มิลันดาเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อออกไปทำงาน หล่อนเห็นเขายืนอยู่ที่เดิม กอดอกพร้อมรอยยิ้ม พี่คมทำเหมือนเ้าบ่าวจริงๆและการกระทำเ่าั้มันทำให้หล่อนคิดมาก ถึงเป็อย่างนั้นมิลันดาไม่อาจตำหนิเขาได้อีกแล้ว เพราะหล่อนขอร้องให้เขาทำหน้าที่สามีปลอม
พี่คมยิ่งสนิทสนมกับมารดาและบิดามากขึ้นท่านสองคนชอบเขามากหล่อนฟังการสนทนาอย่างออกรสทุกครั้งที่เขาแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนแม่ประตูห้องพักฟื้นเปิดออก ร่างบางก้าวนำเขาเข้าด้านใน หล่อนเห็นแม่ยิ้มส่งมา
“แม่คะวันนี้เป็ยังไงบ้างคะ เจ็บหน้าอกอยู่หรือเปล่า” หล่อนถาม แล้วหยุดเมื่อถึงเตียง
“นิดหน่อยจ้ะลูก”
“ถ้าเจ็บหรือไม่สบายตรงไหนแม่ต้องรีบบอกมินะคะ” มิลันดาสั่ง
“ได้จ้ะคุณหมอ”
ดาวเรืองเหลือบมองทางว่าที่ลูกเขยก่อนหน้าชายหนุ่มมาขอบุตรสาวกับหล่อน เวลานั้นหัวใจมันเต้นด้วยความยินดีน้ำตาแห่งความปลื้มปรีติรินไหลไม่ขาด สิ่งที่ปรารถนากำลังเป็จริงหล่อนไม่ยอมนอนเป็ผักบนเตียงนานหรอก มีเื่อีกมากมายต้องจัดการอยากเห็นลูกใส่ชุดแต่งงาน
“คม...มาหาอาหน่อยสิ”
ชายหนุ่มทำตามความ้าก้าวมายืนเคียงข้างหญิงสาว แล้วมองมารดาหล่อน มือหนากับมือบางถูกจับยกมาคู่กันดาวเรืองนำมือสองข้างนั้นมากอบกุม
“ขอบใจนะจ๊ะทั้งมิและคม ที่ยอมแต่งงานเพื่ออา” ดาวเรืองบอก มิลันดาหน้าเจือน
“มิไม่ได้ทำเพื่อแม่นะคะมิ... รักพี่คมจริงๆ” หล่อนกระดากจะพูดคำนั้น
“ผมก็รักน้องมิจริงๆครับ”
คนป่วยยิ้มบางๆ“อาอยากให้สองคนรักกันนานๆ แต่งงานกันด้วยความสุข เข้าใจซึ่งกันและกัน ได้ไหม”
แววตาแม่ทำเอาหญิงสาวชะงักแล้วเหลือบมองเขา
“ได้ครับผมจะดูแลน้องมิให้มีความสุขที่สุดครับ”
“อาฝากมินะคม”
“ครับ”
ชัยเดชยกมือปิดปากเมินมองทางอื่นยามเห็นภาพเช่นนี้แล้วน้ำตาของความเป็พ่อมันจะไหลออกมาเขาและดาวเรืองรอมาเนิ่นนาน สุดท้ายสมหวังเสียที
“แม่จะรีบหายนะมิแม่ต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง อยากดูมิลองชุดแต่งงาน อยากช่วยมิเลือกการ์ดด้วยจ้ะ”ดาวเรืองยิ้มกว้าง สีหน้าดูมีความสุขจากใจจริง
บุตรสาวยิ้มบางเมื่อเห็นสีหน้าแม่ดูดีขึ้นจากเดิมดูท่าการแต่งงานครั้งนี้ คงช่วยให้แม่มีกำลังใจ
เสียงประตูห้องเปิดออกอีกครั้งพิภัทรก้าวเข้ามาสีหน้าแช่มชื่น
