ความหวาดกลัวเกาะเริ่มเกาะกินหัวใจของทรงพลอย่างช้า ๆ ติดเชื้องั้นเหรอ หรือว่าเรากำลังจะกลายเป็แบบ...
“คุณพ่อค่ะ แย่แล้วค่ะ โทรศัพท์ที่โรงพักไม่มีคนรับสายเลย” เสียงของแคทร้องดังลั่นก่อนที่เธอจะโผล่พรวดออกมาจากครัว และไวเท่าความคิด ทรงพลก็รีบดึงแขนเสื้อที่พับอยู่ให้ยาวลงปิดแขน เพราะเขาไม่้าให้แคท หรือลูกสาวที่เหลืออีกสองคนตื่นใ
“คุณพ่อทำอะไรคะ”
“อะ...อ๋อ ไม่มีอะไรลูก พอดีพ่อกลัวแผลมันจะมีเชื้อโรคเข้าไปก็เลยดึงแขนเสื้อลงมาปิดไว้ชั่วคราว เมื่อกี้ลูกว่าไงนะ ที่โรงพักไม่มีตำรวจรับสายเลยงั้นเหรอน่าแปลกจัง”
“ใช่ค่ะ น่าแปลกมาก ๆ ไม่ใช่แค่นั้น หนูโทรไปที่โรงพยาบาลเองก็ไม่ต่างกัน ไม่มีใครรับสายสักคนเดียว นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่คะคุณพ่อ”
“พะ...พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน จะ...จริง สิแล้วน้อง ๆ เป็ไงกันบ้าง” พอแคทได้ฟังคำถามจากทรงพลผู้เป็พ่อเธอก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อย “ยัยเบลเป็คนเข้มแข็งคุณพ่อทราบใช่ไหมคะ ตอนหนูบอกน้องเื่แม่ดูเหมือนเธอจะใเล็กน้อย ซึ่งผิดกับยัยโมที่ร้องไห้โฮ หนูก็เลยให้ยัยเบลกอด และปลอบน้อง ก่อนจะไปโทรแจ้งตำรวจ แล้วก็อย่างที่บอกคุณพ่อไป ไม่มีใครรับสายสักคนเดียว”
พอทรงพลได้ฟัง เขาก็ทำหน้าเศร้าสลดเพราะรู้สึกผิดต่อลูกสาวทั้งสามเป็อย่างมาก ที่ไม่สามารถช่วยชีวิตภรรยาเอาไว้ได้ แคทที่เห็นดังนั้นจึงนั่งย่อตัวลง และพูดปลอบโยนบิดา เพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้น ทว่า...นั้นเป็สิ่งที่แคททำผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะในขณะที่เธอทำเช่นนั้น ทรงพลกลับรู้สึกประหลาดเหมือนก่อนหน้านี้
“อ๊าาาา....าาา กลิ่นกายของแคททำไมมันถึง หอมยั่วยวนอะไรแบบนี้ แถมเสื้อนักศึกษาที่รัดเนินนมอวบอัดอยู่นั้นก็ช่างน่าบีบ น่าัั น่าลองลิ้มชิมรสเหลือเกิน” ยามนี้หูของทรงพลอื้ออึง สมองเบลอ ครุ่นคิดถึงแต่เื่ลามกอัปรีย์ของตัวมันกับลูกสาว ดวงตาจับจ้องอยู่ที่ทรวงอกของแคท อย่างไม่ละไปไหน
แฮร่รรรร...รรร ทรงพลครางต่ำในคออย่างน่าขนลุก ก่อนจะยกสองมือกางออก และเหมือนจะยื่นไปตะครุบสองเต้าในเสื้อนักศึกษาของแคท ทว่า...เสียงหวีดร้องของแคทก็ดังขึ้นเสียก่อน..
“ว้าย!! คุณพ่อจะทำอะไรแคทคะ” หญิงสาวกระเถิบตัวถอยห่างผู้เป็บิดาไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“หา? ทำ? ทำอะไร? ปะ...เปล่านี่ลูกพ่อแค่...โอยยยย...ยยย อ๊ากกก...กกก” ทรงพลพลันได้สติกลับคืนมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงลูกสาวร้อง แต่หลังจากนั้นความเ็ปก็แล่นไปทั่วร่างโดยเฉพาะที่หัว กับแขนซึ่งติดเชื้อ แคทที่เห็นก็ใมาก และด้วยสัญชาตญาณความเป็ลูกจึงคิดจะเข้าไปดูอาการของทรงพล แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักเพราะเกิดหวาดกลัวขึ้นมา แคทไม่เคยเห็นสีหน้า แววตาท่าทางเขาแบบเมื่อครู่มาก่อน มันดูคล้ายกับ...คล้ายกับ
สีหน้าของแคทซีดเผือดก่อนจะค่อย ๆ หันไปมองร่างไร้ิญญาของเ้าสัตว์นรกที่พรากชีวิตมารดาของเธอไป ใช่แล้ว! แววตา ท่าทาง เหมือนกันไม่มีผิด หรือว่าพ่อของเธอจะ...
