วารีสองพิภพ

    40. จุดจบของเสี่ยวจู

    ความเดิมตอนที่แล้ว

         ข่าวการลักพาตัวซ่งฮูหยินถูกส่งไปถึงจวนตระกูลซ่งทำให้ซ่งเจียอีซึ่งบังเอิญผ่านมาได้ยิน กลับสับสนในการกระทำของบิดา ผู้นำซ่งไม่เพียงไม่ออกตามหาภรรยาแต่ยังสั่งยกเลิกตามหาบุตรชายและลดการคุ้มกันภายในจวน ดูเป็นการรับมือกับสถานการณ์คับขันอย่างไม่ชอบมาพากลนักด้านซ่งจื่อรุ่ยซึ่งหนีจากเหตุไฟไหม้ได้อย่างเฉียดฉิว หากแต่โชคชะตากลับมิได้เข้าข้างเมื่อรถม้าที่วิ่งมาด้วยความเร็วได้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ รถม้าทั้งคันพังเสียหายสารถีและตัวเขาเองได้รับบาดเจ็บ ครั้นลุกขึ้นมาได้ เขาก็รีบหนีหายไปจากที่นั่น พร้อมกับข้อสงสัยที่ว่าเฉินเสวี่ยหยางใช้วิธีเดียวกันเพื่อล้างแค้นตนส่วนจูซือฉีผู้พาจูเหยียนถงหนีเอาชีวิตรอด แม้ทั้งคู่จะหนีรอดมาได้ด้วยการช่วยเหลือจากชายกลุ่มหนึ่งซึ่งเปิดเผยตัวในภายหลังว่าพวกเขาคือผู้ใต้บังคับบัญชาของเฉินเสวี่ยหยางองครักษ์เฟยหมิง ทว่าการเจ็บป่วยเรื้อรังอยู่เหนือความสามารถของหม่าเสียนเย่ จูเหยียนถงลาจากผู้เป็นหลานไปอย่างไม่มีวันกลับสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับจูซือฉี นางสาบานต่อหน้าหลุมศพว่าจะตามล้างแค้นซ่งจื่อรุ่ยหลังจากผ่านความสูญเสีย จูซือฉีได้ออกมาพูดคุยกับเฟยหมิง ในบทสนทนาเฟยหมิงได้กล่าวโทษนางด้วยความผิดร้ายแรง เขาโยนมีดสั้นลงบนพื้นเพื่อให้นางได้ตัดสินใจเลือก และนี่เป็นหนึ่งในแผนการอันชาญฉลาดของเฉินเสวี่ยหยาง

    เฟยหมิง : “ เจ้าเมืองน้อยเข้าใจในความลำบากของเจ้า ท่านมิได้สนใจสาเหตุที่เจ้าเข้ามาจวนหลินเพราะถึงเจ้าไม่พูด ท่านก็รู้ มองเผิน ๆ เหมือนเจ้าคิดปองร้ายสกุลหลิน แต่ในเวลาปีกว่าเจ้าจะไม่มีทางทำสำเร็จเลยสักครั้ง คงเป็นไปไม่ได้ เจ้าเมืองน้อยมองออกว่าเจ้ามิได้เข้าจวนหลินเพียงเพราะซ่งจื่อรุ่ยแต่เพื่อจุดประสงค์อื่น ”

