จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    ตอนที่ 36 : ความวุ่นวายในเมืองหลวง

    เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ

     

    ระหว่างที่รอให้เหล็กหวู่จือผ่านการตีเหล็กเย็นอยู่นั้น หวัง ชง ได้ใช้เวลาทั้งหมดของเขาไปกับการฝึกฝน อย่างไรก็ตาม สิบวันต่อมา ข่าวด่วนจากชายแดนก็ทำให้เมืองหลวงเกิดความโกลาหลขึ้น

     

    เหยา กวงยี่ แม่ทัพผู้เปี่ยมด้วยความรอบรู้ และรู้จักกันดีในฐานะกุนซือผู้มากความสามารถแห่งต้าถัง บุตรชายคนที่สามของบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ขณะที่ชนเผ่าหูข้ามผ่านชายแดนเข้ามา มันก็ได้ยกเคลื่อนทัพออกจากที่มั่นอย่างไม่มีสาเหตุ และไปปรากฏตัวยังบริเวณที่ตั้งค่ายของบุตรชายคนที่สอง หวัง หยาน ของท่าน จิ่วกง

     

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าแปลกประหลาดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็คือ แม่ทัพ หวัง หยาน ที่อยู่ใกล้จุดที่ชนเผ่าหูบุกเข้ามา และควรเข้าปกป้องแนวชายแดนของเขาเอาไว้นั้น กลับล่าถอยกองทัพของเขากลับเข้าไปในอาณาเขตห้าสิบลี้ก่อนที่ชนเผ่าหูจะข้ามชายแดนเข้ามา

     

    ดังนั้น สิ่งที่แปลกประหลาดจึงเกิดขึ้นที่ชายแดนเป็นครั้งแรก

     

    แม่ทัพที่ควรปกป้องชายแดนกลับถอนกำลังทัพกลับไปยังแนวหลัง แต่ทว่ากองทัพที่ไม่ควรอยู่ที่นั่นกลับเป็นฝ่ายบุกเข้าจัดการกับกองทัพของชนเผ่าหู

     

    หลายสิบปีตั้งแต่ก่อตั้งต้าถังขึ้นมานั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

     

    สองแม่ทัพที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้คือ เหยา กวงยี่ และ หวัง หยาน อย่างไรก็ตาม การจู่โจมที่แปลกประหลาดครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ภายในเมืองหลวงขึ้น

     

    การบุกรุกของชนเผ่าหูนั้นถูกจัดการด้วยกองทัพที่ยิ่งใหญ่แห่งต้าถัง การบุกรุกครั้งนี้เป็นเพียงการปะทะเล็กน้อยตามชายแดนเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดควรค่าที่จะกล่าวถึง

     

    อย่างไรก็ตาม คนในเมืองหลวงไม่ใช่คนโง่ ผู้เกี่ยวข้องทั้งสองคือ เหยา กวงยี่ และ หวัง หยาน ต่างก็เป็นคนของอ๋อง ฉี และอ๋อง ซ่ง ที่กำลังมีปัญหาต่อกันมานาน จากเหตุการณ์นั้นมันจึงทำให้ความดุเดือดพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

     

    แม้แต่คนโง่ก็สามารถบอกได้ว่า หวัง หยาน ไม่ได้ล่าถอยออกไปห้าสิบลี้ด้วยความบังเอิญ ก่อนที่กองทัพของ เหยา กวงยี่ จะปรากฏตัวขึ้นที่แนวชายแดน นั่นจึงทำให้ประเด็นหลักแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

     

    ซึ่งลองมาคิดๆ ดูแล้ว แม้ว่าไม่ต้องคำนึงถึงขุมพลังที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขาทั้งสองคนนั้น หากยามที่ชนเผ่าหูมาบุกรุกแล้วทั้งสองร่วมมือกัน ย่อมเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูภายในเมืองหลวงอย่างแน่นอน

     