“พ่อขอโทษนะแคท ที่ไม่ได้บอกลูกั้แ่เมื่อกี้”
“บะ...บอกอะไรคุณพ่อ” หญิงสาวปากคอสั่น ก่อนจะเอ่ยถาม ทว่า...ทรงพลไม่ได้ตอบในทีแรก แต่เขากลับถลกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นดังเดิม และนั้นเองที่ทำให้แคทขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง
“เหมือนพ่อจะติดเชื้อประหลาดมาจากไอ้สัตว์นรกตัวนี้เข้าให้แล้ว พ่อก็เลยทำตัวแปลก ๆ แบบเมื่อครู่กับลูกลงไป พ่อขอโทษจริง ๆ นะ” เหมือนสายฟ้าเส้นที่สองผ่าลงกลางศีรษะของแคท นี่มันบ้าอะไร เธอพึ่งจะสูญเสียมารดาผู้เป็ที่รักไป ยามนี้บิดายังต้องมาติดเชื้อประหลาดอีกงั้นเหรอ ทำไมทุกอย่างมันถึงโหดร้ายแบบนี้
แคทถึงกับนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ พูดไม่บอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเอายังไงกับตัว หรือกับน้องสาวอีกสองคนต่อจากนี้
“นะ...หนีไปลูกพ่อ พาน้องหนีไป หนีไปขอความช่วยเหลือ พ่อไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน ตัวเองถึงกลายสภาพเป็แบบไอ้สัตว์นรกตัวนี้ และถ้าถึงตอนนั้นพ่ออาจจะทำเื่เลวร้ายกับลูก ๆ เหมือนที่มันทำแบบนั้นกับแม่ก็ได้ หนีไป รีบพาน้อง ๆ ไปซะ”
ทว่า...แคทดูเหมือนจะกำลังใจนสติหลุดเธอจึงนั่งนิ่งไม่ตอบสนองคำของทรงพล ดังนั้นผู้เป็พ่อจึงไม่มีทางเลือกจำต้องปลดคลายโซ่ที่ล่ามสัตว์ร้ายในกายออกอย่างเลี่ยงไม่ได้
“กูบอกให้มึงกับอีเด็กสองคนนั้นรีบไสหัวไป หูหนวกเรอะ หรือว่าอยากโดนของท่อนเอ็นกูกระเด้าจนหอยแหกแบบแม่ของพวกมึงหา!!” ทรงพลขึ้นเสียงดังพร้อมกับสบถคำหยาบคายออกมา จนแคทใ ได้สติกลับคืนมา และภาพที่เธอเห็นก็คือ ใบหน้าของบิดาที่ดูน่าหวาดกลัว ชวนสยองยิ่งกว่าเ้าสัตว์นรกที่นอนตายตรงนั้นเสียอีก
แคทไม่รอช้าพลันลุกยืน และวิ่งเข้าไปในครัว ก่อนจะมีเสียงของเบลถามว่า เกิดอะไรขึ้น
“อย่าพึ่งถามอะไรพี่ ตอนนี้พวกเราต้องรีบหนีกันก่อน ไปเร็ว!”
“หนี? ทำไมต้องหนี แล้วพ่อล่ะพี่แคท” เบลถามขึ้นอีกครั้ง แต่แคทไม่สนใจจะตอบ เธอใช้สองมือฉุดกระชากน้องสาว ทั้งสอง และพาวิ่งออกนอกห้องครัว เบลพยายามขัดขืนแต่เธอก็สู้แรงพี่สาวไม่ไหว ส่วนโมนั้นเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ดังนั้นตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นเธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
“พี่แคทปล่อยนะ ปล่อยหนู หนูจะไปดูคุณพ่อ คุณพ่อ...!!” เบลร้องเรียกทรงพลสุดเสียง ขณะที่โดนพี่สาวฉุดกระชากลากถูไปยังประตูหน้าบ้าน ส่วนทรงพลที่เห็นแบบนั้นเขาก็ได้ระบายยิ้มบาง ๆ ส่งให้เบลเป็ครั้งสุดท้าย เพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าอีกไม่นานสติสัมปชัญญะ กับความเป็มนุษย์เขาคงจะหายไปอย่างสมบูรณ์ และถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์เดรัจฉานที่กระหายในราคะ เวลานั้นเขาคงมองเห็นลูกสาวทั้งสามเป็แค่เหยื่อกามเท่านั้น ทรงพลได้แต่ภาวนาขอให้ ลูกสาวทั้งสามของเขาหนีไปให้ไกลที่สุด และได้พบกับความช่วยเหลือจากใครสักคน เมื่อนั้นเขาก็คงหมดห่วง ส่วนที่เหลือก็แค่ ขอให้มีใครมาฆ่าเขาเพื่อให้พ้นจากความทรมาน
“ฆ่างั้นเหรอ? จริงสินะ เรายังมีะุเหลืออยู่นี่หว่า ถ้าจะต้องกลายเป็แบบไอ้สัตว์นรกตัวนี้ สู้ชิงตายไปก่อนไม่ดีกว่ารึไง”
เวลานั้นทรงพลก็เกิดมีความคิดผุดขึ้นมา นั้นก็คือการปลิดชีพตัวเอง ก่อนจะกลายเป็ตัวประหลาดกระหายกามราคะ ชายหนุ่มไม่รอช้า หันไปหาปืนสั้นที่วางอยู่ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาจ่อที่หัว จากนั้นก็....
ปัง...!!
จบตอน