เวลาดึกดื่นเที่ยงคืนในเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี ผู้คนมากมายต่างยุ่งเหยิงกันมาทั้งวันก็สรรหาวิธีผ่อนคลายของตนเอง
เมื่อเทียบกับบรรยากาศครึกครื้นของไนต์คลับอื่นๆนั้นก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งไนต์คลับแห่งนี้รายล้อมไปด้วยเสียงเพลงกล่อมบรรเลงพาให้รู้สึกผ่อนคลายบรรยากาศที่ดูเงียบสงบและอบอุ่น พร้อมด้วยบาร์เทนเดอร์หล่อเหลายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่คอยเสกสรรค็อกเทลหลากรสแก้วแล้วแก้วเล่าให้ตามความ้าของลูกค้า
เงาร่างเล็กกะทัดรัดนั่งอยู่ในมุมมืดเธอพิงอยู่บนโซฟาด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างาม หมุนแก้วไวน์ในมือเล่นอย่างไม่สนใจว่าจะหกกระฉอกออกมาของเหลวสีไวน์แดงสะท้อนกับแสงไฟดูให้เห็นระยิบระยับทว่าริมฝีปากของเธอนั้นหาได้แตะขอบแก้วเลยสักนิด
หางตาเหลือบมองไปเห็นชายผู้หนึ่งกำลังฟุบหมดสติอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์และรู้ตัวโดยทันทีว่าเธอสำเร็จแล้วละ
เพราะจริงๆ แล้วเธอคือจ้าวตงหานที่ในสายตาของผู้คนรอบข้างเธอนั้นคือ“หญิงร้อยเล่ห์”
ขอเพียงเป็เื่ที่เธอตัดสินใจจะทำแน่นอนว่าจะไม่ปล่อยให้หลุดมือถ้ายังไม่บรรลุเป้าหมายไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ละทิ้งความพยายามเด็ดขาด
ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่มีละเว้น
จ้าวตงหานดึงยิ้มขึ้นมุมปาก วางแก้วไวน์ในมือลงลุกขึ้นยืนและพาร่างเดินไปทางมู่อี้เฉิน
“คุณคะ คุณเป็อะไรหรือเปล่าคะเนี่ย? เมาแล้วหรือเปล่าเอ่ย?”เธอใช้เวลาอยู่นานกว่าสามวันถึงจะใช้คนตามสืบเื่มู่อี้เฉินได้ ในที่สุดก็พบว่าตอนกลางคืนนั้นเขาชื่นชอบมาเที่ยวที่บาร์แห่งนี้คนเดียว
ดังนั้นจะเรียกว่าเป็แผนการที่เตรียมการมาอย่างดีเลยก็ว่าได้
ก่อนหน้านี้เธอนั่งอยู่ไม่ไกลจากเขามองเขาดื่มค็อกเทลที่เธอวางยาให้ลงไปด้วยตาของตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด เธอยังลองเรียกเขาอีกตั้งสองครั้งเพื่อความแน่ใจ
ไม่มีเสียงตอบรับดูเหมือนว่าชายผู้นี้น่าจะหมดสติไปแล้วจริงๆ สินะ
เธอสังเกตมู่อี้เฉินอย่างละเอียด เห็นเพียงแค่ร่างสูงเพรียวของเขาความสูงประมาณ 185 แต่งกายเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสะอาดตาไม่มีแม้แต่รอยยับสูทสีขาวที่ตัดมาอย่างดีสวมอยู่บนตัวเขาช่างพอเหมาะพอดียากที่จะหาอะไรเปรียบท่อนแขนขาวยาวเหยียดพาดไปกับเคาน์เตอร์บาร์บนข้อมือปรากฏนาฬิกาข้อมือสีทองรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นนั้นเป็ที่สะดุดตาอย่างยิ่ง
เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปสลัก จมูกโด่งเป็สันริมฝีปากทั้งสองปิดแนบชิดลงมาเหมือนเส้นวาดโค้งที่ให้รู้สึกดูเซ็กซี่เขาที่นอนฟุบขมวดคิ้วอยู่ตรงนั้นราวกับเ้าชายกำลังนิทราหลับใหลทั้งกายเต็มไปด้วยแบบให้อารมณ์เป็ธรรมชาติไม่ยากที่จะจินตนาการเลยว่าถ้าหากเขาตื่นมาจะกลายเป็คนที่น่าหลงใหลเย้ายวนใจสักเพียงใด
ชายผู้นี้รูปร่างหน้าตาก็ไม่เลว แต่เสียดาย...