    คนทุกคนจะไม่เชื่อในสิ่งที่กล่าวออกมา แต่จะเชื่อในสิ่งที่เห็นมากกว่า

     

    ก่อนที่กองทัพของ เหยา กวงยี่ จะปรากฏตัวขึ้นมาที่ชายแดนนั้น กองทัพของ หวัง หยาน ได้ล่าถอยกลับไปห้าสิบลี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่จะเกิดขึ้น

     

    ด้วยการกระทำนี้ มันจึงทำให้ เหยา กวงยี่ กลายเป็นคนที่จะต้องเผชิญหน้ากับชนเผ่าหูแทน หวัง หยาน

     

    จากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น แม้แต่คนเขลาก็สามารถบอกได้ทันทีว่าต้องมีแผนการเบื้องหลังแน่นอน

     

    หวัง หยาน ได้ใช้การกระทำของเขาพิสูจน์จุดยืนของตระกูล หวัง อย่างชัดเจน

     

    เหยา กวงยี่ เป็นแม่ทัพที่เชี่ยวชาญในกลยุทธ์ เขาสร้างความบาดหมางขึ้นระหว่างอ๋อง ฉี และอ๋อง ซ่ง อีกทั้งยังทำให้อ๋อง ซ่ง ถูกทอดทิ้งจากเหล่าผู้ใต้อาณัติของเขาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้มันกลับพ่ายแพ้ในสนามรบที่ตนมีความชำนาญมากที่สุดอย่างไม่น่าเชื่อ

     

    นอกจากนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของมัน และทำให้มันกลายเป็นที่หัวเราะเยาะอย่างชัดเจน

     

    ………………..

     

    “ฮ่าๆ …….เยี่ยมมาก!!”

     

    เมื่อข่าวนี้มาถึงตำหนักอ๋อง ซ่ง เขาก็ตบฝ่ามือลงไปที่ที่พักแขนบนบัลลังก์ ความกังวลใจ และความยุ่งยากภายในใจของเขาได้สลายหายไปจนหมดสิ้นพร้อมกับเสียงดังปังที่ดังขึ้น

     

    ในเวลานี้ อ๋อง ซ่ง รู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก

     

    “หวัง หยาน ข้ามองเขาผิดไปจริงๆ!! ข้าได้ทำผิดต่อตระกูล หวัง ไปมากจริงๆ!! ตราบใดที่ตระกูล หวัง และท่าน จิ่วกง ยังให้ความช่วยเหลือต่อข้า แม้ว่าทุกคนจะทรยศต่อข้า ข้าก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น!!”

     

    ใบหน้าอ๋อง ซ่ง เผยให้เห็นความสุขออกมาอย่างล้นพ้น ขณะที่เขานั่งอยู่ภายในห้องโถง นี่เป็นข่าวดีมากที่สุดเท่าที่เขาได้ยินมาในช่วงครึ่งเดือนมานี้

     

    หวัง หยาน ได้ใช้การกระทำของเขาเพื่อแสดงจุดยืนของเขา และตระกูล หวัง ออกมาอย่างแจ่มชัด จากสิ่งนี้มันทำให้ความหวาดระแวงของอ๋อง ซ่ง จางหายไปพร้อมกับสายลมหอบหิ้วในที่สุด

     

    “ฝ่าบาท!! ข้าน้อยบอกท่านแล้วไม่ใช่หรือว่า หวัง หยาน จะไม่ทรยศท่าน!?”

     

    ด้านล่างบัลลังก์ของอ๋อง ซ่ง , หลู ถิง เงยหน้าขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เขาสวมชุดคลุมสีน้ำเงิน ในมือถือพัดเล็กๆ ที่กำลังโบกไปมาเบาๆ

     

    “ฮ่าๆ ...!! ที่ปรึกษา หลู ท่านจะพูดอย่างไรก็ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้!!”

     

    อ๋อง ซ่ง กล่าวพลางหัวเราะออกมา ขณะที่เขาดันฝ่ามือขึ้นจากพักแขนบนที่นั่งประทับพร้อมกับยืนขึ้น

     

    “ข้าอยากรู้นักว่าอ๋อง ฉี จะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้!! ข้าเกือบตกหลุมพรางของเขาอีกแล้ว!!”

