ความอัปยศอดสูในงานชมบุปผายังคงเป็หนามยอกอกที่ฟ่านชิงเสวี่ยไม่อาจลืมเลือน การถูกทารกไร้เดียงสาชี้หน้าประจานว่า ‘ช่างปด’ ท่ามกลางสายตาผู้คนนับร้อย ทำลายภาพลักษณ์ ‘สตรีผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง’ ที่นางเพียรสร้างมาทั้งชีวิตจนพังทลายลงในพริบตา ความอับอายแปรเปลี่ยนเป็ความเคียดแค้นฝังลึกต่อตระกูลซ่ง
เพื่อกอบกู้เกียรติยศและทำลายล้างศัตรู นางจึงจับมือกับกู้หรูเยี่ยน ร่วมกันวางแผนการอันชั่วร้ายเพื่อลากตระกูลซ่งลงสู่หุบเหวแห่งความเสื่อมเสีย
"คุณหนูฟ่าน เ้าคิดจะลงมือกับตระกูลซ่งอย่างไรหรือ" กู้หรูเยี่ยนเอ่ยถามพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างแช่มช้า
ฟ่านชิงเสวี่ยยกยิ้มเย็นเยียบ ั์ตาคู่งามทอประกายเ้าเล่ห์และเหี้ยมเกรียม "ตระกูลซ่งมีจุดอ่อนใหญ่หลวงอยู่จุดหนึ่ง... นั่นคือคุณชายรอง 'ซ่งติ้งหย่วน' เขาเป็เพียงทหารหนุ่มเืร้อน หุนหันพลันแล่นและยั่วยุได้ง่าย หากข้าจัดฉากให้เขาตกเป็จำเลยในข้อหา 'ลวนลามสตรี' ต่อหน้าธารกำนัล ชื่อเสียงอันดีงามของตระกูลซ่งย่อมต้องป่นปี้ไม่มีชิ้นดี"
แผนการถูกวางไว้อย่างรัดกุม... นางจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เล็กๆ ขึ้นริมสระบัวนอกเมือง หลอกล่อให้ซ่งติ้งหย่วนมาติดกับ จากนั้นนางจะแสร้งเสียหลักลื่นล้มลงในอ้อมแขนของเขา แสร้งทำเป็ว่าเขาฉวยโอกาสลวนลาม โดยมีพยานปากเอกที่นางเตรียมไว้คอยจับตาดูอยู่รอบทิศ เป็ฉากเดียวกับที่ควรจะเกิดขึ้นในความทรงจำของนาง
นางมั่นใจอย่างยิ่งว่าคราวนี้ไม่มีทางพลาด เพราะนิสัยมุทะลุของซ่งติ้งหย่วนคือเหยื่อชั้นดีที่ยากจะรอดพ้นจากกับดักนี้ไปได้
——————
ทว่าสิ่งที่ฟ่านชิงเสวี่ยไม่มีวันคาดคิดก็คือ ทุกหมากกลของนางล้วนถูก 'เหยาเหยา' หยั่งรู้ล่วงหน้าจนหมดสิ้นแล้ว
ในคืนก่อนหน้า วันที่แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่าง เหยาเหยานอนกอดตุ๊กตาตัวโปรด พลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล
'แย่แล้ว! ่เวลานี้นี่นาที่ในนิยาย ฟ่านชิงเสวี่ยจะเริ่มลงมือกับพี่รอง!' เด็กหญิงคิดในใจอย่างเคร่งเครียด 'นางวางแผนจะจัดฉาก 'ลวนลามริมสระบัว' หลอกล่อพี่รองไปงานเลี้ยง แล้วแสร้งล้มใส่เพื่อปรักปรำว่าพี่รองลวนลามนาง แถมยังมีพยานที่เตี๊ยมกันไว้รอจับผิดอีกต่างหาก!'
'ตามเนื้อเื่เดิม พี่รองต้องมลทินเื่นี้จนชื่อเสียงป่นปี้ เป็รอยร้าวหนึ่งที่ทำให้ผู้คนในสังคมเริ่มตราหน้าตระกูลซ่งในแง่ลบ! ไม่ได้การ... ข้าต้องขัดขวางไม่ให้พี่รองไปงานนั้นเด็ดขาด! หรือถ้าจะให้ดี... ต้องพลิกกระดานให้ฟ่านชิงเสวี่ยตกลงไปในกับดักของนางเอง!'
