ฝั่งตรงข้ามกับหอสมุนไพรแสงตะวันเป็โรงแรมขนาดใหญ่ ไผ่เงยหน้ามองเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้า “มีห้องว่างอยุ่ฝั่งเดียวกันกับหอสมุนไพรแสงตะวันหรือไม่”
พนักงานได้ยินดังนั้นจึงรีบตรวจสอบอย่างรวดเร็วไม่นานพนักงานสาวก็เงยหน้าขึ้นมาตอบ “มีห้องว่างอยู่ที่ชั้นสองซึ่งตรงกับความ้าของคุณผู้ชายพอดีไม่ทราบว่าคุณผู้ชายจะพักกี่คืนดีคะ”
“สามคืนครับ”ไผ่ตอบกลับ
จากนั้นก็มีพนักงานพาไผ่ขึ้นไปบนห้องพัก เมื่อเข้าไปในห้องไผ่เดินไปที่ระเบียงก่อนจะพยักหน้าด้วยความพอใจ เพราะห้องพักแห่งนี้มีอยู่ตรงกับทางเข้าของหอสมุนไพรแสงตะวันพอดี
“หวังว่าจะไม่เสียเวลามากเกินไป ไม่เช่นนั้นเราคงไม่มีทางเลือกนอกจากใช้หนทางสุดท้าย”ไผ่พึมพำพร้อมกับนั่งลงที่ระเบียงค่อยเฝ้าสังเกตคนเขาออกหอสมุนไพรตลอดเวลา
หลังจากรอทั้งวันจนกระทั่งเย็นก็ไม่มีเป้าหมาย ไผ่จึงเดินทางกลับไปหาน้องๆใน่เย็นเพื่อทำกับกับข้าวให้น้องทั้งสองกิน แล้วก็อยู่เล่นเป็เพื่อนจนกว่าทั้งสองจะนอน
เช้าวันต่อมาไผ่ก็ทำเหมือนเดิมคือหลังจากกินข้าวกับน้องเสร็จไผ่ก็บอกลาทั้งสองคนแล้วกลับมาที่โรงแรมที่ได้เช่าเอาไว้แล้วไผ่ก็ไปนั่งที่ระเบียงเพื่อมองหาเป้าหมายต่อไป
หนึ่งวันผ่านไป สองวัน สามวัน สี่วันไผ่ก็ยังไม่เจอเป้าหมาย ไผ่จึงต้องขยายเวลาเช่าเพิ่มอีกสามวันหลังจากที่หมดสามวันก่อนหน้านี้แล้วตลอดสี่วันที่ผ่านมาไผ่เดินทางมาที่นี่ตอนเช้าแล้วกลับไปอยู่กับน้องๆในตอนเย็น
เข้าวันที่ห้าในที่สุดไผ่ก็พบเป้าหมายที่เขา้า ไผ่มองลงไปยังชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปีกำลังยืนร้องไห้กอดภรรยาของตนเองอยู่ที่ทางเข้าหอสมุนไพรแสงตะวันเล็กน้อยก่อนจะลุกเดินออกไป
เมื่อลงมาถึงข้างล่างไผ่มองแผ่นหลังชายคนนั้นที่กำลังอุ้มภรรยาของเขาเดินจากไป จากนั้นไผ่ได้เดินตามไป เดินตามได้ไม่นานชายคนนั้นเหมือนจะรู้ตัวจึงหยุดลงหันกลับมามองไผ่พร้อมกับพูดขึ้น “คุณเป็ใคร ตามเรามาทำไม”
“ผมเป็ใครไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญคือผมมีข้อเสนอมาให้”ไผ่เอยด้วยรอยยิ้มใต้หน้ากาก
“สนใจไปคุยกันหน่อยไหม อย่าพึ่งรีบปฎิเสธเพราะข้อเสนอนี้สามารถช่วยเหลือภรรยาของคุณได้”เมื่อเห็นท่าทางลังเลและจะปฎิเสธของอีกฝ่ายไผ่จึงรีบเอยต่อ
“ตกลง”ชายหนุ่มคนคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบ
“ไปกันเถอะ”ไผ่เอยพร้อมกับเดินนำไปยังร้านอาหารหรูแห่งนี้ที่อยู่ไม่ไกล
“ไปกันเถอะคุณนี้อาจจะเป็โอกาสเดียวของเราก็ได้”ชายหนุ่มคนเอยหันมาพูดกับภรรยาของตน
“อือ”หญิงสาวที่อยู่ในออมแขนตอบเสียงเบาด้วยความอ่อนแรง
จากนั้นทั้งสองคนก็ตามไผ่ไปยังร้านอาหาร เมื่อมาถึงไผ่ได้จองห้องส่วนตัวเพื่อความสะดวกในการพูดคุย หลังจากที่เข้ามานั่งในห้องแล้วไผ่ได้มองสำรวจชายหนุ่มคนตรงหน้าเล็กน้อย
