อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    ซากศพแห่งหุบเขา

    แผ่นดินรกร้างว่างเปล่า สัตว์ร้ายร้องคำราม
    นี่คือดินแดนผืนหนึ่งแตกต่างออกไป เป็นโลกที่แตกต่างจากอารยธรรมสมัยใหม่ สิ่งมีชีวิตกินเลือดกินเนื้อกันทั้งเป็น ผู้อ่อนแอเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง นี่ก็คือโลกของสัตว์อสูร
    ทุ่งหญ้าสีเหลืองแห้งแล้งสูงประมาณเอวคน ในหุบเขาแห่งหนึ่งที่เว้าเป็นแอ่งกระทะ หลิวเวยอันกำลังประจัญหน้ากับซากดิบตัวหนึ่ง เขาใช้ทั้งมือทั้งเท้ากลิ้งหลบกรงเล็บของซากดิบ หลังจากหนีออกมาได้ราวสองเมตรแล้วก็รีบถอยหลัง พอใช้นิ้วแฉลบผ่านแผ่นหลัง ลูกธนูไม้ดอกหนึ่งก็ปรากฏอยู่ในมือ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วจนน่าทึ่ง สายธนูโค้งเหมือนพระจันทร์เต็มดวง ยิงลูกธนูออกไปราวกับดาวตก
    ฟิ้ว!
    ลูกธนูยิงโดนตาซ้ายของซากดิบตนนั้น แทงลึกเข้าไปสองชุ่น1 เลือดสีแดงเข้มพุ่งออกมา ลูกตาถูกยิงจนเละเทะ ถ้าให้คนมาเห็นฉากนี้จะต้องตกใจมากแน่นอน
    ซากดิบกลายพันธุ์มาจากศพ กล้ามเนื้อเหี่ยวแห้งเพราะน้ำในร่างกายระเหยออกไปหมดแล้ว จึงหนังเหนียวทนทานเป็นพิเศษ ลูกธนูไม้ทั่วไปยิงไม่เข้า แต่ลูกธนูไม้ของหลิวเวยอันนั้นไม่ธรรมดา ก้านธนูทำจากไม้ แต่หัวธนูกลับทำจากกระดูกสัตว์ เหลาลับจนแหลมคมไร้ที่เปรียบ ขนนกลูกธนูก็ทำจากขนนกยูง สามารถเพิ่มความเร็วได้
    หลิวเวยอันพลิกฝ่ามือคลำ แต่กลับพบความว่างเปล่า สีหน้าเขาเปลี่ยนทันที ข้างหูมีเสียงลมแรงพัดวูบเข้ามา เขาใช้ธนูและลูกธนูต้านขึ้นไปด้านบนโดยไม่ต้องคิดอะไรทันที ได้ยินเพียงเสียง กร๊อบ! คันธนูทนทานดุจเหล็กที่ทำจากไม้เถาหยางหักเป็นสองท่อน พลังมหาศาลกลุ่มหนึ่งโถมเข้ามา สะเทือนจนง่ามนิ้วฉีกขาด เขาหมุนตัวและพยายามขดตัวให้กลมเท่าที่จะทำได้ จากนั้นลอดผ่านใต้รักแร้ของซากดิบไป เขากลิ้งอยู่บนพื้นหลายตลบต่อเนื่องกัน กระทั่งดึงระยะห่างได้สิบกว่าเมตร สายตาถึงได้จ้องซากดิบนั่นพร้อมหอบหายใจเฮือกใหญ่
