ตอนที่ 19 ทัณฑ์สีขจี
บนยอดเขาที่ไกลออกไป พรตผู้นั้นยังคงจับจ้องที่การต่อสู้ระหว่างนิทานและหมีขนมรกตอย่างสนอกสนใจ เมื่อเห็นนิทานใช้หอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้า ก็พลันหัวเราะชอบใจ
"โฮ่โฮ่! น่าสนใจ! น่าสนใจจริง ๆ!" พรตหัวเราะอย่างเริงร่า
"ทำให้หอกเหล็กหมุนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าจากสมบัติประเภทสายฟ้าพร้อม ๆ กับพลิกแพลงใช้พลังของตนเสริมการหมุนจนถึงขีดสุด เกิดเป็การโจมตีระดับที่สามารถสังหารได้แม้แต่นักสลักที่ไม่ทันตั้งตัว"
ั์ตาของนักพรตกลายเป็สีเทาทะมึน ภาพของหอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้าฉายวนซ้ำอยู่เบื้องหน้า เพียงปราดเดียวก็มองออก ทะลุปรุโปร่งถึงหลักการทำงาน
"เป็หน่ออ่อนที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ " พรตยิ้มกริ่ม
“แต่ความสามารถในการตั้งชื่อนี่….นะ…” พรตถอนหายใจ
-------------------------------------------------------------------------------
หอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้า!
การโจมตีนี้ต่างหากคือสิ่งที่นิทานเตรียมมาเพื่อปิดฉากหมีขนมรกต นิทานเข้าใจดีว่าสิ่งที่ตนบกพร่องที่สุดคือความสามารถในการโจมตี ยิ่งเป็ศัตรูที่มีความสามารถในการป้องกันสูงแล้ว ความสามารถต่าง ๆ ของเขาไม่อาจเรียกเือีกฝ่ายได้เลย ได้แต่หวังพึ่งอาวุธในมือ
นิทานจึงได้คิดค้นท่าโจมตี หอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้า ขึ้นมาเพื่อกลบจุดด้อยตรงนี้โดยเฉพาะ
การเลือกโจมตีย้ำจุดอ่อนอย่างโจมตีซ้ำไปยังด้ามมีดเหมือนเมื่อครู่เป็ตัวเลือกที่ดี หากมันสามารถปิดฉากการต่อสู้ได้นิทานย่อมไม่เกี่ยงใด ๆ หากแต่ถ้าการโจมตีนั้นปิดฉากการต่อสู้ไม่ได้ขึ้นมา เขาก็ได้เตรียมท่าโจมตีนี้ไว้
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแผนการส่วนใหญ่ของเขานั้นพังเละเทะไม่มีชิ้นดี ไม่ว่าจะเป็หมีขนมรกตที่เลื่อนขั้นขึ้นเป็สัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้ 4คำ การที่คำแห่งพลังของหมีขนมรกตเป็คำสายมิติที่รับมือยาก หรือแม้กระทั่งการที่หมีขนมรกตนั้นสามารถเคลื่อนย้ายร่างในวินาทีคับขันได้ทันเวลา
หากโดยรวมแล้ว ภาพรวมของแผนนั้นยังคงสำเร็จดี ทำให้หมีขนมรกตติดกับดักที่วางเอาไว้ นิทานและคีตารุมโจมตีขนาบเพื่อหาจังหวะ โจมตีย้ำจุดใส่ด้ามมีดที่ยังปักคาอยู่ที่ตาซ้ายของหมีขนมรกต เมื่อไม่ได้ผล อาศัยจังหวะจากการที่หมีขนมรกตไม่อาจตั้งตัว ซัดใส่ด้วยหอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้า แผนโดยรวมคือเช่นนี้
