ตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาล

    ตอนที่ 2 ได้รับตำราพิสดาร?

       ดวงวิญญาณของผมล่องลอยไปอย่างไม่รู้จุดหมายเพราะผมได้ตายลงไปแล้ว ใช่ผมได้ตายลงไปแล้วนั่นเอง ถึงแม้จะเป็นกังวลเกี่ยวกับลิลิสก็จริงแต่ผมมันก็คนอ่อนแอคนหนึ่งจริงๆแม้แต่แฟนสาวของตัวเองแท้ๆยังปกป้องไม่ได้ เคยสัญญาว่าจะให้เธอไม่เสียน้ำตาอะไรกันนั่นก็เป็นแค่ข้ออ้องไม่ใช่หรือยังไง สุดท้ายแล้วผมก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง    ในตอนที่เธอถูกพาตัวไปผมก็ทำได้แต่ดิ้นรนอยู่กับชายชุดดำที่กุมตัวของผมไว้อยู่โดยที่ผมทำอะไรไม่ได้สักอย่าง สุดท้ายผมมันก็คนน่าสมเพชคนหนึ่ง ความรู้ที่มีในด้านการบริหารของผมมันไร้สาระสิ้นดีสุดท้ายแล้ว อะไรก็ไม่สู้อำนาจและความรุนแรงได้อยู่ดีแม้จะมีเงินมหาศาลขนาดไหนก็พ่ายแพ้อยู่ดี ในโลกที่คิดว่าสงบสุขสุดท้ายแล้วเนื้อแท้ของมันก็คือกฏแห่งป่าที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดอยู่ดี          “ผมตายไปแล้วจริงๆสินะ”          ผมที่เป็นวิญญาณพูดออกมาทั้งที่รู้ว่าตัวเองคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว         “ใช่ ตายไปแล้ว”         เสียงประหลาดพูดตอบโต้ผมกลับมา         “นั่นสิคงตายไปแล้วแหละ”         “ดูมนุษย์อย่างเจ้านี่สบายใจกว่าที่คิดอีกนะ ข้าคิดว่าจะโวยวายไปแล้วแท้ๆกับการที่ตายแบบไม่ยุติธรรม”          “ก็ทำไงได้ยังไงสักวันทุกคนก็ต้องตายอยู่แล้วจะคิดมากไปทำไม ครั้งนี้ก็แค่ฉันจากไปก่อนที่ควรและยังไม่มีโอกาสได้ถามกับลิลิสตรงๆก็แค่นั้น”          ผมพูดออกไปโดยที่ในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรกับเสียงประหลาดที่พูดคุยกับผม         “เจ้านี่นะยอมรับอะไรง่ายจริงๆ เพียงแค่นี้ยอมแพ้แล้ว?”         “ไม่ใช่ว่าผมยอมแพ้หรอก ผมไม่มีกำลังพอที่จะต่อสู้กับเจ้าพวกนั้นยังไงล่ะ”         “ฮ่า ฮ่า ข้ออ้างของคนขี้ขลาดแค่เห็นโลกอีกด้านก็ถอดใจยอมแพ้แล้ว แล้วแบบนี้ไม่คิดว่าแฟนสาวของเจ้าจะทุกข์ทรมานกับเจ้าหรืออย่างไร เจ้าก็รู้ดีว่านางรักเจ้าขนาดไหนหลังจากที่พวกเจ้าได้ใช้ชีวิตด้วยกัน”         “แน่นอนสิ ใครจะไม่คิดอยากตอบโต้กลับไปกันละ ถ้าผมได้รับโอกาสผมจะใช้โอกาสนั้นตอบโต้กลับไปถ้าผมมีกำลังมากพอเหตุการณ์นั้นคงไม่เกิดขึ้น ผมก็จะมีเวลามากพอที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่คู่ควรกับลิลิสจริงๆได้”         “ต้องแบบนี้สิตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าไม่มีเหตุผลต้องทำอะไรแล้ว ถ้าเกิดว่าข้าบอกเจ้าว่าเจ้าสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เพื่อปกป้องคนที่เจ้ารัก เจ้าจะอยากได้มันไหมล่ะ”        “อยากได้สิ เพื่อลิลิสผมทำได้ทุกอย่างผมอยากปกป้องเธอให้่ดีกว่านี้”        “ดี ความตั้งใจของเจ้าข้ามองเห็นแล้ว รับนี่ไปสิ”        แสงสีขาวที่ส่งมาจากเสียงประหลาดหายเข้าไปในหัวของผมทันที         “จากนี้ไปเจ้าคือผู้สืบทอดของข้าแล้วเจ้าหนู จงใช้มันเพื่อเจ้าจะได้แข็งแกร่งขึ้นเสียสิ”         ความรู้ความเข้าใจมากมายไหลเข้ามาข้างในหัวของผม หลังจากที่ผมได้รับรู้ผมก็ตกตะลึงในทันทีเพราะมันคือความรู้ของตำราแปลกๆที่ชื่อ “ตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาล”         ห๊ะ เดี๋ยวนะ ตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาล ไอ้แบบนี้มันมีด้วยเหรอ       “ฮ่า ฮ่า คงรู้สึกยินดีมากสินะที่ได้เป็นผู้สืบทอดของข้า ข้าเข้าใจ ตัวข้าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกทั้งมวล จักรวาลสูงสุดนับหมื่นอยู่แทบเท้าข้า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เจ้าจะรู้สึกยินดี”        ‘ทำไมเจ้านี่ถึงได้หลงตัวเองนักนะ ตำราแมวเหมียวเขาเล่นตลกอะไรกับผมกัน เห็นๆกันอยู่ว่ามันไม่น่าจะช่วยอะไรได้มากนัก’        “เอาละเจ้าหนูข้าจะส่งเจ้ากลับไปยังโลกของเจ้า จงตั้งใจฝึกฝนมันให้ดีละ อ้อ ข้าเตือนเจ้าก่อนโลกของเจ้ากำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงของแกนโลกครั้งใหญ่ในไม่ช้าแล้ว มันจะรับเอาพลังเวทมนตร์เข้าไปในโลกของเจ้าทำให้คนธรรมดากลายเป็นคนที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้จากที่เคยเป็นโลกที่มีพลังเวทมนตร์เบาบาง ข้าขอเตือนอีกอย่างกับเจ้าก็แล้วกันจงอย่าได้ประมาทกับศัตรูของเจ้า อย่าได้ทิ้งต้นกล้าแห่งการแก้แค้นเอาไว้ ตัดมันก่อนที่จะเติบโตเสีย”        เสียงประหลาดหายไป ตัวของผมก็มาโผล่เข้ามาอยู่ในหลุมที่ลึกด้วยดวงตาที่พร่ามัวเล็กน้อยแต่ไม่กี่วินาทีต่อมามันก็กระจ่างชัดขึ้น ในระหว่างนั้นผมก็ได้ยินเสียงของคนพูดคุยกันข้างหลุมของผม        “หยุดเถอะครับคุณหนู ทำแบบนี้ไม่ได้่นะครับ”        “ถ้าเรื่องไปถึงหูของนายท่านคุณหนูจะแย่เอา”        “ไม่ เขาไม่ใช่พ่อของฉัน ฉันไม่นับเขาเป็นพ่ออีกแล้วกับการกระทำของเขา เขาตกลงกับฉันจะให้ฉันกลับไปฉันก็กลับไปแล้ว แต่พอมาลับหลังฉันก็มาทำร้ายเขาจนตายไปใครจะรับผิดชอบ ฉันต้องการแค่เขาเท่านั้น ใครให้ชีวิตของเขากลับมาได้กันละ พ่อเหรอ เทพเหรอ ของพวกนั้นมันให้ได้ไหมละ”        “คุณหนูครับแบบนี้มันจะไม่ดี พวกผมคงไม่มีทางเลือกนอกจากลงมือใช้กำลังปิดผนึกพลังของคุณหนูแล้วพาคุณหนูกลับไป”        “เข้ามาสิฉันจะฆ่าพวกแกทุกคน ตระกูลเอเวอรี่อะไรกันมันก็แค่ตระกูลเน่าเฟะน่ารังเกียจเท่านั้นแหละ”        ลิลิส! ไม่ได้การแล้วนี่เธอกำลังลำบากถึงขนาดนี้เหรอ บ้าจริงแล้วทำไมร่างกายของผมมันขยับยากลำบากได้ขนาดนี้นะร่างกายของผมมันแข็งไปหมดแล้ว บ้าจริง ผมลืมไปเลยว่าตัวเองตายไปแล้วการที่วิญญาณกลับเข้าร่างได้ก็ปาฏิหาริย์แล้วมันน่าจะต้องใช้เวลาในการผสานกลับเข้าร่างเหมือนเดิม         ไม่รู้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเล็กคิดน้อย "ตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาล" อะไรนั่นแค่ฝึกก็พอใช่ไหม         ผมหลับตาเข้าสู่ห้วงจิตใต้สำนึกก่อนที่จะเรียกตำราความรู้เล่มนั้นออกมาอีกครั้ง         “ตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาล เป็นตำราแห่งเทพแมวเหมียวผู้ยิ่งใหญ่ผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกทั้งมวลคิดค้นขึ้นเพื่อส่งต่อพลังสืบทอด วิธีการได้มาซึ่งพลังเพียงแค่ตระโกนออกไปว่า แมวเหมียวผู้แข็งแกร่ง เพียงเท่านี้ก็สามารถบรรลุได้ถึงขั้นที่หนึ่งของตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาล เมื่อสามารถเปิดใช้งานได้แล้วความรู้ที่จำเป็นสำหรับขั้นที่หนึ่งก็จะเปิดออก”   ลงนามโดย เทพแมวเหมียวผู้ยิ่งใหญ่         “ห๊ะ แค่นี้อ่ะนะ มันทำไมดูน่าสงสัยชอบกล ไม่รู้แล้วเว้ย ตอนนี้ผมต้องไปช่วยลิลิสก่อน”          