ไผ่รู้ว่าชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบตรงหน้าคือผู้ปลุกพลังระดับF ความแข็งแกร่งอยู่ในขั้นทองแดง ที่มีทักษะเพิ่มความเร็วในขณะโจมตีขึ้นสองเท่าเป็เวลาสองวินาที และหญิงสาวผู้เป็ภรรยาของเขาคือผู้ปลุกพลังระดับE ความแข็งแกร่งมาถึงระดับเงินแล้ว สาเหตุที่หญิงสาวป่วยเพราะรับการโจมตีของผีเสื้อกระดูกแทนชายหนุ่มจึงถูกพิษกร่อนกระดูกเข้า
“เอาล่ะผมจะไม่พูดอะไรให้เสียงเวลาเรามาเข้าเื่กันเลยดีกว่า ผมรู้ว่าจะรักษาภรรยาของคุณได้ยังไงแต่คุณจะต้องทำงานให้ผมเพื่อเป็การแลกเปลี่ยน”ไผ่เอยขึ้นตรงๆเพราะไม่อยากเสียเวลา
“นี่คุณพูดจริงหลอครับ ถ้าเป็เื่จริงไม่ว่าคุณจะให้ผมทำอะไรผมก็ยอมขอแค่ช่วยภรรยาของผมได้”ชายหนุ่มพูดเสียงดังด้วยความตื่นเต้น
“ผมไม่จำเป็ต้องโกหกคุณ เพื่อเป็การรับประกันผมจะให้เงินคุณจำนวนหนึ่งไปซื้อยาเพื่อบรรเทาอาการาเ็ของภรรยาคุณ อีกทั้งผมจะบอกที่อยู่หินปลุกพลังระดับสูงให้คุณอีกด้วย”ไผ่เอยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ตกลงครับ”ชายหนุ่มไม่คิดมากให้เสียเวลารีบรับปากทันที
“งั้นคุณก็เอาเงินจำนวนนี้ไปซื้อยามารักษาภรรยาของคุณก่อนหลังจากนั้นเราค่อยมาคุยกัน”ไผ่เอยพร้อมกับโดยนเงินจำนวน50ล้านเครดิตให้กับชายวัยกลางคน
ชายหนุ่มไม่คิดลีลาหรือเกรงใจรีบรับเงินจากไผ่แล้วอุ้มภรรยามุ่งไปยังหอสมุนไพรแสงตะวันอีกครั้งในทันที ไผ่มองตามหลังด้วยรอยยิ้ม
ไผ่ไม่กลัวเลยว่าทั้งสองคนจะเอาเงินเขาไปแล้วไม่กลับมาอีก เนื่องจากในชีวิตก่อนนั้นไผ่เคยเห็นและได้ยินชื่อเสียงของทั้งสองคนซึ่งทั้งสองคนเป็คนดีและเป็คนซื่อสัตย์มาก ทำไมไผ่ถึงรู้เื่นี้ก็เพราะว่าเขาเห็นมันกับตาตัวเองว่าทั้งสองคนใช้ชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเ้านายที่ยืนมือช่วยเหลือในขณะที่พวกเขาลำบากนั้นเอง
ถามว่าทำไมไผ่ถึงรู้เื่นี้ ก็เพราะว่าในชีวิตก่อนของไผ่นั้นทั้งสองเป็ผู้แข็งแกร่งระดับAของเมืองทะเลครามแห่งนี้ ทำให้เื่ราวของทั้งสองคนไม่ได้เป็ความลับแต่อย่างใด
ในขณะที่ไผ่กำลังเฝ้ารอเป้าหมายอยู่ในโรงแรมอยู่นั้น เขาสังเกตเห็นทั้งสองคนก็จำได้ทันทีไผ่จึงตันสินใจที่จะแย่งชิงทั้งสองคนมาจากชายคนนั้นก่อน
ถึงแม้ว่าการกระทำของไผ่จะเหมือนกับการแย่งโอกาสของผู้อื่น แต่ไผ่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเพราะไผ่นั้นคิดอยู่เสมอว่าโชคเป็ส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งเช่นกัน
ในขณะที่กำลังคิดถึงเื่ในชีวิตก่อนไม่นานหลังจากนั้นทั้งสองก็เดินกลับเข้ามาในห้องส่วนตัว โดยครั้งนี้หญิงสาวผู้เป็ภรรยาสามารถเดินเองได้แล้วแต่ก็มีชายหนุ่มค่อยประคองอยู่
เมื่อทั้งสองคนเข้ามาในห้องก็ได้พูดขอบคุณไผ่ไม่หยุด “ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือภรรยาของผม”
“ไม่เป็ไรแค่เื่เล็กน้อยเท่านั้น”ไผ่พยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็หยิบบางๆกระดาษสีขาวออกมาหนึ่งแผ่น.