไปภายในจุดที่ไปก่อนต่างๆบนร่างกายของนางใช้เวลาประมาณหนึ่งก้านธูปเข็มทั้งหมดสิบเล่มปักอยู่ทั่วทั้งร่างกายเป็นบริเวณด้านหลังสิบเล่มด้านหน้าสามเล่นบนศีรษะสองเล่ม 

            ภายในใจของสตรีผู้นั้นปรากฎเต็มไปด้วยความกังวลแต่นางก็ทำใจดีสู้เสือท่ายางผมความกังวลภายในใจของตนเองเอาไว้

            ลู่หยางที่กำลังยืนอยู่หลังจากที่ทำการปักเข็มของตนเองบนร่างกายของนางเรียบร้อยหมดแล้ว

            เขาได้ค่อยๆพากายของตนเองขึ้นไปนั่งอยู่บริเวณด้านหลังของนางรวบรวมลมปราณภายในร่างกายจากนั้นก็ค่อยๆปล่อยลมปราณของตัวเองเข้าไปภายในร่างกายของนางผ่านทางเข็มเงิน

            เข็มเงินเหล่านี้เป็นเหมือนกับตัวนำลมปราณของเขาแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของนางให้ได้รวดเร็วมากขึ้น

            แทรกซึมเข้าไปที่จุดชีพจรความรู้สึกของสตรีผู้นั้นเหมือนกับว่ามีบางอย่างเข้ามาเกื้อหนุ่มร่างกายจุดชีพจรโดนเติมเต็มอย่างรวดเร็วนางรู้สึกเหมือนกับว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้นร่างกายดูมีกำลังวังชา

            แต่ลู่หยางกำลังเต็มไปด้วยความจริงจังเขากำลังใช้ลมปราณของตนเองเข้าไปภายในร่างกายของนางเพื่อใช้ลมปราณขับพิษที่อยู่ภายในร่างกายออกมา

            ในตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นไข้หวัดแต่ลองคิดดูดีๆแล้วโรคระบาดที่ก่อกำเนิดขึ้นมามันน่าจะเกิดขึ้นมาจากสมุนไพรพิเศษมากกว่า

            ถ้าเป็นพิษก็ใช้วิธีการขับพิษโดยใช้ลมปราณในการอัดกระแทกก็ขับพิษพวกนั้นออกมาเขาจะใช้เข็มเงินเหล่านี้เป็นตัวสื่อนำและก็ทำให้เหล่าพิษพวกนั้นถูกนำออกมาจากภายในร่างกาย

            ผ่านไปไม่นานนักสีหน้าของสตรีผู้นั้นไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ตอนแรกนางรู้สึกเหมือนว่าร่างกายของตนเองมีกำลังวังชามากขึ้น

            ในตอนนี้หลังจากที่ลมปราณภายในร่างกายถูกซัดเข้ามาภายในร่างกายของนางลมปราณเหล่านั้นกระตุ้นพิษภายในร่างกายที่แทรกซึมอยู่ให้ค่อยๆไหลออกมา

            แน่นอนว่าเมื่อพิษของไข้ภายในร่างกายถูกกระตุ้นขึ้นมาทั้งพร้อมกันสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือเหมือนกับว่าภายในร่างกายของนางมีร้อนสลับกับเย็นอย่างรวดเร็ว

            หยินและหยางปั่นป่วนบางครั้งส่วนหนึ่งก็มีอำนาจมากขึ้นมาบางครั้งส่วนหนึ่งก็อ่อนแรงลงมันทำให้ภายในร่างกายของนางรู้สึกไม่ดีเลยสักนิด

            หน้าเอ็งก็เริ่มซีดเซียวริมฝีปากเองก็เริ่มแห้งบุตรสาวมองเห็นใบหน้าของผู้เป็นมารดาไม่ดีนักเริ่มเต็มไปด้วยความกังวล

            ลู่หยางยังคงไม่หยุดยั้งเขาพยายามเรียกเร้นพิษเหล่านั้นออกมาจากร่างกายของนางให้มากขึ้นอีกเมื่อระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาพิษที่มันทำให้เกิดโรคระบาดมันเริ่มแทรกซึมเข้าไปภายในร่างกายของนางมากขึ้นแล้วจำเป็นจะต้องใช้เวลา

            ผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูปนางยังคงสติของตนเองเอาไว้ได้แต่ว่าใบหน้านั้นไม่สู้ดีนะ

            ช่วงเวลาในตอนนี้มันก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญมีบางอย่างเกิดขึ้นสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือเข็มประมาณเจ็ดเล่มที่ปักอยู่บริเวณด้านหลังค่อยๆมีความร้อนแผ่ออกมาเข็มอีกแปดเล่มที่ปักอยู่ตามจุดต่างๆมันค่อยๆมีความเย็นแผลออกมา