เสิ่นว่านอวี๋ที่ได้ยินเสียงในใจของบุตรสาวตัวน้อย ไม่รอช้า รีบนำความลับนี้ไปปรึกษากับสามีและบุตรชายคนโตทันที
ซ่งจิ้งอันรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววเย็นยะเยียบ "ดีมาก ในเมื่อนางกล้าขุดหลุมพรางไว้รอท่า เราก็จะสนองตอบด้วยการส่งนางลงไปนอนในหลุมนั้นด้วยตัวเอง"
เขาวางแผนตลบหลังอย่างรัดกุมและแยบยล โดยให้ซ่งติ้งหย่วน ‘ติดราชการด่วน’ เพื่อให้แผนการล่อซื้อของฟ่านชิงเสวี่ยคว้าน้ำเหลว แต่นั่นยังไม่พอ เพราะคนเ้าเล่ห์ย่อมมีแผนสำรอง ซ่งจิ้งอันจึงส่งคนสนิทแฝงตัวเข้าไปเฝ้าระวังในงาน และที่สำคัญที่สุด เขาได้ส่งเทียบเชิญไปยังเหล่าฮูหยินผู้ทรงเกียรติในสังคมหลายท่านให้มาร่วมงานอย่างเงียบเชียบ เพื่อให้พวกนางได้เป็ ‘พยานปากเอก’ ในการชมงิ้วฉากใหญ่ครั้งนี้
"พี่ใหญ่ช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก" ซ่งติ้งหย่วนเอ่ยชมด้วยความทึ่ง "แต่หากฟ่านชิงเสวี่ยเตรียมคนปลอมตัวเป็ข้าเล่า?"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าเฝ้ารอ" ซ่งจิ้งอันยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า "หากนางกล้าใช้ตัวปลอม เราก็แค่จับมันคาหนังคาเขา แล้วเค้นคอให้มันสารภาพต่อหน้าทุกคนว่าใครเป็ผู้จ้างวาน... ถึงตอนนั้น ฟ่านชิงเสวี่ยย่อมไม่มีทางดิ้นหลุดจากกับดักของตัวเองอย่างแน่นอน"
หมากทุกตัวถูกจัดวางไว้บนกระดานอย่างเป็ระเบียบ รอเพียงให้ฝ่ายตรงข้ามก้าวเท้าเข้ามาเท่านั้น
——————
และแล้ว วันงานเลี้ยงริมสระบัวก็มาถึง
ฟ่านชิงเสวี่ยส่งคนไปส่งสาส์นเชิญซ่งติ้งหย่วน โดยอ้างว่าสหายทหารของเขาร่วมกันจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ทว่าซ่งติ้งหย่วนกลับส่งคนมาแจ้งว่า "ติดภารกิจด่วน" ไม่อาจมาร่วมงานได้ตามนัด
สิ่งที่ฟ่านชิงเสวี่ยไม่รู้เลยก็คือ ในเวลานี้ รอบสระบัวแห่งนั้นเต็มไปด้วยคนของตระกูลซ่งที่แฝงตัวอยู่ทุกซอกมุม อีกทั้งยังมีเหล่าฮูหยินชั้นสูงผู้มีอิทธิพลในแวดวงสังคม ซึ่งรวมถึงฮูหยินหลายท่านที่เคยอยู่ในงานชมบุปผา—ถูกเชิญมาร่วมสังเกตการณ์อย่างลับๆ โดยที่นางไม่ได้ระแวงใจเลยสักนิด
ฟ่านชิงเสวี่ยที่เฝ้ารอซ่งติ้งหย่วนอยู่ริมสระน้ำเริ่มกระสับกระส่าย เมื่อเห็นว่าเป้าหมายหลักยังไม่ปรากฏตัว นางจึงรีบหันไปกระซิบกระซาบกับกู้หรูเยี่ยนด้วยความร้อนใจ "คุณชายรองไม่มาตามนัด แผนการของเราจะล่มหรือไม่"
กู้หรูเยี่ยนขมวดคิ้วมุ่น "หากตัวเขาไม่มา แล้วเราจะยัดเยียดข้อหาลวนลามให้เขาได้อย่างไร"
ในโมงยามแห่งความตึงเครียดนั้นเอง ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีรูปร่างและเครื่องแต่งกายคล้ายคลึงกับซ่งติ้งหย่วนก็ก้าวข้ามมาทางริมสระน้ำ... เขาคือคนที่ฟ่านชิงเสวี่ยจ้างวานมาเพื่อเป็ ‘แผนสำรอง’ ในกรณีที่ตัวจริงไม่มา นางตั้งใจจะใช้ตัวปลอมสร้างสถานการณ์ จากนั้นค่อยป้ายความผิดและกระจายข่าวลือทำลายชื่อเสียงของซ่งติ้งหย่วนในภายหลัง
นางสบตากับกู้หรูเยี่ยนพยักหน้าส่งสัญญาณ ก่อนจะแสร้งทำเป็เสียหลัก ลื่นไถลล้มลงไปทางชายหนุ่มผู้นั้น พร้อมกับกรีดร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก "ช่วยด้วย! ท่าน... ท่านกล้าลวนลามข้าหรือ!"
