ตอนที่10ฉันจะสะกดจิตให้เป็บ้าเลย
เมื่อหยางจวินไปตรวจสอบคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองเขาพบคำค้นหาจำนวนมากเกี่ยวกับวิธีการสร้างรายได้และอาชีพในประเทศจีนทำให้เขารับรู้มากขึ้นว่าณิชาคง้าหางานทำ ซึ่งเขาเกิดความรู้สึกอยากช่วยเหลือเธอทันใดทว่าเขาจำเป็ต้องตรวจสอบเื่อื่นไปก่อนโดยเขาพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องไม่มีโปรแกรมที่น่าสงสัยแต่อย่างใดจึงไม่้าเสียเวลาค้นหาอีก
“อาหัวคุณให้คนตรวจสอบเครื่องคอมที่เหลือทั้งหมดภายในวันนี้ แล้วแจ้งผมด้วยหากมีโปรแกรมที่น่าสงสัยและเพิ่งถูกติดตั้งใหม่ หากมีรีบแจ้งผมด่วนเลย เข้าใจไหม?”
หยางจวินสั่งการกับผู้จัดการร้านโดยตรงเนื่องจากเขามีภารกิจอื่นที่สำคัญสำหรับตนเองจึงไม่้าเสียเวลาตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดภายในร้านอินเทอร์เน็ตแห่งนี้
“เข้าใจแล้วครับเ้านายผมจะสั่งให้ทุกคนเร่งตรวจสอบทันที”
ผู้จัดการร้านตอบรับคำสั่งจากหยางจวินด้วยความเกรงกลัวซึ่งเขารู้สึกสงสัยการกระทำของหยางจวินอยู่บ้างทว่าไม่กล้าสอบถามหรือซักไซ้แต่อย่างใด จึงเลือกที่จะสงบปากสงบคำดีกว่า
อนิจจา!!!
หยางจวินไม่รู้เลยว่าณิชาเขียนโปรแกรมทิ้งไว้ในเครื่องที่สามโดยที่ไม่มีใครสามารถตรวจพบโปรแกรมลับของเธอได้เลยสักคน
หลังจากสั่งงานเสร็จเรียบร้อยหยางจวินโทรหาลูกน้องอีกคนให้ตรวจสอบรายชื่อคนเข้าพักในโรงแรมทั้งหมดของเมืองซีอานเขาคิดที่จะตามหาณิชาเพื่อให้การช่วยเหลือเธอ เป็การทำตามหัวใจตัวเองครั้งแรกที่เขาเติบโตมา
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยผิดหวังเพราะความรักมาก่อนเมื่อครั้งเรียนในมหาวิทยาลัยตำรวจแห่งประเทศจีนซึ่งครั้งนั้นเขาไม่มีโอกาสทำตามหัวใจตัวเองแม้แต่น้อย
สักพักหยางจวินมาถึงโรงแรมฟิวเจอร์ซึ่งเป็หนึ่งในธุรกิจของเ้านายหรือจ้าวหลงเขาต้องรับผิดชอบในการทำหน้าที่เป็ตัวตายตัวแทนของเ้านายผู้เกียจคร้านและชอบทำงานอยู่เื้ัซึ่งเขารับหน้าที่นี้ั้แ่เริ่มเรียนปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยจนกลายเป็มือขวาของเ้านายโดยปริยาย
ทันใดนั้นมีเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าของวีแชตดังขึ้นจากลูกน้องซึ่งเขามอบหมายให้ติดตามร่องรอยของณิชาโดยลูกน้องแจ้งตอบกลับเป็ข้อความพร้อมกับพิกัดที่อยู่ของโรงแรมที่ณิชาพักอย่างชัดเจนนั่นคือ “โรงแรมเอ็นเตอร์ไพรซ์” เป็โรงแรมระดับสามดาวเท่านั้น
“เธอพักที่โรงแรมนั้นเองหรือ? ให้คนไปสังเกตการณ์ก่อนละกันหากฉันโผล่ไปตอนนี้ดูกระไรอยู่ เหมือนจะตามติดเธอเกินไปเดี๋ยวเธอไม่ชอบขี้หน้าฉันขึ้นมา มันจะต่อติดยากเอาไว้ค่อยทำตัวเป็ฮีโร่ขี่ม้าขาวไปช่วยเ้าหญิงดีกว่า”
หยางจวินลูบคางตนเองพลางพึมพำอย่างชั่งใจด้วยท่าเอนกายเอกเขนกอยู่บนโซฟาในห้องพักหรูชั้นบนสุดของโรงแรมฟิวเจอร์ด้วยฐานะเ้าของหุ้นส่วนใหญ่ของโรงแรม ทำให้เขาเริ่มเข้าใจเ้านายมากขึ้นว่าการไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำงานหรือบริหารธุรกิจเองทว่าเลือกใช้เงินลงทุนแล้วปล่อยให้คนอื่นทำงานแทนเมื่อถึงเวลาก็รอรับเงินปันผลล้วนเป็ความคิดที่ไม่เลวเหมือนกัน
จากนั้นเขาผุดลุกขึ้นนั่งเหมือนกับคิดแผนการบางอย่างออกพลางหยิบโทรศัพท์กดปุ่มบันทึกเสียงสั่งการลูกน้องออกไปว่า
“ส่งคนเฝ้าระวังความปลอดภัยและเก็บข้อมูลการใช้ชีวิตของเธอมาให้ฉันทุกวัน หากพบเธอจะมีอันตรายให้รีบแจ้งฉันมาด่วน!”
