10
เปิดตัวเปิดใจ
อินทิราตรงดิ่งกลับบ้านในตอนบ่ายสามยอมทิ้งงานก่อนเวลาเพื่อการลงทุนกับงานใหม่ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงไปกับการเตรียมตัวเตรียมใจ เริ่มด้วยการอาบน้ำสระผมหมักทรีทเม้นท์น้ำมันมะพร้าวขัดสครับข้าวโอ๊ตทั่วผิวกายก่อนลงนอนแช่น้ำอุ่นสูตรน้ำผึ้ง-วานิลลาเพื่อให้ผิวนุ่มเนียนด้วยส่วนผสมของน้ำมันบำรุงผิวและน้ำผึ้ง กรุ่นกลิ่นหอมหวานติดผิวกายจากคุณสมบัติของวานิลลาเอ็กซ์แทรคแล้วชโลมผิวกายด้วยโลชั่นน้ำนมข้าว
ระหว่างรอให้เนื้อโลชั่นซึมลงผิวกายก็เป่าผมจัดทรงแบบเรียบง่ายเพื่อโชว์ความลื่นสลวยแวววาวราวเส้นไหมเนื้อดีบรรจงเติมแต่งใบหน้าให้สวยหวานกระจ่างตาราวสาวมัธยมปลาย เลือกสวมชุดชั้นในซีทรูสีเนื้อแบบเรียบหรูแต่ยั่วยุอารมณ์ชายได้ชะงัดปลดสายบราเซียร์ออกเพราะวันนี้เธอจะใส่เดรสชีฟองแขนระบายเปิดไหล่สีขาวยาวเหนือเข่าเพื่อเปิดเผยความเนียนกระจ่างของผิวสาวขาวอมชมพู
“จะไปไหนอินแต่งตัวสวยเชียว นี่มันค่ำแล้วนะลูก” วัลภาหรี่ตามองลูกสาวคนสวยอย่างจับสังเกตแม้ปกติอินทิราจะเป็คนช่างแต่งเนื้อแต่งตัวแต่ไม่บ่อยเลยที่จะใส่เสื้อผ้าที่เปิดเผยเนื้อตัวมากขนาดนี้
“อินมีนัดกับคุณต้าค่ะแม่”
“ต้าไหน?!”
“ต้าธานินทร์ วราเวศกุลค่ะ”
“ห๊า!นี่ จริงหรืออิน” ดวงตาของนางบอกความใ ในขณะที่ริมฝีปากคลี่ยิ้มด้วยความตื่นเต้น
“แกนัดกับใครนะ!”เสียงวศินดังขึ้นที่ประตูบ้าน อินทิราเหลียวมองแล้วหันกายไปเชิดหน้ายิ้มให้พี่ชาย ดีใจที่เขากลับมาได้จังหวะพอดี
“อินมีนัดทานอาหารค่ำกับคุณธานินทร์ วราเวศกุล ค่ะพี่วิน คุณต้าเขาจีบอิน”หยอดคำเด็ดให้คนที่กำลังยืนอ้าปากตาค้างได้ยินชัดๆ แล้วหันกลับไปหามารดา “เป็ไงบ้างคะแม่ลูกสาวแม่สวยพอหรือยังคะ”
“สวยจ้าลูกสาวแม่สวยทุกวันอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งสวยเป็พิเศษแม่ว่าคุณต้าต้องหลงเสน่ห์ลูกสาวแม่แน่ๆ” วัลภาชื่นชมจากใจจริง
ถึงจะเคยได้ข่าวความเ้าชู้ของผู้ชายที่มีนัดกับลูกสาวมาบ้างแต่นั่นก็นานมาแล้ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้ารับตำแหน่งใหญ่หลังจากนั้นก็มีแต่ข่าวน่าชื่นชมให้คนเป็พ่อแม่ที่มีลูกสาวครึ่งค่อนเมืองหวังจะตะครุบผู้ชายคนนั้นมาเป็เขยนางเองก็ไม่ปฏิเสธว่าอยากได้ลูกเขยคุณสมบัติแบบนั้นถึงไม่เคยคิดจะยุยงส่งเสริมลูกด้านนี้แต่เมื่อเ้าตัวมีโอกาสก็ควรสนับสนุน