            เหมือนกับว่าพิษภายในร่างกายของนางค่อยๆโดนดูดออกมาและขับออกมาจากเข็มเงินของเขา 

            ผ่านไปไม่นานนักลู่หยางมองเห็นถึงจังหวะทำการยื่นฝ่ามือของตนเองเข้าไปและก็ปล่อยลมปราณของตนเองซัดเข้าไปในครั้งเดียว

            ลมปราณที่ถูกปล่อยเข้าไปอัดกระแทกเข้าที่จุดหลายจุดภายในร่างกายในขณะเดียวกันมันเองก็กระแทกเข็มเงินที่ปักอยู่บนร่างกายของนางให้ค่อยๆตกลงไปด้วยเช่นเดียวกัน

            สตรีผู้นั้นถึงกับหมดแรงในทันทีเมื่อเข็มเงินทั้งสิบเล่มบนร่างกายออกไป 

            นางเอนกายไปด้านหลังได้ลู่หยางเข้ามาประคองลู่หยางจับร่างของนางไว้สตรีผู้นี้ใบหน้าอ่อนแรงเป็นอย่างมากบนใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ 

            ลู่หยางตะโกนเรียกผู้ที่อยู่ด้านนอกทหารสองนายเข้ามาและพยุงนางเอาไว้ 

            จากนั้นลู่หยางเขาได้ทำการใช้ผ้าสะอาดจับเข็มทั้งสิบห้าเล่มก่อนที่จะโยนมันลงไปภายในถังน้ำสะอาดด้านหน้า

            เข็มทั้งสิบห้าเล่มถูกโยนลงไปภายในถังน้ำสะอาดบ้านบังเกิดเสียงซู่ซ่าลู่หยางคิดได้อย่างถูกต้องอย่างที่เขาคิดจริงๆด้วยพวกพิษเหล่านั้นถูกขับออกมาพร้อมกับเข็มเงินเหล่านี้

            ถ้าของเขาหันไปมองที่สตรีผู้นั้นอีกครั้งมองดูอาการของนางเป็นอย่างไรบ้าง 

            หลังจากนั้นเขาก็เฝ้าดูอาการประมาณสองวันลองดูอาการของนางให้อย่างแน่ใจว่านาจะไม่เป็นอันใดแล้ว 

            ลู่หยางเฝ้าดูอาการของนางในช่วงสองวันหลังจากที่ผ่านพ้นการรักษาอย่างถูกแยกตัวออกจากผู้ป่วยคนอื่น 

            ลู่หยางสังเกตอาการอย่างต่อเนื่องนางเริ่มมีอาการดีขึ้นใบหน้านั้นก็เริ่มดูดีในขณะเดียวกันหลังจากนั้นหลังจากที่ทำการรักษาจนเสร็จสิ่งที่เป็นตัวยืนยันได้อย่างชัดเจนเลยว่าการรักษาของเขาได้ผล

            มันก็คือการที่ร่างกายของนางไม่จำเป็นจะต้องกินยาที่เขาสร้างขึ้นมาอีกแล้ว

            ยาที่เขาปรุงขึ้นมาเพื่อระงับอาการหนาวเย็นภายในร่างกายตอนนี้อากาศร้อนหนาวเหล่านั้นมันไม่ได้มีอยู่ภายในร่างกายของนาวอีกแล้ว

            นี่เป็นตัวที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าโรคนี้ถูกรักษาได้เรียบร้อยแล้วลู่หยางเต็มไปด้วยความดีใจแต่ว่ามันเองก็มีเรื่องที่น่าเสียดาย

            ถ้าทำการรักษาจริงๆนั่งต่อวันเขาคงจะรักษาได้เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นลมปราณภายในร่างกายที่ใช้ในการขับพิษออกมาใช้เป็นจำนวนมาก 

            ตอนนี้ระดับลมปราณภายในร่างกายของเขามีเพียงแค่ระดับห้าเท่านั้นไม่ได้เป็นยอดฝีมือเหมือนกับอาจารย์หญิงที่เป็นถึงยอดฝีมือที่มีลมปราณระดับหนึ่งและเป็นแพทย์ที่มีความสามารถเป็นอย่างมาก 

            ขีดจำกัดในแต่ละวันเขาสามารถรักษาอาการได้ประมาณห้าคนเท่านั้นกับผู้ป่วยที่มีห้าร้อยคนอาจจะต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวัน

            ในขณะที่สถานการณ์ของเมืองตี้หนานดีขึ้น 

            …

            บริเวณทางฝั่งชายแดนการสู้รบก่อกำเนิดขึ้นอีกครั้งแม่ทัพใหญ่ของเมืองหลวงไป๋เฟิ่งนำหกหมื่นเหยียบย่ำเมืองถัดไปที่ยังคงเป็นสถานที่การตั้งมั่นของอ๋องหลัน 

            บุคคลภายในกองทัพได้รับโรคระบาดที่เกิดขึ้นไม่มากนักจำนวนทหารหกหมื่นมีคนที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับโรคระบาดชนิดนี้มีเพียงแค่ประมาณไม่กี่ร้อยเท่านั้น

