“ก็น่าลองนะ”
จิรฐารับอย่างไม่เต็มเสียงนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ส่วนรัตติกาลนั้นว่าไงก็ว่าตามกันอยู่แล้ว จึงเป็อันได้ข้อสรุป ไม่กี่นาทีเด็กที่ยืนรออยู่ก็วิ่งกรูกันไปเข้าแถวและส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวด้วยความดีใจ
โดยมีอาทิตยากับครูสาวคอยแยกเด็กโตกับเด็กเล็กให้อยู่คนละแถว สองสาวยืนแจกอยู่ตรงโต๊ะ จิณณวัตรคอยเก็บภาพความประทับใจเหล่านี้ไว้กับกล้องราคาเรือนแสน และเขาเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ว่าเผลอถ่ายใบหน้าสวยใส กับรอยยิ้มพิมพ์ใจของเลขาแม่ที่อยู่กับเด็กๆ ไปกี่สิบภาพ และเผลอจ้องมองร่างผอมบางในชุดกางเกงยีนสีเข้มยืดนิดๆ ขาม้าหน่อย ดูแล้วไม่เน้นรูปร่างกันเกินไป
เข็มขัดหนังเส้นใหญ่สีน้ำตาล เสื้อยืดลายขวางขาวสลับดำ สวมทับด้วยเสื้อไหมพรมสีดำอีกชั้นแลดูเรียบร้อยเดาได้ว่าคนใส่คงไม่อยากจะให้ดูเด่นหรือด้อยเกินใครนั่นเอง ผมก็รวบมัดไว้ไม่ให้เกะกะตัวเองและเกะกะลูกตาผู้ใหญ่หลายๆ คน รองเท้าผ้าใบเพื่อสะดวกและคล่องตัว
“เอ๊ยๆ ๆ เลิกจ้องได้แล้ว ถ้าพวกแกไม่ได้จบดอกเตอร์อย่างคุณตะวันก็อย่าหวังสูง เดี๋ยวจะตกลงมาเจ็บ นี่เตือนด้วยความหวังดีนะเพื่อน”
เสียงแซวกันในกลุ่มของหนุ่มทีมออฟโรดที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก ทำเอาเขาสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะแก้เก้อด้วยการกดชัตเตอร์เก็บภาพรอยยิ้มของน้องเอาไว้แทน และก็อดดีใจไม่ได้ที่เื่ร้ายๆ กำลังจะผ่านพ้นไป โดยมีไม่กี่คนรู้เห็นเื่อันน่าอับอายนี้เท่านั้น
การแจกของจบลงในเวลาใกล้เที่ยง ทุกคนถึงได้มีเวลาล้างมือล้างไม้ เตรียมกันมื้อเที่ยงที่คณะครูและชาวบ้านช่วยกันตระเตรียมไว้ต้อนรับเป็ขันโตกชาวดอย อาทิตยาเสร็จจากการไปดูแลเ้านายแล้ว ก็ได้ไฟเขียวให้กลับมาดูแลลูกๆ เ้านายตามเคย ก็เห็นพากันนั่งมองอาหารอยู่อย่างนั้น
“อร่อยค่ะ ลองชิมดูสิคะ ถ้าไม่ขึ้นดอยไม่มีทางได้กินแน่นอนค่ะคุณแอ๊น”
ตัวเองเลยลงมือตักมาชิมเป็การนำร่องก่อน ตามด้วยการเชิญชวนที่ดูจะไม่ใคร่จะได้ผลนัก
“ไม่เห็นจะมีเนื้อ หมู หรือไก่เลย แล้วจะอร่อยได้ยังไงล่ะ”
จิรฐากระซิบกระซาบ แถมย่นจมูกใส่อาหารในถ้วยชามเก่าๆ ที่มีแต่เมนูผักนานาชนิดไม่ว่าจะเป็ ผัดผักรวม ยอดฟักทองต้มเกลือ ฟักทองนึ่ง น้ำพริก ผักกาดต้มซุป ถั่วลิสงต้ม และข้าวเหนียวนึ่ง
จิณณวัตรก็พลอยเห็นดีกับน้อยไปด้วย เพราะคิดไม่ออกว่าจะอร่อยตรงไหน
