สาเหตุที่พริกคิดเช่นนั้น เพราะบนใบหน้าและร่างผอมบางของชายฉกรรจ์มีรอยกัดจนเหวอะหวะหลายจุด โลหิตชุ่มโชกจนย้อมเสื้อยืด กางเกงวอร์มที่สวมใส่ ให้กลายเป็สีแดง แถมดวงตาขาวขุ่นยังดูไร้แววจนน่าสะพรึงกลัว
แม้เด็กสาวจะมั่นหน้ามั่นโหนกว่าตัวเองเป็คนกล้า แต่คราวนี้ กายของเธอกลับสั่นเทา และหวาดกลัวจนสองเท้าก้าวไม่ออก บุรุษผู้นั้นจึงอ้าปากกว้าง ทำให้ของเหลวสีแดงสดและเศษเนื้อก้อนโตที่ค้างคา หลุดร่วงลงมา
“แฮ่……” เสียงแหบต่ำที่คล้ายอสูรกายถูกปล่อยออกจากปากของบุรุษผู้เหมือนปีศาจ ก่อนที่มันจะกระโจนเข้าใส่เด็กสาวอย่างรวดเร็ว
แต่ในจังหวะที่บุรุษสุดสยองใกล้ถึงตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของพริกก็ถูกปลุกให้ตื่น เธอจึงก้มตัวต่ำ เพื่อหลบหลีก จากนั้นก็หวดไม้เบสบอลไปที่สองขา ทำให้ร่างบางโชกเืลอยละลิ่ว ก่อนจะร่วงหล่นลงมาไถลพื้นหญ้าอีกหลายตลบ
“ตุ้บ ”
ทว่าเด็กสาวไม่ยอมจบเพียงเท่านี้ จึงรีบตามซ้ำด้วยอาวุธคู่ใจ เป้าหมายคือท้ายทอย โดยเธอลดแรงเหวี่ยงลงครึ่งนึง กะให้อีกฝ่ายแค่สลบ
“เปรี้ยง ”
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” พริกหอบถี่ ในใจนึกเสียวสันหลัง เพราะถ้าสองขาของเธอไม่หายสั่น เมื่อครู่คงโดนปีศาจตนนี้ทำร้ายไปแล้ว
“เกือบไปแล้ว โชคดีที่เราฝึกเล่นกีฬามาหลายอย่าง แถมเคยชกต่อยกับคนอื่นมาบ้าง เลยพอจะป้องกันตัวได้”
“แฮ่…..”
กระนั้นเด็กสาวก็คาดการณ์ผิด เพราะบุรุษหน้าผีเริ่มครางเบาๆในลำคอด้วยเสียงแหบต่ำ ก่อนจะค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า
“นะ นี่มันอะไร เราฟาดไปที่ท้ายทอยเต็มแรง ตะ แต่มันกลับลุกขึ้นมาได้ เป็ไปไม่ได้ ” พริกแทบช็อค ด้วยการฟาดเมื่อครู่ น่าจะทำให้คนธรรมดาสลบได้เป็วันๆ แต่เธอไม่มีเวลาคิดมากนัก เพราะมันได้พุ่งเข้ามาอีกแล้ว
“แฮ่ ”
แน่นอนว่ารีแอคชั่นของพริกยังคงใช้ได้ จึงยกไม้เบสบอลขึ้นยันหน้าอก ทำให้บุรุษสุดสยองยื่นหน้ามากัดเธอไม่ได้
“อื้อ ไอ้บ้านี่คิดจะกัดชั้นนี่หว่า ว่าแต่ทำไมแรงมันถึงได้เยอะนักวะ จะยันไม่อยู่แล้ว”
เหมือนเทพเ้าแห่งโชคชะตาจะไม่ได้อยู่ข้างพริก เพราะสองเท้าดันถอยไปเหยียบจานใส่ข้าวหมา ทำให้เสียหลักจนล้มลงไปนอนหงาย
“โครม ”
“เฮ้ย! ”
