แบรดซุกไซ้ใบหน้าลงตรงซอกคอซึ่งไม่ได้สร้างความรัญจวนใจอะไรให้เกิดขึ้นกับเชียล่าเลยแขนถูกจับพาดขึ้นไว้เหนือศีรษะ ขณะที่เขาโถมทับร่างลงไปบนตัวเธอ
“ได้โปรดเถอะ แบรด..” เชียล่าอ้อนวอน“ทำกับฉันดีๆ หน่อยสิ”
“อย่าพูดมาก” เขากระชาก่ขาให้แยกออกจากกัน
ความเ็ปนั้นเหลือประมาณ จนเชียล่าต้องครวญครางออกมาแต่เขาก็ปิดปากเธอด้วยจูบหนักๆ จนเชียล่าต้องหอบหายใจแรงๆเขาจัดการกับเธออย่างหักโหมบ้าคลั่ง และเมื่อสมใจแล้วก็กลิ้งตัวลงจากร่าง
หยาดน้ำตาแห่งความอับอาย ความขมขื่นลามไหลลงมาตามร่องแก้มผสมผสานอยู่กับความรู้สึกเ็ป รู้สึกว่าตัวเองถูกหยาบหยามเหมือนคนไร้ค่าเชียล่าเขยื้อนตัวให้ห่างออกจากผู้ชายคนที่กำลังนอนอยู่เคียงข้างแต่เนื้อตัวที่สั่นเทาด้วยความเจ็บร้าวนั้น กลับไม่ยอมขยับเขยื้อนดังใจปรารถนา
แบรดผุดลุกขึ้นนั่งในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอนดวงตาฉายแววเ้าเล่ห์
“ร้องไห้หาห่ะ อะไร?”
ถ้าเพียงแต่เขาจะปฏิบัติต่อเธออย่างดี ถ้าเพียงแต่เขาจะใช้คำพูดที่สุภาพกว่านี้อย่างน้อยก็แสดงความเสียใจที่ปฏิบัติต่อเธออย่างรุนแรงเชียล่าเชื่อว่าเธอต้องให้อภัยเขาแน่นอนและจะยกประโยชน์ให้ว่าที่เขาทำอะไรลงไปเช่นนั้นเป็เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เข้าไปพล่านอยู่ในกระแสเื
เธอเช็ดน้ำตาออกจากแก้มอย่างขุ่นแค้นความถือตัวปรากฏขึ้นในสีหน้าและแววตาทันที
“เปล่า..” เสียงที่ตอบปนสะอื้น
“ก็ดี” เขาเอนตัวลงนอนในท่าเดิม“พระเ้า..เหนื่อยฉิบหายเลย..” เขาถอนหายใจออกมาดังๆ
ภายในเวลาไม่ถึงนาที แบรดก็กรนเสียงดังลั่นเหล้าที่ดื่มเข้าไปแสดงพลังของมันออกมาแล้ว เชียล่าอยากจะให้มันเป็เช่นนี้ก่อนหน้าที่..
เธอเลื่อนตัวลงจากเตียงนอนไม่สนใจกับความเจ็บระบมที่ซ่านไปทั้งร่าง ไม่ใส่ใจกับความเปลือยเปล่าของร่างกาย เมื่อเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่างเพ่งสายตามองลงไปยังท้องถนนเบื้องล่างที่ยังมีผู้คนเดินอยู่ขวักไขว่เด็กขอทานตัวเล็กๆ ยืนร้องขอทานอยู่ตรงนั้น
เชียล่าเคยนับถือตัวเองเสมอมาว่าเธอเป็คนที่รักและเข้าใจในความเป็จริงของชีวิตเธอไม่เคยหวังที่จะได้ยินเสียงนกร้องเพลงหรือระฆังที่จะก้องกังวานขึ้นไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะลุ่มหลงไปกับอารมณ์เสน่หาของความรักแต่ขณะนี้เธอก็ได้รู้แล้วว่าตัวเองเป็เช่นนั้นจริงๆ
ร่างกายของเธอตระหนกความคิดอลวนอยู่กับความร้ายกาจของผู้ชายคนหนึ่งผู้ชายซึ่งบัดนี้ได้ชื่อว่าเป็สามี เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ความรู้สึกเ็ปรวดร้าวความผิดหวังก็ผุดพลุ่งขึ้นในอารมณ์ และทำให้มองเห็นไปว่าความสัมพันธ์ทางเพศที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เป็การรวมพลังรักของใครสองคนแต่อย่างใดเลยแต่มันเป็ความโหดร้ายทารุณและขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้ชายแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น
แบรดได้ตัวเธอไปแล้วได้ทั้งความสุขและความพอใจอย่างที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ทุกประการแต่แล้วเธอก็อดที่จะถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจไม่ได้ว่า..หรือว่ามันจะเป็เพราะเหล้าที่เขาดื่มเข้าไป..หรือว่าเขาจะสุภาพอ่อนโยนกว่านี้เวลาที่ไม่เมาหรือว่าเพราะความไม่คุ้นเคยกับธรรมชาติทำนองนี้จึงทำให้เธอแสดงปฏิกิริยาต่อเขามากเกินไปเธอไม่รู้จะตัดสินอย่างไรว่าข้อไหนมากหรือน้อยกว่ากัน
อากาศที่หนาวเย็นในยามดึกทำให้เธอสะท้านไปทั่วทุกขุมขนเชียล่าผละจากหน้าต่าง ความไม่แน่ใจ ความสับสนยังปะปนอยู่ในความคิดเสื้อนอนผ้าเยื่อไม้กองอยู่บนพื้นห้อง เธอออกจะลังเลใจอยู่ไม่น้อยแต่ในที่สุดก็หยิบมันขึ้นมาสวม
บางทีเมื่อถึงเช้าพรุ่งนี้ความทรงจำเกี่ยวกับฝันร้ายนี้คงจะรางเลือนลงบ้าง และทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลับดีเหมือนเดิม..เธอเฝ้าปลอบใจตัวเอง..