โชคยังดีที่แผนสำรองของนิทานยังคงได้ผล การโจมตีที่ด้ามมีดนั้นแม้ไม่อาจปลิดชีวิตของหมีขนมรกตได้ แต่ก็มากพอที่จะฝากาแขนาดใหญ่ไว้ให้มัน สร้างโอกาสสำหรับการโจมตีสุดท้ายอย่างหอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้า การโหมโจมตีอย่างหนักเพื่อบังคับให้มันใช้คำแห่งพลังเกินขีดจำกัดของตนจนไม่อาจใช้งานได้อีกในเวลาอันสั้นก็เช่นกัน
หอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้านี้เป็เขาคิดค้นขึ้นหลังจากได้เห็นกังหันน้ำที่แม่น้ำนอกเมือง เมื่อน้ำสามารถชักนำกังหันให้หมุน เกิดเป็พลังงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย หากเขาชักนำอาวุธปาของเขาให้หมุนเพื่อก่อเป็พลังที่มากกว่าเดิมล่ะ
ความคิดตั้งต้นนี้นำไปสู่การหมุนหอกด้วยพลังแรงดึงดูด นิทานนั้นสามารถสร้างแรงดึงดูดได้ด้วยตนเอง หากพลังนั้นกลับไม่มากพอจะบังคับหอกให้หมุนได้อย่างเสถียรและเร็วเพียงพอที่จะเกิดพลังทำลายล้างอันแข็งแกร่ง
นิทานเสริมการหมุนต่อรอบให้รุนแรงยิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนหอกเป็แม่เหล็กขนาดใหญ่ผ่านการยัดพลังไฟฟ้าลงสู่หอกโดยตรงด้วยพลังเชื่อมโยง สายฟ้าประจุต่าง ๆ นั้นถูกปล่อยออกมาด้วยหางของแมงป่องเมฆาม่วงที่นิทานได้รับมาเป็ส่วนแบ่ง
เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าหันกลับมาทำร้ายตัวเขาเองเขาจึงต้องนำแหล่งผลิตสายฟ้าอย่างหางของแมงป่องเมฆาม่วงไปติดกับถุงมือหนังต่อไฟฟ้าซึ่งสามารถกันไฟฟ้าได้
ใน่การทดลอง วัตถุหมุนเพียงเล็กน้อยเพราะการควบคุมพลังของเขานั้นยังไม่ดีมากนัก แม้บางครั้งหมุนเร็วได้มากพอแต่ก็ควบคุมไม่อยู่ หลายวันมานี้นิทานจึงง่วนกับการฝึกซ้อมท่านี้ เขาสมควรอัดพลังไฟฟ้าลงไปในหอกแค่ไหน พลังเชื่อมโยงทั้งสองด้านนอกจากใช้ในการอัดกระแสไฟฟ้าแล้วยังต้องสามารถประคองหอกได้ระหว่างพลังแรงดึงดูด
พลังแรงดึงดูดเป็ตัวเริ่มปฏิกิริยาให้หอกหมุนพลางประคองหอกไปในตัว
พลังเชื่อมโยงคอยเชื่อมประสานหอกให้คงตัวอยู่ได้พลางเชื่อมกระแสไฟฟ้าเข้าสู่หอก
กระแสไฟฟ้าจากหางของแมงป่องเมฆาม่วงเปลี่ยนหอกเป็แม่เหล็กไฟฟ้า พลางเร่งปฏิกิริยาให้ตัวหอกหมุนด้วยความเร็วสูงสุด
เมื่อหมุนจนถึงขีดสุดแล้วจึงออกแรงเหวี่ยงพร้อมกับสลับพลังแรงดึงดูดสร้างเป็แรงอัดยิงหอกออกไปราวกับะุ
แม้จะทรงพลังและมีความสามารถในการทำลายล้างสูง แต่ก็มีข้อเสียที่มากพอๆ กัน ปริมาณพลังจิติญญาที่ท่านี้ใช้นั้นมหาศาล นิทานต้องใช้คำแห่งพลังทั้ง 2 ของเขาจนถึงขีดสุด เขายังต้องคอยควบคุมหางของแมงป่องเมฆาม่วงอีก ยังไม่รวมถึงการที่ท่าโจมตีนี้ต้องใช้เวลาเตรียมการหลายวินาที ซึ่งในการต่อสู้จริงยากที่จะหาช่องโหว่เช่นนี้ได้
การลอบโจมตีด้วยท่านี้ก็แทบจะเป็โมฆะจากเสียงเปรี๊ยะเปรี๊ยะของกระแสไฟฟ้าและความสว่างที่เกิดขึ้นจากการหมุน ด้วยระดับของเขาในตอนนี้ คำแห่งพลัง จางหาย ย่อมไม่มีทางปกปิดไว้ได้
และข้อที่สำคัญที่สุด ท่าโจมตีนี้ผลาญเงินของนิทานมาก!
