ชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง

    บทที่ 43 พูดคุยตามภาษาพี่น้อง

            บทที่ 43

            พูดคุยตามภาษาพี่น้อง

            เหยียนฉางเยว่แย้มสรวลเบา ๆก่อนจะตรัสขึ้นต่อด้วยสุรเสียงนุ่มลึกแฝงความยินดี

            “ได้ยินว่าเฉินเอ๋อร์กลับมานครหลวงครานี้พาสตรีนางหนึ่งติดตามมาด้วย...แถมยังมีบุตรสาวอีกคนเช่นนั้นข้าก็มีหลานสาวเพิ่มขึ้นแล้วสินะ”

            น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแม้ไม่ดังนักแต่เต็มไปด้วยความสุขสำราญอย่างเห็นได้ชัด หากมีผู้ใดได้ฟังในยามนี้ย่อมรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ถ้อยคำเสแสร้งแต่อย่างใดแต่เป็นความปรีดาที่แท้จริงซึ่งเปล่งออกมาจากใจของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหยียนผู้ยิ่งใหญ่

            “เป็นอย่างไรบ้าง?”

            ครานี้น้ำเสียงที่เปล่งออกมานุ่มนวลยิ่งกว่าเดิมดวงเนตรดำล้ำลึกของฮ่องเต้เหลือบแลมองน้องชายผู้ซึ่งนั่งอยู่ข้างกาย “หมายถึงนิสัยของเด็กน้อยนั่น”

            เหยียนฉางหลงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะในลำคอแผ่วเบา รอยยิ้มที่หาได้ยากค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าคมเข้มดวงตาทอประกายอบอุ่นเล็กน้อย

            ในห้วงความคิดของเขาภาพเด็กหญิงตัวน้อยที่เอียงคอไปมาอย่างน่ารักน่าชัง พลางยกนิ้วโป้งเล็ก ๆชื่นชมเขาว่ารูปงามยังชัดเจนในห้วงสายตา

            ฉากนั้น...แม้เวลาจะผ่านไปเพียงไม่นานแต่กลับทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

            เหยียนฉางเยว่เห็นดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ

            “ดูท่าทางว่าเจ้าจะพึงพอใจกับหลานสาวผู้นี้ไม่น้อยเลยทีเดียว”

            น้ำเสียงของพระองค์แฝงความล้อเลียนอยู่ในทีหากแต่ดวงตากลับฉายแววอ่อนโยนไม่ต่างจากพี่ชายผู้เอ็นดูน้องชายของตนเอง

            เหยียนฉางหลงพยักหน้า ก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบหากแฝงไว้ซึ่งความจริงใจ

            “ทูลเสด็จพี่เด็กคนนั้นฉลาดเฉลียว...แต่ประจบประแจงไม่น้อยเลยทีเดียว”

            ถ้อยคำที่เอ่ย แม้ดูคล้ายตำหนิหากแต่สีหน้าและแววตากลับเปี่ยมด้วยความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

            เสียงหัวเราะดังกังวานก้องศาลากลางทะเลสาบฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ทุบพระหัตถ์เบา ๆ ลงบนเข่าตนเองพลางตรัสด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความเบิกบาน

            “เด็กผู้หญิงต้องเป็นเช่นนี้ถึงจะดี ประจบประแจงขี้อ้อน นั่นแหละเหมาะสมแล้ว!”

            ครั้นแล้วพระองค์ก็ทรงเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถามต่อด้วยน้ำเสียงที่เจือความเคร่งขรึมเล็กน้อย

            “แล้วเรื่องของมารดาเด็กน้อยล่ะ? ข้าได้ยินว่านางเป็นคนตระกูลไป๋...ที่ล่มสลายไปแล้วแถมยังเป็นบุตรีสายตรงอีกด้วย”

            ถ้อยคำที่ตรัสแม้เรียบง่ายแต่กลับตรงประเด็นยิ่งนักและหากไม่ใช่บุคคลในตำหนักเหยียนหลงอ๋องแล้ว...เรื่องนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดเลยด้วยซ้ำ

            เหยียนฉางหลงหันไปมองพี่ชายของตนเองสายตาแฝงรอยครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ

            เขาไม่แปลกใจนัก...

