เซียนอมตะหวนคืน

    บทที่ 23 : สัตว์อสูร

    สัตว์อสูร
    หวังเฉินที่อยู่ในโหมดอำพรางกายยืนอยู่ในป่า สายตามองไปบนท้องฟ้า เขาพบว่าดวงจันทร์ของที่นี่แปลกตา เนื่องจากมันไม่ใช่สีเหลืองทอง หากแต่เป็นสีฟ้า ส่องแสงสีฟ้าสุกสว่างลงมา
    “โลกมหาชนเผ่าหรือ? ราชินีแห่งชนเผ่าต้าเฮยกับราชาแห่งชนเผ่าต้าไป๋ สองบุคคลที่เป็นราชันย์เทวะขั้นสมบูรณ์” หวังเฉินพึมพำ นี่เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่เขาได้ฟังมาจากกาต๋า
    สองคนนี้คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมหาชนเผ่า อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ให้ความสนใจต่อสองคนเหล่านี้ สิ่งที่เขาให้ความสนใจคือสมุนไพร เขาคิดว่าที่โลกมหาชนเผ่า อาจจะมีสมุนไพรที่เขาต้องการอยู่ก็เป็นได้
    ความคิดที่จะออกค้นหาสมุนไพรปรากฏขึ้นมาในใจของเขา
    “ลองค้นหาดู ถ้าไม่มีก็แค่กลับ” หวังเฉินเริ่มออกค้นหาสมุนไพรภายในป่าแห่งนี้ในทันที
    ภายในป่ามีแสงร้องคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้นมาไม่ขาดสาย ป่าแห่งนี้ คาดว่าคงเป็นป่าที่ใหญ่มากแห่งหนึ่ง
    หวังเฉินค่อยๆ เดินสำรวจป่าแห่งนี้อย่างไม่รีบไม่ร้อน เพราะยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าที่จะเช้า เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะกลับก่อนที่แม่ของเขาจะตื่นในตอนเช้า ถ้าเกิดว่าแม่ของเขารู้ว่าเขาหายตัวไป คงได้เป็นห่วงเอามากแน่
    “หือ?” ในขณะที่หวังเฉินกำลังเดินอยู่นั้น เขาก็พบกับสัตว์ป่าตัวหนึ่ง ซึ่งมีร่างกายเหมือนหมู เพียงแต่มีเขาที่แหลมคมยื่นออกมาจากหน้าผาก
    “สัตว์อสูร? คิดไม่ถึงว่าที่โลกมหาชนเผ่าจะมีสัตว์อสูรอยู่ด้วย” หวังเฉินแปลกใจไม่น้อย เพราะสัตว์อสูรเขาเคยเห็นเฉพาะในโลกแห่งเซียนเท่านั้น
    แต่เมื่อความแปลกใจผ่านไป มุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มเล็กๆ ออกมา สัตว์อสูรแตกต่างจากสัตว์ธรรมดาอย่างมาก มันมีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกันกับผู้ฝึกตน
    แน่นอนว่าจะแข็งแกร่งมากแข็งแกร่งน้อย ขึ้นอยู่กับระดับของสัตว์อสูร ระดับสัตว์อสูรมีการแบ่งระดับเป็นระดับหนึ่งถึงสิบ ที่แข็งแกร่งสุดย่อมเป็นระดับสิบ ที่อ่อนแอสุดแน่นอนว่าเป็นระดับหนึ่ง
    ในระดับหนึ่งถึงระดับสิบของสัตว์อสูร มีขั้นย่อยเช่นเดียวกันกับผู้ฝึกตน ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย และขั้นสมบูรณ์
    อาจบอกได้ว่าระดับของสัตว์อสูรเป็นแบบเดียวกันกับพื้นฐานฝึกตนของผู้ฝึกตนก็ไม่ผิดนัก ไม่สิ มันใช่เลยอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงเรียกต่างกันเล็กน้อยก็เท่านั้น
    “มีรูปร่างเหมือนหมู ข้าจะเรียกเจ้าว่าหมูอสูรก็แล้วกัน ระดับไม่ต่ำเกินไป อยู่ในระดับสามขั้นต้น” หวังเฉินจ้องมองหมูอสูร ดวงตามีประกายเล็กน้อย “เนื้อของเจ้า คงช่วยให้ข้าไปถึงขั้นสมบูรณ์ของระดับก่อตั้งได้”