หอกเหล็กอย่างดีที่นำมาใช้เป็ะุในท่าโจมตีนี้เมื่อผ่านการยิงเพียงครั้งเดียวก็พังทลายลงอย่างไม่อาจซ่อมแซม และหอกเหล็กคุณภาพดีพวกนี้ก็ราคาสูงมาก! เพียงเล่มก่อนหน้าก็ราคากว่า 2000 ไกอาแล้ว!
โคตรเปลืองตัง! นิทานหอบพลางพึมพำ
"โฮ่ง!"
นิทาน นิทาน เป็อะไรมั้ย!
คีตาวิ่งเข้ามาใช้หลังรับนิทานที่โซซัดโซเซด้วยความเหนื่อยอ่อน เมื่อััได้ถึงขนนุ่ม ๆ และแผ่นหลังกว้างของคีตา นิทานก็ถอนหายใจปล่อยตัวลงอย่างเหนื่อยล้า
สภาพของนิทานในเวลานี้เรียกได้ว่าไม่มีชิ้นดี ใบหน้าซีดเซียวจากอาการขาดพลังจิติญญา รอยฟกช้ำตามลำตัวจากแรงปะทะของ พยุหะเข็มแหลม าแเล็กน้อยมากมายบนร่างกายที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ระยะประชิดกับหมีขนมรกต
แต่อาการที่หนักที่สุดคือความอ่อนล้าที่โถมเข้าใส่ นิทานไม่เพียงอ่อนล้าจากการขาดแคลนพลังจิติญญาเท่านั้น สติสัมปชัญญะของเขาก็ล้าเต็มที ในการต่อสู้กับหมีขนมรกตนั้น เขาไม่อาจเผลอไผลได้แม้แต่น้อย
"พอไหวน่าคีตา ไม่ต้องเป็ห่วง แล้วนายล่ะโอเคมั้ย าเ็หรือเปล่า" นิทานที่พอได้พักหายใจชั่วครู่แล้วรู้สึกดีขึ้นตอบกลับ
"โฮ่ง!"
คีตาสบายดี!
คีตาไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย คีตาไม่ว่าจะเป็ร่างกายหรือท่าทางล้วนไร้รอยาแ ไม่มีแม้แต่แผลฟกช้ำใด ๆ บนตัว การหายใจคงที่ ไม่แสดงถึงความเหนื่อยล้าใด ๆ แรงกระแทกจากเข็มไม่สามารถแม้แต่ฝากรอยช้ำบนตัวคีตาได้ ขนสีดำสวยยังคงเปล่งประกายอย่างงดงาม คงจะมีเพียงคราบดินคราบฝุ่นบนตัวบ้างเท่านั้นที่สามารถเป็หลักฐานได้ว่าพวกเขาผ่านการต่อสู้เสี่ยงชีวิตมา
"นายนี่ร่างกายแข็งแรงจริง ๆ นะ" นิทานยิ้ม เอื้อมมือไปเกาคางของคีตา หางของมันกระดิกหางไปมาอย่างมีความสุข
"เอาล่ะ เราไปดูรางวัลของเรากันดีกว่า"
หมีขนมรกตเป็สัตว์อสูรที่ร่างกายสามารถนำไปทำประโยชน์ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ขนหนาสามารถนำไปทำเป็เครื่องป้องกัน เขี้ยวและเล็บสามารถหลอมเพื่อนำไปผสมกับเหล็กทำเป็อาวุธมีคมต่างๆ แต่ตัวเนื้อนั้นมีความเหนียวเกินกว่าจะนำไปประกอบอาหาร นิทานเคยได้ยินมาว่าตับและดีของหมีขนมรกตเป็อาหารบำรุงชั้นสูง เขาจึงพยายามมองหาอวัยวะเ่าั้