    มีซากดิบทั้งหมดสองตัว ตัวหนึ่งถูกเขายิงเข้าที่ตาซ้าย ร่างกายสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร เพียงแต่ลำตัวไม่ได้ยืดตรง หลังค่อมเล็กน้อย ทำให้ดูเหมือนสูงแค่ประมาณร้อยหกสิบสามเซนติเมตร ร่างกายเปื่อยยุ่ยไปเกือบครึ่งแล้ว ทั้งร่างปรากฏเป็นสีเทาถ่านและแดงคล้ำปนกัน ทำให้คนมองแล้วรู้สึกขนลุก เสื้อผ้าขาดรุ่ย ถูกน้ำเลือดย้อมจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นผมแห้งกรัง สามารถมองเห็นหนอนสีขาวที่กำลังชอนไชได้ ร่างหนอนที่อ่อนนุ่มชอนไชจากรูจมูกข้างซ้ายไปที่รูจมูกข้างขวา โผล่มาประเดี่ยวเดียวแล้วก็หายเข้าไปในเนื้อเน่าอีก ทิ้งไว้เพียงรอยสีแดงคล้ำที่เปียกชื้น
    ส่วนซากดิบอีกตัวก็ตัวเตี้ยเล็ก เตี้ยกว่าอย่างน้อยครึ่งศีรษะ ร่างกายก็ยิ่งเปื่อยยุ่ยรุนแรง ตรงหน้าอกจุดที่เสื้อหลุดลงมาเผยให้เห็นกระดูกสีขาว หนอนยั่วเยี้ยกำลังชอนไชเข้าออกอยู่ในเนื้อเน่า ลูกตาถูกกัดกินไปตั้งนานแล้ว เหลือไว้เพียงเบ้าตาสองข้างที่เป็นโพรงดำ มีเพียงกรงเล็บสองข้างที่แหลมคมราวกับมีด
    จุดนี้ทำให้คนยากจะทำความเข้าใจได้ ทุกส่วนของร่างกายล้วนเน่าเปื่อย มีเพียงนิ้วมือที่ถึงแม้จะแห้งเหี่ยว แต่กลับไม่ได้เสียหาย เล็บยาวอย่างบ้าคลั่ง ยาวเกือบสามชุ่น แหลมคมมากจนสะท้อนแสงวิบวับ
    พอหลิวเวยอันหอบหายใจเฮือกใหญ่ได้สองที ก็ต้องรีบควบคุมลมหายใจทันที พยายามเปลี่ยนเป็นหายใจเบาและช้าลง แม้ตรงนี้จะเป็นรอบนอกสุสาน แต่หลังจากผ่านการกัดกร่อนมาเป็นพันปี กลิ่นศพแพร่มาตั้งนานแล้ว เขาเข้ามาได้ไม่ถึงห้านาทีก็รู้สึกจุกอกไม่สบายใจ พลังกายลดลง เพียงแต่เนื้อติดมันที่มาถึงมือแล้วทำให้เขาตัดใจจากไปไม่ได้
    เขาเดินไปเดินมาอยู่รอบนอกสุสานมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จึงพอจะเข้าใจกฎการเคลื่อนไหวของซากดิบพวกนี้คร่าว ๆ แล้ว โดยทั่วไปพวกมันจะไม่เคลื่อนไหวเพียงลำพัง แต่หากเคลื่อนไหวเมื่อไร พวกมันก็จะกระโดดออกมาทั้งหมด สาเหตุที่ซากดิบสองตัวนี้หลุดออกจากกลุ่มใหญ่ ก็เพราะก่อนหน้านี้มีคนกลุ่มหนึ่งสิ้นเปลืองแรงกายเพื่อล่อพวกมันออกมา แต่น่าเสียดายที่เคลื่อนทัพออกศึกไม่ทันคว้าชัย ตัวมาตายเสียก่อน กลุ่มคนทั้งสิบสองคนตายหมด เดิมทีหลิวเวยอันตั้งใจว่าหากวันนี้หาโอกาสไม่ได้ก็จะออกไป ดังนั้น เขาต้องขอบคุณกลุ่มคนก่อนหน้านี้
