บทที่ 23 วางเหยื่อล่อ (รีไรต์)
สุยเจี้ยนิขอให้พนักงานรถไฟช่วยเปลี่ยนตู้โดยสารให้พวกเขา รีบแยกสองคนนี้ออกจากกัน
พนักงานคิดว่าด้วยนิสัยใจคอของผู้หญิงคนนั้น เปลี่ยนไปตู้โดยสารไหนก็คงไปทะเลาะกับคนอยู่ดี
แต่เธอก็ยังยินยอม
หลังสุยเจี้ยนิกลับมาก็ให้พวกสื่อเหอผิงเก็บข้าวของ เก็บเสร็จแล้วจึงพยุงเซียวหลานลงมา จากนั้นให้พวกเขาสองคนพยุงเซียวหลานไปเปลี่ยนตู้โดยสารใหม่ ก่อนไปยังเอ่ยว่า “ดึก ๆ ดื่น ๆ พวกนายเบา ๆ หน่อยเถอะ อย่าเสียงดังจนทำคนอื่นตื่น”
“ถ้าทำให้ทุกคนไม่พอใจอีก ตำรวจรถไฟจะไล่พวกเราลงสถานีต่อไปและส่งตัวไปสถานีตำรวจ”
“เซียวหลาน เลิกก่อเื่ได้แล้ว!”
“ถึงแม้สุดท้ายจะมีคนจัดการเื่นี้ให้เธอ แต่ถึงยังไงที่นี่ก็ไม่ใช่เมืองหลวง ต่อให้คุณปู่คิดจะช่วยเธอก็เหลือบ่ากว่าแรง อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสองสามวัน เธอคิดให้ดี ๆ เถอะ!”
“เชื่อฉันสิ เธอคงไม่อยากไปอยู่ในห้องขังหรอกนะ!”
เซียวหลานราวกับถูกสุยเจี้ยนิทำให้กลัว เงียบปากไม่พูดไม่จาไปตลอดทางอย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ
สุยเจี้ยนิหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง จากนั้นก็หันไปขอโทษหลินเนี่ยน “ขอโทษนะครับ น้องสาวผมเล่นไม่เข้าเื่จริง ๆ...”
หลินเนี่ยนยกมือขึ้นมาขัดจังหวะคำพูดของเขา “ฉันไม่ใช่แม่ของเธอ ไม่มีเหตุผลให้ต้องยกโทษให้ แล้วก็ถ้าไม่ใช่เพราะพวกคุณคอยให้ท้าย เธอก็คงไม่ทำตัวใช้อำนาจบาตรใหญ่ขนาดนี้!”
“ตอนที่เธอทำเื่ไม่ดี ฉันก็เรียกพวกคุณแล้ว แต่พวกคุณแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีใครออกมาจัดการเลย”
“ในเมื่อเป็แบบนี้ก็อย่ามาเสแสร้งขอโทษ ขอโทษไปก็ไร้ประโยชน์!”
สุยเจี้ยนิ “...”
“งั้นต้องทำยังไงคุณถึงจะไม่แจ้งตำรวจรถไฟเหรอครับ?”
หลินเนี่ยนเลิกคิ้วถาม “อยากจัดการแบบส่วนตัวเหรอ งั้นอย่าทำเป็ว่าเอาเงินให้ฉันก่อน จากนั้นก็ไปบอกตำรวจรถไฟว่าตั๋วกับเงินหายล่ะ...”
สุยเจี้ยนิที่ถูกมองความคิดออก “...”
“คุณ้าอะไร?” เขาสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ผู้หญิงคนนี้ตรงไปตรงมาจริง ๆ พูดจาไหลลื่นสุด ๆ!
หลินเนี่ยนตอบ “ง่ายมาก คุณแค่เขียนอธิบายเหตุการณ์ให้ชัดเจนว่าเก็บเงินหนึ่งร้อยหยวน ตั๋วธัญพืชห้าสิบจิน ตั๋วอุตสาหกรรมยี่สิบใบ ตั๋วผ้ายี่สิบเมตรของคุณหลินเนี่ยนได้...ตอนนี้ของกลับคืนสู่เ้าของแล้ว จากนั้นคุณก็ลงชื่อพร้อมประทับลายนิ้วมือ”
“อ้อ คุณยังต้องเอาใบรับรองของคุณมาให้ฉันดูก่อน”
“ทำไมคุณไม่ไปปล้นซะเลยล่ะ!” สุยเจี้ยนิอึ้ง ผู้หญิงคนนี้ช่างกล้าจริง ๆ!
หลินเนี่ยนยักไหล่ “ก็คุณเป็คน้าให้จัดการเป็การส่วนตัว ฉันไม่ได้เป็คนอยากจัดการเป็การส่วนตัวนี่นา ที่ฉันพูดเงื่อนไขนี้ขึ้นมาก็เพราะอยากให้คุณถอย เพราะถ้าคิดจะจัดการฉันเนี่ย ไม่ง่ายหรอกนะ!”
สุยเจี้ยนิจนปัญญา ทำได้เพียงหยิบเอกสารรับรองของตัวเองให้หลินเนี่ยนดู จากนั้นก็เขียนใบรับรองตามเงื่อนไขของเธอ
หลิวหย่งหนานเปิดไฟฉาย พออีกฝ่ายเขียนเสร็จแล้วเขาก็หยิบตลับหมึกตราประทับออกมา ทว่ากลับทำให้สุยเจี้ยนิอึ้ง
มีใครที่ไหนพกตลับหมึกตราประทับมาระหว่างเดินทางบ้าง!
หลินเนี่ยนเองก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย อันที่จริงเธอคิดจะให้สุยเจี้ยนิใช้น้ำหมึกจากขวดถูนิ้วจนดำ แล้วค่อยประทับลายนิ้วมือ
คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าพ่อหนุ่มคนนี้จะพกตลับหมึกตราประทับมาด้วย
สถานการณ์นี้ทำให้สุยเจี้ยนิรู้สึกว่าหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานจงใจวางเหยื่อล่อใส่เขา
หลินเนี่ยนรับเงินและตั๋วมาจากสุยเจี้ยนิ แล้วปีนขึ้นไปนอนที่เตียงชั้นกลาง
รอสุยเจี้ยนิเดินจากไป หลินเนี่ยนก็เอาซองที่ใส่เงินเอาไว้ไปซ่อนใต้ฟูกที่นอนฝั่งตรงข้าม
เธอยังไม่ลืมอธิบายกับหลิวหย่งหนานด้วยเสียงแ่เบา “เผื่อว่าคนสารเลวนั่นจะหาเื่กลับ!”
“แต่เรามีใบรับรอง!” หลิวหย่งหนานท้วง
หลินเนี่ยนจึงกล่าวว่า “สุยเจี้ยนิอาจจะพูดได้ว่าถูกพวกเราบังคับให้เขียน ถึงยังไงมีใครบ้างที่เก็บของหายส่งคืนเ้าของแล้วยังต้องเขียนใบรับรอง เห็น ๆ กันอยู่ว่ามันดูไม่มีเหตุผล”
หลิวหย่งหนานคิดในใจ ‘ไม่ใช่พวกเรา แต่แค่เธอต่างหาก ขอบคุณ!’
“งั้นทำไมเธอต้องให้เขาเขียนด้วย”
แน่นอนว่าต้องวางเหยื่อล่อ ไม่อย่างนั้นจะตกปลาได้ยังไง
แต่หลินเนี่ยนไม่ได้พูดกับหลิวหย่งหนาน เธอรีบถือไม้ขีดไฟเดินไปห้องน้ำ จากนั้นก็เผาใบรับรองทิ้ง
เมื่อกลับมาแล้วก็ให้หลิวหย่งหนานโยนตลับหมึกตราประทับออกไปนอกหน้าต่าง
เช้าวันรุ่งขึ้น ตำรวจรถไฟมาหาหลินเนี่ยน
“คุณครับ คุณคนนี้บอกว่าคุณรีดไถตั๋วเงินของเขาไป รบกวนคุณให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยครับ!”
หลินเนี่ยนเห็นสุยเจี้ยนิที่ยืนอยู่ข้างหลังตำรวจรถไฟ เธอคิดในใจว่าเธอนี่เดาความคิดของเ้าคนสารเลวนี่ถูกจริง ๆ
ความท้าทายในแววตาของสุยเจี้ยนิยากจะปกปิด
เธอคนนี้รอบคอบจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่มาเจอเขา
ถ้าเขาไม่เตรียมพร้อม แล้วจะพาเซียวหลานตัวปัญหานี่ขึ้นรถไฟได้ยังไง!
“คุณเ้าหน้าที่คะ จับผิดคนหรือเปล่าคะ พวกเขานี่แหละที่เมื่อวานหาเื่คนทั้งวัน ทำไมยังไม่เลิกอีกเนี่ย” สายตาของเธอที่มองสุยเจี้ยนิแฝงไปด้วยความประหลาดใจ ราวกับไม่กล้าเชื่อว่าเขาจะกล้าแจ้งตำรวจรถไฟ
ตำรวจรถไฟเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ว่าจะเป็การจับผิดตัวหรือเปล่า ก็ต้องตรวจสอบก่อนถึงจะรู้”
“งั้นถ้าพวกคุณตรวจสอบจนแน่ชัดแล้วว่าฉันไม่ได้ทำเื่แบบนั้น ก็กลายเป็ว่าเขาทำผิดโทษฐานใส่ความผู้อื่นใช่ไหมคะ?”
ตำรวจรถไฟพยักหน้า “เื่นี้แน่นอนอยู่แล้วครับ!”
หลินเนี่ยนมองสุยเจี้ยนิอย่างท้าทาย “ในเมื่อเป็แบบนี้ พวกคุณก็ตรวจสอบเถอะค่ะ!”
สุยเจี้ยนิคิดว่าที่หลินเนี่ยนทำท่ามีเหตุผลพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำขนาดนี้ เป็เพราะจดหมายรับรองที่เขาเขียน จึงคิดในใจว่าตอนนี้เธอยังยิ้มได้ แต่เดี๋ยวก็จะได้ร้องไห้อย่างเดียวแล้ว
หลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานถูกแยกตัวจากกัน มีตำรวจรถไฟชายหญิงไปค้นตัวพวกเขา
จากนั้นตำรวจรถไฟที่เหลือก็เริ่มค้นที่นั่งและกระเป๋าสัมภาระของพวกเขา
สุดท้ายก็ค้นไม่เจออะไร
เมื่อทั้งหลินเนี่ยนและหลิวหย่งหนานถูกพาตัวกลับมา เหล่าตำรวจรถไฟก็ส่ายหน้าให้กัน “ไม่มี!”
สุยเจี้ยนิเบิกตากว้าง เป็ไปได้ยังไง
“คุณเ้าหน้าที่ครับ พวกคุณค้นให้ละเอียดหน่อยสิครับ ไม่งั้นพวกเขาอาจจะมีผู้สมรู้ร่วมคิด คงเอาตั๋วเงินให้ผู้สมรู้ร่วมคิดไปแล้ว!”
ตำรวจรถไฟเองก็นึกถึงความเป็ไปได้นี้เช่นกัน แต่ตอนนี้ไม่มีหลักฐาน พวกเขาไม่มีสิทธิ์จับตัวหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจหน้าสถานีรถไฟ
หลินเนี่ยนพูดขึ้นว่า “คุณเ้าหน้าที่คะ ฉันอยากจะแจ้งความข้อหากล่าวโทษผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานค่ะ!”
“ของที่เขาพูดมาไม่ได้อยู่ที่พวกเรา แต่เื่ที่เขาใส่ร้ายเราโดยไม่มีหลักฐานเป็เื่จริง!”
“ฉันกับคุณหลิวหย่งหนานเป็ยุวชนที่จะไปชนบท เมื่อกี้พวกคุณก็ตรวจสอบเอกสารรับรองทั้งหมดของเราแล้ว รู้ว่าเราจะไปที่ไหน สุยเจี้ยนิแจ้งความเอาผิดเรา รอพวกเราไปแล้วพวกคุณก็ตรวจสอบต่อได้ ถ้าสืบได้ว่าเรามีผู้สมรู้ร่วมคิด หรือหลักฐานกระทำความผิดอื่นก็ไปจับเราที่นั่นได้ทุกเมื่อ!”
“แต่ถ้าไม่มี งั้นการกระทำกล่าวโทษผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานของเขาก็อ่อนข้อให้ไม่ได้ ต้องลงโทษสถานหนัก!”
“ฉันคือลูกของผู้สละชีพ พ่อของฉันอุทิศตน ฉันตอบสนองข้อเรียกร้อง สืบทอดเจตนารมณ์ทำเพื่อประชาชนของพ่อฉัน ไปยังชนบทที่น่าเหน็ดเหนื่อยและลำบากที่สุด สุดท้ายกลับถูกคนกล่าวหาอย่างไม่เป็ธรรมแบบนี้!”
“เดิมทีตลอดการเดินทางของเราก็สงบสุขดี กระทั่งพวกคุณสุยเจี้ยนิขึ้นรถมาก็เริ่มรังแกพวกเราสารพัด เมื่อคืนกลางดึกหลังคุณเซียวหลานสาดน้ำใส่เตียงฉัน คุณสุยเจี้ยนิก็มาขอโทษ ขอให้ฉันยกโทษให้ ขอฉันไม่ให้แจ้งตำรวจรถไฟ ฉันก็ใจอ่อนตอบตกลง ไม่นึกเลยว่าพอเช้าตรู่ก็ถูกพวกเขากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน... ฉันสงสัยว่าพวกเขาปฏิบัติต่อลูกหลานแรงงานด้วยความอาฆาตแค้น ปฏิบัติต่อลูกหลานผู้สละชีพแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ คุณเ้าหน้าที่คะ ฉันไม่้าอะไรทั้งนั้น ฉัน้าแค่ความเป็ธรรมเท่านั้น!”
ขณะนี้เหล่าผู้คนรอบข้างต่างก็ยืนยันให้หลินเนี่ยน พิสูจน์คำพูดที่เธอเอ่ยออกมา
สุยเจี้ยนิอึ้งไปอีกครั้ง!
ความตื่นกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนได้โอบล้อมเขาไว้!
ปฏิบัติต่อลูกหลานแรงงานด้วยความอาฆาต ปฏิบัติต่อลูกหลานผู้สละชีพด้วยความแค้น เขารับสองปัญหานี้ไม่ไหวหรอก ต้องโดนทับคอจนตายแน่!
ตำรวจรถไฟเริ่มเอนเอียงไปทางหลินเนี่ยนแล้ว คนหนึ่งเป็ลูกของผู้สละชีพที่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้อง ส่วนอีกคนเป็เด็กสาวจอมก่อเื่ทำตัวเป็คุณหนูใหญ่ ใครควรค่าที่จะได้รับความน่าเชื่อถือ เื่แบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้
“คุณหลินเนี่ยนวางใจเถอะครับ เราจะไม่ใส่ร้ายคนดีอย่างไม่เป็ธรรม และจะไม่ปล่อยคนเลวไปแน่!”