จางซิ่วอิงออกจากห้องครัวมาพร้อมกับข้าวสองอย่างข้าวขาวที่หุงเผื่อไว้ั้แ่เช้าถูกอุ่นให้ร้อน และยังมีไข่ต้มอีกสามฟองที่ถูกปลอกเปลือกจนเกลี้ยงอาหารทั้งหมดถูกจัดวางบนโต๊ะทานข้าวเก่า ๆ พร้อมทาน
หญิงสาวจึงเข้าไปรับสามีออกมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันหยางซีห่าวเห็นอาหารตรงหน้าก็ครุ่นคิดบางสิ่งขึ้นมาได้
นี่เป็มื้อที่สามแล้วที่เขาเห็นว่าอาหารของภรรยายังคงมีจานเนื้อทั้งที่ชาวบ้านชนบททั่วไปอย่าว่าแต่ทานเนื้อเดือนละครั้งเลย แทบจะทุกบ้านจะทานเนื้อเพียงแค่โอกาสหรือวันสำคัญเท่านั้นเดาว่าภรรยาคงชอบทานเนื้อมากทีเดียว เช่นนั้นเขาควรต้องรีบรักษาตัวเองให้หายจะได้หาเงินให้มากหน่อยไว้ซื้อเนื้อให้ภรรยาทานทุกมื้อ
“ทานสิคะ! คุณต้องบำรุงให้มากหน่อยแผลจะได้หายเร็ว ๆ”ใบหน้าเรียวคลี่ยิ้มหวานขณะตักไข่ต้มสองฟองวางลงในจานข้าวของคนเป็สามีโดยที่ไม่ได้รู้ความคิดของสามีในตอนนี้แม้แต่น้อย
“ทำไมถึง…”
“ฉันตัวแค่นี้เอง ทานไข่ต้มทีเดียวสองฟองไม่ไหวหรอกค่ะ”หญิงสาวยิ้มหวาน ใช้ช้อนตักอาหารคำแรกเข้าปากอย่างหิวโหย
ภรรยาที่พยายามทำอาหารอย่างดีเพื่อบำรุงสามีที่าเ็ส่วนสามีก็คิดว่าภรรยาชอบทานเนื้อมากจึงตั้งใจว่าต้องหาเงินให้เยอะขึ้นเพื่อให้ภรรยาได้ทานเนื้อทุกวัน…ช่างเป็สามีภรรยาที่ห่วงใยกันดีแท้
มื้ออาหารจบลงอย่างรวดเร็ว จานอาหารที่วางเรียงรายบนโต๊ะเหลือเพียงจานเปล่าที่ไม่มีแม้แต่เศษผักติดขอบจานด้วยซ้ำจางซิ่วอิงให้สามีทานยาหลังอาหาร ส่วนตนเองเก็บจานเปล่าที่ทานจนเกลี้ยงไปล้างทำความสะอาดก่อนจะกลับมาพาสามีเข้าไปพักในห้องนอน และเริ่มทำแผลที่มุมปากให้เขา
“เดี๋ยวฉันต้องตามไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจนะคะแล้วจะรีบกลับ”เสียงใสบอกกับสามีโดยมือคู่เรียวก็เก็บของที่ถูกรื้อค้นเข้าที่ไปพลาง
“ครับ คุณระวังตัวด้วย”หยางซีห่าวตอบรับแววตาที่มองภรรยานั้นเต็มไปด้วยความเป็ห่วง เขาอยากปกป้องเธอให้ได้มากกว่านี้
“รับทราบค่ะ จะรีบกลับมานะคะ”จางซิ่วอิงยิ้มกว้างส่งสายตาหวานเชื่อมพลางขยิบตาส่งให้กับสามีรูปหล่อพอเห็นใบหน้าแดงก่ำของสามีก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เธอตั้งใจจะเตรียมของติดไม้ติดมือไปด้วยจึงกลับเข้ามิติเข้าไปเลือกของครู่หนึ่งก่อนออกจากบ้าน
เมื่อมาถึงสถานีตำรวจยังไม่ทันจะก้าวเท้าข้ามประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายที่คุ้นเคยหญิงสาวกรอกตามอง้าอย่างเบื่อหน่าย เดินตรงไปหาผู้นำหมู่บ้าน ซึ่งกำลังคุยกับเ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งอยู่พอดี
“นางหนูซิ่วอิงมาพอดี นี่ตงเหอ สหายลุงเอง”โจวเหวินกวักมือเรียกหลานสะใภ้จากนั้นจึงแนะนำสหายที่เรียนมาด้วยกันั้แ่สมัยยังเด็กให้ฟัง