     

    เมื่อนึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอ๋อง ซ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทอดถอนใจออกมา อ๋อง ฉี และ เหยา กวงยี่ ได้ซื้อคนของเขาไปจำนวนมาก มันทำให้เขาหวาดระแวงจนกินอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ

     

    หลังจากอยู่ภายในราชสำนักมานาน เขาก็รู้ดีว่าเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาจะรู้สึกเช่นไร หากว่าถูกเข้าใจผิด

     

    นับว่าไม่เกินเลยไปจริงๆ หากจะกล่าวว่าเขาจะถูกทอดทิ้งเพราะเหตุนี้

     

    ทว่าก่อนที่เขาจะก้าวไปถึงจุดนั้น หวัง หยาน ก็ได้ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นด้วยการกระทำของเขา ตราบใดที่ หวัง หยาน และตระกูล หวัง ยังคงสนับสนุนเขา เขาก็ยังไม่แพ้ และยังมีโอกาสที่จะตั้งตัวกลับมาอีกครั้ง

     

    มันเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ของอ๋อง ฉี ในการต่อสู้ครั้งนี้!!

     

    ในขณะที่เขาครุ่นคิดเช่นนั้น เขาได้หันไปมองทางผู้ตรวจการอาวุโส ที่ยืนอยู่ด้านข้าง แม้ว่าแต่เดิมแล้วใบหน้าของเขาจะเรียบเฉย จนไม่อาจบอกความรู้สึกภายในของเขาได้ก็ตาม แต่หลังจากมองผ่านแววตาของผู้เป็นนายเหนือหัว เขาก็สามารถเข้าใจความหมายที่แฝงเร้นอยู่ภายในดวงตาคู่นั้นได้

     

    “ฝ่าบาท!! ข้าน้อยรู้ว่านี่เป็นความผิดของข้า ที่สงสัยเรื่องนี้มากเกินไปจนทำผิดต่อตระกูล หวัง!! หากเป็นไปได้ข้าอยากออกไปด้านนอกเพื่อขอโทษแม่ทัพ หวัง ด้วยตัวข้าเอง!!”

     

    ผู้ตรวจการอาวุโส กล่าวออกมาด้วยความสงบ

     

    ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนเชิญ หวัง หยาน ให้มาเข้าเฝ้าอ๋อง ซ่ง ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังบอกกับอ๋อง ซ่ง อีกว่าอย่าไว้ใจ หวัง หยาน ความจริงทุกอย่างจะปรากฏในอนาคต

     

    ความจริงได้ประจักษ์ขึ้นมาแล้วในเวลานี้ ทั้งหมดเป็นแผนการของอ๋อง ฉี และ เหยา กวงยี่ ที่ต้องการสร้างความบาดหมางระหว่างอ๋อง ซ่ง และตระกูล หวัง

     

    แม้ว่าเขาจะเป็นคนผิด แต่ผู้ตรวจการอาวุโส กลับไม่ได้รู้สึกหดหู่แต่อย่างใด เขากลับมีความสุขไปพร้อมกับอ๋อง ซ่ง มากกว่า

     

    “ท่านคิดเช่นนั้นหรือ!? ทั้งหมดเป็นเพราะข้าเอง ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก ข้าจะจัดการกับความสับสนของข้าทั้งหมดก่อน ดังนั้นท่านจึงไม่ต้องไปพบ หวัง หยาน เมื่อถึงวันฉลองวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของท่าน จิ่วกง ข้าจะไปอธิบายเรื่องนี้กับเขาด้วยตัวข้าเอง!!”