“อร่อยจริงๆ ค่ะ อย่างแรกเลยก็คือผักพวกนี้เก็บจากไร่สด ๆ ก็จะมีความหวานกรอบอยู่ในตัวโดยไม่ต้องพึ่งหมูเห็ดเป็ดไก่ให้ยากเลย สองคือชาวเขาส่วนใหญ่ปรุงอาหารด้วยพริกกับเกลือเท่านั้นไม่มีผงชูรสบั่นทอนสุขภาพร่างกายเหมือนคนเมืองเลย ที่สำคัญทุกคนตั้งใจทำรอพวกเราเพื่อ้าจะตอบแทนความมีน้ำใจค่ะ ดูสิคะว่าผักแต่ละยอดล้วนแล้วแต่เลือกอันดีๆ มาทำทั้งนั้น แล้วดูเด็กๆ สิคะ น่ารักแค่ไหนแต่ละคนมีขันน้ำมาไว้ให้เรากินและล้างมือถึงที่เลย แค่นี้อาหารก็อร่อยแล้วล่ะค่ะ เราจะทำให้ทุกเสียใจไม่ได้นะคะ”
สองศรีพี่น้องนั่งทำตาปริบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลองตักอาหารคำแรกเข้าปาก แม้จะมีอาทิตยากับน้องสาวกินล่วงหน้าไปก่อนหลายคำแล้วก็ตาม และจากที่คิดว่ารสชาติจะไม่เข้าท่าแล้ว
พอกินๆ ดูก็อร่อยหวานหอมกรอบสมกับอวดอ้างไม่น้อย เลยเริ่มเปิบแบบจริงๆ จัง ๆ จนอิ่มแปล้ไปตามๆ กัน
บ่ายโมงกว่าๆ ขบวนก็เคลื่อนไปหมู่บ้านม้ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลและเดินทางไม่นาน จิณณวัตรยิ้มแทบไม่ยอมหุบ เมื่อมองไปทางไหนก็มีแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มของผู้คน ไม่ว่าจะเป็คนให้หรือคนรับ
โดยเฉพาะสาวๆ ที่มารถคันเดียวกันนั้น ทำให้เขายิ้มกว้างกว่าเคย แถมกดชัตเตอร์รัวไม่ยั้งเพื่อเก็บภาพความทรงจำดีๆ เหล่านี้เอาไว้
โดยเฉพาะร่างบางในชุดกางเกงยีน ที่จับจองพื้นที่ในเมโมรีจนเกือบจะเต็ม บ่ายแก่ๆ ก็เป็อันจบงาน ขากลับเลยได้แวะเที่ยวตามรายทาง เย็นย่ำก็รีสอร์ตเดิม
กินมื้อเย็นร่วมกับทีมออฟโรดและร้องเพลงร่วมกันอย่างสนุกสนาน ดึกๆ ก็ทยอยลุกทีละคนสองคนไปนอนเอาแรงเพื่อเดินทางกลับ
“ว่าไงครับน้องเนม”
จิณณวัตรต้องรีบแยกออกไปเป็ที่ปรึกษาเื่สำคัญให้สาวน้อยไฮโซตามเคย ต่อสายจากทรงกลดเื่งานส่วนตัวและตบท้ายด้วยเลขาเื่งานของครอบครัว เลยกลับเข้าห้องช้ากว่าใครเพื่อน
สองสาวหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกหนึ่งสาวเพิ่งจะออกจากห้องน้ำ และกำลังยืนมองเตียงอย่างชั่งใจสลับกับใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เพิ่งสระเสร็จไปด้วย
“คุณจะนอนบนพื้นอีกคืนก็ได้นะ ถ้าอยากให้ผมอุ้มไปไว้บนเตียงอีก ผมไม่ลำบากสักนิดเพราะตัวคุณเบานิดเดียว”
ชายหนุ่มเดินเข้าไปกระซิบใกล้ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับสายตายียวน และเมื่อได้สายตาค้อนกลับเขาก็เผ่นเข้าห้องน้ำหน้าตาเฉย ทิ้งให้คนข้างหลังนั่งเอียงอายอยู่เพียงลำพัง ก่อนจะตัดสินใจลงไปปูฟูกเตรียมไว้ให้เขา เป็การตอบแทนที่เสียสละเตียงอย่างลูกผู้ชาย
“อุ๊บ!!!”