    จูซือฉีแอบแสดงแววตาพิรุธ

    เฟยหมิง : “ เริ่มจากการที่เจ้าเลือกลงมือวันที่เยียนเป่ยมาเยือนหนานจิ้ง ขังองค์หญิงไว้ในเรือนแทนที่จะใช้วิธีอื่นเพื่อขัดขวางนาง ไม่ให้นางออกมาต้อนรับสกุลเฉิน และคงไม่มีใครที่ไหน โง่พอจะไปซื้อสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้ายแรงในร้านขายยาแถมยังทำอย่างโจ่งแจ้ง แต่ยาเหล่านั้น คนของเราพบมันถูกทิ้งอยู่ระหว่างทางกลับจวนหลินโชคร้ายที่คืนนั้น ซ่งจื่อรุ่ยกลับมอบยาพิษให้เจ้าจริง ๆ ทว่าไม่รู้เพราะความตั้งใจหรือประมาทเลินเล่อถึงทำให้เจ้าเลือกลงมือในตอนที่มีการจัดงานเลี้ยง สายตามากมายจับจ้อง ผู้คนไปมาพลุกพล่านหากเจ้าไม่กลัวว่าจะถูกจับได้ เจ้าก็คงโง่เต็มที แต่นี่ยังไม่จบ เจ้าพยายามทุกทางถึงขั้นตั้งใจผลักคุณหนูซ่งไปชนองค์หญิง เพื่อให้นางได้รับบาดเจ็บ นางจะได้กลับเรือนพัก แต่เรื่องกลับไม่เป็นดังนั้น ผ่านไปไม่ถึงชั่วยามก็มีคนบุกสังหารอย่างอุกอาจไหนจะเรื่องม้าที่ถูกวางยานั่นอีก เจ้าเมืองน้อยท่านเดาว่า ยานั่นคงมีคนตั้งใจให้เจ้านำมาใช้กับท่านแต่สิ่งที่เจ้าทำกลับย้อนแย้งกันไปหมด ประเด็นคือไยต้องรอให้ถึงตอนนี้? ก่อนหน้านี้เหตุใดเจ้าไม่ลงมือ?หากไม่ใช่เพราะเจ้าต้องการหาตัวช่วย จึงเตะถ่วงเวลาเพื่อเหตุผลบางอย่าง ”

    จูซือฉี : “ ข้าบอกไปแล้ว ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อองค์หญิงหรือแม้แต่คนในจวนหลิน ข้า.. ”

    เฟยหมิง : “ ข้าไม่สนเรื่องส่วนตัวของเจ้า แค่ตามหาคนไม่เห็นต้องทำเรื่องพวกนี้ หลอกลวงเบื้องสูง ประทุษร้ายองค์หญิง มีโทษสถานใดเจ้าเองก็รู้”

    จูซือฉี : “ ข้ารู้ ข้าโง่เขลาเบาปัญญา แม้รู้อยู่เต็มอก แต่ก็ยังเลือกใช้วิธีแบบนี้ที่ข้าต้องเสียใจอยู่นี่ก็สมควรแล้ว แต่ว่าเรื่องที่ข้ากำลังสืบหาคนมีแค่ข้ากับท่านป้าเท่านั้นที่รู้ เจ้าเมืองน้อยรู้ได้อย่างไร? ”

    เฟยหมิง : “ สิบปีก่อนมีเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นมากมาย เจ้าเมืองน้อยคืออนาคตของเยียนเป่ยท่านมองอะไรได้มากกว่าที่ตาเห็น ที่สำคัญ องค์หญิงคือว่าที่ชายาแห่งท่านทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนาง ล้วนสำคัญเท่าชีวิต หากเจ้าบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีใครรู้งั้นซ่งจื่อรุ่ยเองก็ถูกเจ้าหลอกใช้ ”

    จูซือฉี : “ ข้า.. ”

    จูซือฉีหลบสายตาเฟยหมิง เพราะไม่อาจโต้แย้ง

    เฟยหมิง : “ เดิมทีคนผู้นี้ก็มักใหญ่ใฝ่สูง คิดทำลายสกุลหลิน ส่วนเจ้าก็ต้องการเข้าจวนหลินเพราะเหตุผลส่วนตัวงั้นเรื่องเด็กสาวผู้น่าสงสารที่หนีจากพ่อค้ามนุษย์ คงเป็นแค่เรื่องที่กุขึ้นมาพวกเจ้าสองคนรวมหัวกันเล่นละครฉากใหญ่ ใช้ความน่าสงสารเพื่อเข้าหาองค์หญิง ”

    จูซือฉี : “ เปล่านะ เรื่องที่ข้าถูกทำร้ายเป็นเรื่องจริง คนที่ซ่งจื่อรุ่ยคบหาล้วนแต่เป็นคนเลว ตอนนั้น เขาเสียพนันจนหมดเนื้อหมดตัว เลยคิดใช้ข้าเป็นตัวขัดดอก แต่ข้าหนีจนไปพบกับองค์หญิงเข้า นางเลยช่วยข้าไว้ ”

    เฟยหมิง : “ ซ่งจื่อรุ่ยเลยได้ที ผลักเรือตามน้ำคิดใช้โอกาสนี้สืบข่าวในจวนหลิน ”

