‘กันชน’ ไม่ได้เริ่มทำหน้าที่ใดๆเพราะตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็น หากแต่เมื่อถึงเวลา กัลปพฤกษ์คงจะมีความหมายต่อเพื่อนรักไม่น้อยแถมตอนนี้กันชนของเขาเกิดไม่ต้องชะตากับผู้หญิงของเขาเสียอีก
ลายเสือนั่งฟังการปะทะคารมของทั้งสองคนเหน็บแนมกันเป็นระยะ หากแต่ทั้งคู่ก็ผลัดกันนิ่งผลัดกันจู่โจมเรื่องก็เลยไม่บานปลายจนน่าเป็นห่วงมองผิวเผินดูเหมือนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมาเสียมากกว่าทั้งที่เพิ่งจะเจอหน้าค่าตากันเป็นครั้งแรกแต่เหมือนเหม็นขี้หน้ากันมาตั้งแต่ภพชาติปางก่อน
รถยนต์คันหรูวิ่งฉิวบนท้องถนนที่โล่งว่างออกมาแถบชานเมืองไม่ได้ตรงเข้าไปบ้านของฝ่ายชายตามที่มานาลีคาดการณ์ไว้หากแต่กลับมาจอดยังร้านอาหารอันคุ้นเคยของสามหนุ่มเพื่อนรัก...นั่นก็คือ ‘ระเบียงปลา’
“มาบ้านข้าทำไมวะไอ้เสือ...หรือว่าเปลี่ยนใจมาส่งข้าที่บ้านก่อนเอ็งจะได้มีเวลาไปจู๋จี๋กับสาวฝรั่งได้เต็มที่”
กัลปพฤกษ์จงใจเรียกมานาลีว่า ‘สาวฝรั่ง’ ทำให้คนถูกเรียกสะบัดหน้าพรืดมองอย่างเอาเรื่อง
“คำก็ฝรั่ง...สองคำก็ฝรั่ง...ขอให้หลงฝรั่งจนโงหัวไม่ขึ้นสักวัน”
สาวลูกครึ่งพูดลอยหน้าลอยตา...โต้กลับแบบไม่เกรงใจแถมยังพูดประชด หากฝ่ายชายที่นั่งอยู่เบาะหลังก็ไม่ยี่หระต่อคำพูดนั้นกลับยอกย้อนสวนทันควัน
“ถ้าได้สาวฝรั่งประเภทที่อกอึ๋มๆหุ่นสะบึมๆหน่อย...ก็คงเข้าท่ากว่าพวกไม้กระดาน...มองไม่ออกว่าไหนเป็นด้านหน้าไหนเป็นด้านหลัง” คนพูดยักไหล่ทำท่าสะใจ
มานาลีก้มมองเรือนร่างของตัวเองโดยเฉพาะทรวงอก เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นทำหน้ายื่นหน้ายาวโดยใช้สายตาลามเลียมองมายังส่วนที่เจ้าตัวบอกว่าเหมือนไม้กระดาน
สาวลูกครึ่งขยับตัวยกมือขึ้นกอดอก เพื่อจะปิดบังส่วน ‘จอแบน’ หันไปมองหน้าลายเสือก่อนเปลี่ยนบทสนทนา เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มพูดในส่วนที่เป็นข้อด้อยสำหรับเธอ
“มาร้านอาหารทำไมกันคะดาร์ลิงค์เมนี่ยังไม่หิวเลย...เมนี่อยากเข้าบ้านมากกว่าอยากอาบน้ำอาบท่าเหนียวเนื้อเหนียวตัวไปหมด...รู้สึกว่ามีพวกฝุ่นละอองมันเกาะอยู่เต็มตัว”เธอปรายตามองเหยียดชายหนุ่มที่กำลังกล่าวหาว่าเป็น...ฝุ่นละออง
ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของร้านหัวเราะร่วน...หันไปตบบ่าเพื่อนเมื่อรถจอดสนิทใต้ต้นไม้หน้าร้าน “เห็นไหมไอ้เสือ...เอ็งนี่ไม่รู้ใจผู้หญิงเล้ย...ว่าอยากหรือไม่อยากทำอะไรสงสัยที่หิวคงจะเป็นอาหารอย่างว่า”