            ในใต้หล้าหากมีผู้ใดสามารถรู้ข่าวสารทุกความเคลื่อนไหวโดยละเอียดลึกซึ้งก็คงมีแต่ผู้ที่ประทับเหนือบัลลังก์มังกรอย่างเหยียนฉางเยว่เท่านั้น

            เหยียนฉางหลงปรายสายตาไปยังเสด็จพี่ของตนเองแววตานิ่งสงบแต่ในนั้นแฝงไว้ด้วยความหมายที่ชัดเจน...เป็นคำถามที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย

            องค์ฮ่องเต้เหยียนฉางเยว่ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเพียงแค่ยกยิ้มบางก่อนจะส่ายพระพักตร์ช้า ๆ แล้วทรงตรัสตอบอย่างราบเรียบ

            “เรื่องการล่มสลายของตระกูลไป๋...ไม่เกี่ยวกับข้า”

            น้ำเสียงแฝงความหนักแน่น ไม่เร่งเร้าไม่อ้อมค้อม ทว่ากลับไม่เปิดเผยมากไปกว่านั้น

            “แต่ว่าข้าจะไม่บอกเจ้าหรอกนะ”

            พระหัตถ์ที่เหี่ยวย่นเล็กน้อยด้วยวัยถูกยกขึ้นมาลูบปลายคางของตนเองเบา ๆ รอยยิ้มที่มุมปากยังคงไม่เลือนหาย

            “ถึงอย่างไร...นางก็กลายเป็นลูกสะใภ้ของเจ้าแล้วมิใช่หรือ?”

            ดวงเนตรดำขลับมองสบสายตาน้องชายที่นั่งนิ่งอยู่เบื้องข้าง

            “เอ๋…อืม แต่นางก็ถือว่าเป็นหลานสะใภ้ของข้าเหมือนกัน”

            น้ำเสียงเรียบเย็นของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหยียนเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่าย หากแต่มีความหมายลึกซึ้งนัก

            ชั่วอึดใจเหยียนฉางเยว่ก็ทอดถอนหายใจแผ่ว ก่อนตรัสด้วยน้ำเสียงคล้ายหยอกเย้าแต่กลับแฝงความเคร่งขรึมแผ่วเบา

            “ช่างเถอะ...เจ้าเองก็น่าจะเข้าใจดีอยู่แล้วเรื่องนี้ผูกพันอยู่กับหลายฝ่าย”

            พระเนตรคมล้ำลึกหันกลับไปมองผืนน้ำเบื้องหน้า

            “เดิมทีสถานการณ์ของเจ้าก็เป็นเป้าสายตาของพวกขุนนางในราชสำนักอยู่แล้วครานี้พาลูกสะใภ้เช่นนี้กลับมาอีก...เกรงว่าอีกหลายคนคงไม่อยากปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ”

            คำกล่าวของจักรพรรดิประดุจคำหยอกล้อในวงสุราทว่าผู้ใดฟังย่อมรับรู้ถึงแรงกดดันในราชสำนักที่แฝงซ่อนอยู่เบื้องหลังวังหลวงเฟิ่งหวงกงแห่งนี้

            เหยียนฉางหลงหัวเราะแผ่วเบายกยิ้มที่มุมปาก ริมฝีปากคมเอื้อนเอ่ยคำอย่างไม่รีบร้อน

            “เช่นนั้นก็ดีแล้วมิใช่หรือ เสด็จพี่...”