    จูซือฉี : “ เป็นข้าเองที่ผิด โดนขนาดนั้นแล้วยังหลงเชื่อคารมเขาคิดว่าเขาจะรักษาคำพูด ดูแลท่านป้าแทนข้า ข้าน่าจะรู้แต่แรกว่าเขามันตระบัดสัตย์ ”

    เฟยหมิง : “ ในเมื่อเจ้ารู้ตัวว่าผิด ข้าก็จะไม่อ้อมค้อม นี่เป็นคำพูดที่เจ้าเมืองน้อยฝากมาถึงเจ้าด้วยความผิดที่เจ้ากระทำ หากรู้ถึงเจ้าเมืองหลิน จะมีโทษหนักถึงขั้นประหารแล้วเสียบประจานแต่เจ้าเมืองน้อยมีสองทางเลือกให้เจ้า ”

    จูซือฉี : “ ทางเลือกเหรอ? ”

    เฟยหมิง : “ บุญคุณที่มิอาจตอบแทน แค้นแต่มิได้สะสาง ถึงตายก็ไม่เป็นสุข  เจ้าเมืองน้อยแค่อยากช่วยให้เจ้าได้สมหวัง ไหน ๆชีวิตเจ้าก็ต้องมลาย แต่ในใต้หล้านี้ จะมีสักคนที่สามารถเลือกได้ว่าตัวเองจะตายเช่นไรจูซือฉี นับว่าเจ้าได้รับเมตตาอย่างมากแล้ว ”

    จูซือฉีมองหน้าเฟยหมิงด้วยความสนใจ นางพร้อมฟังสิ่งที่เขาอยากจะพูด

    เฟยหมิง : “ มีดอยู่ในมือเจ้า อยู่ที่ว่าเจ้าจะใช้มันอย่างไร อย่างแรก ถือมันไปหาซ่งจื่อรุ่ยซะแล้วเอาตัวเองไปตายอย่างไร้ค่า แต่วิธีนี้ เจ้าจะไม่ได้อะไรเพราะเจ้าจะตายก่อนได้เข้าถึงตัวซ่งจื่อรุ่ย ”

    จูซือฉี : “ แล้วอย่างที่สองล่ะ? ”

    เฟยหมิง : “ ใช้ความตายของเจ้า ทำลายเขาให้ย่อยยับ ”

    เมื่อพูดถึงความตาย ภาพสุดท้ายของจูเหยียนถงก็ได้ปรากฏขึ้นมาในหัวทำให้จูซือฉียิ่งนึกถึงใบหน้าและถ้อยคำอันกลับกลอก จวบจนการกระทำเลวทราวต่ำช้าของซ่งจื่อรุ่ยแล้วแววตาแห่งความสำนึกผิดของจูซือฉีก็ได้เปลี่ยนเป็นความเคียดแค้น ไฟโทสะปะทุขึ้นมานางดึงปลอกมีดออก แล้วมองดูคมมีดอันวาววับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา คล้ายจะให้คำตอบกับเฟยหมิง

    เฟยหมิง : “ ยังไม่ต้องรีบให้คำตอบ จำไว้อย่างนึงว่า ต่อให้เจ้าเลือกเอาตัวเองไปตายก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน จุดจบของซ่งจื่อรุ่ยได้ถูกกำหนดไว้แล้ว หากแค้นมากจนอยากตายเร็วข้าก็ยินดีที่ข้างกายองค์หญิงตัดคนคิดไม่ซื่อไปได้หนึ่งคน แต่หากเจ้าเลือกอย่างหลังไปยังสถานที่นี้ แล้วจะมีคนช่วยสงเคราะห์ให้เจ้า ”

