“คุณไม่เห็นเหรอคัทย่า”
“เห็นอะไร”
“แสงสีเขียวนั่นไง”
คัทย่าพยายามมองตามที่ผมชี้
“ฉันไม่เห็นเลยเทวิน คุณจะให้ฉันดูอะไร”
นี่แสดงว่ามีแต่ผมที่มองเห็นแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นตรงหน้าร้าน แต่คราวนี้ไม่ได้มองเห็นอย่างเดียว ผมคิดว่าสามารถรับรู้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างได้ด้วย ความรู้สึกเหมือนััที่หกกำลังตื่นขึ้น
แล้วผู้ชายคนหนึ่งเปิดประตูร้านลุงหมานเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ ด้วยจังหวะสโลว์แบบพระเอกหนัง (โบราณ) เดินเข้าฉากแอคชั่น ถึงผมไม่อยากมองเขาแต่ก็ทำไม่ได้ ทำไมนะหรือครับ พี่แกเล่นสวมสูทสีเขียว กางเกงสีเขียว รองเท้าสีเขียว และแว่นตาสีเขียว ไม่รู้ว่าหลุดมาจากแคทวอล์คหรือรำวงงานวัดที่ไหน ผมได้แต่ภาวนาขอให้แกอย่าเดินมาทางพวกผมเลย
ไม่ได้ผลครับ ผู้ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาลากเก้าอี้นั่งโต๊ะเดียวกับผมและคัทย่าโดยไม่ได้รับเชิญ
“คุณเป็ใคร เทวินคุณรู้จักเขาเหรอ” คัทย่าทำหน้าตื่น ๆ
“ไม่ครับ ผมไม่เคยรู้จักกับนกแก้วเป็การส่วนตัวมาก่อน”
คัทย่างงกับมุขแป๊กของผม
เมื่อมองดูใกล้ ๆ ผู้ชายคนนี้หล่ออยู่นะครับ หน้าตาของเขาไม่เหมือนคนไทย ออกแนวคนอินเดียผสมฝรั่ง แต่พี่แกท่าทางเก๊ก ๆ เชิด ๆ น่าหมั่นไส้ยังไงไม่รู้
“Excuse me for interrupting.” เขาหันไปพูดกับคัทย่า สำเนียงเป๊ะจนนึกว่าคนอังกฤษมาเอง จากนั้นก็พูดกับผม
“เทวิน จำผมไม่ได้หรือ”
ผมมองหน้าเขา นึกไม่ออกว่าเป็ใครและดูไม่ออกว่าเขาอายุเท่าไหร่ ผู้ชายคนนี้ไม่หนุ่มไม่แก่ จะวัยกลางคนก็ไม่ใช่ หรือจะว่าวัยทำงานก็ไม่เชิง
“ขอโทษครับ ผมจำไม่ได้จริง ๆ เรารู้จักกันหรือครับ”
เขาทำท่าสงสัย เหมือนจะไม่เชื่อว่าผมจำเขาไม่ได้ แหมถึงจะไม่ค่อยชอบจำผู้ชาย แต่ผมยังหนุ่มยังแน่น ถ้าเคยเจอคนแปลกแบบนี้ ไม่น่าจะลืมง่าย ๆ หรอกครับ
“อืม ไม่เป็ไร แต่เมื่อครู่คุณมองเห็นผมได้นี่”
“เมื่อกี้หรือครับ” ผมนึกไปถึงแสงสีเขียวนอกร้าน หรือเขาจะไม่ใช่คนธรรมดา
“ใช่ ผมมองเห็นคุณจากข้างบน พอลงมาดู คุณก็มองเห็นผมเหมือนกัน”
“ตกลงว่าเขาเป็ใครคะ เพื่อนของคุณเหรอ” คัทย่าอดรนทนไม่ได้ สายตาของเธอมองชุดของเขาอย่างสนใจ ปกติใครที่สวมชุดเขียวทั้งตัวแบบนี้ จะดูบ้านนอกสุด ๆ แต่ผมกลับมองว่าสูทสีเขียวปีกแมงทับของเขาสวยมาก เป็เงาเลื่อมแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนมีเพชรนับล้านเม็ดอยู่ในเนื้อผ้าที่ไม่รู้ว่าทำจากผ้าอะไร ส่วนเนื้อตัวของเขา ถ้าผมไม่ตาฝาด ผิวของเขาเหมือนมีประกายสีทองเรื่อ ๆ
“คุณอยากรู้จักผมมากกว่านี้หรือครับคุณผู้หญิง”
