“ก็ผมเป็ตำรวจนี่ครับแม่ หน้าที่ของตำรวจที่ดีคืออะไรแม่ก็รู้หรือแม่อยากให้ลูกชายของแม่เป็ตำรวจที่ชอบบกพร่องในหน้าที่แล้วอยู่เปลืองเงินภาษีของชาวบ้านเขาไปวันๆงั้นเหรอ”
ชายหนุ่มทำเสียงอ้อนขอความเห็นใจขณะเกยคางลงกับไหล่ของผู้เป็แม่อย่างประจบ
“แทนลาออกได้ไหมลูก ออกมาหาอาชีพอื่นทำ อาชีพที่ทำให้แม่นอนตาหลับได้มากกว่านี้”
นางมะลิวัลย์เอ่ยปากขอร้องบุตรชายด้วยความห่วงใยในตัวของเขาอย่างที่สุด
“ผมว่าผมอยู่ทานเครื่องในไก่ผัดขิงกับแม่ก่อนก็ดีเหมือนกันนะครับ”
ชายหนุ่มกล่าวเฉไฉออกนอกเื่ทันที พลางประคองพาท่านเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อรู้ว่าท่านกำลังจะเล่นบทดราม่าหนักๆให้เห็น
นางมะลิวัลย์ถึงกับถอนใจออกมาเมื่อรู้ทันการกระทำของบุตรชายแต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาวิธีไหนมาเปลี่ยนใจเขาได้ แทนเทพมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการที่จะเป็ตำรวจมาั้แ่เด็กๆแล้วซึ่งอาจจะเป็เพราะเขาเกิดมาจากสายเืของตระกูลตำรวจโดยแท้ เขามีปู่เป็ตำรวจมีพ่อเป็ตำรวจ และก็ยังมีอาเป็ตำรวจ มันอาจจะเป็อาชีพที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากก็จริง แต่เหตุผลเดียวที่ทำให้เธอไม่อยากให้เขาอยู่ในอาชีพนี้ต่อไปก็คือ พ่อของเขา คือผู้กองเทพฤทธิ์ได้เสียชีวิตไปขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วยน้ำมือของคนร้ายก่อนที่เขาจะลืมตามาดูโลกได้เพียงวันเดียวซึ่งตอนนั้นพ่อของเขาก็อยู่ในวัยที่ไล่เลี่ยกับเขาในตอนนี้ ความเสียใจจากเหตุการณ์ครั้งนั้นยังฝังอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่ลบเลือนและเธอก็หวาดกลัวเหลือเกินว่าจะได้พานพบกับมันอีกเป็ครั้งที่สอง
“แล้วนี่ยัยลูกปลาไปไหนครับ”
ชายหนุ่มถามถึงเด็กสาวที่มารดาขอจากสถานเด็กกำพร้าเอามาเลี้ยงไว้เป็เพื่อนั้แ่เล็กๆโดยเลี้ยงแบบกึ่งคนรับใช้และกึ่งคนในครอบครัวคือให้ช่วยทำงานบ้านทุกอย่างด้วยแล้วก็ส่งให้เรียนหนังสือด้วย ปัจจุบันดูเหมือนใกล้จะจบชั้นมัธยมปลายแล้ว ซึ่งตัวเขาก็ได้เด็กสาวผู้นี้เองเป็ความอุ่นใจให้อยู่เป็เพื่อนมารดาเวลาที่เขาต้องไปราชการที่ต่างจังหวัดหลายๆวัน
“อ่านหนังสืออยู่ในห้องแน่ะ ่นี้ใกล้สอบแล้ว”
“ผมว่าจะให้แกเรียนต่อเป็พยาบาล แม่เห็นว่าไงครับ”
“แม่ยังไงก็ได้ แล้วนี่แทนพอจะบอกแม่ได้ไหมว่าจะไปไหนไปทำอะไร และไปกี่วัน”
นางมะลิวัลย์ถามเมื่อมองบุตรชายที่เริ่มจะลงมือทานอาหารและเขาไม่มีทีท่าว่าจะพูดถึงเื่ของตัวเองเสียที
“โอ้โฮ แม่ทำอาหารหลายอย่างจัง มีแต่ของอร่อยๆทั้งนั้นเลย”
แทนเทพกล่าวด้วยท่าทางตื่นเต้นทันทีพร้อมกับตักอาหารจานโน้นจานนี้ใส่ปากจนวุ่นไปหมด
“ช้าๆก็ได้ เดี๋ยวก็ติดคอกันพอดี แม่รู้หรอกว่าแทนไม่อยากจะบอกอะไรแม่เอาเถอะ ในเมื่อไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก”
ผู้เป็แม่กล่าวอย่างรู้ทันกับการกระทำของคนเป็ลูก
“แม่ครับ ผมรักแม่น่ะ”
ชายหนุ่มหยุดการเสแสร้งรีบทานอาหารอย่างลุกลนนั้นแล้วกล่าวออกไปอย่างจริงจัง
“แล้วแทนรู้หรือเปล่าว่าที่แม่คอยวุ่นวายกับชีวิตของแทนอยู่ทุกวันนี้ก็เป็เพราะแม่รักแทนเหมือนกัน”
“ทราบครับ และผมก็สัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อจะได้อยู่เป็เพื่อนและคอยดูแลแม่ไปจนตลอดชีวิต”
“ขอบใจแทนมากน่ะ แทนอย่าลืมนะลูกว่าแทนเป็ยิ่งกว่าชีวิตของแม่”
“ครับแม่”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“เฮ้ย ทำไมเด็กของไอ้ชัยถึงได้มาช้าขนาดนี้ว่ะ”
ชายร่างใหญ่ใบหน้าสี่เหลี่ยมดวงตาคมลึกวัยหกสิบปีแต่สุขภาพยังแข็งแรงดีตามประสาคนที่ไม่ค่อยได้ออกแรงทำงานหนักบ่นออกมาอย่างเริ่มหงุดหงิดขณะนั่งรอการมาของใครคนหนึ่งอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวซึ่งอยู่ภายในคฤหาสน์หลังงามของตนพร้อมกับลูกน้องคนสนิทอีกสี่คน
“คงมีเหตุขัดข้องอะไรบางอย่างมั้งครับ”
นภดลชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆซึ่งเป็สมุนมือขวาคนสนิทของเขาเอ่ยสันนิถาน
“มันคิดจะเล่นตุกติกอะไรหรือเปล่า นี่ถ้าคนของเราไม่ขาดจริงๆอั๊วคงไม่คิดรับใครเข้ามาหรอก”
เสี่ยประยูรกล่าวอย่างหัวเสีย