    พูดจบ เฟยหมิงก็หมุนตัวเดินจากไป โดยมีหนึ่งในผู้ติดตามยื่นกระดาษที่ถูกพับมาจนเล็กส่งให้กับจูซือฉี นางยื่นมือไปรับมันไว้ แล้วพวกเขาก็ทยอยเดินตามเฟยหมิงไปติด ๆ ..กุบกับ ๆ ๆ .. เสียงฝีเท้าม้าที่เหยียบย่ำออกไป ได้พาพวกเขาหายไปในความมืด ปล่อยให้จูซือฉีอยู่ที่นั่นเพียงลำพังกับการตัดสินใจครั้งใหญ่นางคลี่กระดาษออกมาอ่าน ครั้นพินิจมันก็ตระหนักถึงบางสิ่ง นั่นคือหนทางที่นางต้องเลือกหนทางซึ่งล้วนแต่เป็นทางตายทั้งสิ้น ความแค้นอันใหญ่หลวงของนางจะทำให้นางตัดสินใจเลือกอย่างไหนคงมีเพียงนางและเฉินเสวี่ยหยางเท่านั้นที่รู้

     

         เช้ารุ่งขึ้นที่จวนสกุลหม่า หม่าเสียนเย่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยสีหน้าครุ่นคิดการมาของจูซือฉี การปรากฏตัวของเฟยหมิง และความตายของใครคนหนึ่ง สะกดความสงบนิ่งของเขาไปจนหมดยามนี้จิตใจเขาสับสน กระทั่งหม่าซูซินเดินเข้ามาทัก

    หม่าซูซิน : “ พี่เสียนเย่ มัวทำอะไรอยู่อ่ะ? ”

    หม่าเสียนเย่ : “ อ้อ! ซูซิน ”

    หม่าซูซิน : “ พรุ่งนี้ก็เทศกาลดอกไม้ไฟแล้ว ไหน ๆ ก็ไม่ต้องไปเปิดร้าน ไยไม่ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง?”

    หม่าเสียนเย่ : “ มีอะไรน่าดูกัน? ”

    หม่าซูซิน : “ โธ่! พี่ชาย ท่านไม่รู้ตัวหรือว่าท่านเองก็เป็นหนุ่มรูปงาม ติดอันดับหนึ่งในสามเชียวนะสมควรออกไปให้สตรียลโฉมสิถึงจะถูก มัวขลุกอยู่แต่ในบ้าน น่าเบื่อจะตาย ”

    หม่าเสียนเย่ : “ ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่ไป แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ”

    หม่าซูซิน : “ แหม.. พอชมเข้าหน่อย อ่อนลงเลยเชียว ”

    หม่าซูซินแอบซุบซิบ แซวผู้เป็นพี่

    หม่าซูซิน : “ งั้นท่านก็นั่งไปนะ ข้าจะไปซื้อดอกไม้ไฟมาเพิ่มหน่อย เตรียมต้อนรับเพ่ยเพ่ย”

    หม่าซูซินเดินออกไป และโผล่หน้ากลับเข้ามา

    หม่าซูซิน : “ ท่านไม่ไปด้วยกันจริงอ่ะ? ”

    หม่าเสียนเย่ : “ อืม ”

    นางผลุบออกไป และก็โผล่หน้าเข้ามาอีกครั้งเหมือนอยากแกล้งหม่าเสียนเย่

    หม่าซูซิน : “ เปลี่ยนใจยังทันนะ ”

    หม่าเสียนเย่ : “ ไม่ ”

    หม่าเสียนเย่ปฏิเสธด้วยเสียงแข็ง

    หม่าซูซิน : “ คิกๆ.. ไม่แกล้งท่านละ ไปดีกว่า ”

    นางรู้ว่าพี่ชายมีเรื่องครุ่นคิด จึงอยากแกล้งเขาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศหม่าเสียนเย่จึงดูผ่อนคลายขึ้น แต่เมื่อญาติผู้น้องได้จากไปเขาก็กลับมาครุ่นคิดเช่นเดิม ..“ สตรีนางนั้นคือป้าของเสี่ยวจูเหรอ? บนตัวนางมีเขม่าควันที่เกิดจากการเผาไฟไหม้ แต่ที่ที่ถูกไฟไหม้เมื่อวานสืบไปสืบมากลับกลายเป็นบ้านของซ่งจื่อรุ่ย นี่มันเรื่องอะไรกัน? แต่ช่วยคนก็ช่วยเถิดเหตุใดต้องดึงข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย? เจ้าเมืองน้อยเฉิน ท่านทำเช่นนี้ มีเหตุผลใดกันแน่?”.. หม่าเสียนเย่ไม่เข้าใจความคิดของเฉินเสวี่ยหยาง โรงหมอมีอยู่มากมายทั่วหนานจิ้งเหตุใดถึงต้องเป็นร้านยาสกุลหม่า และยิ่งไม่เข้าใจความเกี่ยวพันกันระหว่างจูซือฉี จูเหยียนถงและซ่งจื่อรุ่ย