แม้พริกจะล้มลง แต่ด้วยความที่บุรุษสุดสยองเป็จอมตื้อ จึงโถมเข้าใส่ต่อ โชคดีที่เด็กสาวยังมีสติมากพอ เลยยกไม้เบสบอลขึ้นค้ำปลายคาง ทำให้รอดพ้นจากคมเขี้ยวอย่างหวุดหวิด แต่สิ่งนั้นก็อยู่ห่างจากใบหน้าเนียนใสเพียงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น
“เหวอ…..นี่มันฝันร้ายแบบไหนกัน รีบตื่นเร็วๆสิโว้ย แถมลมหายใจของไอ้บ้านี่ก็เหม็นสุดๆ” พริกโวยวาย และพยายามเค้นแรงทั้งหมดที่มี เพื่อผลักจอมงับออกไป แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่โถมลงมา ประกอบกับแรงโน้มถ่วงโลก เธอจึงไม่อาจสลัดหลุด
พริกยันจอมงับอยู่นานจนสองแขนเริ่มล้า เขี้ยวคมกริบของมันเกือบจะชิดกับแก้มเนียนๆอยู่แล้ว แถมเืสดจากปากก็ไหลลงมาบนลำคอและปลายคางถึงหลายหยด ทำให้เธอขยะแขยงจนต้องเบือนหน้าหนี
“อย่านะ ถอยไป ไอ้บ้า พูดภาษาคนไม่รู้เื่รึไง”
“แฮ่ แฮ่ แฮ่…..” ทว่าบุรุษสุดสยองโต้ตอบได้แค่ส่งเสียงแหบต่ำ ปากงับถี่รัว ท่าทางตื่นเต้นยินดี เพราะเนื้อสดที่หอมหวานอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อม
“อื้อ จะไม่ไหวแล้ว ”พริกกัดฟันกร็อดๆ และพยายามเค้นแรงเฮือกสุดท้ายออกมา แต่พละกำลังกลับถดถอย เสี้ยววินาทีที่จอมงับใกล้เกือบจะทำสำเร็จ สายตาของเด็กสาวก็ประสบกับคมศาสตราที่ถูกเหวี่ยงมายังลำคอ ทำให้ศีรษะของมันขาดสะบั้นในทีเดียว
“ฟู่……” เืสีแดงสดพุ่งออกจากลำคอที่ไร้หัว จนดูเหมือนน้ำพุที่ชวนสยอง กายผอมบางที่กดทับพริกก็บรรเทาแรงลง เหลือไว้เพียงน้ำหนักตัว เด็กสาวเลยผลักมันออกไปอย่างง่ายดาย
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” พริกหอบถี่ คราวนี้ดูเหน็ดเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม เพราะเพิ่งรอดตายมาอย่างหวุดหวิด แต่ด้วยสัญชาตญาณระวังภัยที่มีอยู่เต็มหัวใจ จึงสั่งให้เธอหันไปมองเ้าของศาสตรา
คนผู้นั้นเป็บุรุษร่างสูง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเอกหนังเกาหลี ทว่าก็แอบมีริ้วรอยและหนวดเครา ประเมินอายุคงราวๆ 30 กลาง ข้างๆเป็เด็กชายน่ารักน่าชังสวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ที่ค่อนข้างหลวม แถมยังสวมหมวกยี่ห้ออดิแดสอีกต่างหาก ทำให้ดูคล้ายตุ๊กตาใส่ถ่าน
“นายเป็ใคร ทำไมต้องฆ่าคน ” แม้บุรุษผู้มาใหม่จะช่วยพริกไว้ แต่เด็กสาวก็ไม่อาจยอมรับ เพราะเมื่อครู่ เขาได้ตัดคอคนให้เธอเห็นสดๆ ทว่านายคนนั้นกลับยิ้มเล็กน้อย แล้วตอบกลับเสียงกร้าว
