ตอนที่ 3
มหาลัยเราจะมีโรงอาหารให้แต่ละคณะ จะเล็กจะใหญ่ก็ว่าไปตามจำนวนนักศึกษา เวลาพักเที่ยงแบบนี้ฉันกับพิมมี่เพื่อนรักก็มากินที่นี่แหละ สะดวกดี พร้อมเรียน่บ่ายได้ทันเวลา
อ่อ จริงๆ เพื่อนฉันก็ชื่อพิมนั่นแหละ แต่ฉันเรียกพิมมี่เพราะเห็นว่าแบบนี้มันน่ารักดี คนอื่นๆ ก็พลอยเรียกตามไปด้วยเลย
“พิมมี่”
เรียกเพื่อนไว้ตอนเดินผ่านตู้ล็อคเกอร์ที่ไม่เคยล็อคของฉัน ทำไมวันนี้ประตูมันเปิด
ปกติฉันจะไม่ค่อยได้ใช้งานมันหรอก เอาไว้บางเวลาเช่นวันที่หนังสือมันพะรุงพะรังไรงี้ คือถึงจะไม่เคยล็อคและไม่ได้ใช้บ่อยแต่ก็ไม่ควรมีคนอื่นมาแอบใช้ป่ะ
“หื้ม..?”
“ล็อคเกอร์ฉันเปิด แกมานี่กับฉันก่อน” ว่าแล้วก็ดึงแขนมันให้เดินตาม ก้าวเท้าไม่กี่ครั้งก็ถึงเป้าหมาย
ฉันเปิดบานตู้ที่มีป้ายแปะอยู่ข้างหน้าว่า ‘สายซอ ปีสอง’ ออกมาด้วยความหงุดหงิด แต่พอเห็นของข้างในก็กลายเป็งุนงง
“อะไรอ่ะ...?” พิมมี่มองด้วยความสงสัย ฉันหยิบแก้วพลาสติกร้านเครื่องดื่มยี่ห้อดังที่มีปลอกแก้วสีสันน่ารักออกมาจากตู้
“ชานมไข่มุก...?”
“ของใครอ่ะซอ ให้ผิดหรือเปล่า”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
คือแก้วมันยังไม่ถูกเจาะ มีหลอดที่ยังไม่แกะพลาสติกหุ้มให้มาด้วยไง ฉันมองเข้าไปในตู้อีกทีก็ไม่เห็นมีอะไรอยู่
แต่พอสังเกตแก้วดีๆ มีลูกศรเขียนไว้บนแก้ว ฉันกับพิมมี่มองหน้ากันแบบยังงงไม่หาย ก่อนที่พิมมี่จะดึงแก้วออกมาจากปลอก
ที่ด้านในของปลอกแก้วมันมีข้อความเขียนอยู่ด้วย!
‘ให้สายซอนะครับ ชานมไข่มุกหวานน้อยใส่ไข่มุกสีขาว รู้ว่าชอบแบบนี้ รู้ด้วยว่าจะชอบมากถ้าซื้อจากร้านนี้ กินให้อร่อยนะครับ : )’
“เห้ย!”
“หูยยยยย แซ่บ มีผู้ชายส่งน้ำมาให้ด้วย”
“ใครให้ก็ไม่รู้ แกคิดว่าฉันจะกล้ากินไหม”
แล้วคนซื้อรู้ได้ไงอ่ะว่าฉันชอบแบบนี้ โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย!
“แต่มันยังไม่ได้เจาะเลยนะซอ กินๆ ไปเหอะ เสียดายของ”
“ฉันว่าดูเหมือนโรคจิต”
“เขาอาจจะแอบชอบแกไง เหมือนเวลาที่แกแอบเอาขนมไปให้รุ่นพี่ตอนมัธยมอ่ะ”
อ่า... พูดจามีเหตุผล ฉันหมุนแก้วในมือไปมา คิดอยู่ไม่ถึงสิบวินาทีก็ตัดสินใจถือแก้วนั่นติดมาด้วย พอกินข้าวเสร็จตอนที่นั่งใต้ตึกรอเรียนวิชาถัดไปก็ได้เวลาของหวาน
ฉันเจาะแก้วแล้วดูดชานมขึ้นมา...
จืดไปหน่อย สงสัยจะทิ้งไว้นานเกินไป
ฉันกับพิมมี่ก็นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ไม่ใช่ว่าพวกฉันไม่มีเพื่อนคนอื่นคบหรอกนะ แต่เราสองคนสนิทกันที่สุดไง มันแล้วแต่จังหวะมากกว่า ถ้าเจอเพื่อนก็ไปนั่งกับเพื่อน ถ้าไม่เจอก็อยู่กันสองคน
ฉันทอดสายตามองไปทั่วใต้ตึกเพราะมือถือไม่มีอะไรให้เล่นแล้ว โซเชียลกี่แอพก็เลื่อนดูจนเบื่อ พิมมี่ก็กำลังเล่นเกมอย่างเมามัน
ฉันมองผ่านหลังเพื่อนฉันไป แล้วอยู่ๆ ก็เห็นพี่แจ็ค!