     

    อ๋อง ซ่ง กล่าวพลางโบกมือไปมา

     

    การที่ หวัง หยาน ถอนกำลังกลับมาห้าสิบลี้แสดงให้เห็นว่าตระกูล หวัง ไม่สนใจเรื่องนี้ และยังเป็นการบอกว่าพวกเขารู้ว่าอ๋อง ซ่ง กำลังแคลงใจในความภักดีของเขา

     

    อ๋อง ซ่ง ไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ เมื่อตระหนักว่าตนเองได้ทำผิดพลาดไปแล้ว เขาก็ยินดีที่จะก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อยอมรับอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ผลักภาระนี้ให้กับผู้อื่น

     

    “เหอเหอ!! ฝ่าบาทโปรดวางใจ เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็จะไปกับท่านด้วยเช่นกัน!!”

     

    หลู ถิง กล่าวพลางยิ้มบางออกมา นี่คืออ๋อง ซ่ง ที่เขารู้จัก!! แม้ว่าบางครั้งเขาจะตามืดบอดเพราะความหวาดระแวง และความเขลา!! แต่เมื่อใดที่เขาพบว่านั่นเป็นความผิดพลาดของตัวเอง เขาก็จะยืดอกรับมันอย่างกล้าหาญ

     

    ด้วยบุคลิกของเขา และในฐานะคนของราชวงศ์แล้วนั้น นี่นับว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่ง และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไม หลู ถิง จึงจงรักภักดีต่ออ๋อง ซ่ง มาโดยตลอดเช่นนี้

     

    “แต่ว่า......ฝ่าบาท!! ท่านไม่คิดหรือว่าเรื่องนี้มีบางอย่างแปลกๆ อยู่!?”

     

    จู่ๆ หลู ถิง ก็กลางพลางหัวเราะออกมาเบาๆ

     

    “โดยปกติแล้ว หวัง หยาน เป็นคนที่ตรงไปตรงมา เขาจะรู้ได้เช่นไรว่า เหยา กวงยี่ จะยกทัพเข้ามาในที่ตั้งค่ายของเขา เขาจะรู้ได้เช่นไรว่าจะมีศัตรูจู่โจมเข้ามา และเลือกที่จะถอนกำลังกลับไปห้าสิบลี้!! นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถทำได้!!”

     

    “หากว่า หวัง หยาน มีความสามารถเช่นนั้น เหยา กวงยี่ ย่อมไม่คิดที่จะโจมตีตระกูล หวัง เช่นนี้แน่นอน!!”

     

    “นี่ท่านกำลังจะบอกว่า......!?”

     

    ร่างกายของอ๋อง ซ่ง สั่นสะท้านขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อได้ฟังคำเตือนของ หลู ถิง เขามีความสุขกับเรื่องนี้มากเกินไป จึงทำให้มองข้ามความผิดปกติที่เกิดขึ้น

     

    ทั้งเขาและ หลู ถิง ต่างก็รู้จัก หวัง หยาน มานาน พวกเขารู้ดีว่า หวัง หยาน นั้นมีบุคลิกเช่นไร

     

    การกระทำของ หวัง หยาน ที่ทำให้ เหยา กวงยี่ ต้องกลายเป็นตัวตลกเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ตัวตนของเขาแน่นอน

     

    “หรือว่านี่อาจจะเป็นความตั้งใจของท่าน จิ่วกง งั้นหรือ!?”

     

    เมื่อครุ่นคิดอย่างละเอียดแล้ว มันก็ทำให้เขานึกถึงบรรพบุรุษเฒ่าของตระกูล หวัง เท่านั้น หากนี่ไม่ใช่ความสามารถของ หวัง หยาน เองแล้วนั้น ก็คงมีเพียงบรรพบุรุษเฒ่าของตระกูล หวัง ท่าน จิ่วกง เท่านั้นที่สามารถให้คำแนะนำแก่ หวัง หยาน เช่นนี้ได้

     

    นอกจากนี้แล้ว หวัง หยาน ยังฟังคำสั่งของบรรพบุรุษเฒ่าของตระกูล หวัง อย่างเคร่งครัดอีกด้วย

     