    หลิวเวยอันเป็นนักธนู สาเหตุที่เขาเลือกเป็นนักธนูก็เพราะกลัวตาย นักธนูเป็นสายโจมตีระยะไกล ตอนที่สู้ไม่ไหว ต่อให้หลบหนีก็ยังอยู่ในระยะปลอดภัยกว่าคนอื่นหลายสิบเมตร นี่คือจุดประสงค์หลักที่เขาเลือกเป็นนักธนู ส่วนจุดประสงค์รองก็คืออาวุธอย่างอื่นแพงเกินไป พวกดาบทวนกระบี่ง้าว หรือขวานพระจันทร์ก้บตะขออะไรนั่นราคาแพงมาก เขาซื้อไม่ไหว ทั้งหมดล้วนเป็นอาวุธที่ทำมาจากโลหะ แล้วเขาก็หลอมสร้างไม่เป็นด้วย มีเพียงธนูที่เขาสามารถหาวัสดุมาประดิษฐ์ได้ทุกเมื่อ ทั้งยังไม่ต้องจ่ายเงิน ดังนั้นหลังจากไตร่ตรองไม่กี่วินาที เขาก็กลายเป็นนักธนูผู้ทรงเกียรติคนหนึ่งแล้ว
    เพียงแต่ก็มีบางสิ่งที่น่ายินดีเหนือความคาดหมาย นั่นก็คือเขามีพรสวรรค์ในการยิงโจมตีค่อนข้างสูง หลังจากฝึกใช้ธนูที่ประดิษฐ์ขึ้นแบบกาก ๆ ไปได้ไม่กี่วัน ในระยะสิบเมตรเขาก็ยิงแม่นไปแล้วเก้าในสิบดอก ในระยะห้าสิบเมตรยิงแม่นหกดอก เพียงแต่ข้อเสียก็ชัดเจนเช่นกัน ถ้ายิงในระยะเกินยี่สิบห้าเมตร ก็จะไม่มีอานุภาพเท่าไรแล้ว
    ให้นักธนูคนหนึ่งไปสู้ระยะประชิดกับซากดิบ หลิวเวยอันก็จนใจมากเช่นกัน ร่างกายของซากดิบทนทาน ในระยะเกินสิบเมตร แม้จะเป็นลูกธนูกระดูกสัตว์ที่เขาทำเองเป็นพิเศษ แต่ก็สร้างความเสียหายต่อซากดิบได้ไม่มากเท่าไร ที่สำคัญก็คือซากดิบขี้เกียจเกินไป เมื่ออยู่ไกลเกินระยะที่พวกมันจะตอบสนองต่อกลิ่นอายมนุษย์เป็น ๆ ได้ พวกมันก็จะกลับรังไปนอน ซากดิบประเภทที่ออกมาอาบแดดยามว่างนั้นไม่มีอยู่เลย
    ซากดิบสองตัวเดินโซเซไปหาหลิวเวยอัน หากประมาทความเร็วของพวกมันล่ะก็จะต้องตายอย่างอนาถมากแน่นอน หลิวเวยอันเห็นเองกับตาว่าคนในทีมก่อนหน้านี้ตายไปเกินครึ่งได้อย่างไร
    ตอนที่ซากดิบสองตัวเข้าใกล้หลิวเวยอันเกือบห้าเมตร จู่ ๆ ร่างกายก็พลันระเบิด ราวกับเป็นเงาดำสองร่างกระโจนพรวดเข้ามา รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ กรงเล็บแหลมคมแฉลบผ่านอากาศจนเกิดเสียงเสียดปะทะลม หลิวเวยอันเตรียมตัวไว้ตั้งแต่แรกแล้ว จึงเอนกายไปข้างหลัง ทำท่าคล้ายกับสะพานโค้ง เห็นเพียงกรงเล็บสี่ข้างกวาดผ่านเสื้อผ้า แสงสะท้อนคมอันเยียบเย็นทำให้เขาขนลุกทั้งตัว เขาปลุกพลังทั้งร่างกาย อุ้มก้อนหินขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ที่เตรียมไว้นานแล้วทุ่มออกไปอย่างแรง
    ปึ้ง!