“หึ หึ หึ ดูท่าทางเธอไม่รู้อะไรเลยสินะ ไอ้ที่ชั้นตัดคอไป มันไม่ใช่คนหรอก ” พอหนุ่มคนนั้นพูดจบ เขาก็สะบัดอาวุธคู่ใจ ซึ่งก็คือมาโชเต้เล่มเขื่องนั่นเอง เพื่อให้เืที่เกาะคมของมันหลุดออกไป
“มันจะไม่ใช่ได้ไง ก็เห็นอยู่ว่าใช่ และถึงไอ้หมอนั่นจะคลั่งยังไง เขาก็ยังเป็คนนะ” พริกเถียง สองมือเริ่มกำไม้เบสบอลแน่น ทว่าหนุ่มฉกรรจ์กลับถอนหายใจเบาๆ แล้วสั่งเด็กชาย
“จ้าวไปเอาหัวของมันมาให้พ่อทีซิ ”
“ครับ พ่อ ” เด็กชายรีบรับคำ ก่อนจะวิ่งไปหยิบศีรษะอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็นำมาให้หนุ่มฉกรรจ์ที่น่าจะเป็พ่อ
“เอาล่ะ นังหนู ดูให้เต็มตา แล้วบอกชั้นทีว่ามันยังเป็คนอีกมั้ย” หนุ่มฉกรรจ์พิจารณาศีรษะอยู่อึดใจ ก่อนจะยื่นมันให้พริกดู
“เฮ้ย! นี่มัน….” พริกะโตัวลอยด้วยความใ เพราะไอ้หัวเ้ากรรมกำลังอ้าปากพะงาบๆ คล้ายกับกำลังกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมส่งเสียงแหบต่ำที่ชวนสยอง
“ฮื่อ…..แฮ่…….”
สองขาของพริกเสียศูนย์จนเกือบทรุด ทั่วกายสั่นเทา ด้วยสิ่งที่เห็นตรงหน้า มันค้านกับทุกความรู้ที่เด็กสาวเคยเรียนมา
“ปะ เป็ไปไม่ได้ โลกนี้ไม่มีซอมบี้ ไอ้พวกนั้นมีแค่ในหนังหรือนิยายหลอกเด็กเท่านั้น”
“ว่าไง ทีนี้เชื่อหรือยังว่าไอ้ตัวที่ชั้นตัดคอไป มันไม่ใช่คน ” ดูท่าทางหนุ่มฉกรรจ์จะรำคาญที่เด็กสาวอึ้งนานเกินไป เลยทวงถาม ทว่าพริกก็ยังพูดไม่ออก ปากคอสั่นไม่หยุด ในใจคิดแค่ว่า…
“บ้าน่า บ้าไปแล้ว บ้าที่สุด นี่ต้องเป็ฝันร้ายแน่ๆ ต้องรีบตื่น ”
พริกรีบหยิกแขนตัวเองสลับตบแก้มซ้ายขวาเสียหลายฉาด ทำให้ชายฉกรรจ์ที่ยืนดูเหตุการณ์เริ่มขบขัน
“ฮะ ฮะ ฮะ ยัยเด็กโง่ เธอไม่ได้ฝันและไม่ได้อยู่ในนิยาย นี่คือความจริง อ้อ แล้วจะบอกให้อีกอย่าง ไอ้พวกนี้ฆ่าไม่ตายหรอก การจะเก็บมันได้มีอยู่ทางเดียว นั่นก็คือ…..”ทันทีที่หนุ่มฉกรรจ์พูดจบ เขาก็ปักมาโชเต้ลงบนกระบาลของปีศาจ
“ฉึก ”
“แฮ่….คร่อก….” ปีศาจร้องดังออกมาอีกคำเดียว ก่อนที่เปลือกตาของมันจะปิดลง และแน่นิ่งไป
พอหนุ่มฉกรรจ์เด็ดชีพของุ์เสร็จ เขาก็ดึงมาโชเต้ออก ทำให้เืแดงสดสาดเป็ทาง จากนั้นก็หันไปถามเด็กสาวที่กำลังยืนอึ้ง
“ว่าแต่นั่นคือบ้านของเธอใช่มั้ย สาวน้อย”