ทว่า ในจังหวะที่ร่างของนางกำลังจะเอนซบลงบนตัวชายผู้นั้น เสียงทุ้มต่ำทว่าทรงอำนาจและเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากเื้ั
"คุณหนูฟ่าน... ละครฉากนี้ ช่างแสดงได้สมบทบาทยิ่งนัก"
——————
ฟ่านชิงเสวี่ยสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมอง ต้นคอเย็นวาบ ใบหน้าพลันซีดเผือดไร้สีเื
เื้ันาง ซ่งจิ้งอันยืนตระหง่านด้วยท่วงท่าสง่างาม ข้างกายของเขาคือเหล่าฮูหยินผู้ทรงเกียรติและเ้าหน้าที่จากทางการที่เขาเชิญมาล่วงหน้า และภาพที่ทำให้นางเข่าอ่อนจนแทบทรุดลงกับพื้นก็คือ—ชายหนุ่มตัวปลอมที่นางจ้างวานมา บัดนี้ถูกองครักษ์ฝีมือดีของตระกูลซ่งสยบและจับกุมตัวไว้แล้ว
"คุณหนูฟ่านป่าวร้องว่าถูกลวนลาม..." ซ่งจิ้งอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมประดุจคมมีดโกน "แต่ชายผู้นี้หาใช่น้องชายของข้าไม่ เขาเป็เพียงนักแสดงเร่ที่ถูกว่าจ้างให้สวมรอย พวกเราจับกุมเขาได้พร้อมกับตั๋วเงินค่าจ้าง และเขาก็ได้สารภาพหมดเปลือกแล้วว่าใครเป็ผู้บงการอยู่เื้ั"
เขากวาดสายตาคมกริบมองฟ่านชิงเสวี่ย ยกยิ้มหยันอย่างเ็า "คุณหนูฟ่านอุตส่าห์ยอมลงทุนจัดฉากเพื่อใส่ร้ายป้ายสีตระกูลซ่ง ช่างน่าเสียดายน้องชายของข้าติดธุระสำคัญจึงมิอาจมาตามคำเชิญได้ คุณหนูจึงต้องใช้ตัวแสดงแทน... ทว่าตัวแสดงแทนผู้นี้กลับปากเบาเกินไปหน่อยกระมัง"
สิ้นคำกล่าว เสียงซุบซิบอื้ออึงก็ดังขึ้นทันที สายตาของเหล่าฮูหยินชั้นสูงที่มองตรงมายังฟ่านชิงเสวี่ยแปรเปลี่ยนเป็ความรังเกียจเดียดฉันท์และดูแคลน
"ผู้หญิงอะไรกัน ใจคอโเี้ถึงเพียงนี้ กล้าวางแผนสกปรกเพื่อทำลายชื่อเสียงผู้อื่น!"
"ที่แท้... คนที่ไร้ยางอายและไม่บริสุทธิ์ก็คือนางเองนั่นแหละ!"
"มิน่าเล่า ทารกน้อยตระกูลซ่งถึงได้ชี้หน้านางว่าโกหก เด็กคนนั้นช่างมีตาแหลมจริงเทียว!"
ฟ่านชิงเสวี่ยยืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางวงล้อมแห่งการประณาม ใบหน้าของนางเปลี่ยนสีสลับไปมาด้วยความอับอายและเคียดแค้น แผนการที่คิดว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ บัดนี้ย้อนกลับมาทิ่มแทงและทำลายตัวนางเองจนไม่มีชิ้นดี
ขณะเดียวกัน กู้หรูเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบขยับกายถอยห่างออกไปทันที ทำทีเป็คนนอกที่ไม่รู้เห็นเื่ราว เพราะไม่อยากให้ชื่อเสียงของตระกูลกู้ต้องพลอยแปดเปื้อนไปด้วย... มิตรภาพในวงสังคมชั้นสูง ช่างเปราะบางและพร้อมที่จะตัดหางปล่อยวัดกันได้ทุกเมื่อยามภัยมาถึงตัว
ฟ่านชิงเสวี่ยจ้องมองแผ่นหลังของกู้หรูเยี่ยนที่เดินจากไปด้วยดวงตาแดงก่ำ สะท้อนความเ็ปและเคียดแค้นระคนกัน นางเพิ่งกระจ่างแจ้งในวันนี้เองว่า ในโลกของชนชั้นสูง ไม่มีมิตรแท้ที่จริงใจ ทุกคนต่างมองนางเป็เพียงหมากตัวหนึ่ง เมื่อหมดประโยชน์ก็พร้อมจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี
ทว่าแทนที่จะสำนึกผิด ความเกลียดชังในใจกลับยิ่งทวีคูณและพุ่งเป้าไปยังตระกูลซ่งอย่างบ้าคลั่ง นางสาปแช่งพวกมันอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า—ทั้งหมดนี้เป็เพราะตระกูลซ่ง! หากไม่มีพวกมันคอยขัดขวาง ป่านนี้นางคงได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็ของนางไปแล้ว!