“รับทราบครับผม!”ปลายสายขานรับคำสั่งของหยางจวินส่งมาให้ทันที
หยางจวินเลือกที่จะอยู่ห่างๆเพื่อดูแลณิชาดีกว่าผลีผลามเข้าไปแสดงตนซึ่งเขากังวลว่าอาจทำให้เธอไม่พอใจและปิดโอกาสในการสร้างสัมพันธ์พิเศษกับเธอในอนาคต
อย่างไรก็ตามหยางจวินไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าณิชากำลังตั้งครรภ์อยู่เนื่องจากหมอมานพบอกเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการาเ็ของเธอเท่านั้นส่วนการตั้งครรภ์ของเธอนั้น หมอมานพเลือกที่จะปิดบังเพราะต้องได้รับอนุญาตจากคนป่วยก่อนซึ่งเป็สิทธิ์อย่างหนึ่งของคนป่วยที่หมอมานพไม่้าละเมิดสิทธิ์นั้นเนื่องด้วยเป็เื่ละเอียดอ่อนที่ไม่จำเป็สำหรับคนนอกอย่างหยางจวิน
..........
ณิชากลับมาถึงห้องพักตนเองแล้วหลังจากที่เธอแวะกินข้าวข้างทางก่อนเข้าโรงแรมเธอพบว่าตนเองทำงานเพลินจนลืมกินข้าวเมื่อกลับถึงห้องเธออาบน้ำแล้วนอนหลับยาวจนถึงรุ่งเช้ารวดเดียว
เช้านี้ณิชาตั้งใจไปร้านฝูเหยาเพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับญาติทางแม่ของตนเองซึ่งเธอบอกกับตัวเองไม่ให้คาดหวังมากเกินไปเนื่องจากคนแซ่เทียนมีเป็จำนวนมากในประเทศจีนรวมทั้งเธอแทบไม่มีข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับแม่อีก นอกจากหยกชิ้นเดียวที่ห้อยคออยู่เป็เสมือนกุญแจสำคัญเพียงดอกเดียวในการติดตามร่องรอยของบรรพบุรุษทางแม่
ขณะที่ณิชากำลังกินอาหารเช้าของโรงแรมอยู่นั้นเธอพบว่ามีชายฉกรรจ์สองสามคนลอบสังเกตเธออยู่ลับๆสร้างความงุนงงให้กับเธอเป็อย่างยิ่ง ทว่าเธอไม่ได้เกรงกลัวพวกเขาแต่อย่างใด
‘ใครกันที่กล้ามาสอดแนมฉัน? หากฉันแข็งแกร่งดังเดิม ฉันจะสะกดจิตให้เป็บ้าเลย บังอาจนัก’
ณิชาคิดด้วยความหงุดหงิดที่ชีวิตอิสระของตนถูกใครบางคนลอบติดตามทว่าเธอทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเพื่อตรวจสอบว่าใครอยู่เื้ัการกระทำนี้อีกประการหนึ่งคือเธอสังเกตพบว่าพวกเขาไม่ได้ส่อเจตร้ายกับเธอทำให้เธอปล่อยพวกเขาไปก่อน
ครั้นกินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยเธอเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ร้านฝูเหยาในเขตพื้นที่จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าโบราณที่ขึ้นชื่อของเมืองซีอาน
ตลอดเส้นทางที่เธอนั่งแท็กซี่ไปร้านฝูเหยาเธอเหลียวมองทิวทัศน์สองข้างทางอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะที่ผ่านมาเธอแทบไม่ได้สนใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัวมากนักเนื่องจากชีวิตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็ดาวเอเอสที่ทุกวันมีแต่การฝึกฝนและเรียนรู้ส่วนชีวิตเก่าของณิชาก็มีแต่ทำงานรับใช้สองแม่ลูกส่วนการช่วยงานของพ่อก็ทำให้ไม่มีโอกาสไปท่องเที่ยวเช่นกัน