    ก้อนหินทุ่มไปบนลูกธนูไม้ที่แทงอยู่บนตาซ้ายซากดิบตัวสูง พลังมหาศาลทำให้ลูกธนูไม้แทงทะลุศีรษะของซากดิบในรวดเดียว เผยกระดูกสัตว์สีขาวกับก้านลูกธนูหักดอกหนึ่ง แรงพุ่งของก้อนหินยังไม่หยุดพัก กระแทกไปบนศีรษะของซากดิบจนแตกออกจากกัน จมูกของซากดิบโดนกระแทกยุบ หนอนก็โดนทุบเละ ร่างกายโอนเอนครู่หนึ่งก่อนจะล้มลงบนพื้น หลังจากชักกระตุกสองสามทีก็ลุกขึ้นมาไม่ได้อีก
    หลิวเวยอันทุ่มก้อนหินแล้วกลิ้งออกไป พอสังเกตการณ์ได้สักระยะหนึ่ง เขาก็พบว่าซากดิบมีกล้ามเนื้อแข็งทื่อ ทำให้สูญเสียความคล่องตัว โดยเฉพาะการโค้งตัว มันกลายเป็นมุมบอดสำหรับพวกมัน เขาใช้สองมือจับคันธนู ใช้สายธนูล็อกคอซากดิบตัวเตี้ยแล้วออกแรงดึง ซากดิบตัวเตี้ยล้มคะมำลงพื้นเสียงดังปั้ก! หลิวเวยอันลุกพรวดขึ้นมา แล้วหยิบก้อนหินที่ใหญ่เท่าชามทุ่มไปบนหลังศีรษะซากดิบอย่างแรง
    เพล้ง!
    ก้อนหินแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่าซากดิบจะไม่เป็นอะไรมาก เส้นผมแห้งเหลืองปลิวสยายช้า ๆ ซากดิบร่างกายแข็งทื่อ ดีดตัวขึ้นมาในแนวตรง ตอนนี้หลิวเวยอันหาก้อนหินไม่ทันแล้ว เขาได้แต่กระโดนถีบแผ่นหลังซากดิบ พอสัมผัสกับร่างกายซากดิบ พลังที่เกินต้านกลุ่มหนึ่งก็ย้อนเข้ามา ทำให้ร่างเขากระเด็นออกไปแล้ว
    ตุ้บ…
    หลิวเวยอันกระแทกพื้นที่อยู่ห่างออกไปห้าหกเมตร โชคช่างไม่เข้าข้างเขาเลย ใต้เสื้อกั๊กของเขากดอยู่บนก้อนหินขนาดเท่าศีรษะคนพอดี ทำให้รู้สึกหวานฉ่ำในลำคอ กระอักเลือดสดออกมาคำหนึ่ง รู้สึกราวกับว่าทั้งร่างพังทลาย วิงเวียนศีรษะไปหมด
    เพียงแต่เขาวิงวียนศีรษะ แต่ซากดิบไม่ได้วิงเวียนไปด้วย เมื่อได้กลิ่นเลือดสด มันก็เริ่มคลั่งทันที เคลื่อนกายเข้ามาราวกับเงาดำสายหนึ่ง เร็วกว่าก่อนหน้านี้เป็นเท่าตัว
    หลิวเวยอันที่กำลังมึนงงรู้สึกได้ว่ามีเงาดำแวบผ่าน มีหรือที่จะยังไม่รู้ว่าเหตุร้ายมาเยือน เขาอาศัยความรู้สึกเพื่อกลิ้งแบบสามร้อยหกสิบองศา ท่ามกลางเสียงลมแรง ได้ยินเสียงโลหะเสียดสีกันพักหนึ่ง เสียงดังแสบแก้วหูมาก หินก้อนนั้นแตกเป็นเสี่ยง ๆ เพราะถูกกรงเล็บตัดขาด ตัดพื้นผิวได้เกลี้ยงเกลามาก