เป็คำพูดจีบสาวที่เชยมาก เดี๋ยวต้องโดนคัทย่าสวนแน่ ผมคิด
แต่คัทย่ากลับหน้าเป็สีชมพู นั่งนิ่งจังงัง
“คุณคัทย่าเป็อะไรหรือเปล่าครับ” ผมรีบทัก ชักไม่ชอบหมอนี่ซะแล้ว
“ขออภัยเทวิน นิสัยเก่ากำเริบนะ” เขาออกตัว
คัทย่าเหมือนตื่นจากภวังค์ หันมามองหน้าผม
“ฉันเป็อะไรไป”
ผมหันไปมองเขา ก็เห็นรอยยิ้มกวน ๆ คงคิดว่าตัวหล่อมาก สมัยนี้เขานิยมเทรนเกาหลีกันแล้วลุง เอ๊ะหรือต้องเรียกแกว่าพี่หว่า
“คุณคัทย่าเผลอชอบผมนิดนึง” เขาพูดหน้าตาเฉย
“อะไร เราเพิ่งเจอกัน ฉันไม่รู้จักคุณด้วย แถมการแต่งตัวของคุณยังแปลกมาก”
ดูท่าคัทย่ามีสติกลับมาแล้ว
“ผมต้องปิดกั้นคุณไว้ เพราะไม่อยากมีปัญหาเกี่ยวกับสตรีอีก”
แหมพ่อซุปตาร์
“ปกติผมไม่ค่อยลงมาหรอกนะเทวิน”
“แล้วคุณเป็ใครครับ อยู่ดีดีก็มานั่งคุยกับพวกผม”
ตอนนี้ผมพอจะเดาได้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา เขาให้ความรู้สึกคล้ายกับท่านอัครทูต์คราวก่อน แต่มีบางอย่างที่ต่างกันอยู่
“เราไปคุยกันหน่อยไหม”
เขาลุกขึ้นเดินออกไปนอกร้าน ผมเพิ่งสังเกตว่าคนอื่นในร้านเหมือนไม่เห็นผู้ชายคนนี้ ทั้งที่สวมชุดเขียวสะดุดตาแบบห่างไปร้อยเมตรยังต้องมอง
“ขอตัวสักครู่นะครับคุณคัทย่า”
“ระวังนะเทวิน ฉันว่าผู้ชายคนนี้น่าสงสัย”
“ผมจะระวังครับ แต่ถ้ามีปัญหาคุณคัทย่าช่วยผมด้วยละกัน”
ผมเดินตามไป เห็นเขายืนมองท้องฟ้าผ่านแว่นสีเขียว วันนี้แดดจ้า แทบไม่มีเมฆเลยสักก้อน
“พวกเทพต่างถิ่นเป็อย่างไรบ้าง”
รู้เื่ของเทพเ้าเสียด้วย
“คุณเป็ใครครับ” ผมไม่ยอมตอบคำถามของเขา แต่ถามกลับด้วยคำถามเดิม เพราะเขายังไม่ยอมแนะนำตัวสักที
เขาหันมามองผมด้วยสีหน้าผิดหวัง โธ่ลุง ใครจะไปจำลุงได้
“วันหนึ่งคุณจะนึกออก”
จากนั้นเขาหันไปมองท้องฟ้า เหมือนค้นหาอะไรอยู่
“มองแทบไม่เห็น มันเคลื่อนไหวเร็วมาก”
“อะไรหรือครับ”
เขายังไม่ตอบ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน ผมยกขึ้นมาดูเห็นชื่อองค์การอูโปะโทรมา จึงรับสาย
“สวัสดีค่ะ คุณเทวิน คุณอยู่กับท่านจอมเทพใช่ไหมคะ”
“จอมเทพ ใครกันครับ”
“ขออนุญาตโอนสายให้พ่อปู่ดีกว่าค่ะ”
“สวัสดีขอรับคุณเทวิน” เสียงพ่อปู่คนเดิม แต่ฟังดูเครียดนิด ๆ
“สวัสดีครับพ่อปู่”
“ไม่ทราบว่าท่านจอมเทพพูดอะไรกับคุณบ้างครับ”
“จอมเทพนี่ใครเหรอครับ”
“ผู้ชายที่อยู่กับคุณเทวินไงครับ”
ผมหันไปจ้องผู้ชายในชุดเขียวที่เอาแต่มองท้องฟ้า จอมเทพ ชื่อไม่เหมือนกับอัครทูต์อย่างท่านมิคาเอลหรือท่านราฟาเอลแฮะ
“ไม่น่าแปลกที่เด็กรุ่นคุณเทวินจะไม่รู้จักท่านหรอกครับ ผู้ชายที่คุณเทวินอยู่ด้วยเป็ประมุขของเทพเ้าที่เราคุ้นเคย คนไทยมักจะเรียกท่านว่า “พระอินทร์” ยังไงครับ”
