พลังของเจียวน้ำที่ไหลเวียนในตัวทำให้เอี้ยเสวียนรู้สึกเหมือนมีไฟและน้ำแข็งกำลังแผดเผาและเยือกเย็นสลับกันไปมาในร่างกายเขาต้องหาที่เงียบสงบเพื่อฝึกฝนควบคุมพลังนี้ให้เร็วที่สุด
"พลังนี้...มันมากเกินไปสำหรับร่างกายของข้าตอนนี้" เอี้ยเสวียนพึมพำรู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืภายในร่างกายทุกครั้งที่พยายามปรับลมปราณ"ต้องหาที่เก็บตัวฝึกฝนเพื่อทำให้พลังเสถียร"
เขาเดินทางลึกเข้าไปในป่าจนพบถ้ำเล็กๆ ซึ่งซ่อนอยู่หลังน้ำตกบนูเาลูกหนึ่งพื้นที่นี้มีกลิ่นอายธาตุน้ำและไฟปะปนกันเหมาะสำหรับการควบคุมพลังัที่เพิ่งได้รับมา
"ที่นี่เหมาะสม..."เอี้ยเสวียนพยักหน้า ก่อนจะปิดทางเข้าถ้ำด้วยก้อนหินและวางกับดักเล็กๆ ไว้รอบๆเพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดี
สามวันเต็มที่เอี้ยเสวียนใช้เวลาอยู่ในถ้ำเขานั่งขัดสมาธิ ควบคุมลมหายใจ และค่อยๆ ปรับสมดุลของพลังัที่ได้รับมาบาง่เวลาเขาแทบทนไม่ไหวกับความร้อนที่แผดเผาในขณะที่บางครั้งก็ร่างกายเย็นเฉียบจนริมฝีปากเป็สีม่วงแต่เอี้ยเสวียนก็ไม่ยอมแพ้
"ต้องควบคุมให้ได้...ต้องทำให้มันเป็ของข้า..." เอี้ยเสวียนกัดฟันสู้กับความเ็ปหยดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผาก แต่กลายเป็ไอระเหยก่อนจะถึงพื้น
ในวันที่สามเอี้ยเสวียนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อก้อนพลังงานสีแดงและฟ้าที่หมุนวนอยู่ในตันเถียนค่อยๆ ผสานเข้าด้วยกันกลายเป็พลังสีม่วงอมทองที่มั่นคง
"สำเร็จแล้ว..."เอี้ยเสวียนลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองชั่วขณะหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็ปกติ
เขาลุกขึ้นยืนรู้สึกถึงพลังที่เปลี่ยนไป ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ประสาทััทั้งห้าไวขึ้นและที่สำคัญคือ เขาสามารถควบคุมพลังัได้แล้ว
เมื่อเอี้ยเสวียนยื่นมือออกไปหยดน้ำจากน้ำตกก็ลอยมารวมตัวกันที่ฝ่ามือของเขาก่อนที่จะแข็งตัวเป็น้ำแข็งแล้วกลายเป็ไอ ในอีกฝ่ามือหนึ่ง เปลวไฟสีทองอ่อนๆก่อตัวขึ้น ลุกโชนอย่างสวยงาม
"พลังแห่งั...พลังแห่งน้ำและไฟ..." เอี้ยเสวียนพึมพำ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ"ข้าจะใช้มันอย่างคุ้มค่า ท่านเจียวน้ำ"
เอี้ยเสวียนออกจากถ้ำหลังจากพักฟื้นร่างกายอีกเล็กน้อยเขาตัดสินใจจะกลับไปล่าสัตว์อสูรต่อ เพื่อเก็บคะแนนให้มากขึ้นในการแข่งขัน
อีกสามชั่วยามต่อมาเอี้ยเสวียนเก็บผลึกคะแนนจากงูพิษระดับสี่ตัวสุดท้ายที่เขาเพิ่งสังหารด้วยพลังใหม่ การสังหารสัตว์อสูรกลายเป็เื่ง่ายดายแม้แต่สัตว์อสูรระดับสี่บางตัวก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป
"พลังนี้...ช่างน่าอัศจรรย์" เอี้ยเสวียนพึมพำ ขณะมองผลึกคะแนนในมือ"อีกไม่นานข้าคงมีคะแนนพอที่จะ—"
"เอี้ยเสวียน!"เสียงะโดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เอี้ยเสวียนหันไปมองอย่างรวดเร็วมือข้างหนึ่งกุมดาบ พร้อมรับมือกับอันตราย
ร่างของชายหนุ่มในชุดสีเขียวเข้มวิ่งเข้ามาหาสภาพอิดโรย เสื้อผ้าขาดวิ่น และมีเืเปรอะบริเวณแขนซ้าย
"เฉินหลิน?"เอี้ยเสวียนจำได้ทันทีนี่คือชายหนุ่มที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้ใน่แรกของการทดสอบ
"ขอบคุณฟ้าดินที่พบเ้า..."เฉินหลินทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน "ข้า...ข้าตามหาเ้ามาสามวันแล้ว..."
เอี้ยเสวียนรีบเข้าไปประคองและหยิบโอสถเสริมพลังและโอสถรักษาอาการาเ็ออกมา "เ้าาเ็ยานี่จะช่วยให้เ้าดีขึ้น"
เฉินหลินรับโอสถมาก่อนจะมองเอี้ยเสวียนด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว"เ้า... เ้าต้องรีบไปเดี๋ยวนี้! พวกมัน...พวกมันจับตัวคนของตระกูลเอี้ยไว้ทั้งหมด!"
เอี้ยเสวียนชะงักใบหน้าแข็งทื่อในทันที "อะไรนะ? พูดให้ชัดเจน!"
"หลี่หลางเทียน...มัน... มันร่วมมือกับคนจากตระกูลจาง ตระกูลโม่ และตระกูลต้วน..."เฉินหลินพูดอย่างติดขัด "พวกมันบุกวางแผนหลอกคนของตระกูลเอี้ย แล้วจับตัวทุกคนไว้รวมทั้งเอี้ยหลันด้วย!"
เืในกายของเอี้ยเสวียนเดือดพล่าน"ทำไม? พวกมัน้าอะไร?"
"พวกมัน้าตัวเ้า...และผลึกัที่เ้าอยู่" เฉินหลินตอบ ใบหน้าซีดเผือด"หลี่หลางเทียนกล่าวหาว่าเ้าขโมยผลึกัมาจากพวกมันที่ล่าได้เ้าผิดสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้...มันให้เวลาเ้าสามวันในการมอบตัวและคืนผลึก..."
เอี้ยเสวียนกำมือแน่นเขาไม่เคยขโมยผลึกัใดๆ ทั้งสิ้นแต่เขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหลี่หลางเทียนถึงกุเื่นี้ขึ้นมา—เพื่อกำจัดเขาแต่ก็ไม่เข้าใจว่าเขาไปมึวามแค้นอะไรกับหลี่หลางเทียนถึงได้ทำแบบนี้
"วันนี้...วันนี้เป็วันสุดท้ายแล้ว" เฉินหลินพูดเสียงสั่น "ข้าได้ยินมาว่าหากเ้าไม่ปรากฏตัว พวกมันจะเริ่มทรมานคนจากตระกูลเอี้ยทีละคน..."
"อยู่ที่ไหน?"เอี้ยเสวียนถามเสียงเย็นดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำที่ลึกล้ำดั่งท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดไร้ที่สุด
"ทุ่งหญ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ใกล้กับแม่น้ำดำ..." เฉินหลินตอบ "แต่เ้าไม่ควรไปเพียงลำพังพวกมันมีคนเป็ร้อย!"
เอี้ยเสวียนลุกขึ้นยืนใบหน้าไร้ความรู้สึก แต่ดวงตากลับลุกโชนด้วยไฟโทสะ "ข้าจะไปและข้าจะไปคนเดียว"
"แต่—"
"ขอบคุณที่มาเตือนข้าเฉินหลิน" เอี้ยเสวียนตัดบท พลางมอบขวดยาอีกขวดให้ "พักฟื้นที่นี่ก่อนเ้าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้"
เฉินหลินมองเอี้ยเสวียนด้วยสายตาเป็ห่วง"เ้า... เ้าระวังตัวด้วย.."