          ณหุบเขาจิ่นซานในบรรพตอันห่างไกล .. ปึก ๆ ๆ .. เสียงขุดดินภายในเหมือง ดังสลับกันไปทั่วเหล่าชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นคนงานนับสิบคนอยู่ในสภาพเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ทว่าพวกเขาก็มิอาจหยุดมือเพราะมีผู้คุมที่ถืออาวุธอยู่ในมือ คอยควบคุมพวกเขาไม่ต่างจากนักโทษ

    “ พวกเจ้า เร่งมือกันหน่อย ถึงด้านนั้นจะไม่ได้ขุดแต่ตรงนี้ยังต้องขุดต่อ ห้ามหยุด! ”

    เสียงผู้คุมนามว่าหลิ่งเผิงออกคำสั่งแกมขู่เข็ญในขณะที่เหล่าคนงานอ่อนล้าลงไปทุกขณะ กระทั่งมีชายคนหนึ่งเป็นลมล้มฟุบและหมดสติไป

    “ นี่เจ้า! เจ้า! เป็นอะไรไป? ”

    คนงานด้านข้างนามว่าหลิวเจิงเข้ามาดูชายที่นอนหมดสติและเข้าไปประคองร่างของเขา

    หลิวเจิง : “ นายท่าน เขาหมดสติไปแล้ว ได้โปรด ขอผ้าชุบน้ำสักหน่อยเถิด ”

    หลิวเจิงตะโกนบอกหลิ่งเผิงเพื่อขอความเมตตา ทันทีที่หลิ่งเผิงเดินมาดูสิ่งที่เขายื่นให้กลับไม่ใช้ผ้าชุบน้ำ หากแต่เป็นคมดาบที่กวัดแกว่งไปยังลำคอของผู้ที่นอนหมดสติ..ฉึบ!..

    หลิวเจิง : “ ฮะ! ”

    หลิวเจิงมองร่างชายผู้นั้น และเลือดที่ไหลนองอยู่บนพื้นแววตาของเขาเก็บซ่อนความไม่พอใจต่อหลิ่งเผิง ทว่าเขากลับไม่แปลกใจนัก เพราะนี่คือสิ่งที่คนงานในเหมืองพบเจอจนเป็นเรื่องปกติผู้อ่อนแอกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ที่ถูกกำจัดทิ้งได้ทุกเมื่อ เขารีบกลับไปรวมกลุ่มกับพวกคนงานที่เหลือพลางมองหลิ่งเผิงอย่างอดกลั้น

    หลิ่งเผิง : “ ยังมีใครอยากได้อะไรอีกไหม? ”

    สายตาเหล่าคนงานมองมายังหลิ่งเผิงอย่างแข็งกร้าวแต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่อาจแข็งขืนและไม่แม้แต่จะเรียกร้อง

    หลิ่งเผิง : “ ทำงานต่อ ”

    น้ำเสียงสั่งการ ทำให้พวกเขาก้มหน้างานทำต่อ ชีวิตที่ประหนึ่งทาสถูกบังคับใช้งานอย่างไร้ปรานี มิใช่สิ่งที่พวกเขาปรารถนา หลิ่งเผิงบังคับพวกเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำทั้งยังปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างกดขี่ กินไม่เคยอิ่ม และแทบจะไม่ได้นอน เหล่าคนงานทยอยล้มตายไปทีละคนท่ามกลางสายตาที่มองเหยียดเยี่ยงสุนัขก็ไม่ปาน หลิ่งเผิงไม่แยแสความเป็นตายของพวกเขากระทั่งร่างไร้วิญญาณก็ถูกนำไปฝังกลางป่า หาใช่สุสาน ไม่มีโลงบรรจุ ไม่มีการส่งดวงวิญญาณไร้ป้ายหลุมศพ ไร้เกียรติและศักดิ์ศรี ทว่าระหว่างนั้น มีหนึ่งในพวกของหลิ่งเผิง วิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับแจงจุดประสงค์

    “ ลูกพี่ ทางนั้นส่งคนมา ”