“ขอบคุณค่ะแม่อวยพรอินหน่อยสิคะ” ตรงเข้าไปพนมมือกราบลงบนหัวไหล่มารดาหยุดนิ่งให้อีกฝ่ายลูบศีรษะพร้อมให้ศีลให้พร หวังให้พรจากบุพการีส่งผลให้ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
“แม่ขอให้อินโชคดีมีชัยคิดหวังสิ่งใดสมปรารถนา ใครเห็นใครรัก เจริญรุ่งเรืองนะลูกนะ”
“ขอบคุณค่ะแม่”อินทิราแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่เธอต้องไม่ร้องไห้ให้หน้าเลอะหญิงสาวซับความชื้นที่หัวตาออกเบาๆก่อนบอกลามารดาด้วยรอยยิ้มแล้วเดินไปแบมือขอกุญแจรถจากพี่ชาย
“พี่วินกลับมาก็ดีอินจะได้ใช้รถของอินสักที อ้อ อินให้ช่างดูรถให้พี่วินแล้วนะคะอีกวันสองวันคงเรียบร้อย ยังไงระหว่างนี้พี่วินใช้รถของพ่อไปก่อนก็แล้วกันเนอะ”
อินทิราพยายามยิ้มให้พี่ชายอย่างจริงใจที่สุดว่ากันตามตรง ใจเธอไม่เคยโกรธเกลียดวศินเลยความรู้สึกอื่นใดที่นอกเหนือจากความรักในสายเืครึ่งหนึ่งที่มีร่วมกันก็คือความกลัวเท่านั้น
“เอออ่อยผู้ชายให้สำเร็จก็แล้วกัน แต่พนันกันไหมว่าคืนนี้แกถูกฟันฟรีแน่”
“วินทำไมพูดกับน้องแบบนั้นล่ะลูก” วัลภาดุลูกชายเสียงเข้ม
“โห...แม่พออินมันจะได้ผัวรวยเข้าหน่อยแม่ก็เข้าข้างมันเหรอ” วศินโอดโอย
“เชื่อผมเถอะน่าผมเป็ผู้ชาย เวลาถูกผู้หญิงอ่อยนี่ดูออก ยิ่งเป็ผู้ชายอย่างนายธานินทร์น่ะบริหารงานใหญ่ระดับร้อยล้านพันล้านมันจะไม่รู้เชียวหรือว่าผู้หญิงให้ท่ามันเพื่อหวังอะไร แต่ขอโทษ แม่มฟันแล้วทิ้งมาเป็ร้อยรายแล้ว”
“วิน!”วัลภาดุลูกชายแค่นั้นแล้วได้แต่ถอนใจ หันมองสีหน้าสงบนิ่งของลูกสาวแล้วพยักหน้าให้ทำนองว่าอย่าให้ถือสา
อินทิรายิ้มให้มารดาแล้วหันหลังให้ถ้อยคำระคายหูที่วศินพูดมาก็ถูกแต่เธอก็ยังคาดหวังว่ากรณีของเธอจะต่างไปจากผู้หญิงอื่นของเขาสักนิดเธอต้องทำให้ธานินทร์หลงรักและยอมร่วมมือกับเธอให้ได้ไม่ต้องแคร์เื่จะถูกฟันแล้วทิ้งเพราะคิดว่าความสาวความสวยของเธอน่าจะมัดใจผู้ชายคนหนึ่งได้สัก่เวลาหนึ่งขอแค่่เวลาที่เธอจะสามารถคลี่คลายปัญหาทุกอย่างให้หมดไปแต่ถ้ามันจะยาวนานไปกว่าที่หวังไว้ก็ดีไม่ใช่หรือ
ต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะผ่านผู้หญิงมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำเธอก็ไม่แคร์ตราบใดที่เขายังดีกับเธอและให้ในสิ่งที่เธอ้าได้สิ่งที่เธอ้าจากเขาก็คือผลประโยชน์ดูจากสีหน้าแววตาของวศินเมื่อครู่ก็รู้ว่าชื่อของ ธานินทร์ วราเวศกุล มีอิทธิพลต่ออีกฝ่ายไม่น้อย