    นี่คือเหตุผลที่มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มออกมาก่อนหน้านี้ สัตว์อสูรทุกตัวมีพลังปราณฟ้าดินอยู่ในตัว หากว่าผู้ฝึกตนกินสัตว์อสูรตัวไหนเข้าไป ก็จะได้รับพลังปราณฟ้าดินมาตามระดับความแข็งแกร่งของสัตว์อสูร
    แต่แม้จะได้รับมาตามระดับความแข็งแกร่งของสัตว์อสูร มันก็ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ฝึกตนในระดับที่สูงๆ ได้ไม่มากนัก
    หมูอสูรในตอนนี้กำลังนอนหลับ เสียงกรนของมันเสียงดังไม่น้อย หวังเฉินไม่รีบไม่ร้อนในการก้าวเดินเข้ามาหามัน เพราะยังไงซะ มันก็ไม่มีทางรู้สึกถึงตัวตนของเขา ที่มีพลังปราณจากแก่นอมตะช่วยปกปิดอำพรางร่างกายอยู่แล้ว
    เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าของหมูอสูร ดาบบินในมือของเขาก็แทงใส่ที่คอของหมูอสูร
    “อู๊ดดด!” หมูอสูรตื่นขึ้นมาด้วยการกรีดร้องเสียงหลง มันดิ้นไปมาอย่างเจ็บปวด แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น ดวงตาคู่สีแดงของมันก็ไร้ประกายแสงแห่งชีวิต ร่างกายที่ใหญ่โตเล็กน้อยล้มลงพื้น ชัดเจนว่ามันตายไปแล้ว
    “ไปสู่สุคติเถอะเจ้าหมูอสูร” หวังเฉินไม่มีความรู้สึกใด หลังจากที่ฆ่าหมูอสูร อย่างไรก็ตาม เขาก็ขอพรให้มันเล็กน้อยในการไปสู่สุคติ จากนั้นเขาก็กวาดผ่านจิตสัมผัสออกไปบริเวณโดยรอบ
    พบว่าไม่มีสัตว์อสูรตัวอื่นที่แข็งแกร่งอยู่ เขาก็เริ่มลงมือทำการก่อไฟเพื่อที่จะย่างหมูอสูรกิน การก่อไฟสำหรับผู้ฝึกตนอย่างเขา ล้วนเป็นเรื่องง่ายดายดุจปอกกล้วยเข้าปาก
    .........................................
    ภายในกระโจมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของชนเผ่าต้าเฮย ชายชราอูกูกับพวกอีกสี่คนกำลังคุกเข่า เบื้องหน้าของพวกเขาเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง มีร่างกายกำยำ ผิวสีดำคล้ำ มีรอยสักสีขาวตามร่างกาย
    ระดับพื้นฐานฝึกตนที่กระจายออกมา เหนือล้ำกว่าชายชราอูกูมาก เพราะเขาเป็นผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาคนหนึ่ง ทั้งยังไม่ใช่ระดับเทียบนภาขั้นต้น แต่เป็นขั้นสมบูรณ์ ชายหนุ่มผู้นี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากน้องชายของราชินีแห่งชนเผ่าต้าเฮย มีชื่อว่าตออุน
    “พวกเจ้าทำงานที่ข้าได้มอบหมายไปสำเร็จหรือไม่?” ตออุนกวาดสายตามองคนทั้งห้าที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าตน
    “สำเร็จขอรับท่านตออุน” ชายชราอูกูเป็นตัวแทนของทุกคนตอบ
    “ดีมาก” ตออุนพึงพอใจมาก “รีบส่งมันมาให้ข้า รุ่งเช้าพรุ่งนี้ข้าจะทำการแจกจ่ายอาวุธและเริ่มสงครามกับพวกชนเผ่าต้าไป๋อีกครั้ง ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ต้องทำลายพวกมันให้สิ้นซาก!”