“crazy…” สาวฝรั่งแอบบ่นเบาๆเมื่อหันไปมองนอกตัวรถ
ลายเสือที่นั่งฟังมานานเห็นว่าทั้งคู่ท่าทางจะหากาวมาเชื่อมให้ลงรอยได้ยาก จึงหาทางสงบศึก “ผมว่าเราอย่าเพิ่งคุยกันเลยนะเดี๋ยวไปหาอะไรทานรองท้องก่อนดีกว่า...ผมหิวละ”
คนพูดพยักพเยิดให้เจ้าของร้านลงไปก่อน“สั่งอาหารเผื่อข้าด้วย เดี๋ยวตามลงไป”
กัลปพฤกษ์ยักคิ้วให้เพื่อนอย่างรู้กัน...คงต้องปล่อยให้เพื่อนเขาแก้ปัญหาทางอารมณ์ให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงไป เขาเองจึงมีหน้าที่ทำตามคำสั่งลูกค้ากิตติมศักดิ์คือเตรียมอาหารต้อนรับอย่างที่บอก
หากแต่หารู้ไม่ว่า...การเตรียมต้อนรับเพื่อนด้วยอาหารมื้อนี้...จะเป็นการปูทางไปสู่ความยุ่งยากใจที่ตนเองไม่ทันตั้งตัวเมื่อลายเสือคิดจะโยนก้อนเนื้อที่ไม่ถูกชะตาจากต่างประเทศ...ให้ตกเป็นภาระการดูแลของหนุ่มปากจัด
คล้อยหลังเจ้าของร้าน...ดวงตาของหนุ่มเจ้าชู้หมายเลขหนึ่งสอดคล้องกับความคิดกลั่นออกมาเป็นคำพูด หากแต่ทำให้สาวลูกครึ่งต้องเอียงคอฟังอย่างสงสัย
“เมนี่ชอบที่นี่ไหม”
“ก็สวย...ถามทำไมเราแค่จะมาหาอะไรทานกันไม่ใช่เหรอ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ “ใช่...ตอนนี้คงต้องหาอะไรทานให้อิ่มท้องก่อนเผื่อความคิดของผมจะแล่นกว่านี้”
“คิดอะไร...เมนี่ไม่เข้าใจดาร์ลิงค์ทำไมพูดจาแปลกๆ”
มานาลีเอื้อมนิ้วชี้ไปคลึงอยู่ปลายจมูกฝ่ายชายอย่างที่เคยทำเหมือนครั้งขลุกกันอยู่ที่อเมริกา...เจ้าหล่อนจะรั้งคอของเขามาจุมพิตอย่างเคยทำหากแต่ฝ่ายชายกลับเอามือขึ้นป้อง
“คนเยอะแยะน่า...มันยังไม่ถึงเวลา”
ไม่ใช่ว่าลายเสือไม่ถวิลหาหากแต่เขาเริ่มกลัว ว่าการมาของมานาลีอาจจะติดพัน...ความคิดบางอย่างจึงโลดแล่นขึ้นมาเหลือเพียงแต่การนึกข้ออ้างให้สมเหตุผล ว่าทำไม...
“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ...เดี๋ยวเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
ลายเสือจึงเปิดประตูรถเดินอ้อมไปยังอีกฝั่ง ก่อนจะเชื้อเชิญให้คู่ควงในสายตาเขา เดินตามกันเข้าไปข้างใน
สาวลูกครึ่งเกาะแขนเขาแจประหนึ่งร่างกำยำของเขาจะเป็นที่พึ่งสุดท้าย หากไม่เกาะเกี่ยวไว้ อาจจะล้มลงคอนั้นเอียงซบบนไหล่กว้างเคล้าคลอตลอดทุกย่างก้าว โดยหารู้ไม่ว่า...เธอจะถูก ‘ทิ้ง’
.......................................