พี่ชายของเธอชะงักตาค้างได้นานทีเดียวและที่วศินพูดมาทั้งหมดก็เพื่อบั่นทอนกำลังใจของเธอไปพร้อมกับปลอบขวัญตัวเองเท่านั้นแววตาหลุกหลิกของพี่ชายแสดงว่ากำลังวิตกกังวลไม่น้อยกับการที่น้องสาวจะได้เป็คนรักของผู้ชายอย่าง‘ต้า วราเวศ’
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในตอนที่หญิงสาวกำลังถอยรถเข้าจอดเธอจึงต้องปล่อยให้มันดังอยู่พักใหญ่กว่าจะได้กดรับสายหลังจอดรถเรียบร้อยแล้วธานินทร์คงโทรมาสอบถามว่าเธอถึงไหนแล้ว
“คุณถึงไหนแล้ว”
“ถึงแล้วค่ะ”หญิงสาวอมยิ้มเมื่อเดาถูก แต่สิ่งที่ได้ยินต่อจากนั้นทำให้รอยยิ้มหดหายเพราะธานินทร์กำลังพูดบางอย่างที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยิน
“คือ...ผมขอเปลี่ยนสถานที่หน่อย ไปรอผมที่ประตูทางออกลานจอดรถชั้นบีนะ เดี๋ยวผมไปรับ”
“ทำไมคะ”
“ผมไม่สะดวกที่เดิมขึ้นไปหาที่ส่วนตัวข้างบนกันดีกว่า”
เขารู้หรือว่ามีนักข่าวมารอจับภาพแล้วสงสัยหรือเปล่าว่าใครเป็คนปล่อยข่าวถ้าเปลี่ยนสถานที่ไปเป็ที่ที่ไม่มีใครรู้เห็นสิ่งที่เธออาจต้องเสียไปจะได้อะไรตอบแทนนอกจากความว่างเปล่าและเงียบสนิท...
ไม่ลงทุนขนาดนี้ทุกอย่างต้องอยู่ในเงื่อนไขที่เธอพอใจเท่านั้น...อินทิราสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วตัดสินใจทิ้งไพ่ใบใหม่
“ถ้าคุณไม่สะดวกใจที่จะคบหากับฉันอย่างเปิดเผยก็ไม่เป็ไรค่ะ ฉันกลับบ้านก็ได้”
“อินไม่เอาน่า ผมแค่ไม่อยากให้คุณเป็ข่าวคนของผมบอกว่าตอนนี้พวกนักข่าวเต็มห้องอาหารเลย ไม่รู้ไปได้ข่าวอะไรมาสงสัยเมื่อเช้าคงมีคนเห็นผมไปที่ร้านคุณ”
“อ๋อค่ะ” หลุดเสียงออกไปพร้อมอาการหน้าเหวอ
“โอเคนะเดี๋ยวผมไปรับที่ลานจอดรถ แล้วขึ้นไปดินเนอร์ข้างบนกัน”
“ไม่ค่ะฉันจะทานที่ห้องอาหาร”
“อิน!”
“แค่นี้นะคะถ้าคุณไม่มาก็ไม่เป็ไร” ถึงจะใจเสียเล็กน้อยที่เขารู้ตัวแล้วว่ามีนักข่าวรอเก็บภาพแต่เป็ตายยังไงเธอก็จะไม่ยอมอยู่กับเขาในที่ลับตาคนง่ายๆโดยไม่ได้หลักฐานไว้ประกันความเสี่ยงหรอก
“คุณไม่ฟังเหตุผลของผมเลย”
“ฟังแล้วแต่ไม่เห็นด้วย ก็บอกแล้วไงคะ ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะคบหากับฉันอย่างเปิดเผยล่ะก็ไม่ต้องมา คนอย่างฉันทำอะไรไม่จำเป็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ”
“ฮึนี่หมายความว่าคุณอยากเป็ข่าวกับผม?”