‘ฉันโชคดีเสียจริงที่ได้เกิดใหม่อย่างน้อยก็มาเกิดในโลกที่มีทิวทัศน์สวยงาม ไม่ใช่เต็มไปด้วยซากศพคนหรือหุ่นยนต์เดินตรวจตรา ยัยณิชาก็โชคร้ายเหมือนกันแฮะ มัวแต่ทำงานรับใช้สองแม่ลูกพ่อก็ใช้งานหนักยิ่งกว่าคนรับใช้อีก เฮ้อ! น่าสังเวชเสียจริง’
ณิชาคิดถึงความหลังของตนเองทั้งในฐานะเอสเปอร์บนดาวเอเอสและณิชาลูกสาวอาภัพของนายณรงค์ ศรีวรรณรงค์
จนกระทั่งแท็กซี่ไปจอดในเขตพื้นที่จอดรถชั่วคราวของย่านการค้าสินค้าโบราณชายชราคนขับรถแท็กซี่บอกเธออย่างมีไมตรีว่า
“แม่หนูฉันส่งได้แค่นี้นะ หนูต้องเดินเที่ยวเอง ทางการไม่ปล่อยให้รถแล่นเข้าไปข้างใน”
“เข้าใจแล้วขอบคุณมากค่ะคุณลุง นี่ค่ะค่าโดยสาร”
ณิชาพยักหน้าเข้าใจพลางหยิบเงินออกมาส่งมอบให้ชายคนขับรถเธอจำเป็ต้องรอเงินทอนกลับคืนเพราะเวลานี้เธอจนอยู่ซึ่งเงินทุกหยวนล้วนมีความหมายกับเธอมาก โดยณิชาแลกเงินบาทเป็เงินหยวนจำนวนหนึ่งขณะที่ลงจากเครื่องบินในเมืองปักกิ่ง
เธอเดินทอดน่องมองร้านขายสินค้าข้างทางมีทั้งร้านแบกะดินและร้านค้าขนาดเล็กห้องเดียว ขนาดกลางสองสามห้องและร้านค้าขนาดใหญ่ตกแต่งสวยงามอลังการ เธอพยายามกวาดสายตามองหาร้านฝูเหยาทว่าเดินเข้ามาไกลจากปากทางที่รถจอดแล้ว ยังไม่พบร้านเป้าหมายสักที ทำให้ณิชารู้สึกแปลกใจกับร้านนี้ไม่น้อย
“เอ!ในพิกัดที่ฉันตรวจสอบข้อมูล ก็บอกไว้ว่าอยู่แถวๆ นี้นี่นา”
ณิชาพึมพำพลางหยุดยืนแหงนหน้ามองป้ายร้านใหญ่โตสวยงามในชื่อจีนว่า“ฮุ่ยหวง” ที่แปลว่ารุ่งโรจน์ เธอขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับพิกัดที่อยู่จึงเดินเข้าไปสอบถามภายในร้านด้วยความสงสัย
พลันมีเสียงทักทายเธอจากชายหนุ่มพนักงานขายของในร้านว่า
“สวัสดีครับสนใจสินค้าไหนเป็พิเศษไหมครับ?”
ณิชายิ้มน้อยๆให้กับท่าทางบริการลูกค้าที่เป็มิตรของชายหนุ่ม เธอสอบถามเขาอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ขอบคุณมากค่ะฉันยังไม่สนใจสินค้าตอนนี้ แต่ฉันอยากรู้ว่าร้านฝูเหยาอยู่ที่ไหนหรือคะ?”
ชายหนุ่มชะงักครู่หนึ่งก่อนเอี้ยวตัวส่งเสียงถามกลับเข้าไปในร้านอย่างสงสัยว่า
“เถ้าแก่ครับคุณผู้หญิงถามหาร้านฝูเหยา เถ้าแก่พอจะรู้ไหมครับ? ขอโทษด้วยนะครับพอดีผมเพิ่งมาทำงานวันแรก เลยไม่ค่อยรู้จักแถวนี้เท่าไหร่?”
ท้ายประโยคชายหนุ่มหันหน้ามาบอกณิชาอย่างเก้อเขินถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เข้ามาซื้อสินค้าทว่าเขาไม่กล้าขับไล่สาวสวยตรงหน้าอย่างไร้มารยาท จึงยินดีช่วยเหลือเท่าที่ตนทำได้
จากนั้นมีเสียงชายชราเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกับจ้องมองณิชาด้วยความแปลกใจก่อนที่จะตอบคำถามของลูกจ้างตนว่า
“แม่หนูตามหาร้านฝูเหยาหรือ?ร้านนี้ขายกิจการให้ฉันเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง ตอนนี้พวกเขาไปอยู่ที่ไหนแล้วฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แม่หนูมีอะไรกับพวกเขาหรือเปล่า?”