“เป็ไงดาวเรืองสบายดีขึ้นแล้วใช่ไหม หลังจากรู้ข่าว” เขาแซวคนป่วย แล้วเดินไปยืนข้างเตียง
“อยากจะหายตอนนี้เสียเลยล่ะค่ะ”
“รีบๆหายเร็วๆ เลย ผมนี่รอแทบไม่ไหว ใครจะรู้ว่าไอ้ลูกชายตัวดีดันทำเซอร์ไพรส์ใหญ่ไม่รู้ไปทำให้หนูมิใจอ่อนตอนไหน”
“ลูกคงเชื้อไม่ทิ้งแถวพ่อล่ะมั้งสมัยหนุ่มแกก็ใช่ย่อย ไอ้ภัทร” ชัยเดชแซวแทรกขึ้นบ้าง
คมฉณัฐหันมองว่าที่เ้าสาวแล้วเผลอยิ้มกับคำพูดจาของผู้ใหญ่สามคนที่คุยกันออกรสจนเสียงดังแว่วออกด้านนอก
รมย์รวัตรชะงักมือที่กำลังจะเปิดห้องเสียงหัวเราะและพูดคุยถึงเื่ราวงานวิวาห์ของเพื่อนดังเข้ามา ร่างสูงยืนนิ่งครู่หนึ่งจึงหันกายเอนพิงกำแพงขบกรามเพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมา
เขาสูดหายใจเข้าปอดเก็บกลั้นความรู้สึกตีตื้นขึ้นมาไว้ภายในแล้วตั้งสติจัดเสื้อผ้าตนเอง ไม่อยากได้ยินอะไรอีก ตัดใจเดินห่างจากบริเวณหน้าห้องจังหวะนั้นสายตาสบเข้ากับพยาบาลลักษิณี เกิดความรู้สึกอึดอัดขึ้นในอกภายยามค่ำคืนเลยวนเวียนกลายเป็ห้วงคำนึง ใช่...เหมือนก้อนบางอย่างจุกอยู่ตรงลิ้นปี่ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ไม่รู้ว่าตนควรเอ่ยคำใดจำใจก้าวผ่านมา ชั่วขณะนั้นดวงตาผสานกันรับรู้ได้ถึงความเ็ป เขาไม่ได้หยุดเพื่อทักทายหล่อนขอเวลาได้พักกายพักใจเสียก่อน ให้ตนเองมีแรงตั้งต้นใหม่ ลักษิณีหยุดเท้ายืนมองแผ่นหลังลับสายตาเข้าใจ หมอวัตรคงเ็ปมาก เพราะหล่อนกำลังรุ้สึกเช่นเดียวกันอยู่ในตอนนี้
สองเท้าหยุดลง มองยังสวนสาธารณะที่ตนและเพื่อนชอบมานั่งปรับทุกข์กันเป็ประจำร่างสูงหันหลังพิงกำแพงประหนึ่งคนไร้เรี่ยวแรง เงยหน้ามองฟ้าเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างจังหวะนั้นใบหน้าแสนคุ้นเคยกลับโผล่เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ติดตามด้วยรอยยิ้มระบายทั่วใบหน้าเขาขยับกายปรับสีหน้ามองมิลันดา
“เป็อะไรไอ้วัตรมานั่งคนเดียวไม่เห็นชวนฉันเลย” หล่อนถามแล้วยืนข้างเพื่อน สีหน้ารมย์รวัตรดูไม่ดีเลย
“ไม่ได้เป็อะไรหรอกแค่เหนื่อยนิดหน่อย่นี้มีแต่เคสยากๆ” เขาเฉไฉไปเื่อื่นเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
“ถ้าเหนื่อยก็หัดพักผ่อนบ้างนะระวังจะไม่สบาย เป็หมอแล้วป่วยอายคนไข้ตายเลยนะแก!”
มองหน้าเพื่อนครั้งนี้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมชายหนุ่มสูดหายใจหยุดความคิดตนเองชั่วชณะ ไม่รู้... จะพูดอะไรออกมา มันอึดอัดเจ็บในอก ไม่อยากพบ ไม่อยากเจอมิลันดาในเวลาแบบนี้จะทำใจได้ยังไงในเมื่อเขาหลงรักเพื่อนมานับสิบปี มันไม่ใช่เวลาน้อยๆในการให้ความผูกพันกับใคร ทั้งคอยห่วงใย ใส่ใจกันมาตลอดทำตัวติดกันสนิทสนมจนเรียกว่าไม่เคยห่างกันเลยก็ว่าได้
แต่แล้ว...เมื่อได้รับรู้ว่าหล่อนกำลังจะแต่งงาน มีหรือเขาจะทนได้ หัวใจมันสั่นสะท้านไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปอีกแล้ว
“คนอย่างไอ้วัตรมันไม่เป็อะไรง่ายๆ หรอก ต่อให้เจ็บแค่ไหนก็ตาม!” คำพูดสะท้อนความรู้สึกระบายออกมาคนฟังชะงักชั่วครู่
หล่อนถอนใจออกมามือข้างหนึ่งจับไหล่เพื่อนไว้รู้ดีว่าชายคนนี้คิดเช่นไร แต่ ณ เวลานี้ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้อีกแล้วสีหน้าเพื่อนบ่งบอกให้รู้ว่าเ็ปมากแค่ไหนหลังจากนี้หล่อนเองอาจจะได้รับรู้รสชาตินี้ไม่ต่างกันหากวันใดต้องเซ็นใบหย่ากับเขา
“วัตร...ฉันจำเป็นะ” สบตาเพื่อนบอกความจริงเห็นแววตาไหววูบชั่วพริบตาปรับเปลี่ยนเหมือนเดิม
หมอหนุ่มขบกรามแน่นแล้วฝืนยิ้มออกมามองเพื่อนเหมือนรู้สึกยินดีทั้งที่ใจเ็ปเจียนตาย
“ฉันรู้แล้วมิ” ตอบออกมาเสียงสั่นประหนึ่งดีใจ
“ฉันขอโทษ...แกคอยดูแลฉันมาตลอด คอยปลอบใจฉันแต่ว่าฉันกลับ... กลับ...” พูดอะไรไม่ออกจริงๆรู้ดีว่าทำให้เพื่อนเจ็บมากแค่ไหน
“ไม่เป็ไรหรอกยังไงแกก็ทำเพื่อแม่ฉันเข้าใจมิ”
“ฉันรู้นะวัตรว่าแกรู้สึกยังไงต่อว่าอะไรก็ได้ให้ฉันสบายใจหน่อย แต่ขอร้องเื่เดียว...อย่าตัดเพื่อนกับฉันเลยนะวัตร เราคบกันมานาน ฉันไม่อยากเสียแกไป”เหมือนหล่อนพูดเอาแต่ได้ แต่วัตรเป็เพื่อนที่ดีมากสำหรับหล่อนแล้วรมย์รวัตรคือความสงบ
“เฮ้ย!ทำไมฉันต้องตัดเพื่อนกับแกด้วยมิ เื่หัวใจมันบังคับกันไม่ได้ฉันผิดเองแหละที่พูดจาไปแบบนั้น พอเลยเลิกดราม่าเถอะฉันไม่ชอบให้เราสองคนอยู่ในโหมดนี้นาน มันรู้สึกอึดอัดน่ะมิ!”รมย์รวัตรพยายามกลบเกลื่อน น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ
คนฟังรู้ดีคบกันมานานไม่รู้นิสัยได้ยังไง ขอบตาแดงๆ แบบนั้น กับคำพูดเสแสร้งกรอกตาไปมาไม่กล้าสบ มิลันดารู้ทั้งหมดนั้น ร่างบางโผเข้ากอดเพื่อน ตบหลังเบาๆเพื่อให้กำลังใจ
“ฉันพูดคำว่าขอโทษกับแกมามากแล้ววัตรวันนี้ขอพูดคำนี้อีกครั้ง ขอโทษนะ...” มิลันดากลั้นสะอื้น“ขอให้แกเจอคนที่ดีในสักวัน คนที่พร้อมจะรักแกจริงๆ ฉันหวังให้เป็อย่างนั้น”หล่อนบอกด้วยใจจริง น้ำตาเริ่มไหลริน ตามด้วยเสียงสะอื้นแ่
รมย์รวัตรขบกรามแน่นอุตส่าห์กักเก็บมันเอาไว้น้ำตาดันไหลออกมาเสียได้รู้ดีว่ามิลันดาไม่เคยมีใจให้เขา สิ่งที่หล่อนกำลังทำอยู่นี้เพราะรู้สึกสงสารเท่านั้นเขาคงต้องทำสิ่งสุดท้ายเพื่อหล่อนอีกครั้งอย่างน้อยเวลานี้หัวใจเขาควรเปิดรับใครสักคนได้แล้ว