    เพียงได้ยิน หลิ่งเผิงก็มีท่าทีหงุดหงิด

    หลิ่งเผิง : “ ก็สั่งชะลอการขุดไปส่วนนึงนี่ ส่งคนมาให้ข้าอีกทำไม? ”

    เมื่อมีคำถาม ผู้ที่แจ้งข่าวจึงได้ส่งสารลับให้กับหลิ่งเผิงเพื่อคลายข้อสงสัย

    ลูกน้อง : “ เขาบอกว่า นี่เป็นรอบสุดท้าย ก่อนจะมีคำสั่งจากท่านผู้นั้น ”

    หลิ่งเผิง : “ หึ! หาทางอื่นไม่ได้ เลยคิดจะผลักเรื่องให้ข้าล่ะสิ ซ่งจื่อรุ่ย กี่ปีเจ้าก็ไม่เปลี่ยน”

    เมื่อหลิ่งเผิงออกมาด้านนอก และตรวจดูคนงานที่ถูกนำมาส่งเขาก้มลงอ่านสารลับอีกครั้งด้วยความสงสัย

    หลิ่งเผิง : “ ไหนว่ามียี่สิบคน แต่นี่แค่สิบห้า หายไปไหนห้า? ”

    หลิ่งเผิงเอ่ยถามผู้ที่คุมชายฉกรรจ์มาส่งหนึ่งในนั้นให้คำตอบด้วยท่าทางลนลานว่า

    ผู้คุม : “ คือ.. ระหว่างทาง แอบหนีไปได้ห้าคน แต่เราตามปิดปากหมดแล้ว ”

    หลิ่งเผิง : “ แน่นะ? ”

    ผู้คุม : “ เอ่อ.. แน่ ยังไงคุณชายก็คงไม่ปล่อยเจ้าพวกนั้นไปสร้างปัญหาให้ท่านอยู่แล้ว”

    หลิ่งเผิง : “ ดี เอาตัวไป ”

    หลิ่งเผิงสั่งการกับลูกน้องให้นำคนเหล่านั้นตรงเข้าไปในเหมืองเพื่อทำงานสกปรก พวกเขาคือชาวบ้านที่ถูกซ่งจื่อรุ่ยจับตัวมาเป็นแรงงานขุดเหมืองโดยมิได้สมัครใจด้านซ่งจื่อรุ่ยซึ่งพักฟื้นอยู่ในเรือนหลังใหญ่ เขามีอาการเจ็บปวดไปทั้งร่าง จนไม่อยากขยับตัว

    ซ่งจื่อรุ่ย : “ ซีด.. บ้าจริง! เจ็บชะมัด ฝากไว้ก่อนเถอะคนแซ่เฉินข้าเอาคืนเจ้าแน่ ”

    แม้ร่างกายจะบอบช้ำ ทว่ายังฝีปากกล้า เขาพยุงตนเองลุกจากที่นอนขณะที่ยังนุ่งห่มชุดลำลอง และแขนข้างขวาถูกพันไว้ด้วยผ้าสีขาวซึ่งคล้องอยู่ที่คอ จากคุณชายผู้เสเพลและมีแต่คนคอยเอาอกเอาใจบัดนี้ คนรับใช้และบ่าวไพร่เหลือน้อยลงไปทุกที ทั้งยังต้องเก็บตัวอยู่ตลอดเพื่อหลบหน้าคนตระกูลซ่ง

    “ คุณชายขอรับ คุณชาย.. ”

    แล้วเสียงของข้ารับใช้ที่ดังผ่านช่องประตูก็ลอดเข้ามาทำลายความสงบทำให้คุณชายซ่งหงุดหงิดขึ้นมาทันที และไม่อยากตอบกลับแม้แต่น้อย แต่เมื่อเป็นเช่นนั้น

    บ่าวรับใช้ : “ คุณชาย มีเรื่องด่วนขอรับ ”

    ซ่งจื่อรุ่ย : “ เฮ่ย.. มีเรื่องอะไร? ”

    ซ่งจื่อรุ่ยถอนหายใจ แล้วขานรับเสียงเรียกด้วยความหงุดหงิด

    บ่าวรับใช้ : “ มีคนมาขอพบท่านขอรับ ”