“สวัสดีค่ะ ฉันจางซิ่วอิงนะคะ”หญิงสาวใบหน้าอ่อนเยาว์ก้มศีรษะเล็กน้อยให้กับชายวัยกลางคนในชุดตำรวจ
หลังจากแนะนำตัวกันพอหอมปากหอมคอจางซิ่วอิงถูกเชิญไปให้ปากคำเพิ่มเติมหลังจากนั้นก็ออกมาจากห้องด้วยสีหน้าราบเรียบ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มสาแก่ใจกับสิ่งที่ได้รู้
เมื่อครู่เธอแอบถามคุณลุงตงเหอมาแล้วเห็นทีสองย่าหลานอาจจะต้องถูกส่งไปใช้แรงงานในถิ่นทุรกันดานราวสองปีหรือมากกว่านั้น อย่างไรก็คงต้องรอการตัดสินโทษอีกครั้งในชั้นศาลอีกครั้ง
ในยุคนี้การถูกส่งไปใช้แรงงานนั้นทรมานกว่าโทษปะาเสียอีกอีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ไม่นานหิมะก็จะตกลงมาแค่คิดว่าต้องทำงานหนักท่ามกลางหิมะ ไม่แน่ว่าสองย่าหลานอาจจะไม่มีชีวิตรอดจากฤดูหนาวนี้ก็ได้
หญิงสาวไม่ได้มีสิ่งใดที่อยากจะฝากฝังกับคุณย่าและญาติผู้พี่ของสามีจึงเดินออกมายังโถงด้านหน้าอาคาร จางซิ่วอิงเห็นผู้นำหมู่บ้านกำลังคุยอยู่กับสหายที่มุมหนึ่งของห้องโถงจึงเดินเข้าไปหามือเรียวทำทีล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้าสีครีม หยิบเนื้อหมูแปรรูปอย่างละสองแพ็ค บุหรี่อย่างดีหนึ่งคอตตอนและบรั่นดีที่แกะฉลากออกแล้วสองขวดส่งให้เ้าหน้าที่ตำรวจวัยกลางคน
“ขอบคุณที่อำนวยความสะดวกให้เป็อย่างดีนะคะ”เสียงใสกล่าวอย่างนอบน้อมใบหน้าเรียวมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอด
“โอ้! เป็หน้าที่ของลุงอยู่แล้วแม่หนูจางอย่าได้เกรงใจ”ตงเหอยื่นมือไปรับไว้ในทันที ในยุคขาดแคลนอาหารเช่นตอนนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้สิ่งเหล่านี้มาไว้ในนอกจากนี้ยังมีเหล้าและบุหรี่ที่ดูก็รู้ว่าเป็ของดีมีราคาแม่หนูคนนี้ช่างเข้าหาผู้ใหญ่เก่งเสียจริง ตงเหอคิดเพียงในใจ
ส่วนชายวัยกลางคนก็มองสิ่งที่หลานสะใภ้หยิบยื่นให้กับสหายอย่างนึกอิจฉาแต่ก็ไม่คิดอยากได้สิ่งที่ไม่ใช่ของตนพลันระบายยิ้มยินดีออกมา ของดีมีราคาเช่นนี้เขาไม่รู้ว่าชาตินี้จะหามาได้หรือเปล่า?หลานสะใภ้ช่างเป็คนมีสามารถและรู้จักเข้าหาคนมากทีเดียว
“เนื้อแปรรูปพวกนี้หนูร่วมทำธุรกิจกับร้านค้าตระกูลเฉิงหากคุณลุงตงเหอทานแล้วชอบก็ฝากแนะนำต่อด้วยนะคะ”คุณลุงตงเหอวันหนึ่งพบเจอคนมากมายเธอจึงเลือกพูดออกไปตามตรงด้วยใบหน้าใสซื่ออีกนัยหนึ่งก็อยากจะบอกผู้นำหมู่บ้านอีกด้วยว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้เพราะหากวันหนึ่งเธอควักเงินใช้จ่ายมือเติบขึ้นมาเขาจะได้เป็พยานให้ว่าเธอหามาอย่างสุจริต
“ได้เลย ลุงจะบอกสหายให้ลองหามาทานดู”ตงเหอตอบรับอย่างใจกว้างแต่ครั้นจะแบ่งให้คนอื่นชิมคงต้องบอกเลยว่าไม่มีทางของดีเช่นนี้ใครเขาแบ่งปันกันซี้ซั้วล่ะ
“อย่างนั้นหนูลาก่อนค่ะ ขอบคุณนะคะ”จางซิ่วอิงกล่าวลา