เอี้ยเสวียนไม่ตอบเขาเพียงแค่ผงกศีรษะให้เฉินหลินเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวและทะยานออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งเฉินหลินไว้เื้ัพร้อมความหวาดกลัวในใจ
ทุ่งหญ้าริมแม่น้ำดำปกติแล้วเป็พื้นที่สงบแต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยคนจำนวนมากเกือบสองร้อยคนจากหลายตระกูลและสำนักกำลังล้อมวงอยู่ที่ลานกว้าง
ตรงกลางลานนั้น มีคนถูกมัดอยู่สิบเจ็ดคนคนเ่าั้คือสมาชิกของตระกูลเอี้ย ทั้งชายหญิงทุกคนถูกมัดและมีร่องรอยการถูกทรมาน
เอี้ยหลันถูกมัดอยู่ตรงเสากลางเืไหลจากมุมปาก แต่ใบหน้ายังคงแสดงความห้าวหาญไม่ยอมแพ้
หลี่หลางเทียนยืนอยู่ตรงหน้าบรรดาเชลยสวมชุดสีดำสง่างาม รอยยิ้มเย้ยหยันประดับใบหน้า"ก็แค่อีกหนึ่งชั่วยาม..." เขาพูดพลางมองดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำ"หากไอ้ขโมยนั่นไม่มา พวกเราก็จะเริ่มความสนุกกันได้แล้ว..."
"หลี่หลางเทียน!"เสียงะโดังขึ้นจากขอบทุ่งหญ้า ทำให้ทุกคนหันไปมอง
เอี้ยเสวียนยืนอยู่ที่นั่นในชุดสีดำเพียงลำพัง มือเปล่า ไม่มีอาวุธใดๆ แต่ร่างกำยำนั้นหยัดตรงดั่งคันทวนรอบตัวเขามีกลิ่นอายของความโกรธแค้นแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรงเห็นได้ว่าสิ่งที่หลี่หลางเทียนทำได้ไปแตะเกล็ดย้อนของเอี้ยเสวียนเข้าแล้วเอี้ยเสวียนไม่กังวลที่คนจะเข้ามาสู้หรือทำร้ายตัวเค้าเองแต่ไม่ยอมให้ใครใช้คนในตระกูลของเขามาทำร้ายเพื่อกดดันเขา
"โอ้!ขโมยของพวกเรามาแล้ว!" หลี่หลางเทียนหัวเราะ แสร้งทำเป็ประหลาดใจ"ยินดีต้อนรับ เอี้ยเสวียน ข้านึกว่าเ้าจะหดหัวอยู่ในกระดองเสียอีกมาทันเวลาพอดี"
เอี้ยเสวียนเดินเข้ามาในวงล้อมทุกย่างก้าวของเขาหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวไม่มีความกลัวแม้จะถูกล้อมด้วยศัตรูนับร้อย
"ปล่อยพวกเขาไป"เอี้ยเสวียนพูดเสียงเย็น "เื่นี้เป็เื่ระหว่างเ้ากับข้า"
หลี่หลางเทียนหัวเราะลั่น "ปล่อย? เ้าคิดว่าเ้ามีสิทธิ์มาสั่งข้าหรือ? เ้าทำผิดกกฎที่ตั้งไว้ว่าใครที่ได้รับผลึกของพญางูเกล็ดทองต้องแบ่งกันอย่างยุติธรรมและเห็นได้ว่าเ้าไม่ได้เป็คนลงมือฆ่าแต่เ้าอาศัยตอนที่พวกข้าาเ็จากการสู้กับสัตว์อสูรขโมยมันไป เ้ามันหน้าไม่อายเอี้ยเสวียน!"
"ข้าไม่เคยขโมยอะไรจากเ้าทั้งสิ้น"เอี้ยเสวียนตอบอย่างเ็า"และข้าไม่ได้เข้าร่วมการสังหารพญางูเกล็ดทองกับเ้าเพราะสิ่งที่เ้าเรียกว่าพญางูเกล็ดทองมันคือเจียวน้ำต่อให้รวมทุกคนในที่นี้ก็ไม่มีใครสามารถฆ่ามันได้"
"โกหกมันคือพญางูเกล็ดทอง จะเป็เจียวน้ำได้อย่างไร!"หลี่หลางเทียนกรีดร้อง ก่อนจะสงบลงและยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "แต่ไม่เป็ไร...เรามีวิธีทำให้เ้าพูดความจริง..."