    ซ่งจื่อรุ่ย : “ ใครวะ!? น่ารำคาญชิบ ”

    เขาหลุดคำสบถอย่างหยาบคาย ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปว่า

    ซ่งจื่อรุ่ย : “ ไล่กลับไป ”

    บ่าวรับใช้ : “ เขาบอกว่าหากท่านไม่ยอมออกมา ให้ข้าเรียนท่านว่า พบสิ่งที่ค้นหาแล้วขอรับ”

    ซ่งจื่อรุ่ยชะงักทันที เมื่อได้ยินประโยคเหล่านั้นเหมือนว่าเขาจะเข้าใจสิ่งที่คนผู้นั้นต้องการจะสื่อ เขาจึงได้เปลี่ยนท่าทีและเอ่ยผ่านบานประตู

    ซ่งจื่อรุ่ย : “ เดี๋ยวข้าออกไป ”

    ผ่านไปไม่นาน ซ่งจื่อรุ่ยก็ออกมาพบชายชุดดำที่เดินทางมาพบเขาอย่างลับๆ ในบ้านซึ่งเป็นแหล่งกบดานของเขา ชายคนนั้นจึงได้รายงานกับเขาว่า

    “ พบปีศาจดำแล้ว ”

    ซ่งจื่อรุ่ยไม่แปลกใจนักกับชายคนนั้นกล่าว

    ซ่งจื่อรุ่ย : “ เจอแล้วก็จัดการต่อสิ มาบอกข้าทำไม? ท่านผู้นั้นก็สั่งแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้จัดการศพได้เลย ”

    ชายชุดดำ : “ แต่ว่า.. เขายังไม่ตาย ”

    คำว่ายังไม่ตาย ทำให้ซ่งจื่อรุ่ยหันขวับ สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

    ชายชุดดำ : “ ถึงไม่ตายแต่ก็ร่อแร่เขาเสียเลือดมากเพราะถูกลูกธนูอาบยาสลายลิ่มเลือด นอกจากบาดแผล ร่างกายก็บอบช้ำ แต่ที่รอดมาได้ น่าจะเป็นเพราะตัวเขาเคยชินกับการใช้พิษเลยรู้วิธีการขับพิษ ”

    ซ่งจื่อรุ่ย : “ ตอนนี้อยู่ที่ไหน? ”

    ชายชุดดำ : “ ในที่ของเรา หมอกำลังรักษาอยู่ ”

    ครั้นได้ฟังความ ซ่งจื่อรุ่ยก็รีบตามชายผู้นั้นออกไปทันทีเขาแทบไม่อยากเชื่อว่าปีศาจดำจะยังมีชีวิตอยู่ หลังจากผ่านไปนานขนาดนี้จึงอยากเห็นด้วยตาตนเอง

     

    จวนตระกูลซ่ง

         เมื่อซ่งเจียอีทราบข่าวการหายตัวไปของมารดาและการกระทำที่น่าผิดหวังของผู้นำซ่ง บิดาของนาง จากคุณหนูผู้เอาแต่ใจและมีความสุขกับการใช้จ่ายไปวันๆ กลับมีท่าทีที่ต่างออกไป อาหารที่คนรับใช้นำมาวางไว้จนเย็นชืดล้วนเป็นอาหารที่นางโปรดปราน มาบัดนี้กลับไม่พร่องเลยสักนิดนางเอาแต่ครุ่นคิดด้วยท่าทางสับสนกระวนกระวาย แล้วเดินหลบข้ารับใช้ออกไปทางด้านหลัง

    ซ่งเจียอี : “ ไม่คิดเลยว่าคุณหนูอย่างข้า จะต้องมาลอดประตูสุนัข ”

    ซ่งเจียอีบ่นพึมพำกับตนเอง หลังจากที่เดินมาถึงหลังจวนและมองเห็นประตูสุนัขเพียงเพื่อตามหามารดา ไม่คิดว่าคุณหนูเช่นนางจะกล้ามุดช่องขนาดเล็กซึ่งเป็นทางสุนัขผ่านครั้นโผล่ออกมาได้ ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง มีเศษใบไหม้ติดอยู่ที่เรือนผมกระโปรงที่ตัดเย็บจากผ้าชั้นดีมีรอยเปรอะเปื้อนนางปัดเนื้อตัวเพียงครั้งสองครั้งพลางหันซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวังจากนั้นนางก็รีบเดินจากไป