“ฉันไปก่อนล่ะ ไว้เจอกัน”โจวเหวินตบไหล่สหายสองครั้งพลางเหลือบมองขวดเหล้าราคาแพงในมือสหาย ตงเหอที่เห็นสายตาสหายก็เข้าใจได้ในทันทีเขาหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะชวนให้สหายมาดื่มที่บ้านวันพรุ่งนี้
จางซิ่วอิงไม่ได้สนใจสิ่งที่ผู้นำหมู่บ้านคุยกับสหายแต่อย่างใดเธอเดินออกมาไม่กี่สิบเมตรก็เจอเกวียนกลับหมู่บ้านพอดี ร่างบอบบางขึ้นเกวียนโดยไม่ต้องมีคนช่วยเหลือโดยมีผู้นำหมู่บ้านนั้นก็ขึ้นตามมาด้วย และทันทีที่เกวียนมาถึงทางเข้าหมู่บ้านจางซิ่วอิงจึงแวะที่บ้านของเขาก่อน
“ลุงโจว พี่ชายโจว ขอบคุณนะคะที่เป็ธุระให้ฉันวันนี้”จางซิ่วอิงหยิบของในกระเป๋าส่งให้ผู้นำหมู่บ้านที่ตอนนี้มีลูกชายยืนอยู่เคียงข้าง
สองพ่อลูกมองสิ่งที่ถูกหยิบยื่นมาตรงหน้าด้วยแววตาวาววับโจวเหวินไม่คิดว่าตนจะได้รับสิ่งเหล่านี้อย่างเช่นสหาย เพราะตนเองเป็เพียงผู้นำหมู่บ้านตัวเล็กๆ ไม่ได้มียศยิ่งใหญ่อะไรสักนิด แต่หลานสะใภ้กลับเลือกที่จะให้ผู้นำหมู่บ้านแก่ ๆอย่างเขา แถมยังให้เหล้าขวดหรูหราดูมีราคาถึงสามขวด
โจวเหวินยื่นมือเหี่ยวสั่นเทาไปรับของตรงหน้าด้วยความรู้สึกซาบซึ้งกับการกระทำใจกว้างของเด็กสาวไม่น้อย
“ขอบใจแต่ของพวกนี้มันมากเกินไปหน่อยหรือไม่หลานสะใภ้”ไม่ใช่ว่าเหล้าสีขวดเดียวก็ราคาหลายหยวนแล้วหรือชายวัยกลางคนประเมินราคาในใจ
ได้ยินดังนั้นร่างบางจึงแสร้งทำสีหน้าเศร้าสลดแล้วตอบกลับไปอย่างเกรงอกเกรงใจ “ไม่มากไปหรอกค่ะลุงโจวรับไว้เถอะนะคะ ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าฉันคงละอายใจมากหากจะขอให้ลุงช่วยอะไรอีก”
“ได้ ลุงจะรับไว้ ขอบใจมาก…ขอบใจ”โจวเหวินยื่นของให้ลูกชายนำไปเก็บ ในความคิดของเขาหลานสะใภ้คนนี้เปลี่ยนไปมากทีเดียวแม้จะพบเจอกันไม่กี่ครั้งแต่แรกที่จางซิ่วอิงแต่งให้ลูกชายของสหายรักหล่อนไม่ได้เป็เช่นนี้
ในตอนนั้นแปดหมู่บ้านในแถบชนบทแห่งนี้มีใครบ้างไม่รู้จักหญิงสาวขี้โรคของบ้านจางใบหน้าเล็กตอบดูอมโรค ผิวเหลืองซีด แววตาที่ขลาดเขลาไม่กล้าสู้หน้าผู้คนแต่หล่อนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา แม้จะไม่ได้อ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่ก็ดูดีกว่าแต่ก่อนมากทั้งแววตานั้นยังแฝงไปด้วยความฉลาดเฉลียวและยังมั่นใจ แล้วท่าทางสง่าผ่าเผยดูเก่งกาจเกินหญิงสาวชนบทนี่คือสิ่งใดกัน
เห็นเช่นนี้ก็นึกยินดีกับหยางซีห่าวที่ได้ภรรยาดีเช่นนี้ในอดีตจะเป็อย่างไรก็ไม่เห็นต้องสนใจแม้แต่น้อย
“หากวันหน้ามีใครมารังแกอีก น้องสะใภ้มาบอกพี่กับพ่อได้ทุกเมื่อ”โจวเหยียนทุบลงบนอกหนาของตนเองพร้อมออกปากปกป้องน้องสะใภ้เต็มที่
จางซิ่วอิงยิ้มรับก่อนจะขอตัวกลับบ้าน “ดีจริง ขอบคุณนะคะ ฉันไปล่ะ”
นี่ก็จวนจะได้เวลาอาหารเย็นแล้วฝีเท้าเล็กจึงเร่งเดินไปยังบ้านเก่าหลังเล็กที่อยู่บนเนินเขาท้ายหมู่บ้านทันที
“สามีขา ภรรยากลับมาแล้ว”