แบรดตื่นขึ้นด้วยแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอนตอนเช้าวันรุ่งขึ้นทันทีที่เขาขยับตัว เชียล่าก็แสร้งทำเป็หลับเสียมันมีอะไรบางอย่างในตัวเธอที่ปฏิเสธเขาอยู่ขณะครุ่นคิดถึงการแต่งงานคืนแรกที่เพิ่งผ่านไป
เขาไม่ได้ปลุกให้เธอตื่นตามไปด้วยขณะที่ลุกขึ้นและลงมือแต่งตัวเชียล่าหรี่ตามองขณะที่เขายัดชายเสื้อลงในขอบเอวกางเกง พอแต่งตัวเสร็จเขาก็ล้วงลงไปในกระเป๋าดึงฟ่อนเงินออกมา..ไอ้คนหิวเงิน..พ่อของเธอเคยเรียกเขาอย่างนั้นและขณะนี้เชียล่าก็เริ่มจะเชื่อแล้วว่าพ่อพูดถูก แบรดไม่ได้ใส่ใจกับเ้าสาวของเขาในตอนเช้าวันแรกนี้เลยความสนใจสิ่งแรกของเขาก็คือ..เงิน..!
“ตื่นเถอะ สลีปปิ้ง บิวตี้..ตื่น..ตื่น..”เขาออกคำสั่งโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง
หลังจากที่รั้งรออยู่เป็ครู่ว่าควรจะทำตามคำสั่งของเขาหรือไม่เชียล่าก็ลืมตาขึ้น พยายามไม่ให้ความคิดในใจปรากฏออกมาต่างฝ่ายต่างไม่ทักทายกันฉันสามีภรรยา
“อะไรอีกล่ะคะ?” สะโพกของเธอยังร้าวระบมไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้สะดวกนัก
“ผมตัดสินใจแล้วว่าเราควรจะไปอะคาพูลโกกัน”แบรดบอก ท่าทางชื่นชมยินดีกับความคิดของตัวเองอย่างยิ่ง
“อะไรนะ?” เชียล่าถามอย่างใ
“เมืองนี้คนมันแยะไป ไม่เหมาะกับการฮันนีมูน”เขาจับตาอยู่ตรงหน้าต่างโรงแรมซึ่งขณะนี้มีทั้งเสียงรถเสียงคนผ่านเข้ามา “ภรรยาผู้ถูกตามใจจนเคยตัวของผมน่าจะได้อยู่ในสถานที่ดีกว่านี้”
แต่เมื่อดวงตาคู่สีน้ำตาลของเขาหันมามองดูเธอนั้นเชียล่ารู้ได้ทันทีว่า แบรดไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ว่าสิ่งที่เธอ้าจริงๆนั้นคืออะไร ก็ตัวเขานั่นเองที่เป็คนตัดสินใจออกมาทันทีว่าฮัวเรซกลายเป็เมืองที่ไม่ดีพอสำหรับเขาไปเสียแล้วเป็เมืองสำหรับนักท่องเที่ยวธรรมดาๆ เท่านั้นอะคาพูลโกนั้นเป็เมืองสำหรับที่คนมีเงินจะไปเที่ยวได้ขณะนี้แบรดได้ยกฐานะตัวเองขึ้นเป็หนึ่งในจำนวนคนเ่าั้แล้วทั้งนี้ก็เพราะที่ได้มาแต่งงานกับเธอนั่นเอง
“แต่ฉันไม่อยากไปอะคาพูลโกนี่” เธอพูดอย่างไม่ใยดี
“ลืมความคิดนั้นไปได้แล้วที่รักไม่ว่าคุณจะอยากหรือไม่อยากผมก็จะต้องไปให้ได้..มาเถอะน่า..ยังต้องขับรถอีกตั้งไกลลุกขึ้นเก็บข้าของตอนนี้เลย ผมจะไปจ่ายค่าห้อง”
“อยู่ที่โรงแรมนี้มันก็ไม่เห็นเป็อะไรนี่”เชียล่ายังคงยืนยันความคิดของตัวเอง แต่แบรดเดินไปถึงประตูแล้ว
“อย่าทำให้มันดูตลกไปหน่อยเลยน่า” เขาเปล่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา เอื้อมไปจับลูกบิดประตู “ผม้าจะมอบฮันนีมูนที่แท้จริงให้ เพราะฉะนั้นเลิกเถียงได้แล้ว”