แม้วัตถุดิบจากหมีมรกตสามารถนำไปขายได้เพียงบางส่วน แต่ข้อดีคือส่วนต่าง ๆ นั้นราคาสูงมาก จะอย่างไรก็ดี หมีขนมรกตเป็สัตว์อสูรที่ไม่ได้ล่าได้ง่าย ๆ ยิ่งเป็หมีขนมรกตระดับ 4คำเช่นหมีขนมรกตตัวนี้
"คืนนี้เรากินหม้อไฟเครื่องในหมีกันดีกว่า" นิทานยิ้ม
"โฮ่ง"
หม้อไฟ หม้อไฟ! คีตาน้ำลายไหลย้อย
ระหว่างที่นิทานแล่หนังชำแหละหมีขนมรกต เขาสังเกตเห็นประกายแสงบางอย่างที่สะดุดตาของเขา
แสงจำนวนหนึ่งค่อย ๆ ลอยออกมาจากตัวหมีขนมรกต แสงจำนวนนั้นลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หากยังไม่ทันขึ้นสูงนัก กลับโดนดึงกลับลงมาราวกับโดนยื้อไว้ด้วยบางสิ่ง แสงนั้นวนอยู่รอบกายของหมีขนมรกตอย่างเต็มฝืน ผ่านไปไม่นาน แสงนั้นก็ยอมจำนน ทยอยไหลลงสู่มีดสั้นที่ยังคงปักคาอยู่ที่ตาซ้ายของหมีขนมรกต
แสงพวกนั้นรวบรวมตัวกันเป็ลำแสงขนาดเล็ก เมื่อแสงนั้นจี่ลงไปที่ตัวมีด ด้ามของมีดพลันเรืองแสงสีอ่อน ตัวอักษรตัวหนึ่ง ๆ ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อยที่ด้ามมีดราวกับถูกสลักขึ้นจากอากาศ ใบมีดเริ่มเปลี่ยนสีไป จากสีขาวปนสนิมกลับเริ่มปรากฏสีเขียว
เมื่ออักษรนั้นเริ่มปรากฏขึ้น นิทานไม่สามารถเข้าใจความหมายใด ๆ ของอักษรตัวเดียวตัวนั้นได้จนกระทั่งแสงเลือนหายไป นิทานจึงอ่านควาหมายได้ในที่สุด อักษรนั้นถูกสลักลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
ะเิพลัง
หลังจากอักษรถูกสลักขึ้นอย่างสมบูรณ์ นิทานสังเกตมีดเล่มนั้นอีกครั้งแล้วจึงพบว่าใบมีดในตอนนี้กลายเป็สีมรกตหม่นแล้ว
นิทานเลิกคิ้วขึ้นอย่างงุนงง ในหัวหมุนวนนึกถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เขาเคยได้เรียนรู้มาในอดีต พยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ตรงหน้าเข้ากับสิ่งที่เขารู้ ไม่นานรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้าปิติของนิทาน
หรือว่าจะเป็วัตถุสลักคำ ประเภทที่เมื่อเ้าของคำตาย สิ่งของที่ติดตัวมานานหรือเชื่อมโยงอย่างแรงกล้าจะกลายเป็วัตถุสลักคำ?
ว่าแต่ ตกลงเป็คำว่าะเิพลังเหรอ? ฉันก็เข้าใจไปว่าเป็คำแห่งพลัง รวมพลัง ซะอีก เล่นใช้เสริมพลังกรงเล็บโต้ง ๆ แบบนั้น ไม่สิ ตอนท้ายมันก็ใช้ที่ขาะเิพลังพุ่งตัวเข้ามาเหมือนกันนี่นา นิทานคิด
นิทานออกแรงดึงมีดเล่มนั้นที่ฝังลึกลงในกะโหลกของหมีขนมรกตออกมา แบ่งพลังจิติญญาที่เหลืออยู่เล็กน้อยของตนลงไปในมีดสั้นเล่มนั้น ข้อมูลจำนวนหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในหัว
ผู้ถือครองสามารถอัดพลังจิติญญาลงไปในตัวมีดได้โดยตรง ปริมาณพลังที่อัดลงจะไม่เกินไปกว่าขีดจำกัดพลังของผู้ถือครอง
เมื่ออัดพลังลงไปแล้ว ยามโจมตีออก มีดสั้นเล่มนี้จะปล่อยพลังจิติญญาที่ถูกอัดลงออกใส่เป้าหมายการโจมตีในรูปแบบของะเิ
ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณพลังจิติญญาที่อัดลงไป
หากไม่มีการใช้พลังเลย คำแห่งพลัง ะเิพลัง จะสูญสลายไปเองในเวลา 2ปี หากมีการใช้งาน เวลาที่สามารถใช้งานได้ก็จะกระชั้นลง
วัตถุสลักคำจริงๆ ด้วย! นิทานคิดอย่างยินดี แถมยังเป็วัตถุสลักคำที่ถูกสลักด้วยคำประเภทโจมตี ซึ่งถือว่าเสริมข้อด้อยของเขาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
ขณะที่นิทานกำลังคิดอย่างยินดีพลางลองอัดพลังจิติญญาเข้าสู่มีดสั้น เสียงคำรามอย่างโกรธแค้นอันแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นในดวงจิตของเขา เสียงคำรามของหมีขนมรกตพุ่งกระแทกเข้าสู่ห้วงดวงจิตของนิทาน หากมันพุ่งเข้ามาไม่ทันใด เสียงคำรามนั้นก็ถูกรั้งไว้ด้วยตัวมีดสั้น ถูกดึงกลับเข้าสู่ตัวมีดอย่างง่ายดาย ไม่อาจหลุดรอดออกมาได้อีก
นิทานสีหน้าซีดลง พลันข้อมูลอีกชุดปรากฏขึ้นในหัว
หากไม่มีการใช้งาน ทุก ๆ หนึ่งสัปดาห์ต้องใช้มีดเล่มนี้ปลิดชีวิตหนึ่งชีวิต หรือหากมีการใช้งานจะต้องปลิดหนึ่งชีวิตในวันที่มีการใช้พลัง
หากไม่มีการปลิดชีวิต มีดเล่มนี้จะคอยดูดซับพลังรอบ ๆ ตัวอย่างช้า ๆ และะเิพลังของตัวเองออกมาแบบสุ่ม
นิทานขมวดคิ้ว
จิตตกค้างและความเกลียดชังของหมีขนมรกตแฝงมากับคำแห่งพลังด้วยสินะ เลยเกิดเป็ข้อจำกัดแบบนี้ ถ้าไม่ทำตาม เผลอ ๆ จะโดนมีดนี่ะเิใส่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ตาย ๆ ไปแล้วยังจะทำตัวเป็หมีมีปัญหาอีกนะ นิทานบ่น
เป็วัตถุสลักคำประเภทที่มีจิตมุ่งร้ายแฝงอยู่เลยเกิดเป็ผลเสียข้างเคียง ยังนับว่าเป็ผลข้างเคียงระดับจัดการได้ง่าย แม้จะดูวุ่นวาย แต่ไม่ได้จัดการยากขนาดนั้น หาซื้อไก่ซื้อปลาสักตัวมาก็พอ นิทานพึมพำ ในหัวคิดถึงวิธีใช้งานและการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หลังจากนั่งพักชั่วครู่จนพลังจิติญญาเริ่มฟื้นคืน นิทานอัดพลังลงมีดสั้นอีกครั้ง เขา้าทดสอบการใช้งานของมีดเล่มนี้เพื่อจะได้เรียนรู้วิธีใช้มันให้เกิดประสิทธิผลในการต่อสู้