เพลิงแค้นในอกก่อตัวเป็เปลวไฟอันร้อนรุ่ม ซึ่งในวันข้างหน้า ไฟดวงนี้จะเผาผลาญทั้งตัวนางเองและทุกคนรอบข้างให้มอดไหม้เป็จุณ
——————
ข่าวลือเื่ฟ่านชิงเสวี่ยจัดฉากใส่ร้ายตระกูลซ่งแพร่สะพัดไปทั่วทั้งนครหลวงเซิ่งจิงราวกับไฟลามทุ่งเพียงชั่วข้ามคืน ชื่อเสียงของนางดิ่งลงเหวอย่างไม่อาจกู้คืน จาก ‘หญิงสาวผู้อ่อนหวานน่าเอ็นดู’ กลายเป็ ‘นางแพศยาเ้าเล่ห์ที่ชอบใส่ความผู้อื่น’
ณ จวนสกุลซ่ง เหยาเหยาที่เพิ่งได้รับฟังผลลัพธ์ของแผนการ ดีใจจนปรบมือดังเปาะแปะ
'ฮ่าๆๆ สะใจยิ่งนัก! ฟ่านชิงเสวี่ยขุดหลุมฝังตัวเองแท้ๆ!' เด็กหญิงคิดด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง 'ในเนื้อเื่เดิม พี่รองต้องทนทุกข์เพราะถูกใส่ร้ายจนเสียผู้เสียคน แต่คราวนี้กลับเป็นางเองที่ต้องรับกรรมและสูญเสียทุกอย่างไป! พลิกกระดานได้อย่างงดงามจริงๆ!'
'เห็นไหมเล่า! นี่คือข้อดีของการล่วงรู้บทนิยายล่วงหน้า ศัตรูคิดจะเล่นงานเรา เราย่อมต้องโต้กลับให้หนักกว่าร้อยเท่า!' เหยาเหยาคิดอย่างสะใจ ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งขรึม 'แต่ฟ่านชิงเสวี่ยคงจะแค้นพวกเราจนแทบกระอักเืแน่ๆ ต่อจากนี้นางคงต้องดิ้นรนหาทางเอาคืนด้วยวิธีอื่น... แถมยังมีแม่นมอินที่คอยจ้องจะเล่นงานอยู่เงียบๆ อีก ข้าจะประมาทไม่ได้เป็อันขาด'
ซ่งติ้งหย่วนผู้รอดพ้นจากเคราะห์กรรมครั้งใหญ่มาได้อย่างหวุดหวิด อุ้มน้องสาวตัวน้อยขึ้นมาหมุนตัวไปรอบๆ ด้วยความยินดีเป็ล้นพ้น "น้องเล็กของพี่เก่งกาจที่สุด! เ้าช่วยพี่รองไว้อีกครั้งแล้ว!"
'เอ๊ะ? พี่รองดีใจเื่อันใดกันหรือ? ข้าก็แค่นั่งเล่นตุ๊กตาอยู่เฉยๆ เองนะ' เหยาเหยางงงวยในใจ 'หรือว่าพี่รองจะรู้ตัวล่วงหน้าว่าฟ่านชิงเสวี่ยจะเล่นงาน แล้วดีใจที่รอดพ้นมาได้? คงจะเป็เช่นนั้นกระมัง... อื้ม คนในครอบครัวของเราช่างเก่งกาจเหลือเกิน จัดการฟ่านชิงเสวี่ยได้อย่างหมดจดจริงๆ'
ซ่งติ้งหย่วนที่ได้ยินเสียงพร่ำบ่นในใจของน้องสาวอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ น้องเล็กช่วยชีวิตคนในบ้านไว้ตั้งหลายครา แต่กลับไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตนเองคือผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ของทุกคน
ทว่า ภายใต้บรรยากาศอันแสนอบอุ่นและเปี่ยมสุขนั้น เงาอันตรายยังคงคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ... เพราะวันคล้ายวันเกิดครบรอบสามขวบของเหยาเหยากำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ และแม่นมอินที่แฝงตัวอยู่ในจวน ก็กำลังเฝ้ารอคอยโอกาสทองเพื่อลงมือปลิดชีพนางอย่างโเี้!