จิณณวัตรต้องรีบรวบร่างบางที่กำลังนั่งสาละวนอยู่กับการเตรียมที่นอน แล้วยกมือหนาขึ้นปิดปากไว้ไม่ให้อุทานเสียงดังออกมา เมื่อเขาย่องเข้ามาทางด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เป็เห็นให้อาทิตยากกใจจนสะดุ้ง ด้วยไม่คิดว่าเขาจะอาบน้ำเร็วและออกมาเร็วขนาดนี้
“ผมจะเอามือออกจากปากถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ร้องจนน้องๆ ของเราตื่นขึ้นมา”
เขากระซิบแ่เบาอยู่ข้างหู อาทิตยาเลยรีบพยักหน้ารับ เขาถึงได้ปล่อยมือออกจากปาก แล้วยกร่างบางขึ้นไปนั่งไว้บนตักเรียบร้อยแล้ว และกอดเอวคอดไว้แทน แถมแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนคนถูกกอดต้องดิ้นรนหนี
“คุณจิณปล่อยฉันได้แล้ว ฉันง่วงและจะไปนอน”
“คุณต้องให้รางวัลที่ผมสละเตียงให้ถึงสองคืนก่อนสิ แถมยังเป็สารถีให้มาตั้งสองวันแล้วด้วย เหนื่อยจะแย่รู้หรือเปล่า”
แต่เขายังหาเหตุมาอ้างข้างๆ คูๆ เพื่อให้ได้กอดร่างนุ่มเอาไว้นานอีกนิด เมื่อหัวใจมันสะกิดบอกว่าอยากอยู่ใกล้ๆ ยัยถั่วงอกขึ้นมาอีกวาระ หลังจากเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อคืนดี โชคดีที่เขายั้งใจเอาไว้ได้
“คุณพาน้องมาเที่ยวเอง ฉันไม่ได้ขอร้องให้มาสักหน่อย ปล่อยสิคะเดี๋ยวเด็กๆ ตื่น”
อาทิตยากระซิบเสียงหนักและทำตาดุใส่กว่าเมื่อครู่ แม้หัวใจจะหวั่นไหวไม่น้อยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขาแบบนี้
“ไม่ปล่อยและคุณจะต้อง...”
แล้วจมูกโด่งก็ฝังลงไปกับแก้มนุ่มอย่างรวดเร็ว และก็เร็วจนเ้าของแก้มหลบไม่ทัน เลยส่งกำปั้นทุบไปที่อกดังปั้ก ก่อนจะโกยแน่บขึ้นไปบนเตียงคว้าผ้าห่มได้ก็รีบนอนแล้วคลุมั้แ่ปลายเท้ายันหัวด้วยความอาย จิณณวัตรที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมต้องยิ้มร่าออกมาด้วยความขำ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเช่นกัน
“นายเล็กมาถึงหรือยังตะวัน”
ชมจันทร์นั่งแทบไม่ติดโซฟา เมื่อใกล้จะได้เวลาไปงานแล้วแต่คนรถยังไม่กลับมาอีก อาทิตยาไม่มีท่าทีรีบร้อนเหมือนเ้านายเลยสักนิด เพราะเดาได้อยู่แล้วว่ายังไงๆ คุณผู้ชายก็กลับไม่ทันแน่ และนั่นก็พลอยทำให้คนรถอย่างเล็กกลับมารับคุณผู้หญิงไม่ได้อยู่แล้ว
“คุณผู้ชายยังปลีกตัวจากลูกค้าไม่ได้ค่ะ ตะวันว่าเราเอารถไปเองดีกว่านะคะคุณผู้หญิง เดี๋ยวคุณแอ๊ฟจะรอ”