    “ท่านตออุน ข้าน้อยมีเรื่องรายงาน” ในเวลานี้เอง กาต๋าได้พูดขึ้น เดิมทีเขาตั้งใจจะรายงานต่อราชินีแห่งชนเผ่าต้าเฮย แต่ไม่คาดว่าคนที่มารับเรื่องจะเป็นน้องชายของพระนาง เขาจึงเปลี่ยนใจมารายงานต่อตออุนแทน
    “เป็นเรื่องใด?” ตออุนสอบถาม ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเจ้ากาต๋าผู้นี้จะรายงานเรื่องใด
    กาต๋าสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนรายงานออกมาจนหมดว่าตนเองพบเจอกับอะไร ในช่วงที่แยกจากกลุ่มไปฉี่
    “อันใด?” หลังฟังจบ ตออุนต้องร้องออกมาอย่างตกใจ “เจ้าจะบอกว่ามีผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาที่ไม่ใช่คนของชนเผ่าเรากับชนเผ่าต้าไป๋อยู่ภายในป่าเยี่ยอย่างนั้นรึ?”
    “ใช่ขอรับ” กาต๋าย่อมไม่กล้าที่จะโกหกโป้ปดต่อตออุนอยู่แล้ว เรื่องที่เขารายงานออกมา แน่นอนว่าเป็นความจริงทุกประการ
    “ข้าจะไปตรวจสอบดู” สีหน้าของตออุนไม่สู้ดีนัก เขาอยากจะรู้นักว่าใครกันที่กล้าบุกรุกเข้ามาในโลกมหาชนเผ่า ใครกันที่กล้าข่มขู่ว่าจะฆ่าคนของชนเผ่าต้าเฮยของเขา เขาจะทำให้มันได้ชดใช้!
    “ทะ...ท่านจะไปคนเดียว?” ชายชราอูกูที่ได้รับฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว รีบถามออกมา
    “ข้าย่อมไปคนเดียว ลำพังแค่ผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาขั้นต้นคนหนึ่ง มีอะไรให้ข้าต้องกลัว” ตออุนตอบอย่างฉุนเฉียวเล็กน้อย จากนั้นไม่รออะไรอีก หยิบเอาดาบบินสีดำที่วางอยู่ข้างๆ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไป
    จากคำพูดของเขา ชัดเจนเลยว่าเขาคิดว่าหวังเฉินเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาขั้นต้นเท่านั้น เหตุผลที่ทำให้คิดแบบนี้ ล้วนมาจากคำบอกเล่าของกาต๋าเป็นส่วนใหญ่
    แม้จะไม่มั่นใจนัก แต่เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาขั้นต้นไม่เปลี่ยนแปลง นี่จึงเป็นเหตุผลให้เข้ากล้าไปคนเดียว ไม่ได้นำพาผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งกว่าไปด้วย
    ภายในชนเผ่าต้าเฮยของเขามีผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาอยู่หลายคน มีผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์อีกสิบกว่าคน ระดับราชันย์เทวะสามคน ย่อมไม่ขาดแคลนผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง
    พอออกมานอกกระโจม ทหารของชนเผ่าต้าเฮยหลายคนทำความเคารพต่อตออุน แต่ตออุนหาได้สนใจ ขี่ดาบบินพุ่งออกไปทิศทางที่ป่าเยี่ยอยู่ในทันที
    จบบทที่ 23