    ท่ามกลางวิกฤติ หลิวเวยอันกัดลิ้นตัวเองอย่างแรง ภายใต้ความเจ็บปวดนี้ สมองเขากลับมาปลอดโปร่งอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นก็พบว่าตัวเองกลิ้งมาอยู่ตรงเท้าซากดิบ และเท้าของซากดิบก็กำลังเหยียบท้องของเขาอยู่ ความรู้สึกตกใจนี้ไม่ใช่น้อย ๆ อย่าไปมองว่าซากดิบร่างกายเน่าเปื่อยไปแล้วเกินครึ่ง จึงดูเหมือนเบาหวิวปลิวลม เพราะแรงมันเยอะจนน่าตกใจ ถ้ามันย่ำเท้าลงมา เกรงว่าเขาคงจะพุงแตกไส้เละ เขาจึงรวบรวมกำลังทั้งหมดกลิ้งอีกครั้งพร้อมเสียงทุ้มทึบที่ดังขึ้น
    เท้าของซากดิบเฉียดตัวเขาไปพอดี ฝุ่นดินปลิวว่อน การเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลายครั้งแทบจะทำให้หลิวเวยอันหมดพลังกาย แต่ตอนนี้จะไม่ดิ้นรนสุดชีวิตก็ไม่ได้ ขณะที่กำลังกลิ้งหลุน ๆ หลายตลบ จู่ ๆ ก็ชำเลืองไปเห็นคันธนูหักที่ยังพันอยู่บนคอซากดิบ เขาเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาได้ทันที จึงกระเสือกกระสนกระโดดขึ้นมา ใช้มือข้างหนึ่งคว้าคันธนูหักเอาไว้ รีบพันคันธนูหนึ่งรอบเพื่อมัดเท้าอีกข้างของมัน เท้าข้างนั้นเพิ่งยกขึ้นพอดี ทำให้ร่างกายเสียสมดุลและล้มลงมาที่เขา เขาตกใจจนหน้าถอดสีพร้อมกลิ้งหลบอีกครั้ง
    หนอนบนร่างเน่าเปื่อยของซากดิบพวกนี้ หากไปสัมผัสแม้เพียงนิดเดียว ต่อให้ล้างอยู่หลายชั่วโมงนี้ก็ล้างไม่สะอาดแน่
    หลิวเวยอันรีบลุกขึ้นยืน วิ่งไปหาซากดิบที่ตัวใหญ่กว่า ซากดิบตัวใหญ่ยังคงตัวสั่น แต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาไม่ได้ หลิวเวยอันไม่สนใจมัน เขารีบดึงลูกธนูกระดูกสัตว์ออกมา ไม่อยากใช้แรงมากเกินไป ของเหลวหยดหนึ่งสาดขึ้นมาบนต้นขา ชั่วพริบตานั้น เสื้อผ้าก็มีควันสีขาวลอยออกมาพร้อมยุ่ยเป็นรูหนึ่งรู พอเนื้อโดนของเหลวก็เปื่อยเร็วมาก ความรู้สึกเจ็บปวดทะลุหัวใจลุกลามไปทั่วร่างกาย
    หลิวเวยอันสีหน้าเปลี่ยนไป ของเหลวบนตัวซากดิบคือยาพิษที่แรงกว่าน้ำกรดกัดทองเสียอีก ในกลุ่มก่อนหน้านี้มีสองคนที่ไม่ระวังถูกของเหลวกระเด็นใส่ ในเวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ถูกกัดกร่อนกลายเป็นกระดูกขาวแล้ว น่าสะพรึงอย่างยิ่ง
    ชั่วอึดใจเดียว บนต้นขาก็กลายเป็นรูขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ รูนั้นยังขยายใหญ่เร็วมากด้วย ความเจ็บปวดอันรุนแรงพุ่งโจมตีเข้าทุกเซลล์ราวกับกระแสน้ำ