หลี่หลางเทียนพยักหน้าให้คนของเขาทันใดนั้นชายฉกรรจ์สองคนก็ลากตัวคนหนึ่งออกมาจากกลุ่มเชลย
"เสี่ยวตง!"เอี้ยเสวียนร้องออกมาด้วยความใคนนั้นคือเอี้ยหม่าตงลูพี่ลูกน้องของเค้าบุตรของลุงของเอี้ยเสวียนผู้เลี้ยงดูเขามาั้แ่เล็ก
"นายน้อย...ท่านอย่าไปยอมพวกมันอย่างไรซะพวกมันก็ไม่กล้าฆ่าพวกเราหรอก" เอี้ยหม่าตงพยายามพูด แต่ถูกชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งต่อยเข้าที่ท้องจนพูดไม่ออก
ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านในอกของเอี้ยเสวียนแต่เขายังคงควบคุมตัวเองได้ "หลี่หลางเทียน เ้า้าอะไรของเ้าปล่อยพวกเขาไป แล้วข้าจะมอบทุกอย่างที่มีให้เ้า"
เอี้ยเสวียนล้วงเข้าไปในแหวนมิติของตนและนำผลึกคะแนนทั้งหมดที่สะสมมาออกมาวางบนพื้น
"นี่คือผลึกคะแนนทั้งหมดของข้าห้าพันกว่าแต้ม" เอี้ยเสวียนกล่าว "ข้าจะยอมแพ้การแข่งขันนี้ขอเพียงเ้าปล่อยคนของตระกูลข้าไป"
หลี่หลางเทียนก้มลงมองผลึกคะแนนบนพื้นแล้วหัวเราะเสียงดัง "เ้าคิดว่าข้าทำขนาดนี้เพื่อของพรรค์นี้หรือ? คะแนนพวกนี้เป็เพียงผลพลอยได้เท่านั้น!สิ่งที่ข้า้าคือเ้าเอี้ยเสวียน!
เอี้ยเสวียนส่งเสียงด้วยความแปลกใจ”ข้า...ทำไม?
“เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอกรู้แต่ว่านี่เป็เพียงก้าวแรกของการล่มสลายของตระกูลเอี้ยก็พอแล้ว” หลี่หลางเทียนกล่าว
"นายน้อยอย่าไปยอมพวกมัน!"เอี้ยหลันะโ "มันไม่มีทางปล่อยพวกเราไปแน่! มัน้าทำลายเ้า!"
"เงียบ!"หลี่หลางเทียนสั่ง พร้อมกับส่งสัญญาณให้คนของเขาตบหน้าเอี้ยหลัน
หนึ่งในสมุนของหลี่หลางเทียนชักดาบออกมาและไม่รีรอที่จะฟันเข้าที่แขนของเอี้ยหลันทำให้เขาร้องครวญด้วยความเ็ป
"หยุด!!!"เอี้ยเสวียนกรีดร้อง ดวงตาเปลี่ยนเป็สีทองอย่างสมบูรณ์พลังในร่างกายของเขาแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง จนแผ่นดินรอบๆ สั่นไหว
"พวกเค้าพูดถูกพวกข้าไม่กล้าฆ่าคนเพราะมันผิดกฎ....แต่ข้าสามารถทำให้พวกเ้าตกอยู่ในกลุ่มสัตว์อสูรโดยไม่มีทางสู้แล้วปล่อยให้เ้าตายด้วยฝีมือของพวกสัตว์อสูร!"หลี่หลางเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "เอาอย่างนี้ เอี้ยเสวียนถ้าเ้าทำลายตันเเถียนของตัวเองต่อหน้าข้าตอนนี้ "
ใบหน้าของเอี้ยเสวียนซีดเผือดการทำลายตันเถียนหมายถึงการสูญเสียพลังยุทธ์ทั้งหมด อาจถึงขั้นพิการตลอดชีวิตหรือแม้แต่ตาย แต่ถ้านั่นหมายถึงการช่วยคนในตระกูล...
"นายน้อยอย่า!"เอี้ยหลันะโอีกครั้ง "มันโกหก! มันจะไม่ปล่อยพวกเราไปแน่!มันเพียง้าเห็นเ้าทุกข์ทรมาน!"