    “ฮี่ๆ ...!! ท่าน จิ่วกง มีอายุยืนยาว และอยู่ในจุดสูงสุดของราชสำนัก แม้ว่าท่านจะเกษียณแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้รับเชิญให้ไปประจำอยู่ที่ตำหนักสี่ฤดูเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์จักรพรรดิฮ่องเต้!! ข้าก็หวังให้ท่านเป็นคนผู้นั้น แต่ทว่าแผนการ และกลอุบายไม่ใช่สิ่งที่ท่าน จิ่วกง มีความชำนาญนัก นอกจากนี้แล้วท่าน จิ่วกง ยังได้ประจำอยู่ที่ตำหนักสี่ฤดูตลอดเวลาโดยไม่ได้ออกไปไหน แล้วเช่นนั้นท่านจะรู้ได้เช่นไรว่า เหยา กวงยี่ จะยกทัพไปยังค่ายของ หวัง หยาน!?”

     

    หลู ถิง กล่าว

     

    “ท่านจะบอกว่าไม่ใช่ท่าน จิ่วกง หรือ!?”

     

    อ๋อง ซ่ง ขมวดคิ้วแน่น เขาครุ่นคิดคำตอบของเขาอย่างรอบคอบดีแล้ว แต่ทว่า หลู ถิง กลับปฏิเสธคำตอบของเขา หากว่าไม่ใช่ท่าน จิ่วกง แล้วจะเป็นผู้ใด!?

     

    เหยา กวงยี่ ไม่ใช่คนทั่วๆ ไปที่ใครก็สามารถเอาชนะเขาได้ด้วยการประลองปัญญา และทำให้เขาตกเป็นที่หัวเราะเยาะได้ ดังนั้น จึงไม่ต้องกล่าวถึงการทำให้เขาพ่ายแพ้ และต้องทุกข์ ทรมานจากความล้มเหลวแต่อย่างใด

     

    ไม่มีใครในตระกูล หวัง ที่สามารถทำเช่นนั้นได้

     

    บุตรชายคนโตของท่าน จิ่วกง , หวัง เกิ่น เขาเป็นขุนนางชั้นสูงภายในราชสำนัก และมักจะไปยังหอตรวจการณ์เพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหาร แต่ทว่าเขาไม่ใช่นักรบ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกองทัพมากนัก จึงไม่ต้องกล่าวถึงการให้คำแนะนำต่อ หวัง หยาน แม้แต่นิดเดียว

     

    บุตรชายคนเล็กของท่าน จิ่วกง , หวัง เตี่ยน เป็นครูฝึกอยู่ที่หุบเขามังกรสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พบกับ หวัง หยาน ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงทั้งสิ้น

     

    ใครกันแน่ที่เป็นคนให้คำแนะนำแก่ หวัง หยาน!? แผนการของเขานั้นลึกล้ำ แต่กลับเรียบง่าย แค่เพียงการถอนกำลังกลับไปห้าสิบลี้ ก็สามารถทำให้แผนการที่แยบยลของ เหยา กวงยี่ พังทลายลงอย่างง่ายดาย อีกทั้งยังทำให้มันกลายเป็นที่หัวเราะเยาะได้เช่นนี้

     

    ความสามารถในการไตร่ตรองและความคิดของคนผู้นั้นเลิศล้ำโดยแท้ หากว่าคนผู้นั้นให้ความช่วยเหลือกับเขา มันก็เหมือนกับติดปีกคู่ใหญ่ให้กับเขา ซึ่งมันจะพาเขาบินขึ้นไปได้สูงเกินกว่าจะจินตนาการได้

     

    หลู ถิง ถึงแม้จะเป็นผู้หยั่งเรียนที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเขามีความสามารถโดดเด่นในการวิเคราะห์ ทว่าไม่มีความชำนาญมากพอในการวางแผนและสร้างกลอุบายขึ้น ดังนั้นเขาจึงยังห่างชั้นกับคนที่ให้คำแนะนำ หวัง หยาน อยู่มาก

     

    ใครกันที่เป็นคนผู้นั้น!?