“นั่นแล้วแต่คุณจะคิดแค่นี้นะคะ ฉันหิวแล้ว สวัสดีค่ะ”
ทำไมเธอต้องโมโหที่เขาพูดเหมือนจับได้แถมยังตั้งใจขัดขวางแผนการอันสวยหรูของเธอ ถ้าคิดจะกุ๊กกิ๊กกับเขาเงียบๆในที่ลับหูลับตาคนจะลงทุนทำทุกอย่างนี้ไปเพื่ออะไรมันต้องประกาศให้คนทั้งเมืองรู้เห็นสิว่าเธอมีผู้ชายอย่างบอสใหญ่แห่งเครือวราเวศอยู่ข้างกาย
ถ้าวันนี้เขาไม่เต็มใจจะคบหาเธออย่างเปิดเผยก็อย่าหวังเลยว่าเขาจะยอมช่วยเหลืออะไรเธอในอนาคต
เชื่อแล้วล่ะว่าผู้ชายคนนี้เซฟตัวเองสุดๆมิน่า เธอถึงไม่เคยรู้เห็นข่าวคาวของเขากับผู้หญิงคนไหนเลย จะมีก็แต่ข่าวเก่าๆที่ศศิวิมลส่งมาให้ สมัยที่ ต้า วราเวศ เพลย์บอยพันล้านควงผู้หญิงมากหน้าหลายตาออกงานอีเว้นท์ทั่วฟ้าเมืองไทย แต่่เวลาหลังจากเขารับตำแหน่งใหญ่เขายังไม่เคยมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงคนไหนเลย
อินทิราหวังจะเป็คนแรกและต้องเป็ข่าวที่ดังพอจะทำให้ใครบางคนที่อยากจะกลั่นแกล้งเธอคิดหนักได้บ้างแต่ตอนนี้คงต้องถอยหลังไปตั้งหลักใหม่อีกครั้ง
สาวสวยชุดขาวเดินเข้าห้องอาหารอย่างโดดเดี่ยวและโดดเด่นเสียเวลากวาดตามองหาโต๊ะพิเศษสักโต๊ะที่อาจจะมีการเตรียมไว้ก่อนที่คนสั่งจะเปลี่ยนใจกระทันหันแต่เมื่อไม่เห็นก็ตรงไปยังโต๊ะริมผนังกระจกที่เป็สัดส่วนมากที่สุดเท่าที่มีให้เลือกเวลานี้ผู้คนในห้องอาหารค่อนข้างหนาตาซึ่งถ้ามีการจองโต๊ะจัดมุมพิเศษไว้ล่วงหน้าบรรยากาศคงไม่ใช่แบบนี้แสดงให้เห็นว่าธานินทร์ไม่ได้เอาใจใส่กับนัดของเธอมากเท่าที่เธออุตส่าห์เตรียมเนื้อเตรียมตัวมาั้แ่บ่ายสาม
สำคัญตัวเองผิดไปแล้วสินะอินทิราผู้ชายที่พบเจอผู้หญิงสวยๆ มามากต่อมากอย่างเขาคงไม่รู้สึกพิเศษอะไรกับเธอหรอกอย่างเธอคงไม่มีวันใช่ ก็เขาเคยบอกไว้แล้วไงว่าต่อให้สวยราวกับนางฟ้านาง์เขาก็ไม่มีวันจริงจังด้วยแล้วแค่ความสวยในระดับที่เธอมีคงไม่ทำให้หัวใจผู้ชายคนนั้นสะดุ้งะเื
ช่างประไรหัวใจเขา เธอไม่ได้สนใจซะหน่อย ตอนนี้ขอเวลาคิดก่อนเถอะว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
“รับอะไรดีครับ”
อินทิรารับเมนูจากบริกรชายมาเปิดดูแล้วเลือกสั่งเมนูที่คิดว่าน่าจะกลืนลงคอได้ง่ายที่สุดในเวลานี้เวลาที่รู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างมาจุกแน่นอยู่ในลำคอ
“ข้าวต้มปลาค่ะ”
“เครื่องดื่มล่ะครับ”
“น้ำเปล่า”
“ครับสักครู่ครับ”
ดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่สุดท้ายก็เหลือเพียงข้าวต้มปลากับน้ำเปล่าแต่ชีวิตของเธอจะต้องไม่เละเป็โจ๊กหรือว่างเปล่าเด็ดขาด... หญิงสาวถอนใจเฮือกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คความเคลื่อนไหว ศศิวิมลไลน์มาบอกว่าทุกอย่างเป็ไปตามแผน
‘ทุกอย่างโอ พรุ่งนี้แกดังแน่ เล็งดีๆ แล้วยิงโลด’
คนหวังยิงเรือเพลย์บอยพันล้านได้แต่ถอนใจไม่ตอบโต้ว่าอะไรกลับไปนอกจากสติกเกอร์บอกว่ารับทราบจากนั้นก็พยายามอมยิ้มให้กับอีกไลน์ที่ทักมาด้วยสติ๊กเกอร์สื่อแทนความคิดถึงพร้อมถ้อยคำตอกย้ำเจตนา
‘คิดถึงจัง ทำไรอยู่ครับ’
อภินันท์เพิ่งได้เบอร์ใหม่ของเธอเมื่อตอนนั่งทานไอศครีมกันวันก่อนและจากคืนนั้นเขาก็เริ่มส่งสติกเกอร์สื่อแทนความหมายดีๆมาให้เกือบจะทุกเวลาหลังอาหาร อินทิราก็ทำแค่ส่งสติ๊กเกอร์กลับไปถ้าเขาทักมาเป็ข้อความก็จะตอบกลับไปแบบสั้นๆ ไม่ต่อความยืดยาวไม่ได้รอดูว่าอีกฝ่ายจะได้อ่านในทันทีหรือไม่ก็เข้าเฟซบุ๊คอ่านข่าวสารหน้าฟีดข่าวแล้วเข้าตรวจสอบความเคลื่อนไหวในแฟนเพจของร้านต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งรู้สึกว่ามีบริกรมากกว่าหนึ่งคนกำลังเดินตรงมาที่โต๊ะของเธอพร้อมอาหารเมนูพิเศษ
“คุณอินทิราใช่ไหมครับ”บริกรเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
“ค่ะ”หญิงสาวตอบงงๆ
“ขออนุญาตนะครับ”โค้งตัวให้อย่างสวยงามแล้วเริ่มลำเลียงอาหารขึ้นโต๊ะเริ่มจากล๊อบสเตอร์อบไวน์จานใหญ่ สปาเก็ตตี้เส้น หมึกผัดหอยเชลล์ เยลลี่ไข่ปลา และถังน้ำแข็งแช่ขวดแชมเปญดอม เปริญอง
“ฉันไม่ได้สั่งนะคะ”
“คุณธานินทร์สั่งไว้ครับ”บริกรบอกตามที่รู้มา
อาหารชุดพิเศษชุดนี้ซีอีโอหนุ่มแห่งวราเวศสั่งไว้ั้แ่เย็น พร้อมสั่งจัดโต๊ะพิเศษไว้ในมุมส่วนตัวที่สุดแต่เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดโต๊ะขึ้นไปที่สวนน้ำลอยฟ้าชั้นบนสุดของอาคารเมื่อราวยี่สิบนาทีก่อนและสุดท้ายเมื่อไม่กี่นาทีนี่เองก็เปลี่ยนแปลงคำสั่งใหม่อีกครั้งให้นำอาหารมาเสิร์ฟให้หญิงสาวชื่ออินทิรา
“คุณธานินทร์สั่งก็จัดไปเสิร์ฟคุณธานินทร์สิคะ ฉันสั่งข้าวต้มปลากับน้ำเปล่า”
“เอ่อ...คือ คุณธานินทร์สั่งให้มาเสิร์ฟที่โต๊ะคุณผู้หญิงครับ”
อินทิราขบฟันนิ่งพยายามข่มไอร้อนที่พุ่งขึ้นหน้า เธอทั้งโมโห น้อยใจและจุกเสียดในอกแปลกๆกับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำกับเธอ ทั้งที่บอกตัวเองว่าไม่ต้องเอาความรู้สึกเข้าไปเกี่ยวข้องแต่ใครล่ะจะทำได้อย่างปากว่า
“งั้นฉันยกเลิกอาหารที่สั่งไปเมื่อครู่นี้นะคะ”
“ได้ครับ”บริกรรับคำพร้อมรอยยิ้มก่อนจะหน้าเหลอหลาเมื่อหญิงสวยจับสายสะพายโซ่ทองของกระเป๋าชาแนลมินิสีขาวขึ้นพาดไหล่แล้วขยับกายลุกขึ้น
“เอ่อ...ไม่ทราบคุณผู้หญิงจะไปไหนครับ”
อินทิราไม่ตอบพูดไปตอนนี้ก็เสียงสั่นเปล่าๆหญิงสาวเค้นรอยยิ้มตามมารยาทส่งให้บริกรหนุ่มเพียงนิดแล้วหันกายกลับไปทางเดิม
วิธีนี้คงใช้ไม่ได้ผลสำหรับผู้ชายรอบจัดอย่างธานินทร์และเธอไม่้าส่วนแบ่งจากความเวทนาหรืออะไรก็ตามที่เขาส่งมาให้ผ่านอาหารหรูกับแชมเปญที่ต้องดื่มไว้อาลัยแก่ความล้มเหลวของตัวเอง
แม้รู้ว่ากำลังถูกจับตามองจากใครหลายคนในที่นี่และต้องมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นักข่าวท้องถิ่น แต่อินทิราไม่แคร์ เธอไม่ใช่คนดังไม่ใช่คนที่ต้องแคร์สื่อ หญิงสาวเชิดหน้าก้าวเดินต่อไป พยายามวางหน้านิ่งเรียบให้มากที่สุดแม้ภายในใจอยากจะกรีดร้องดังๆให้หายเจ็บใจตัวเอง
เธอคงไม่ฉลาดไม่เก่ง ไม่กล้า และไม่มีะุที่เด็ดพอที่จะยิงเรือผู้ชายอย่าง ‘ต้าวราเวศ’
สองเท้าที่ก้าวเดินอย่างงามสง่าบนรองเท้าส้นสูงรัดข้อสีขาวค่อยผ่อนจังหวะลงจนกลายเป็ยืนนิ่งเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนขนาดพอดีตัวกับสแล็กส์สีควันบุหรี่ที่ก้าวพ้นประตูเข้ามาพร้อมกุหลาบขาวช่อใหญ่กว่าเมื่อเช้าเล็กน้อย
อินทิรายืนนิ่งอยู่ที่เดิมรอจนกระทั่งร่างสูงก้าวเข้ามาหยุดลงตรงหน้าตลอด่เวลานั้นต่างคนต่างลอบสำรวจและแอบชื่นชมความหล่อความสวยของกันและกันอยู่ในใจโดยไม่ลืมที่จะสงวนท่าทีให้สงบนิ่งไว้เพื่อรอดูทีท่าของอีกฝ่าย
วินาทีแรกที่ได้เห็นเธอธานินทร์เชื่อว่าเขาตัดสินใจไม่ผิดที่มายืนอยู่ตรงนี้ความปรารถนาที่จะได้เห็นหน้าและอยู่ใกล้ชิดอินทิราเป็แรงผลักดันให้เขายอมแหกกฎและก้าวข้ามขอบเขตที่เคยวางไว้ั้แ่เข้ารับตำแหน่งแทนบิดาธานินทร์ตั้งใจไว้ว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เื่ผู้หญิงมาส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและชื่อเสียงของวราเวศตราบใดที่ยังไม่พบ... คนที่ใช่
อินทิราสวยและน่าปรารถนาคุ้มค่าแก่การเริ่มลองดูแต่เขาก็รู้ว่าไม่ใช่เฉพาะความสวยเท่านั้นที่ทำให้เขาเกิดอารมณ์ปรารถนาในตัวเธอคงถึงเวลาแล้วกระมังที่เขาจะเปิดตัวเปิดใจกับใครสักคนแม้ตอนนี้หญิงสาวจะไม่ได้ยิ้มให้หรือแสดงออกว่าดีใจที่เห็นเขาแต่แววตาก่ำกึ่งระหว่างตื่นเต้นกับหมั่นไส้ของเธอก็ทำให้เขากล้าส่งยิ้มให้ไปพร้อมดอกไม้ในมือ
“ขอโทษที่มาช้านะครับ”
อินทิราก้มมองดอกไม้ตรงหน้าแล้วพยายามปั้นหน้านิ่งเก็บซ่อนรอยยิ้มกระหยิ่มไว้ให้มากที่สุดไม่แปลกใช่ไหมที่ตอนนี้หัวใจของเธอจะฟูฟ่องคับอกเพราะคิดเข้าข้างตัวเองไปไกลแล้วว่าเขาสนใจใยดีและพร้อมที่จะคบหากับเธออย่างเปิดเผยก็ดูสิ่งที่เขาทำต่อหน้าสายตาผู้คนมากมายในที่นี้สิ
“ผมจัดมาใหญ่กว่าช่อเมื่อเช้าแล้วนะพอใจหรือเปล่าครับ”
เมื่อเสียงเข้มกระซิบมาอีกครั้งคนกำลังหัวใจฟูฟ่องจึงได้เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่เก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไปรองเท้าส้นสูงที่เธอสวมวันนี้ช่วยให้ระดับความสูงต่ำของใบหน้าในระยะใกล้เอื้อต่อการมองสบตาโดยไม่ต้องแหงนหน้าเลยหรืออีกสาเหตุหนึ่งคงเพราะธานินทร์เป็ฝ่ายยอมก้มหน้าลงมาหาเธอยื่นดอกไม้มาหาพร้อมส่งสายตาออดอ้อนประมาณว่า... ‘ถ้าทำให้ผมหน้าแตกคุณตาย’
“ขอบคุณค่ะ”ฉันไม่ได้กลัวตาย ก็แค่เสียดายดอกไม้...
อินทิราก้มหน้าซ่อนยิ้มกับความคิดตัวเองขณะยื่นมือไปรับดอกไม้ช่อสวยแต่แค่แตะต้องก็ถูกมือใหญ่รวบจับไว้ไม่ให้ดึงกลับหญิงสาวตวัดตาขึ้นมองหน้าเขาด้วยความสงสัยก่อนจะยืนอึ้งเมื่อถูกริมฝีปากอุ่นโน้มลงมาปัดผ่านนวลแก้มเฉียดริมฝีปากของเธอไปนิดเดียว
“คุณ!”
“พอใจกับการเปิดตัวไหมครับ”ถามจบก็ปล่อยมือให้หญิงสาวรับดอกไม้ไปถือไว้ยืดกายขึ้นตั้งหลังตรงเต็มความสูงแล้วพับข้อศอกยื่นให้ “เชิญครับคุณผู้หญิงให้เกียรติผม... สักคืน”
ถ้อยคำลงท้ายทำให้อินทิราต้องตวัดตามองหน้าคนยื่นแขนรอควงและเมื่อได้เห็นแววตาระยิบระยับพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปากของอีกฝ่าย ก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่จะได้เป็คนคุมเกมในค่ำคืนนี้
“แค่คืนเดียวหรือคะ”เธอถามราวหาเื่ แต่คนฟังกลับยิ้มราวได้ยินเื่ชวนขัน
“คืนนี้ผมขอรับเกียรติจากคุณครับส่วนคืนต่อๆ ไป คุณจะได้รับเกียรติจากผมเอง ในฐานะคนพิเศษ”
“คงพิเศษมาหลายคนแล้ว”ผู้ชายปากหวานเป็แบบนี้นี่เองถึงรู้ว่าเขาแค่แกล้งพูดเอาใจแต่ก็ยังอดรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังไม่ได้ว่ามันอาจจะเป็จริง
ธานินทร์หัวเราะอยู่ในลำคอก่อนจะกระซิบตอบเสียงพร่าด้วยถ้อยคำที่คนฟังไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้เสียบรรยากาศดีๆ ตอนนี้ไปเลย
“งั้นคนนี้จะเป็‘คนพิเศษที่สุด’ คนแรกและคนเดียว”
รอยยิ้มแห่งความเขินอายปิดเท่าไหร่ก็ไม่มิดอินทิราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้นวลแก้มของเธอแดงเรื่อติดตาต้องใจธานินทร์แค่ไหนหญิงสาวจำต้องเซหลบไฟปรารถนาในดวงตาของเขาก่อนที่พวงแก้มของเธอจะร้อนจนไหม้
มือบางวางลงบนท่อนแขนแกร่งไออุ่นที่แผ่ผ่านแขนเสื้อเนื้อเนียนเป็สิ่งที่คนทั้งสองรับรู้ได้ไม่ยากหัวใจหญิงสาวเต้นระทึกไปตลอดทางที่ชายหนุ่มพาเดินกลับไปยังโต๊ะเดิม
อินทิราตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าคืนนี้เป็ไงเป็กันเธอจะยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็ผู้หญิงคนพิเศษที่สุด คนแรกและคนเดียวของ ธานินทร์วราเวศกุล