จ้าวตงหานเก็บสายตาของตัวเอง โบกมือเรียกบริกรสองคนเข้ามาหาพลางใช้เสียงเบาสั่งการว่า “พาเขาไปส่งห้องที่จองเอาไว้”
“ครับ คุณผู้หญิง”
บริกรทั้งสองคนหามปีกซ้ายขวาคนละข้าง พามู่อี้เฉินเข้าไปในห้องที่จองเอาไว้และพาร่างของเขาวางลงบนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท
จ้าวตงหานเดินตามหลังเข้าห้องไปแล้วกำชับอีกครั้งว่า “ไปเรียกพีอาร์ชายของพวกคุณที่ดีสุดของที่นี่มาให้หน่อยสิ”
สองบริกรชายเพียงขานรับสั้นๆ และเดินหันหลังจากไปเพียงชั่วอึดใจก็มีเ้าหนุ่มคนหนึ่งปรากฏอยู่ทางด้านประตูทางเข้า
เ้าหนุ่มคนนี้องคาพยพรูปร่างหน้าตาดีเสื้อเชิ้ตสีขาวดูเหมาะกันกับกางเกงยีน กระดุมเสื้อสองเม็ดบนสุดไม่ได้ติดให้มิดชิดแต่อย่างใดเผยให้เห็นผิวขาวผ่องและกระดูกไหปลาร้าราวกับเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างไรอย่างนั้น
จ้าวตงหานมองเ้าหนุ่มนั่นแล้วผงกศีรษะเบาๆ แสดงอาการพอใจเป็อย่างมาก
เพียงแค่พบจ้าวตงหาน เ้าหนุ่มนั่นก็เข้าใจในทันทีว่าด้านหน้าเขาคือ“แขกคนสำคัญ” ที่ผู้จัดการพูดจากปากเมื่อสักครู่นี้นี่เอง
ปกติเขาออกมารับแขกส่วนมากมักเป็สาวใหญ่ที่อายุสี่สิบปีขึ้นไปจะมีบางครั้งบางคราวเท่านั้นที่ออกมารับแขกหนุ่มรุ่นใหญ่ที่อารมณ์ผีเข้าผีออกไม่ค่อยปกติจะมีที่ได้รับแขกสาวๆ สวยๆ หน้าตาดีแบบนี้นั้นยากที่จะพบ
เ้าหนุ่มรีบแสดงความเป็สุภาพบุรุษออกมาทันใดถามอย่างอ่อนน้อมว่า
“สวัสดีครับคุณผู้หญิงผมชื่ออาเจี๋ยหวังว่าการบริการจากผมจะทำให้คุณพอใจและขอให้คุณเอ็นจอยกับที่นี่ได้อย่างมีความสุข”
“คนที่คุณต้องดูแลไม่ใช่ฉัน แต่เป็เขา”
จ้าวตงหานพูดพลางชี้นิ้วไปทางมู่อี้เฉินที่นอนอยู่บนโซฟา
“ถอดเสื้อผ้าของเขาออก นอนข้างๆ เขา โพสท่าสักสองสามท่าและหลังจากนั้นถ่ายรูปกอดจูบคู่กับเขาออกมา
นี่เป็ค่าตอบแทนครึ่งหนึ่งของคุณ เมื่อทำธุระเสร็จยังมีอีกห้าหมื่น”
พูดจบก็หยิบเงินก้อนหนึ่งพร้อมทั้งกล้องดิจิทัลสีเงินรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาจากกระเป๋าและนำไปวางไว้บนโต๊ะกระจกรับแขก
อาเจี๋ยมองไปยังชายหนุ่มที่หลับใหลไม่ได้สติอยู่บนโซฟาและหันกลับไปมองผู้หญิงที่ดูสวยใสไร้บริสุทธิ์คนนั้นอีกครั้ง ยิ้มน้อยๆ และกล่าวว่า“คุณผู้หญิงโปรดวางใจผมจะทำให้สำเร็จไม่มีปัญหาแน่นอนครับ”
เขารู้ ตัวเขาเองก็ไม่ได้โชคดีขนาดนั้นแต่ว่าเื่นี้ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเขาหรอก
อาเจี๋ยผ่านโลกอะไรหลายๆ อย่างมาเยอะ ไม่อย่างนั้นเขาจะเป็เบอร์หนึ่งของที่นี่ได้อย่างไร
ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าใจว่าต้นตอของเื่มันเป็มาอย่างไรเขาน่ะพอเดาๆ ได้อยู่บ้าง อย่างน้อยชายหนุ่มคนนี้อาจจะไปทำอะไรให้หญิงสาวไม่พอใจ ถึงทำให้เธออยากถ่ายรูปแบล็กเมล์เพื่อเป็การแก้แค้นเขาก็เป็ได้
ขอเพียงแค่ได้เงินทำไมจะไม่ทำล่ะ จริงไหม?
จ้าวตงหานเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ดันมีเสียงโทรศัพท์เข้ามาเสียก่อน เธอหยิบโทรศัพท์ออกมามองหน้าจอแวบหนึ่งแล้วพูดกับอาเจี๋ยว่า “ให้เวลาคุณสิบนาทีนะ”
หลังจากนั้นก็เดินหยิบโทรศัพท์มือถือและผลักประตูเดินออกไป
อาเจี๋ยเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นอนหงายอยู่บนโซฟาเพียงแค่เห็นท่าทางหลับตาพริ้มและขมวดคิ้วทั้งสองข้างของเขา
เป็ใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการยิ่ง!