            แบบนั้นนางยังสามารถนำทัพทำการบุกไล่อีกฝ่ายได้ตอนนี้นางเต็มไปด้วยความโกรธเพราะว่าพวกมันใช้วิธีที่ไม่สมควรจะทำ คนเหล่านั้นใช้วิธีในการดึงชีวิตของผู้คนมากมายที่เป็นคนบริสุทธิ์มาเกี่ยวข้องกับสงคราม 

            หลังจากที่ไปยืนประจันหน้าอยู่ที่ด้านหน้ากำแพงเมืองไป๋เฟิ่งเกรียงไกรในวันนั้นวันที่ท้องฟ้านั้นมืดมิดเหล่าทหารที่อยู่ภายในกองทัพที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างพากันเหล้ากันออกไป

            พวกมาเล่ากันว่าแม่ทัพใหญ่ไปยืนประจันหน้าอยู่หน้ากำแพงเมืองชี้กระบี่ของตนเองขึ้นไปประกาศกล่าวอย่างเสียงดังลั่นว่านางนั้นจะเป็นคนตัดหัวพวกมันสองคน 

            เข้าสู่ประมาณกลางเดือนเจ็ดสถานการณ์ภายในเมืองตี้หนานดีขึ้นคนที่ป่วยเกี่ยวกับโรคบุปผาสีชาดเริ่มถูกรักษาหายจำนวนมากขึ้นเมืองเองก็ยังไม่ได้เปิดมีคนตายเพราะร่างกายอ่อนแอกับโรคนี้เป็นจำนวนประมาณสิบคนถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก

            อย่างไรเสียเรื่องข่าวดีมันก็ไม่มีเพียงแค่นั้นเพราะว่าบริเวณชายแดนอีกเมืองที่อ๋องหลันถอยไปตั้งหลักตอนนี้โดนตีแตกเรียบร้อยแล้ว 

            ตัวของพวกมันถอยไปอยู่ในป่าการสุดท้ายที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังสุดและในตอนนี้ข่าวแว่วจากชายแดนก็ส่งไปถึงทั่วทั้งแคว้นว่ากองทัพหกหมื่นกำลังเคลื่อนพลไปที่เมืองสุดท้าย

            สงครามที่กินเวลาถึงหนึ่งเดือนผู้คนกล่าวว่ากองทัพของเมืองหลวงก็ยังคงรบด้วยความแข็งแกร่งพวกเขาสามารถสังหารทหารของอ๋องหลันไปได้เป็นจำนวนมาก

            จนเรียกได้ว่าในตอนนี้กองกำลังของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

            อ๋องหลันกำลังถอยไปที่ปราการสุดท้ายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตอนนี้ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่มันคิดแผนการที่คิดเอาไว้เกี่ยวกับสิ่งที่จะใช้โรคระบาดเล่นงานไป๋เฟิ่งและก็รอทหารมันไม่สามารถทำได้ 

            นางรู้ตัวก่อนและก็ทำการกลับกันเหตุภายในเมืองเอาไว้ไม่ให้ทหารภายในกองทัพเข้าไปยุ่งภายในเมืองมากนักเพราะว่าเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ 

            ไป๋เฟิ่งหลังจากที่รู้ว่าอีกฝ่ายจะใช้โรคระบาดเล่นงานนางยังไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อยทำการรุกไล่มันต่อเนื่อง

            ตอนนี้ประมาณกลางเดือนเสร็จนางรุกไล่จนล้อมเมืองสุดท้ายของอ๋องหลันได้แล้ว 

            นี่คือปราการด่านสุดท้ายถ้านางสามารถทำลายได้สามารถจับตัวมันและไปลงโทษได้ทุกอย่างเองก็จะจบ 

            ไป๋เฟิ่งต้องการสู้รบอยู่อีกประมาณหนึ่งเดือนเต็มๆเข้าสู่ช่วงประมาณกลางเดือนแปดตอนนี้อากาศเริ่มแปรเปลี่ยนแต่ว่าปราการสุดท้ายแข็งแกร่งเป็นอย่างมากนางสามารถล้อมได้เพียงแค่สามด้านเท่านั้นเพราะว่าบริเวณด้านหลังของพวกมันเป็นชายฝั่งที่ติดกับทะเล

            ในเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานางไม่สามารถทะลวงเข้าไปด้านในได้แต่ก็สามารถตัดทอนกำลังของอีกฝ่ายได้เป็นจำนวนมาก

            ไป๋เฟิ่งวางแผนเอาไว้ทั้งหมดแล้วถึงแม้ว่าเดือนนี้จะไม่สามารถพิชิตเมืองที่อยู่ด้านหน้าได้แต่ภายในครึ่งเดือนเก้านางสามารถทำได้อย่างแน่นอน 

            สงครามบริเวณชายแดนกำลังจะจบลงขณะที่โรคระบาดตอนนี้นอกจากเมืองตี้หนานแล้วทุกๆเมืองก็มีสถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงหมด 

            จบบท

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่คุณอ่าน