“อะไรกันนะ พักนี้มีลูกค้าถี่จริงๆ เลยนะคุณผู้ชายของเธอนี่ คอยดูถ้าพรุ่งนี้กลับมาไม่ทันต้อนรับท่านรัฐมนตรีกินมื้อเย็นที่บ้านอีกล่ะก็ ฉันจะเฉ่งให้เดินไม่เป็เชียว”
อาทิตยาแอบถอนหายใจออกมาน้อยๆ เมื่อได้ยินประโยคนี้ เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการกำกับดูแลคนในบ้านเพื่อจัดอาหารเลิศรสไปต้อนรับแขกสำคัญที่จะพาชาวต่างชาติแวะมาหาเ้านายจนไม่เป็อันทำงานอื่นมาสามสี่วันแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากนิ่ง
“จะเอาคันไหนออกก็ไปเลือกสิแม่ตะวัน มามัวรออะไรอีกล่ะ ต้องให้บอกทุกเื่หรือไงนะ นี่เด็กๆ หายไปไหนหมด ทำไมไม่เอาอะไรเย็นๆ มาให้ฉันดื่มบ้าง แม่ผ่อนก็พลอยหายหัวไปอีกคน ยัยแก้มยัยแหม่มก็ไม่โผล่หน้ามาเลย เฮ้อ!!! เป็อะไรกันไปหมดนะ”
เมื่อไม่ได้อย่างใจก็พาลไปทั่วตามเคย ซึ่งอาทิตยาและคนในบ้านไม่สนใจจะเก็บมาเป็อารมณ์อยู่แล้ว และนั่นยิ่งทำให้คุณผู้หญิงเกิดอาการฮึดฮัดฟึ้ดฟั้ดหนักกว่าเดิมอีก
“เงียบ!!! โอ๊ย!!! ไม่ได้อย่างใจเลยจริงๆ”
“เป็อะไรครับคุณแม่ ท่าทางอารมณ์ไม่ดีเลย ใครบังอาจขัดใจครับ ใช่คนแถวนี้หรือเปล่าน๊า”
จิณณวัตรเข้าบ้านมาก็ได้ยินเสียงแม่ดังั้แ่อยู่ประตูแล้ว จึงอยากจะแซวเล่นๆ และแม้ปากถามแม่แต่ตาส่งไปแหย่เลขาสาวด้วยความอารมณ์ดีกว่าหลายๆ วันที่ผ่านมา เพราะงานหลายอย่างที่ออฟฟิศแก้ปัญหาได้เกือบหมดแล้ว
“จะอะไรอีกล่ะถ้าไม่ใช่เพราะพ่อเราติดลูกค้าคนสำคัญจนกลับมารับแม่ไปงานเดินแฟชั่นโชว์ของน้องไม่ทัน วันนี้ได้เดินแบบต่อหน้าพระพักตร์ด้วย จิณมาก็ดีแล้วไปกับแม่หน่อย จะได้ขับรถแทนยัยตะวัน นะ! ไปชุดนี้ล่ะไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ลูกชายแม่หล่ออยู่แล้ว เร็วเข้างานนี้คุณหญิงกำชับให้แม่รีบไป เพราะซื้อโต๊ะใกล้องค์ประธานด้วย”
เมื่อเห็นแม่อารมณ์ไม่ค่อยดีลูกชายเลยยอมตามใจ แม้จะมีนัดกับคนอื่นไว้แล้วก็ตามที ก็ไหนๆ จะไปที่เดียวกันแล้วพาแม่ไปด้วยหน่อยคงไม่เป็ไรมากมายในความคิดของเขา และเมื่อถึงงานพอส่งแม่นั่งประจำที่แล้ว เขาก็ดอดไปหานางแบบสาวลูกครึ่ง ซึ่งกำลังเป็คู่ควงอยู่ตอนนี้นี้
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