            แววตาเฉียบคมเหลือบมองเบื้องหน้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวสืบต่อ

            “พวกมันมัวแต่พุ่งเป้ามาที่ข้า...เสด็จพี่เองก็จะได้ผ่อนคลายขึ้นจากเรื่องถกเถียงในราชสำนักมากกว่าเดิม”

            เหยียนฉางเยว่แย้มพระโอษฐ์อีกคราดวงเนตรที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าในคราแรก ทอประกายแสงขึ้นเล็กน้อย

            ความสนิทสนมระหว่างสองพี่น้อง...ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถ้อยคำมากมายหากแต่ก็ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินนี้ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนั้นได้ดีไปกว่าพวกเขาเอง

            เดิมทีองค์ชายผู้หนึ่งขึ้นครองบัลลังก์ ย่อมต้องระแวงเรือน้องชายพี่ชายของตนจะหันศรย้อนกลับมาแย่งชิงราชสมบัติ

            แต่ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องแห่งราชวงศ์เหยียนกลับต่างไปจากนั้นสิ้นเชิง

            ผู้เป็นพี่ไม่เคยหวั่นเกรงว่าน้องชายจะแย่งชิงบัลลังก์มังกรขณะเดียวกัน...น้องชายเองก็ไม่เคยคิดว่าพี่ชายจะเป็นจักรพรรดิที่ “เสร็จนาฆ่าโคถีกเสร็จศึกฆ่าขุนพล”

            ฮ่องเต้เหยียนฉางเยว่ใช้พระหัตถ์ตบฟาดที่หัวเข่าตนเองเป็นจังหวะช้าๆ เสียงดังแผ่วเบา หากแต่มั่นคงในทุกจังหวะ ก่อนจะทรงตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

            “ที่ราชวงศ์เหยียนสามารถเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงวันนี้...ก็เพราะเราสองพี่น้องไม่เคยใส่ใจคำยุแยงของพวกขุนนางที่อยู่ข้างกาย”

            สุรเสียงนั้นสงบนิ่งทว่าภายในแฝงความหนักแน่นดุจหินผา

            “เจ้าพวกนั้น...คอยยุแยงให้เราสองคนแตกร้าวกันอยู่ตลอดเวลา”

            พระเนตรเหยียนฉางเยว่ทอดมองสายน้ำเบื้องหน้าดวงตาคู่นั้นแม้จะผ่านกาลเวลามายาวนาน กลับยังเปี่ยมด้วยความเด็ดขาดดังเดิม

            “หากเราเป็นเหมือนฮ่องเต้หรืออ๋องคนอื่น ๆที่หลงเชื่อคำยุยงของขุนนางพวกนั้น...ป่านนี้ราชวงศ์เหยียนคงไม่สงบสุขถึงเพียงนี้”

            พระองค์หยุดคำตรัสลงชั่วขณะก่อนจะหันไปมองน้องชายที่นั่งเคียงข้าง

            “ทว่า...น้องข้า”

            เสียงขานเรียกคล้ายระบายลมหายใจออกมาเบาๆ

            “เราสองพี่น้องรักใคร่กันดี...ไม่เคยคิดว่าต้องทรยศต่อกันไม่เคยมีวันนั้น”

            สุรเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นดุจคำสัตย์สาบานที่สลักไว้บนเสาหินอันมั่นคง

            “เพียงแต่...”

            ครั้งนี้เสียงของเหยียนฉางเยว่แผ่วเบาลงเล็กน้อยดั่งจะกลืนหายไปในสายลม

            “เมื่อวันเวลาล่วงเลยไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน...จะยังเป็นเช่นนี้หรือไม่ใครจะรู้?”

            แววพระเนตรคู่นั้นหม่นเศร้าลงในฉับพลัน

            เพราะพระองค์เข้าใจดี...ความผูกพันที่เหนียวแน่นเช่นพวกเขาสองพี่น้องอาจมีเพียงแค่ในรุ่นของพวกเขาเท่านั้นเมื่อถึงรุ่นถัดไป...ความสัมพันธ์เช่นนี้อาจกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าขานที่ถูกหลงลืม

            หากวันหนึ่งพวกเขาจากไปองค์ชายผู้สืบทอดบัลลังก์อาจมีจิตคิดสังหารเหยียนหลงอ๋องและเครือญาติเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่

            หรือในทางกลับกัน...วันหนึ่งอาจมีผู้สืบเชื้อสายเหยียนหลงอ๋องคิดก่อกบฏชิงบัลลังก์

            วันนั้น...ใครจะหยุดยั้งได้อีก?

    คล้ายกับเรื่องชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498