     

    อ๋อง ซ่ง ครุ่นคิดถึงทุกคนที่เขาสามารถนึกออก แต่เขาก็ยังไม่อาจระบุได้ว่าคนผู้นั้นคือใคร

     

    “ฝ่าบาท!! ท่านลืมใครไปหรือเปล่าที่มีความเกี่ยวข้องกับ หวัง หยาน!?”

     

    หลู ถิง กล่าว

     

    “ใครรึ!?”

     

    อ๋อง ซ่ง เงยหน้าขึ้นพร้อมกับกล่าวถามออกมาอย่างรวดเร็ว

     

    “ฝ่าบาทคงจะลืมนายน้อยลำดับสามของครอบครัว หวัง หยาน ไปแล้ว!! ฝ่าบาทเพิ่งส่งมอบของขวัญให้กับเขาไปไม่นานมานี้!!”

     

    หลู ถิง กล่าวพลางยิ้มบาง

     

    “ท่านจะบอกว่าเป็นเขาหรือ!?”

     

    อ๋อง ซ่ง ประหลาดใจอย่างมาก ในที่สุดเขาก็สามารถเข้าใจได้ว่า หลู ถิง กำลังหมายถึงผู้ใด

     

    “เป็นไปไม่ได้!!”

     

    หาก หลู ถิง กล่าวว่านี่เป็นเพราะท่าน จิ่วกง แล้วนั้น เขาจะไม่ประหลาดใจแต่อย่างใด แต่ทว่า หลู ถิง กลับกำลังจะบอกเขาว่าเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบห้าปีมีความสามารถมากพอจนเอาชนะการประลองปัญญาจากแม่ทัพผู้มากประสบการณ์มาได้

     

    อ๋อง ซ่ง ประหลาดใจเกินกว่าจะกล่าวอะไรออกมาได้ เขาไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มจะสามารถมองแผนการของ เหยา กวงยี่ ออก และยังสามารถให้คำแนะนำกับผู้เป็นบิดาได้เช่นนั้น

     

    “ฮี่ๆ!! ข้าคิดว่ามันเป็นไปได้!!”

     

    “ฝ่าบาทลืมไปแล้วหรือ ผู้ที่หัวเราะเป็นคนสุดท้ายคือผู้ชนะ!! อีกทั้งยังเรื่องของ เป้า ซวน อีก!? ทั้งสองสิ่งนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเด็กหนุ่มเช่นนั้น!!”

     

    หลู ถิง กล่าว

     

    ***** ตูมมมม *****

     

    คำกล่าวของ หลู ถิง เปรียบได้กับสายฟ้าอสนีบาตฟาดลงกลางใจของอ๋อง ซ่ง หากมีคนกล่าวว่านี่ไม่ใช่การกระทำของเด็กหนุ่มทั่วๆ ไปแล้วนั้น นั่นไม่ได้หมายความว่านายน้อยลำดับสามของครอบครัว หวัง หยาน ไม่ใช่คนธรรมดาหรอกหรือ!?

     

    อ๋อง ซ่ง ทบทวนคำกล่าวของ หลู ถิง อย่างละเอียด การทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลจะเป็นเพียงเพราะความโกรธแค้นเท่านั้นหรือ!?

     

    หากไม่ได้เป็นเช่นนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงอย่างมาก!!

     

    แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่การคาดเดา และ หลู ถิง ก็ยังได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นไปได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การคาดเดา แต่มันก็มากพอที่ทำให้อ๋อง ซ่ง จดจำชื่อ หวัง ชง ไว้ในใจ

     

    “ใกล้ถึงวันฉลองครบรอบวันคล้ายวันเกิดของท่าน จิ่วกง แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะต้องไปพบกับ หวัง ชง เป็นการส่วนตัวให้ได้!!”

     

    ในเวลานี้ อ๋อง ซ่ง อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตัวจนของ หวัง ชง อย่างมาก

     

    .....................