ชายชราแสดงความมีน้ำใจกับณิชาด้วยความเอ็นดูเขารู้สึกคุ้นเคยกับเธออย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าเธอเป็ลูกหลานคนหนึ่งของตนจึงพยายามสอบถามเพื่อช่วยเหลือเท่าที่ทำได้
ณิชานิ่งอึ้งไปชั่วขณะเธอไม่คาดคิดว่าการตามหาญาติจะมีอุปสรรคั้แ่เริ่มต้นทั้งที่เธอเตือนตนเองไม่ให้คาดหวังมากนัก ทว่าพอพบกับความเป็จริงตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกหดหู่เล็กน้อย จึงตอบกลับชายชราเ้าของร้านด้วยความผิดหวังว่า
“ไม่เป็ไรค่ะคุณตาขอบคุณมากนะคะ”
ณิชายิ้มน้อยๆให้กับชายชราพลางหันหลังเดินออกจากร้านด้วยความเสียใจและผิดหวังที่งานแรกต้องประสบความล้มเหลว
หลังจากณิชาเดินออกจากร้านไปสักพักชายชรานำภาพวาดของหยกเก่าแก่ชิ้นหนึ่งออกมาให้ลูกจ้างชายหญิงดูพร้อมกับกำชับเสียงเข้มว่า
“หากมีลูกค้าหรือใครก็ตามมาขายหรือว่าเอาหยกชิ้นนี้มาให้ตรวจสอบ รีบแจ้งฉันโดยด่วนเข้าใจไหม?”
“เข้าใจค่ะ/ครับ”ลูกจ้างชายหนุ่มหญิงสาวทั้งสองคนต่างขานรับคำสั่งเถ้าแก่ร้านอย่างจริงจัง
อนิจจา!!!
หากณิชานำหยกห้อยคอออกมาให้ร้านนี้ตรวจสอบเธอจะสามารถค้นพบญาติทางแม่ได้ทันทีทว่าเธอกลับไม่ได้แสดงหยกดังกล่าวให้ร้านฮุ่ยหวงดูแต่อย่างใดเนื่องด้วยเธอกังวลว่าหยกชิ้นนี้อาจนำมาซึ่งอันตรายหรือปัญหาให้แก่ตนเพราะความเก่าแก่และพลังลึกลับบางอย่างที่เธอััได้ทำให้เธอเลือกที่จะปิดซ่อนหยกห้อยคอไว้อย่างมิดชิดแทน
จากนั้นณิชาเดินดูสินค้าแต่ละร้านด้วยความสนใจทว่าเธอไม่ได้เลือกซื้อสินค้าสักชิ้นเพราะกังวลกับจำนวนเงินที่เหลืออยู่ของตนเองเมื่อเธอเดินเข้าไปดูสินค้าในร้านหนึ่งด้วยความสนใจ เป็ร้านที่เต็มไปด้วยโบราณวัตถุประเภทเครื่องปั้นซึ่งดูสวยงามแปลกตา
ระหว่างนั้นมีลูกค้าอยู่ภายในร้านสามกลุ่มพนักงานหญิงคนหนึ่งปราดเข้ามาทักทายเธออย่างเป็มิตรว่า
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้าสนใจสินค้าชิ้นไหนเป็พิเศษไหมคะ?”
“ยังค่ะขอฉันเดินดูก่อนได้ไหม?” ณิชาตอบกลับอย่างมีมารยาท พลางเดินทอดน่องดูสินค้าในร้านด้วยความสนใจ
พลันมีเสียงซุบซิบจากชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็คู่รักกันโดยฝ่ายหญิงพูดแสดงความคิดเห็นเชิงดูถูกณิชาโดยตรงว่า
“คุณคะดูผู้หญิงคนนั้นสิ ดูท่าน่าจะไม่มีเงินแต่อยากดูสินค้าราคาแพง”
“ผมว่าเธอไม่เหมือนพวกโจรหรอกนะอาจจะชื่นชอบโบราณวัตถุ หรือไม่ก็ลวดลายเก่าแก่พวกนี้ก็ได้”
“เอ๊!คุณเดาใจเธอออกงั้นหรือ?”หญิงสาวหรี่ตามองแฟนหนุ่มด้วยความสงสัยกับท่าทีออกรับแทนหญิงแปลกหน้า
“คุณพูดมั่วแล้วเดี๋ยวคนอื่นก็เสียหายหรอก”ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนปฏิเสธแฟนสาวเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนท่าทีตนเอง
ชายหนุ่มออกตัวแทนณิชาด้วยความสนใจในความสวยของเธออย่างอดใจไม่อยู่เขาพบว่าพฤติกรรมความสนใจของณิชาดูธรรมดาไม่มีการส่อแววที่ตั้งใจจะขโมยสินค้าแต่อย่างใดจึงกล้าที่จะพูดกึ่งรับรองไปเช่นนั้นโดยที่ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาตามมา