เช้าวันเสาร์ซึ่งเป็วันหยุดของชมพูนิกข์ บริษัทของเธอนั้นจะมีทั้งพนักงานที่ต้องทำงานเป็กะ และทำงานปกติธรรมดา คือทำงานแปดโมงเช้าเลิกห้าโมงเย็น คนที่ทำงานกะก็จะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนวันหยุดไปเื่ ส่วนคนที่ทำงานปกติธรรมดา อย่างเช่นชมพูนิกข์เป็ต้น ก็จะหยุดเสาร์อาทิตย์
ชมพูนิกข์กะว่าสายๆ หน่อยจะออกไปหาซื้อของใช้ที่ห้างสรรพสินค้าสักหน่อย เพราะของใช้ที่ซื้อมาไว้ก่อนหน้านี้หร่อยหรอใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว เมื่อหญิงสาวทำความสะอาดห้องพักเสร็จก็อาบน้ำชำระล้างร่างกาย และแต่งตัวเตรียมออกไป โดยคิดว่าจะไปหาอะไรทานที่ห้างสรรพสินค้าเลยทีเดียวดีกว่า
เมื่อชมพูนิกข์แต่งตัวเสร็จ ตรวจดูความเรียบร้อยเสื้อผ้าหน้าผม โอเคแล้วก็หยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาคล้องไหล่มนบอบบาง เดินออกจากห้อง ตรงไปยังลิฟต์ ลงไปยังชั้นล่างของคอนโด แล้วเดินออกไปตามฟุตบาทข้างถนนเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าไปยังห้างสรรพสินค้าตามที่ตั้งใจเอาไว้
“เอ๊ะ!!.... ทำไมผู้หญิงคนนั้นดูคุ้นจัง”
ชมพูนิกข์ เข็นรถเข็นเดินเลือกของใช้ไปอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อนอะไร เพราะเธอไม่ได้มีนัดที่ไหน สายตาปะทะเข้ากับร่างผู้หญิงผู้ชายคู่หนึ่งเข้า รู้สึกค้นร่างของผู้หญิงเอามากๆ จึงขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย แต่พอผู้หญิงคนนั้นเหลียวหน้ามาให้เห็นชัดเจน ชมพูนิกข์ก็ต้องเบิกตากว้างมากขึ้นกว่าเดิม
“นั้นมันพี่ตานี่นา แล้วนั้นมากับใครกันล่ะ?”
ชมพูนิกข์พูดกับตัวเองเบาๆ เพราะผู้ชายที่อยู่เคียงข้างกับผู้หญิงที่ชื่อ กวินตรา ในขณะนี้ไม่ใช่ กฤษกร เป็ใครก็ไม่รู้
“เข้าไปทักทายดีกว่าไหมเรา” ชมพูนิกข์ควรจะเข้าไปทักทายดีไหมหนอ
‘ดีสิ! เพราะไหนๆ ก็บังเอิญมาเจอกันแล้วนี่นะ’
ชมพูนิกข์คิดได้อย่างนั้น จึงเข็นรถเข็นหวังจะเข้าไปทักทายกวินตรา แต่พอเข็นไปยังไม่ทันจะถึงตัวคนทั้งสอง ก็ต้องหยุดชะงักการเข็นรถเข็นลงอย่างกะทันหัน ทั้งยังเบิกตาคู่สวยนั้นกว้างขึ้นอย่างใ
“ห๊า!!!!... จูบกันกลางห้างอย่างนี้เลยเหรอ”
ชมพูนิกข์กล่าวจบก็ต้องรีบเข็นรถเข็นหลบซ่อนตรงมุมชั้นวางของอย่างเร็วไว เพื่อไม่ให้กวินตราเห็นและรู้ว่าเธอกำลังมองจ้องดูพวกเขาอยู่
“งั้นที่กุ้งพูดมาว่าพี่ตามีกิ๊กก็เป็ความจริงน่ะสิ”
ชมพูนิกข์พูดพึมพำอยู่กับตัวเอง ภายในใจก็คิดสงสารผู้ชายที่เธอแอบรัก หากว่าเขารู้ว่าแฟนของตัวเองมีกิ๊ก คงจะเ็ปใจน่าดูเลยทีเดียวล่ะ
ชมพูนิกข์แอบลอบเมียงมองไปยังที่ที่กวินตราและผู้ชายนัวเนียวจูบกันอยู่ ดูว่าบุคคลทั้งสองพากันเดินไปจากตรงนั้นแล้วหรือยัง
“เฮื่อออ!!!!....”
เมื่อชมพูนิกข์เห็นว่าบุคคลทั้งสองนั้น หยุดจูบและเดินห่างออกไปจากตรงนั้นแล้ว ก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างผ่อนคลายความอึดอัดที่เกิดขึ้นมาภายในใจ
“แล้วนี่เราจะทำยังไงต่อดีล่ะ? เราควรจะบอกกุ้งบอกพี่กรให้รู้เื่ดีหรือเปล่า?”
ชมพูนิกข์ผ่อนคลายความอึดอัดลงไปได้ไม่นาน ความกลัดกลุ้มใจ และสองจิตสองใจก็เข้ามาแทน จนไม่รู้ว่าจะเลือกทำอย่างไหนดีในตอนนี้
โดยถ้าเธอบอกญาตาวีตามที่ได้เห็น ญาตาวีก็คงจะเชื่อตามที่เธอพูดอยู่แล้ว อย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ แต่ถ้าเธอบอกสิ่งที่เธอเห็นให้กฤษกรได้รับรู้ ผลจะเป็ยังไงล่ะ เขาจะเชื่อคำพูดของเธอหรือเปล่า แล้วเขาต้องเ็ปมากแน่เลย เธอสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว
๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