..ด้วยเงินของฉันน่ะสิ..เชียล่าคิดอยู่ในใจอย่างหมั่นไส้ขณะที่แบรดเปิดประตูก้าวออกไปข้างนอก เธออยากจะหัวเราะให้ก้องไปทั้งห้องอย่างบ้าคลั่งแต่ก็กล้ำกลืนมันเข้าไว้ในอกขณะสลัดผ้าห่มออก
เชียล่าทำความสะอาดร่างกายอย่างเร่งรีบไม่ใส่ใจกับการแต่งหน้าให้เรียบร้อยสวยงามเหมือนเช่นทุกครั้งปัดมาสคาร่าสีน้ำตาลลงเปลือกตา ไล้ลิปสติกลงบนริมฝีปากลวกๆ หวีและรวบผมอย่างไม่ใส่ใจกระจกในห้องน้ำสะท้อนภาพที่บอกให้รู้ว่า แม้จะใช้เครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยแต่ความงามผุดผ่องตามธรรมชาติของเธอก็ไม่ได้ลดลงเลยเธอออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าตั้งใจจะแต่งตัวให้เสร็จก่อนที่แบรดจะกลับมาคว้ากางเกงชั้นในขึ้นมาสวม หยิบกางเกงขายาวขึ้นมาสวมทับลงอย่างรวดเร็วแต่ประตูห้องก็เปิดออกเสียก่อนพร้อมกับแบรดที่ก้าวเข้ามาสายตากวาดไปทั่วทุกสัดส่วนบนเรือนร่าง
แววในดวงตาคู่นั้นทำให้เชียล่ารู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“คุณยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรือนี่?”
เชียล่าหันกลับมาเผชิญหน้าเขาทันที ทั้งๆที่สายเสื้อชั้นในยังคล้องอยู่ในมือ
“แบรด เราไม่มีเวลามากพอที่จะฮันนีมูนกันแล้วละเราทั้งสองคนยังจะต้องเข้าชั้นเรียนเพื่อเรียนต่อนะแล้วคุณก็ยังมีงานต้องทำอีกด้วย”
“เรามีเวลาทั้งหมดที่เหลืออยู่ในโลกนี้เลยละ”เขาตอบกลับมา
“อ้าว..แล้วเื่เรียนกับเื่สัญญาของคุณล่ะ?”
“ใครจะไป้ามันอีกล่ะไอ้อาจารย์พวกนั้นจะต้องมานั่งสั่งสอนอะไรผมอีก เวลานี้มันไม่สำคัญแล้วว่าผมจะมีความรู้อะไรสักแค่ไหนมันอยู่ที่ว่าผมรู้จักใครบ้างหรือเปล่าต่างหากแล้วก็มีเงินมากแค่ไหนด้วย” เขาตบกระเป๋ากางเกงตัวเองเบาๆ “เวลานี้เรามีเงินพอที่จะใช้กันให้เปรมในเม็กซิโกนี่แล้ว”
เชียล่าถึงกับอ้าปากค้างไม่เข้าใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงได้แปลกใจในคำพูดของเขาเงื่อนงำบางอย่างกำลังเผยออกมาซึ่งเชียล่าไม่อยากเห็นเหมือนที่พ่อกับแม่ของเธอเคยเห็นมาก่อน
“แต่เงินแค่นั้นมันใช้ได้ไม่นานหรอกนะ” เธอพูดเสียงแข็ง “ไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องหมดลงสักวันหนึ่งอาจจะหมดในเม็กซิโกนี่ก็ได้”
แบรดเดินยืดๆ เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
“อย่างน้อยมันก็พอใช้จนกว่าคุณจะได้รับมรดกนั่นแหละก็อีกสองสามเดือนเท่านั้นนี่ที่คุณจะอายุสี่สิบเอ็ด”
“อ๋อ..แล้วคุณก็เลยคิดว่าฉันจะมอบให้คุณทั้งหมดยังงั้นสิ..” ดวงตาของเธอขุ่นขวางขึ้นมาทันที
แต่แบรดกลับเห็นความขุ่นเคืองของเธอเป็เื่น่าขบขันสำหรับเขา
“ก็เราแต่งงานกันแล้วนี่อะไรที่เป็ของคุณมันก็ต้องเป็ของผมอยู่แล้ว และอะไรที่เป็ของผมมันก็จะต้องเป็ของผมต่อไป”เขาทำเสียงเหมือนกำลังพูดเื่ชวนหัว