          และที่ค่ายสรรพาวุธกับเหล่าคนที่กำลังเดินทางกลับลั่วชีชีเดินขึ้นรถม้า ก่อนที่รถม้าจะเคลื่อนตัวออกจากค่าย ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านประตูค่ายห่างออกไปทีละนิดเฟยหมิง เฟยฉี พร้อมทหารอารักขาอีกหลายสิบนายขี่ม้าตามขบวนและมีหูจิงทำหน้าที่สารถีคอยควบคุมขบวนรถ สายตาของพวกเขามองไปยังสองข้างทางด้วยความระแวดระวังและเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ เนื่องด้วยระหว่างทางที่มามีคนร้ายหมายเอาชีวิตระหว่างกลับก็คงไม่ต่าง เมื่อรถม้าวิ่งมาถึงป่ารกที่ตั้งเป็นแนวทั้งซ้ายและขวา จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่าแนวป่าและบุกเข้ามาอย่างมีเป้าหมาย คนเหล่านั้นพยายามฝ่าแนวคุ้มกันโดยมุ่งตรงมายังรถม้าท่ามกลางการขัดขวางของทหารอารักขาและองครักษ์ฝีมือดี เหล่าคนชั่วไม่อาจฝ่าการคุ้มกันของหูจิงอีกทั้งเฟยฉีและเฟยหมิงไปได้ ไม่อาจแตะต้องแม้ม่านหน้าต่างหรือบานประตูรถม้าตลอดระยะทางหลายสิบลี้มีการซุ่มโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ดูเหมือนขบวนรถม้าจะมีการเตรียมการมาอย่างดีจึงไม่มีครั้งไหนเลยที่พวกเขาจะพลาดพลั้ง หลังจากผ่านความวุ่นวายและเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานขบวนรถม้าก็ได้หยุดพัก แต่พวกเขายังคงเฝ้าระมัดระวัง เพื่อป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้น

    เฟยฉี : “ เจ้าว่าจะมีมาอีกไหม? ”

    ฉึก!..

    เฟยหมิง : “ ทหาร! อารักขา ”

    ไม่ทันขาดคำ ลูกธนูก็ลอยมาปักที่ด้านข้างประตูรถม้าทำให้เฟยหมิงต้องรีบสั่งรวมพลทันที

    เฟยหมิง : “ อาฉี ตอนเด็กข้าน่าจะเอาขี้เถ้าอุดปากเจ้าเสีย”

    เฟยฉี : “ ทำเป็นพูดดี เห็นส่งให้แต่หมั่นโถว ข้าถึงได้อ้วนแบบเนี้ยะ ”

    สองพี่น้องยังมีอารมณ์ขันทั้งที่ลูกธนูพุ่งมาอย่างไม่ยั้ง หูจิงรีบคุมบังเหียนบังคับรถม้าให้เดินหน้าโดยผู้ที่นั่งอยู่ด้านในไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง ..เคล้ง ๆ ฉึก! เสียงกระบี่ที่ปัดป้องกับลูกธนูที่พุ่งเข้ามาตรงปะทะกันไม่หยุด ทางหูจิงที่คุ้มกันคนสำคัญมาอีกทิศทางหนึ่ง แต่กลับมีกลุ่มคนออกมาขวางทางดูราวกับว่านี่เป็นแผนที่ถูกเตรียมการไว้หูจิงปล่อยมือจากบังเหียนและเดินลงมาเพื่อรับมือคนเหล่านั้น เมื่อการต่อสู้ได้ดำเนินไปคนสองฝ่ายสู้กันอย่างชุลมุน มีคนร้ายหนึ่งคนอาศัยจังหวะที่หูจิงกำลังติดพัน มุ่งตรงไปที่รถม้า

    หูจิง : “ องค์หญิง! ”

    ครั้นหูจิงรู้สึกได้ก็สายไปชายคนนั้นเปิดประตูรถม้าและภาพที่เห็น ทำให้เขาพลันหยุดชะงัก สีหน้าวิตก อีกทั้งไม่กล้าที่จะขยับตัว

     

     

            ติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องวารีสองพิภพ ที่คุณอ่าน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498