นี่ขนาดเป็เพศเดียวกันอาเจี๋ยยังโดนความหล่อเหลาของชายหนุ่มทำให้ตกตะลึงพรึงเพริดไปเลยทีเดียว
ในเมื่อรับเงินมาแล้วก็ต้องทำธุระให้เสร็จเรียบร้อยเขามีเวลาเพียงสิบนาทีเท่านั้น
ไม่มีเวลาให้คิดมาก อาเจี๋ยรีบยื่นมือไปปลดกระดุมในชุดสูทนั่นออก
คิดไม่ถึงเลยว่ามือยังไม่ทันจะแตะโดยปลายเสื้อของเขา ข้อมือก็พลันถูกคนจับเอาไว้มู่อี้เฉินที่สมควรนอนหลับไม่ได้สติกลับลืมตาขึ้นมาทันทีทันใด
อาเจี๋ยรู้สึกเจ็บที่ข้อมือ แต่ยังไม่ทันได้คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ก็ถูกเตะลงไปกองอยู่ที่พื้นท่อนขาของใครบางคนอัดเข้าไปที่อกของเขา ขณะเดียวกันก็มีมีดเล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่คอ
ถึงตอนนี้สติมู่อี้เฉินเองก็ยังไม่สมบูรณ์การกระทำที่เขาแสดงออกไปนั้นเป็เพียงแค่สัญชาตญาณที่ฝึกศิลปะการป้องกันตัวแบบจีตคุนโด้อยู่หลายปี
เขาใช้สองตามองไปยังรอบๆ สังเกตสถานการณ์รอบข้าง กดเสียงต่ำถามออกไปว่า
“แกเป็ใคร?”
“ผม ผมเป็พีอาร์ชายของที่นี่ครับคุณผู้ชายครับมีอะไรค่อยๆ พูดกันก่อนดีไหมครับ”
หน้าผากของอาเจี๋ยมีเหงื่อไหลซึมออกมา ในใจคิดชายคนนี้ไม่ง่ายเลยที่จะรับมือด้วย
“พูดมา แกมาโผล่ตรงนี้ได้ยังไง?”
ใบหน้ามู่อี้เฉินไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆ แม้แต่น้อย มีแค่เพียงเสียงกดต่ำที่ให้ความรู้สึกเย็นะเื
เขาจำได้ว่าวันนี้หลังจากเสร็จงานรู้สึกเหนื่อยมาก ก็เลยขับรถออกมาที่บาร์แห่งนี้เพียงคนเดียว
สั่งค็อกเทลมาหนึ่งแก้ว เพิ่งจะดื่มไปได้สองคำก็รู้สึกว่าเวียนหัวมากจึงพอรู้ได้ว่าบาร์แห่งนี้ไม่ปกติ พออยากจะลุกขึ้นออกไปจากตรงนี้ก็รู้ว่าสายไปแล้วและหลังจากนั้นก็หมดสติไป
เมื่อมีสติขึ้นมา เขาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนโซฟาซึ่งมีผู้ชายกำลังจู่โจมมาที่ตัวเขาก็เลยชิงลงมือและจัดการกับฝ่ายตรงข้ามก่อน
“ผมเห็นคุณดื่มเมามาก นอนอยู่ที่นี่คนเดียว ผมเลยตั้งใจจะมาดูคุณสักหน่อยเท่านั้นเองครับ”
อาเจี๋ยกะพริบตาสองที แสดงอาการโกหกออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
“ฉัน้าฟังความจริง!”
มู่อี้เฉินไม่อยากจะเสียเวลาให้มากเื่มากความจึงกดมีดในมือให้ลึกลงไปอีกปรากฏให้เห็นรอยเืจางๆ ขีดหนึ่งบริเวณลำคอของอาเจี๋ย
“อย่าฆ่าผม! ผมพูดแล้ว! คือมีคนสั่งให้ผมมาครับเธอบอกให้ผมถอดเสื้อผ้าของคุณออกแล้วก็ขึ้นไปนอนข้างๆ คุณ หลังจากนั้น...หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปที่สามารถทำให้คนอื่นเข้าใจคุณผิดได้สักสองสามภาพครับ”
เขาพยายามใช้คำอย่างระมัดระวัง หวังว่าจะไม่ทำให้ผู้ชายคนนี้โกรธขึ้นไปอีกหรอกนะ
เมื่อได้ฟังดังนี้แววตาของมู่อี้เฉินก็เกิดแสงวูบสะท้อนขึ้นมาอุณหภูมิรอบๆ ก็ต่ำลงแทบจะทันที
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #readAwrite ด้วยน้า