ผ่านไปชั่วครู่ นิทานหยุดอัดพลังลงในมีด ถอนหายใจเบา
เวลาในการอัดพลังลงไปมากพอตัวเลย ต้องเตรียมอัดพลังก่อนเข้าโจมตี อัดพลังไปต่อสู้ไปจะเสียสมาธิมาก เพราะงั้นก็ถือเป็อาวุธประเภทที่ต้องเตรียมการก่อน
นิทานคว้ามีดขึ้นมากระชับในมือแน่น คว้าผ้าคลุมหนังตุ่นดินเกล็ดเหล็กของคีตามาคลุมร่าง คว่ำมีดเล่มนั้นลง จิ้มกับพื้นเบามือ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คราวนี้นิทานลองใส่แรงจิ้มลงดิน
ตูม!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้นเมื่อใบมีดปะทะกับผิวดิน พลังทั้งหมดแผ่พุ่งออกสู่ผิวดินเกิดเป็หลุมขนาดใหญ่ พลังที่ะเิออกไม่ส่งผลต่อนิทานแม้แต่น้อยแม้ว่าจะอยู่ไม่ห่างจากศูนย์กลางแรงะเิเลย
รุนแรงมาก อัดพลังลงไปไม่มากนักแต่แรงพอ ๆ กับเวลาหมีนั้นตะปบเสริมพลังเลย แรงะเิไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ถือครองสินะ หมายความว่าสามารถใช้โจมตีระยะใกล้ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องเตรียมใจรับแรงะเิร่วม นิทานคิด
พลังจะสำแดงออกก็ต่อเมื่อผู้ถือครองใส่แรงเข้าไประดับหนึ่ง ไม่ต้องห่วงเื่ะเิออกมาขณะอยู่ในซอง
ผ่านไปอีกหนึ่งนาทีหลังจากนิทานลองอัดพลังเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้นิทานเล็งเป้าหมายไปที่ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลออกไป ขว้างมีดออกไป
เมื่อมีดปะทะกับต้นไม้ แรงะเิก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ต้นไม้เกิดเป็หลุมยุบลงไปอย่างน่ากลัว
สามารถใช้โจมตีระยะไกลได้ แต่พลังจะถดถอยลงเหลือเมื่อเทียบกับโจมตีระยะใกล้ หมายความว่าจะใช้ให้คุ้มค่าที่สุดก็คืออัดพลังลงไปให้เต็มก่อนการต่อสู้ ระหว่างต่อสู้ก็สู้ด้วยอาวุธชิ้นอื่น เมื่อสบโอกาสจึงโจมตีระยะประชิดด้วยมีดเล่มนี้สินะ นิทานสรุปความคิด เขาไม่้าจะใช้สิ่งที่เขายังไม่ทราบข้อมูลถี่ถ้วน
"คีตา นายได้อาวุธใหม่แล้วนะ" นิทานยิ้มหันไปมองคีตาพลางชูมีดเขียวมรกตหม่นขึ้นมา
ตัวเขาเองยังพอใช้หอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้าได้ แต่คีตาไม่มีอาวุธสังหารอย่างแท้จริง ยิ่งเสริมกับการที่คีตาควักมีดออกมาจู่โจมทีเผลอนั้นยากจะตอบสนองทันอยู่แล้ว คีตาจึงเหมาะสมกับมีดเล่มนี้มากกว่าเขาไปโดยปริยาย พลังสังหารของคีตาเมื่อมีมีดเล่มนี้ย่อมไม่ด้อยไปกว่าเขายามใช้หอกสว่านหมุนแม่เหล็กไฟฟ้า
หากจำเป็จริง ๆ เขาค่อยสลับมาใช้เองก็ยังไม่สาย
"ทีนี้นายก็อาจลอบฆ่านักสลักได้โดยไม่ต้องพึ่งพิษแล้วนะ สุดยอดหมาเลย" นิทานหัวเราะ
นิทานนั้นไม่ได้ประเมินเกินตัวเลยแม้แต่น้อย หากอัดพลังลงไปอย่างเต็มที่พร้อมโจมตีทีเผลอ คีตาสามารถสังหารนักสลักที่ไม่ได้มีร่างกายโดดเด่นด้านการป้องกันได้อย่างแน่นอน
"โฮ่ง!"
สุดยอดคีตา สุดยอดคีตา!
“ตั้งชื่อให้มันด้วยสิ จากนี้ไปนี่จะเป็อาวุธคู่ใจนายละนะ” นิทานยื่นมีดสั้นสีเขียวให้แก่คีตา คีตาคาบมีดเล่มนั้นวางไว้กับพื้น เมื่อเห็นใบมีดสีเขียวมรกตหม่นสวยงาม คีตาก็กระดิกหางอย่างยินดี
คีตาก้มหน้าครุ่นคิด มันหมอบลงกับพื้นพลางจ้องมองเงาของตนที่สะท้อนจากใบมีด
“ให้ฉันช่วยมั้ย อย่างเช่น มีดหมีขนมรกตะเิ มีดะเิสีเขียว มีดสั้นพลังหมีขนมรกต” นิทานเริ่มท่องชื่อมีดที่อยู่ในหัวของเขา
คีตาเป็สุนัข มันย่อมไม่สามารถแสดงสีหน้าได้ชัดเจนอย่างมนุษย์ แต่สีหน้าของคีตาในเวลานี้นิทานสามารถอธิบายได้สั้น ๆ ด้วยคำว่า เบะปาก
คีตาคาบมีดสั้นไปวางด้านหลังพลางหันหน้าหนีราวกับไม่้าความคิดเห็นของนิทานอีกต่อไป นิทานยักไหล่ บ่นพึมพำ เท่จะตาย
ผ่านไปสักพัก คีตาก็หูตั้งขึ้น หางส่ายไปมาเร็วขึ้น มันคาบมีดหันกลับมา
“โฮ่ง!”
ทัณฑ์สีขจี!
คีตาคาบทัณฑ์สีขจีขึ้นอย่างภูมิใจ แม้ในใจนิทานจะคิดว่าเชย แต่เมื่อเห็นสีหน้ามีความสุขกับหางที่ส่ายไปมาเขาก็อดอมยิ้มไม่ได้
“หลังจากนี้ฉันจะคอยอัดพลังลงไปไว้ให้นะ นายใส่พลังจิติญญาเองไม่ได้นี่นา” นิทานบอก
คีตาเอียงคออย่างสงสัย เหมือนว่ามันไม่เข้าใจว่านิทานกำลังพูดถึงสิ่งใด
“ก็ไม่แปลกหรอกนะ นายเป็สัตว์ธรรมดานี่นา ไม่ใช่สัตว์อสูร จะไปมีคำแห่งพลังกับพลังจิติญญาได้ยังไง” นิทานหัวเราะ
คีตายังคงเอียงคอไปมาอย่างมึนงง
“ว่าแต่ นายกินอะไรเป็พิเศษรึเปล่าคีตา ทำไมร่างกายนายแข็งแรงขนาดนั้นล่ะ แรงก็เยอะอีก พอ ๆ กันกับสัตว์อสูรหลาย ๆ ตัวเลยนะ” นิทานพลันนึกถึงศักยภาพทางกายของคีตา
หลายครั้งแล้วที่คีตาแสดงศักยภาพทางกายที่แทบไม่ด้อยไปกว่าสัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้หลายคำ แม้แต่การต่อสู้กับหมีขนมรกตเมื่อครู่ที่ คีตาสามารถต่อกรโดยตรงได้ในระดับหนึ่ง
"เ้าอยากรู้เหตุผลมั้ยล่ะ" เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากด้านหลังของนิทานในระยะประชิด