“อะ เอ่อ ใช่ ” พริกตอบสั้นๆ ท่าทางหวาดระแวง ด้วยบุรุษตรงหน้าเพิ่งกระทำเื่โหดที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อน(ยกเว้นแต่ในหนัง อันนี้ดูเป็ประจำ) ทว่าหนุ่มผู้นั้นไม่แคร์ พร้อมกล่าวเนือยๆ
“ถ้าใช่บ้านของเธอ ก็ดีเลย ขอเข้าไปล้างหน้าล้างตาหน่อย และขอของกินด้วย เพราะชั้นและลูกวิ่งหนีไอ้พวกบ้านี่มาทั้งวัน เลยทั้งเหนื่อยทั้งหิว”
“แล้วลุงเป็ใคร ทำไมชั้นต้องทำตามด้วย” ถึงจะหวาดกลัวเพียงใด แต่พริกก็ยังคงความเป็เด็กแสบ เลยโต้ตอบอย่างดุเดือด
“เฮอะ เรียกชั้นว่าลุงเลยเหรอ แต่ช่างเถอะ นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจเื่นี้ และสาวน้อย ชั้นจะตอบคำถามของเธอ ตั้งใจฟังให้ดี เพราะจะพูดเพียงครั้งเดียว ” บุรุษรูปหล่อกล่าว ท่าทางไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ
“ชั้นชื่อ “เทพ” เป็พวกนอกกฎหมาย หรือเรียกสั้นๆว่านักเลง ส่วนเด็กนั่นคือลูกชายชื่อว่าจ้าว”
ถึงตอนนี้ เด็กสาวเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม ชายผู้นี้ถึงได้มีสกิลใช้มีดในระดับสูง เพราะการตัดคอคนกับฟันให้ทะลุกะโหลกหนาๆ เป็อะไรที่คนธรรมดาไม่น่าทำได้ง่ายๆ
“อ้อ เพราะตานี่ทำอาชีพแบบนี้เอง มันถึงได้เก่งนัก”
แต่สิ่งที่พ่อลูกคู่นี้้า ไม่ใช่คำสรรเสริญเยินยอ กลับเป็ที่พักและอาหาร หนุ่มฉกรรจ์เลยทวงถาม
“เอาล่ะ ทีนี้เธอจะให้ชั้นและลูกกินข้าวได้หรือยัง”
“อ้อ ได้สิ เข้ามาเลย ” เด็กสาวไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงยอมทำตาม อาจเป็เพราะสงสารเด็กน้อยที่พามาด้วย อีกประการ นายคนนี้เพิ่งช่วยชีวิตเธอมาหมาดๆ จึงจำเป็ต้องตอบแทนบุญคุณ
………………………
พอเด็กสาวและสองพ่อลูกเดินเข้ามาในบ้าน พริกก็ยื่นมือไปกดสวิตช์ไฟ ทว่าหนุ่มฉกรรจ์กลับรั้งเอาไว้
“อย่าเปิดไฟ ปิดมันไว้แบบนั้น พยายามเงียบให้มากที่สุด ส่วนลูกรีบไปปิดประตู และดึงผ้าม่านลง ”
ด้วยความที่พริกเป็เด็กสาวจอมพยศ จึงรีบดึงแขนที่ถูกเกาะกุมออก และเตรียมหันกลับมาด่า แต่พอฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ เลยระงับอารมณ์ไว้ได้ทัน
“เอ แต่ที่ตาลุงนี่ทำ ก็มีเหตุผลอยู่นะ เพราะถ้าเปิดไฟหรือส่งเสียงดัง อาจทำให้ซอมบี้ตนอื่นรู้ตัว ว่าแต่แถวนี้ยังมีพวกมันอยู่อีกเหรอ เลยต้องระวังขนาดนี้ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