    หลิวเวยอันกัดฟันพร้อมดึงมีดสั้นออกมาเล่มหนึ่ง มีดเล่มนี้ยาวประมาณหกชุ่น เป็นสีเงินสะท้อนแสงวิบวับ ในดวงตาเขาฉายแววเด็ดเดี่ยวขณะกรีดไปบนต้นขา คมของมีดสั้นกรีดเนื้อกระเด็นออกไปขนาดเท่าไข่ไก่ ความเจ็บปวดอันน่าสะพรึงกระตุ้นเส้นประสาทสมอง ทำให้เหงื่อไหลราวกับหยดฝน น้ำเลือดไหลโชกลงมาจากต้นขา แต่เขากลับไม่มีเวลาจัดการบาดแผล วิ่งไปข้างกายซากดิบตัวเตี้ยโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะออกแรงแทงเข้าเบ้าตามันหนึ่งที บังเอิญว่าตอนนี้ซากดิบลุกขึ้นมาพอดี ภายใต้การใช้แรงของทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ลูกธนูถูกเสียบเข้าไปแล้ว แต่กลับเสียบไม่ทะลุ เลือดสดบนต้นขากระตุ้นให้ซากดิบเริ่มฉุนเฉียว มันกระโดดสูงขึ้นถึงหนึ่งเมตรแล้ว
    หลิวเวยอันกลับดีใจมาก ขณะที่ย่อตัวนั่งยอง ๆ เขายื่นมือดึงบนคันธนูหักที่สั่นกระเพื่อมขึ้นมา ตอนนี้ออกแรงได้เหมาะมาก สายธนูที่เพิ่งคลายออกพันเท้าสองข้างเอาไว้อีกครั้ง หลังจากซากดิบตัวเตี้ยตกลงพื้น ร่างกายก็เสียสมดุลจนหน้าคะมำเสียงดังตุ้บ ลูกธนูกระดูกสัตว์ที่เสียบคากระโหลกศีรษะทะลุออกมาแล้ว แต่ลูกธนูกระดูกสัตว์ก็หักเพราะทนรับแรงไม่ไหวเช่นกัน
    ซากดิบตัวเตี้ยกลายเป็นเหมือนซากดิบตัวใหญ่แล้ว ร่างกายสั่นเทิ้มมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับลุกขึ้นยืนไม่ไหว หลิวเวยอันกัดฟันเดินไปตรงหน้าศพร่างหนึ่ง แล้วเก็บมีดพร้าเล่มหนึ่งขึ้นมา
    รอบนอกหุบเขามีศพสิบกว่าศพกระจัดกระจาย ล้วนเป็นคนในทีมเดียวกันเมื่อก่อนหน้านี้ คนตายไปแล้วก็ย่อมทิ้งอาวุธไว้ หลิวเวยอันพลันสีหน้าเปลี่ยนนิดหน่อย เพราะเห็นบนนั้นมีร่องรอยสกปรกเล็กน้อย ราวกับกำลังจะถูกกัดกร่อน ดาบเล่มนี้เคยใช้ฟันซากดิบมาก่อน ไม่ต้องคิดก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะของเหลวจากตัวพวกมัน
    แม้แต่เหล็กกล้าก็ยังกัดกร่อนได้ ทำให้หลิวเวยอันเข้าใจสารพิษจากของเหลวบนตัวซากดิบมากขึ้นอีกขั้นแล้ว
    ใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมงกว่าถึงได้ตัดศีรษะซากดิบสองตัวนี้สำเร็จ หลิวเวยอันเหนื่อยจนร่างแทบทรุด นอนเอนกายอยู่บนพื้น ไม่อยากขยับไปไหนแล้ว
    - โปรดติดตามตอนต่อไป -
    1 ชุ่น หน่วยวัดความยาวของจีนโบราณ 1 ชุ่น เท่ากับ 1 นิ้ว