แมวเหมียวผู้แข็งแกร่ง         ผมตระโกนออกไปโดยไม่คิดอะไร ชั่วพริบตานั้นเองร่างกายของผมก็ดูดซับพลังบางอย่างเข้ามาในร่างกาย วิญญาณที่ต้องใช้เวลาในการผสานก็กลับเข้าผสานเข้าร่างโดยสมบูรณ์ในทันที และแล้วพลังที่ดูดซับเข้ามาก็ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกายไหลไปทั่วทุกรูขุมขนของผม ทำให้ผมรับรู้ได้ถึงพลังของเวทมนตร์         “หรือว่านี่คือ พลังเวทมนตร์ ที่ว่ากันนะ” ในขณะที่ร่างกายของผมเปี่ยมล้นไปด้วยพลังเวทมนตร์ ความรู้สำคัญมากมายก็เข้ามาภายในหัวของผม “โลกอีกด้านหนึ่งของเทคโนโลยีของวิทยาศาสตร์ที่ล้ำสมัย เป็นโลกแห่งเวทมนตร์ที่เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งมากมาย มันคือโลกที่เป็นกฏแแห่งป่าอย่างแท้จริง โดยสรุปแล้วนั้นโลกวิทยาศาสตร์ที่คนธรรมดาทั่วไปรับรู้นั้นเป็นแค่ผลการทดลองเล่นๆของจอมเวทกลุ่มหนึ่งเท่านั้นจึงเกิดเป็นเทคโนโลยีสำคัญมากมายให้มนุษย์ธรรมดาใช้ชีวิตกันได้เป็นผลให้โลกขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี แต่มนุษย์ธรรมดาก็ไม่รู้เลยว่าภายใต้โลกที่ได้ชื่อว่าสงบสุขมันคือกระดานหมากรุกกระดานหนึ่งเท่านั้น” มันมีจริงๆด้วย โลกเวทมนตร์ที่อยู่แค่ในหนังสือการ์ตูน นิยายอะไรพวกนั้นตอนนี้มันปรากฏออกมาให้ผมเห็นแล้วแน่นอนว่าหากผมไม่ได้พลังเวทมนตร์นี้มาด้วยตัวเองจริงๆผมก็คงไม่มีทางเชื่อมันอย่างแน่นอน ระดับของการฝึกฝนเวทมนตร์ 1.ผู้ใช้เวทมนตร์ ระดับหนึ่ง - สิบ 2.จอมเวท ระดับหนึ่ง - สิบ 3.ราชันเวท ระดับหนึ่ง - สิบ 4.จอมราชันเวท ระดับหนึ่ง - สิบ 5.มหาจอมราชันเวท ระดับหนึ่ง - สิบ  นี่มันระดับบ้าอะไรกันละเนี่ยทำไมมันถึงได้มากขนาดนี้ ตอนนี้ผมเองก็รู้สึกว่าตัวของผมตอนนี้อยู่ในระดับ ผู้ใช้เวทมนตร์ระดับสองแล้วจากการที่ผมตระโกนคำว่า “แมวเหมียวผู้แข็งแกร่ง” ไปเมื่อสักครู่นี้   ความสามารถของตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาลขั้นที่หนึ่ง  ดวงตาแมวเหมียว - สามารถใช้มองจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ที่ระดับเทียบเท่าหรือน้อยกว่าตนเองได้ หากคู่ต่อสู้ระดับสูงกว่าตนเองสามารถใช้อ่านการเคลื่อนไหวการโจมตีได้ สามารถใช้แกะรอยหาสมบัติได้ด้วย  หมัดแมวเหมียว - หมัดขึ้นชื่อของเทพแมวเหมียวผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งว่ากันว่าสามารถใช้มันในการพิชิตห้วงจักรวาลทั้งหมดลงได้ พลังโจมตีของมันใช้พลังเวทมนตร์ของผู้ครอบครองขับเคลื่อน เพิ่มพลังโจมตีถึงสิบเท่า  แมวเหมียวคำราม - สามารถใช้เป็นพลังโจมตีทางจิตใจได้ หากพลังแห่งจิตใจของคู่ต่อสู้อ่อนแอมากกว่าผู้ครอบครองมากมันจะกลายเป็นทักษะสังหารทันที           ลูกเตะแมวเหมียว - ลูกเตะแมวเหมียวแฝงไว้ด้วยพลังอันไร้สิ้นสุดที่ไม่มีพลังไหนหยุดยั้งได้ไม่ว่าจะเป็นเกราะป้องกันที่แข็งที่สุดก็ไม่สามารถป้องกันลูกเตะนี้ได้           แมวเหมียวขนฟู - มันคือเกราะป้องกันทางด้านร่างกายและจิตใจที่นำมาจากพลังเวทมนตร์ของผู้ครอบครองสามารถเพิ่มพลังป้องกันได้ถึงสิบเท่า                  นี่ผมมองเห็นอะไรกัน ทักษะในตำรานี้มันอะไรกัน มันใช้ได้จริงแน่เหรอแต่ว่าแต่ละชื่อมันนี่ก็…. แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจแค่ชื่อทักษะมันสามารถฆ่าคนใช้ได้เลยเพราะมันน่าอับอายมากเกินไป            …………..