หลี่หลางเทียนหัวเราะเสียงดัง"แน่นอน เอี้ยเสวียนเ้าสามารถเลือกได้ว่าเ้าคนเดียวแลกกับคนของเ้าแล้วแต่เ้าว่าจะเลือกทางใหน" เขาหันไปทางเอี้ยเสวียน
เอี้ยเสวียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมศัตรูดวงตาสว่างวาบด้วยความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นในอกแต่เขากลับไม่อาจระบายความรู้สึกนั้นออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็พลังยุทธ์หรือคำพูดทุกอย่างกลับกลายเป็ไร้ค่าเมื่อชีวิตของคนในตระกูลต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะตนเอง
ในใจเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง-ระหว่างความ้าล้างแค้นกับความรักและความรับผิดชอบต่อครอบครัวเขารู้ดีว่าหากเลือกสู้ในตอนนี้ มีแต่จะนำความตายมาสู่คนของเขาแต่หากยอมแพ้หรือทำลายตันเถียนตามที่หลี่หลางเทียน้าเขาก็จะสูญเสียทุกอย่างที่ต่อสู้มา และอาจไม่สามารถช่วยใครได้อีก
“ข้าควรทำอย่างไร...หากข้าสู้ พวกเขาอาจตาย หากข้ายอม พวกมันก็ไม่มีวันปล่อยพวกเขาไป ข้า...ไร้ทางเลือกจริงๆ หรือ?”
ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านจนแทบจะะเิออกมาแต่เอี้ยเสวียนกลับต้องข่มมันไว้ในอกความเ็ปที่ไม่อาจระบายออกนี้กัดกินจิตใจเขาอย่างรุนแรง
ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุดหนึ่งในสมาชิกตระกูลเอี้ย-เอี้ยหม่าตง-แอบส่งสัญญาณทางสายตาให้กับเอี้ยหลันและคนอื่นๆ
ทันใดนั้นเอง เอี้ยหม่าตงะโลั่น“นายน้อย! อย่าหวั่นไหวกับคนพวกนี้! ตระกูลเอี้ยไม่เคยมีคนขี้ขลาด!”
เขาออกแรงกระโจนเข้าหาหลี่หลางเทียนและสมุนของมันพร้อมกับอีกสองสามคนที่ร่วมวางแผนไว้
การเคลื่อนไหวกะทันหันนี้สร้างความโกลาหลในหมู่ศัตรูคนตระกูลเอี้ยพุ่งเข้าใส่ศัตรู แม้จะไร้อาวุธและาเ็แต่ก็ยอมสละชีวิตเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เปิดทางให้เอี้ยเสวียนหนี
“นายน้อย! หนีไป!ตระกูลเอี้ยจะไม่มีวันยอมให้เ้าต้องตายเพราะเรา!”
เสียงะโของเอี้ยหลันและเอี้ยหม่าตงดังก้องกลางลานเอี้ยเสวียนมองเห็นคนในตระกูลของตนพากันระบิดตันเถียนของตนเองละอองเืจากการที่ร่างกายของคนตระกูลเอี้ยกระจายฟุ้งในอากาศเอี้ยเสวียนกัดฟันแน่นแต่เขาต้องรีบหนีไปเพื่อไม่ให้การเสียสละของคนในตระกูลต้องเสียเปล่า
หลังจากความโกลาหล และละอองโลหิตหายไปร่างของเอี้ยเสวียนก็หายไปจากตำแหน่งที่ยืนอยู่ก่อนที่ทุกคนในบริเวณนั้นจะได้ยินเสียงที่เยียบเย็นราวกับหลุดออกมาจากนรกชั้นที่18 “จำไว้ข้าจะกลับมาทำให้พวกเ้าทรมานยิ่งกว่านี้ให้พวกเ้ารู้ว่านรกบนดินเป็อย่างไร”
หลี่หลิงเทียนยืนใบหน้ามืดมนเพราะการที่คนของตระกูลเอี้ยพากันะเิตัวเองนอกจากจะทำให้พรรคพวกของตนาเ็เป็จำนวนมากแล้วยังก่อปัญหาให้กับเขาด้วยกฎของการแข่งขัน
“ท่านหลี่...เราจะทำอย่างไรดี”คนรอบๆหลี่หลางเทียนกล่าวขึ้นมาด้วยหน้าตาซีดขาวฉากที่เห็นทำให้ทุกคนในที่นี้หวาดกลัว
หลี่หลิงเทียนหายใจเข้าลึกๆพยายามสงบอารมณ์ก่อนที่จะกล่าวว่า”ก่อนอื่นพวกเราต้องไปล่อสัตว์อสูรมาจำนวนหนึ่งทำเป็ว่าคนของตระกูลเอี้ยถูกฆ่าด้วยพวกสัตว์อสูร”“และเื่ที่สองจำไว้ว่าห้ามเล่าเื่นี้ให้ใครฟังปิดเป็ความลับเอาไว้และส่งคนออกตามหาเอี้ยเสวียนแล้วจัดการซะ”