ไม่แปลกหรอกที่จะเจอเพราะเรียนคณะเดียวกัน พี่แจ็ค เรียนบริหาร ส่วนพวกฉันสองคนเรียนบัญชี คือมหาลัยฉันเอาสองสาขานี้ไว้ที่คณะเดียวกันน่ะ
ร่างสูงเดินมากับเพื่อนเขาอีกสามคน ฉันไม่รอช้าคว้ามือถือที่พึ่งวางไว้ขึ้นมาโทรหาเขาทันที
รอไม่นานพี่แจ็คก็หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดรับสาย
‘ว่าไง’
“หันมาขวามือหน่อยค่า เห็นซอป่าว ซอนั่งอยู่กับพิมมี่”
เขาฟังจบก็หันมาจริงๆ ฉันโบกมือให้ด้วยท่าทางที่คิดว่าตัวเองน่ารัก พี่แจ็คตัดสายทิ้ง หันไปพูดกับเพื่อนสองสามคำแล้วเดินตรงมาทางฉัน
ยังไม่ได้บอกให้มาเลยนะ ทำงี้ฉันก็ดีใจแย่เลยสิ ยิ้มแก้มปริเลยเนี่ย!
พี่แจ็คเดินเข้ามาใกล้ นั่งลงที่เก้าอีกอีกตัวซึ่งยังว่างอยู่ พิมมี่เหลือบตามามองนิดนึง ปากก็เอ่ยทักทาย
“หวัดดีค่ะพี่แจ็ค พิมขอเล่นเกมก่อนนะ”
“หวัดดีพิมมี่ ตามสบายเลย”
“หวัดดีค่ะพี่แจ็ค” ฉันทักเขาบ้าง หน้าก็ยังหุบยิ้มไม่ได้
“อะไรของเรา”
“คิดถึงค่ะ ...^^...”
“...” นี่สัญญาณตอบรับของพี่แจ็ค
“อะแฮ่ม! ให้มันน้อยๆ หน่อยสายซอ!” ส่วนนี่คือของพิมมี่
“คิดถึงจริงๆ นะคะ”
“อืม” ตอบรับแล้วส่ายหน้าแบบปลงกับคำพูดฉันเต็มที
“แล้วซอโทรเรียกพี่มาทำไม”
“ซอไม่ได้เรียก แค่โทรถามว่าเห็นซอหรือเปล่า”
“โอเค งั้นพี่กลับ” พูดแล้วทำท่าจะลุกขึ้น ฉันเลยรีบดึงเขียนเขาไว้
“เดี๋ยวก่อนค่ะ มาแล้วก็นั่งเล่นก่อนก็ได้ แล้วค่อยขึ้นเรียนพร้อมกันนะ...นะคะ...นะ”
“...”
“...^^...”
“ก็ได้...” ตอบแล้วยอมนั่งลงเหมือนเดิม พี่แจ็คเอี้ยวตัวจะหยิบมือถือในกางเกง แล้วสายตาเขาก็ไปสะดุดกับแก้วชานมไข่มุกของฉัน
“นี่ของใคร”
“ของสายซอค่ะ มีผู้ชายซื้อมาให้”
“พิมมี่!!” ฉันหันหน้าไปมองคนพูดอย่างรวดเร็ว บอกว่าของฉันเฉยๆ ก็ได้ บอกว่ามีคนซื้อให้ทำไมเนี่ย!
ฉันรีบหันหน้ากับมามองพี่แจ็ค คิ้วหนานั่นขมวดเข้ามาหากันน้อยๆ มองหน้าฉันแล้วพูด
“แล้วซอกินทำไม”
อย่านะ... อย่าพูดให้ฉันเข้าข้างตัวเองว่าเขาหึง!
“ก็ไม่อยากให้คนให้เสียน้ำใจนี่คะ แต่ถ้าพี่แจ็คไม่ชอบให้รับของจากคนอื่น ซอไม่กินก็ได้...”
บ้าเอ้ย เขินเลยเนี่ย...
“พี่หมายถึงเมื่อเช้าเราไอ บอกว่าคันคอ แล้วจะกินของเย็นทำไม”
“อ่า... ซอก็นึกว่าหึง”
“...” ร่างสูงกลอกตามองบนแล้วถอนหายใจ ส่วนคนที่นั่งเป็ส่วนเกินก็หัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ
“ฮ่า ๆๆๆ”
“...” และนี่คือฉันเอง เงียบเลยสิ รู้สึกอายนิดนึง...
“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วสายซอ อยู่กับเราแล้วปวดหัวจริง”
พูดแล้วเล่นมือถือไม่สนใจฉันอีก หันไปสบตาพิมมี่มันก็ยิ้มแบบสมน้ำหน้าส่งมาให้ พอจะยื่นมือไปหาแก้วชานมไข่มุกก็โดนสายตาดุๆ ส่งมาจนฉันไม่กล้ากินมันทุกที ตอนนี้เลยได้แต่นั่งเซ็งรอเวลาขี้นเรียน
พี่แจ็คก็เป็สะอย่างนี้! แล้วฉันจะห้ามตัวเองไม่ให้มโนได้ยังไง!
....................................................................................................