“พระอินทร์” ผมทวนคำ ในเมื่อเกิดและโตที่เมืองไทยมาเกือบสิบเก้าปี ก็ต้องเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกันตัวเป็ ๆ นึกว่าเทพที่ได้พบจะมีแต่ของเมืองนอกซะอีก
ผู้ชายคนนั้นหยุดมองฟ้า แล้วหันมาทางผม
“เราชอบให้เรียกชื่ออื่นมากกว่า ถือว่าคนของเ้าใช้ได้ที่สามารถรับรู้ถึงการมาของเรา ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย แต่คนยุคก่อนทำได้ดีกว่านี้มาก พวกเขารับรู้ด้วยฌานหรือดวงจิตอันดีงาม”
“เหมือนเขาไม่ชอบชื่อนี้ครับพ่อปู่ ผมควรเรียกเขาว่ายังไงดี”
“ลำบากคุณเทวินหน่อยนะครับ นี่คือประมุขแห่งเทพที่พวกเราใกล้ชิดที่สุดแล้ว แต่ท่านอาจจะอินดี้นิด ๆ ลองเรียกท่านว่า “ท้าวสักกเทวราช” ดูครับ”
“เอ่อ ขอโทษครับ ผมเรียกคุณว่า ท้าวสักกเทวราช ได้ไหมครับ”
“นั่นคือนามหนึ่งในหลายนามแห่งเรา เทวิน พระแท่นของเรา่นี้ไม่ค่อยนุ่มนวลเหมือนเคย เราเฝ้ามองดูโลกมนุษย์ มันไม่เหมือนที่ผ่านมา แผ่นดินเบื้องล่างจะเผชิญกับภัยพิบัติที่ร้ายแรง หากพวกเ้าไม่ร่วมมือกัน มนุษยชาติอาจสูญสิ้น จากนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น าอันโกลาหลหรือการจัดระเบียบใหม่”
“รุนแรงขนาดนั้นเลยหรือครับ” ผมเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา การพูดคุยกับท่านจอมเทพคนนี้ ไม่เหมือนกับตอนพบท่านอัครทูตสององค์ก่อน ผมสามารถรับรู้อารมณ์เครียด ๆ เศร้า ๆ ที่แผ่ซ่านออกมาจากเขาได้
“มนุษย์เกิดขึ้นในจักรวาลมาหลายรอบแล้ว”
“อะไรนะครับ”
“การล่มสลายมีมาหลายหน”
ผมตั้งใจฟังทันที รู้สึกเหมือนกำลังจะได้รู้ความลับฟ้าดินในหนังจีน
“ต่อให้พยายามแค่ไหน สุดท้ายมนุษย์ก็ต้องสูญสิ้นไป”
ผมไม่รู้ว่าท่านจอมเทพคนนี้กำลังสื่อถึงอะไร
“เทวิน”
“ครับ”
“เ้าว่ามนุษย์ยังพอใช้ได้ไหม”
“ผมไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไรดีครับ”
ผมคิดว่าเห็นรอยยิ้มจากมุมปากของเขา
“ถ้าไม่ต้องเปรียบกับสิ่งใด เ้าว่ามนุษย์เป็เช่นไร”
เป็คำถามที่ไม่เหมาะกับเด็กหนุ่มอายุขนาดผมเลย แต่เหมือนกับเขากำลังตัดสินใจว่าจะช่วยโลกมนุษย์หรือไม่ ผมเลยพยายามนึกถึงภาพของเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับมนุษย์ทั่วไป ที่ได้เห็นจากอินเตอร์เน็ต โซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือคลิปในยูทูป
“น่าจะทำได้ดีกว่านี้ครับ” ผมกลั่นกรองคำตอบก่อนพูดออกไป เพราะรู้สึกว่าจอมเทพคนนี้คงไม่ชอบพูดเล่น
“ใช่”
ค่อยยังชั่วหน่อย ดูท่าผมจะตอบได้ถูกใจ
“เ้าปีศาจตัวนี้มันน่ากลัวมากเลยหรือครับ”
“แย่แล้วเทวิน”
เสียงคัทย่าะโ เธอวิ่งออกมาจากร้านตรงมาหาพวกผมอย่างเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น”
“มีการโจมตีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั่วโลก”
เธอยื่นโทรศัพท์ให้ผมดูข่าวการะเิของโรงไฟฟ้าหลายแห่ง อาคารสิ่งปลูกสร้างกลายเป็เศษซากปรักหักพัง บางที่มีหลุมลึกเป็ร้อยเมตร เหมือนถูกจรวดลูกใหญ่ยิงใส่
“ทำไมโจมตีโรงไฟฟ้า” ผมถามคัทย่า
“หากพวกเ้าไม่มีไฟฟ้า จะเกิดอะไรขึ้น”
เป็คำถามจากท่านพระอินทร์
“ระบบอิเล็กทรอนิกส์จะล่มสลาย สิ่งของที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้าจะไม่ทำงาน แอร์ หลอดไฟ คอมพิวเตอร์ อุตสาหกรรมและธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าจะหยุดชะงักไปหมด” คัทย่าตอบจบได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ผมยังคิดถึงแอร์อยู่เลย ก็อากาศบ้านเราส่วนใหญ่มันร้อนนี่ครับ
“แม้แต่การพยายามติดต่อกับเทพของพวกเ้า”
ประโยคนี้พระอินทร์พูดกับคัทย่า ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าเธอเคยเล่าเื่การใช้พลังงานมหาศาลในการติดต่อกับเทพเ้า ซึ่งน่าจะใช้ไฟฟ้าพอสมควรทีเดียว
คัทย่าทำท่าขนลุก
“หากติดต่อกับเทพเ้าไม่ได้ ปีศาจพวกนั้นไม่กี่ตัวก็สามารถทำลายโลกนี้ได้แล้ว”
“แล้วพลังงานอื่นละ อย่างนิวเคลียร์” ผมถามแทรก
“Jesus Christ!” เสียงเธอใมากกว่าตอนแรก
“มีอะไรคัทย่า”
“มันะเิโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฝรั่งเศส
“หา คุณว่าไงนะ”
ในความคิดของผมพลังงานนิวเคลียร์มีอันตรายมาก หากสัตว์ประหลาดนั่นไล่ะเิโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งโลก มนุษย์เราจะตกอยู่ในสภาพอย่างไร
“ทำยังไงดีเทวิน”
“ทำยังไงดีครับท่านสักกเทวราช”
“คุณเรียกผู้ชายคนนี้ว่ายังไงนะ”
ไม่น่าแปลก ขนาดผมยังแทบไม่รู้จักชื่อนี้เลยด้วยซ้ำ ยิ่งชาวต่างชาติอย่างเธอยิ่งไปกันใหญ่
“คัทย่า นี่คือท่านจอมเทพนะครับ”
“จอมเทพ คุณหมายถึงซูส (Zeus) งั้นหรือ” คัทย่ามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา
“ผมหมายถึงจอมเทพฝั่งไทย เอ่อหรือจะเรียกแถบเอเชียก็น่าจะพอไหวมั้งครับ”
พระอินทร์หัวเราะเบา ๆ
“เื่นี้มันซับซ้อนนะเทวิน เบื้องบนซับซ้อนยิ่งกว่านี้มากนัก”
“จอมเทพฝั่งเอเชียเป็ใคร” คัทย่าถามมาอีก
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบรับสายทันที ครู่หนึ่งก็วางสายแล้วมองผมแบบทึ่ง ๆ
“เทวิน ทางหน่วยงานของฉันแจ้งว่าตรวจพบพลังงานมหาศาลในระดับเดียวกับอัครทูต์ได้ที่นี่ ผู้ชายคนนี้เป็เทพเ้าจริงหรือเนี่ย ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย เป็ครั้งแรกที่ฉันได้พบกับเทพเ้าแบบใกล้ชิด”
ท้าวสักกะหรือพระอินทร์มองเธออย่างพอใจ
“มนุษย์ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง”
แต่สถานการณ์ตอนนี้กำลังคับขันเกินกว่าจะมาถกกันเื่ตำแหน่งจอมเทพหรือความคาดหวังกับมนุษย์
“ผมต้องทำยังไงครับ”
“ทำสิ่งที่เ้าทำได้สิ”
ผมหันไปมองคัทย่า ถึงยังไงเธอก็เป็มิตรกับพวกเราและผมไม่อยากปิดบังอะไรเธออีกแล้ว จึงหยิบบัตรสมาชิก Platinum ออกมาจากกระเป๋าเงิน
“นั่นคือบัตรอะไรเทวิน” คัทย่ามองบัตรสีเทาเข้มในมือผมอย่างอยากรู้อยากเห็น
“นี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะบอกคุณ คัทย่า”
ผมชูบัตรขึ้นตรงหน้า
“ผมเทวิน อินทร์องค์จันทร์ ขออัญเชิญท้าวสักกเทวราช”
“เราอยู่ตรงนี้อยู่แล้วนี่”
“อ้าว แหะ ๆ แล้วผมต้องทำยังไงต่อครับ”
“หึหึ” เขาหัวเราะแบบมีเลศนัยแล้วยกมือขึ้นจับไหล่ผม
“ข้าฯ ให้เ้าใช้พลังแห่งอมรินทร์”
ฉับพลันผมก็ลอยอยู่บนฟ้า รู้สึกว่าร่างกายมีพลังมหาศาลไหลเวียนทั่วร่าง ความทระนง ความภาคภูมิ ความเชื่อมั่น เปี่ยมล้นท่วมจิตใจอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน คล้ายกับว่าตัวผมเป็ประมุขแห่งจักรวาลอันยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่งทุกอย่างในเอกภพ
“นี่มันอะไรกันครับ”
“เ้าสามารถรับรู้ถึงพลังและความรู้สึกของเราบางส่วนได้”
“ทำไมไม่เหมือนกับตอนเข้าทรงท่านอัครทูต์มิคาเอลกับราฟาเอลละครับ ตอนนั้นเหมือนผมแค่รู้ว่าร่างกายเคลื่อนไหวเท่านั้น”
“ความสอดคล้องและความคุ้นเคยยังไงละ เ้าถือกำเนิดและใช้ชีวิตอยู่กับพลังของเทพฝั่งนี้ ร่างกายและจิตจึงสามารถเข้าถึงพลังได้ในระดับลึกกว่าเทพต่างถิ่นนั่น”
คราวนี้ผมไม่รอให้พระอินทร์บอกอะไรอีก รีบตั้งสมาธิด้วยตัวเอง ทันใดก็มองเห็นโลกทั้งใบได้พร้อมกัน เหมือนกำลังดูจอมอนิเตอร์ขนาดั์ซึ่งแบ่งออกเป็จอเล็ก ๆ นับพันจอ ความคมชัดของภาพที่เห็นเรียกว่าระดับ 8k ยังน้อยไป
“นี่คืออะไรกันครับ”
“อีกนามหนึ่งของเรา คือ สหัสั์”
“สหัสั์ หมายถึงท่านมีตาพันดวงเลยหรือครับเนี่ย”
“เื่นี้มันยาว เ้าคงไม่เคยได้ยินข่าวลือผิด ๆ ของเรามาก่อนใช่ไหม”
“ข่าวลือ ไม่นะครับ ใครจะกล้านินทาจอมเทพอย่างท่าน”
“มีแล้วกัน บางทีมนุษย์ชอบกล่าวหาผู้สูงส่งกว่าเป็เื่ธรรมดาอยู่แล้ว”
แหม ประโยคเดียวทั้งตัดพ้อทั้งบูลลี่ไปพร้อมกันเลยนะ
แต่การที่สามารถมองเห็นโลกทั้งใบในคราวเดียวกันนี่มันเยี่ยมไปเลย
“เราจะทำยังไงดีครับ”
“ครั้งล่าสุดมันทำลายที่ใด”
ผมนึกถึงฝรั่งเศส ภาพเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้า เหมือนใส่แว่น VR เจ๋ง ๆ เตาปฏิกรณ์ขนาดใหญ่หลายเตาพังถล่มลงกับพื้น มีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมา
“ไปที่นั่นกัน”
พริบตาผมก็อยู่เหนือโรงไฟฟ้าที่กำลังเผาไหม้ สูงขึ้นมาประมาณหนึ่งกิโลเมตร ควันไฟลอยเต็มไปหมด
“เอ่อ เราไม่ต้องกลัวกัมมันตภาพรังสีหรือครับ” ผมเริ่มดึงความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยมอต้นหรือมอปลายมาใช้ ด้วยความหวั่นใจ
“เื่แค่นั้นทำอะไรเรามิได้ดอก”
ด้านล่างมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามจะเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ ทุกคนสวมชุดป้องกันสีขาวคลุมทั้งตัวและหน้ากากสีดำ แต่อุณหภูมิดูเหมือนจะร้อนมากจนเข้าใกล้ไม่ได้
“รังสีอันตรายเริ่มกระจายออกไปแล้ว” พอพระอินทร์พูดจบ ภาพที่ผมเห็นก็เปลี่ยนไปเป็สีสันต่าง ๆ ผมมองเห็นควันสีแดงกำลังลอยจากโรงงานแพร่ไปในอากาศ ตามทิศทางของกระแสลม
“เราช่วยเขาได้ไหมครับ”
“ต้องขอความช่วยเหลือ”
“จากใครครับ”
“พระพาย” ท้าวสักกะเอ่ยเรียกเบา ๆ พลันปรากฏเทวดาร่างสีขาวองค์หนึ่งตรงหน้า ขาวสว่างจนผมมองเห็นไม่ชัด รู้แต่ว่าเครื่องแต่งตัวเป็สีทองและที่สำคัญมีสี่แขน แต่ละมือถืออาวุธหรือเครื่องประดับรูปร่างแปลกตา
“ข้าแต่ท่านจอมเทพ มีสิ่งใดบัญชา”
“จงพัดพาพิษพวกนั้นขึ้นไป” พระอินทร์ยกมือขึ้นชี้ไปทางที่กัมมันตภาพรังสีแผ่ออกมา ผมจึงพึ่งรู้สึกว่าพระอินทร์ก็มีสี่มือเหมือนกัน ไม่เหมือนพวกอัครทูต์ สงสัยว่าเทพฝั่งบ้านเรานิยมมีมือหลายมือกันนะ
“รับบัญชา”
แล้วพระพายหันไปโบกธงขึ้นข้างบน ลมหมุนลูกเล็กก่อตัวขึ้นกลางโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังลุกไหม้ แล้วขยายตัวขึ้นทีละน้อย ผู้คนที่อยู่โดยรอบ พากันหนีออกมา พอไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้น ลมหมุนก็ขยายใหญ่ขึ้นจนพัดแรงเหมือนพายุทอนาโด แต่เป็พายุที่หมุนอยู่กับที่พาไฟและควันลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า จนทะลุชั้นบรรยากาศของโลก ส่งฝุ่นกัมมันตภาพรังสีออกไปในอวกาศ
“ข้าแต่จอมเทพ พิษของสถานที่แห่งนี้มีมากนัก พายุจะต้องพัดอยู่อีกเจ็ดราตรีถึงขจัดได้หมดสิ้น”
“ขอบใจท่านมากเทพแห่งวายุ”
แล้วพระพายก็หายวับไป
สมกับเป็จอมเทพจริง ๆ สามารถเรียกเทพองค์อื่นมาใช้งานได้ด้วย
ภาพจอนับพันปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“เ้าปีศาจมันเคลื่อนที่ได้เร็วมาก แม้จะรู้ว่ามันอยู่ที่ใด แต่เมื่อมองไปมันก็หนีได้ก่อนทุกครั้ง”
“ถ้าอย่างนั้นเราลองจับภาพเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในโลก ที่ยังไม่ถูกทำลายได้ไหมครับ”
“เ้าฉลาดใช้ได้”
จอนับพันเปลี่ยนเป็ภาพโรงไฟฟ้าของประเทศต่าง ๆ ภาพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่กว่าภาพอื่น
จอภาพหนึ่งเปลี่ยนเป็สีแดง แล้วขยายใหญ่ขึ้น น่าจะเป็โรงไฟฟ้าของประเทศสหรัฐ
“เราไปที่นั่นกัน”
ภายในเสี้ยววินาทีเราก็มาอยู่เหนือโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ถูกทำลาย ดีที่คราวนี้ไม่ใช่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่จากสภาพที่พังยับเยินน่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนไม่น้อย
“มันหนีไปได้อีกแล้ว” เสียงพระอินทร์เริ่มหงุดหงิด
“ดูแล้วมันจะคอยทำลายโรงไฟฟ้านะครับ”
“ถ้ามัวแต่ไล่ตาม โลกของเ้าอาจไม่มีไฟฟ้าใช้เสียก่อน”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“เอ่อ นั่นโทรศัพท์ของผมหรือของท่านครับ”
“เราไม่จำเป็ต้องใช้ของเช่นนั้นดอก”
“ถ้าอย่างนั้นคงเป็ของผม”
นี่ผมอยู่ในร่างเทพเ้าแล้ว แถมยังอยู่ต่างประเทศอีก ยังมีสายเข้า สุดยอดเครือข่ายจริง ๆ แต่ผมจะรับโทรศัพท์ได้ยังไง”
“ลองคิดว่าจะรับสายดูสิ”
ผมตั้งสมาธิ แล้วเพ่งจิต รับสาย รับสาย รับสาย เสียงคัทย่าก็ดังเข้ามา
“เทวิน คุณอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น อยู่ ๆ คุณกับผู้ชายคนนั้นก็หายตัวไป”
“ใจเย็นครับคุณคัทย่า ผมกับท่านจอมเทพกำลังไล่ตามเ้าปีศาจที่ทำลายโรงไฟฟ้าอยู่”
“หมายความว่าผู้ชายตัวเขียว ๆ ที่ลอยอยู่บนฟ้าคือพวกคุณหรือ”
“คุณคัทย่าเห็นพวกผมด้วยหรือครับ”
“มีคนใช้มือถือถ่ายภาพพวกคุณไว้ กำลังออกข่าวไปทั่ว บางข่าวบอกว่าพวกคุณเป็ตัวการทำลายโรงไฟฟ้าด้วยซ้ำ”
“พวกผมกำลังช่วยต่างหากครับ”
“เหมือนคนในพื้นที่อื่น ๆ ไม่รู้จักพวกคุณ เขาไม่รู้ว่าเป็จอมเทพ”
“มนุษย์ยังคงโง่เขลา” เสียงพระอินทร์ขุ่น ๆ
“ท่านอย่าใส่ใจเลยครับเขาอยู่คนละประเทศกับเรา”
“เ้าเข้าใจพูดเทวิน วางสายก่อนเถิด มาหาทางกำจัดปีศาจนั่นกัน”
“แค่นี้ก่อนนะครับคุณคัทย่า”
“เดี๋ยวสิเทวิน เทวิน” สายถูกตัดไป
“ท่านจะทำอย่างไรครับ”
“ข้าฯยอมรับว่าตามความเร็วของมันไม่ทัน แต่จะลองหลอกล่อให้มันมาหาเรา”
“ยังไงครับ”
“เมขลา” พระอินทร์เรียกเบา ๆ อีก
นางฟ้าองค์หนึ่งปรากฏขึ้น เธอสวมชุดไทย แต่ดูไม่โบราณนะครับ เป็เสื้อสีทองเข้ารูป ปิดบริเวณหน้าอก แต่เปิดให้เห็นหน้าท้องแบนราบสวยงาม กระโปรงสีออกชมพูรัดสะโพกแน่น ที่สำคัญคือเธอสวยสุด ๆ ไปเลยครับ สวยแบบว่าเหนืุ์ทั่วไปอีกระดับ แต่ผมยังไม่ทันมองเธอให้ชัดเท่าไหร่ เพราะท่านจอมเทพขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ตั้งสติไว้เทวิน เดี๋ยวก็เป็อสูรไปอีกตนหนึ่งหรอก”
“แฮ่ ขอโทษครับท่านจอมเทพ”
“เมขลา เ้าช่วยใช้ดวงแก้วหลอกล่อเ้าสัตว์ร้ายมาหน่อย”
“รับบัญชาท่านจอมเทพ”