ตอนที่47 ร่างกายที่พัฒนาขึ้น
หลังจากที่พระฤๅษีคงได้รู้แล้วว่ากล้วยยังไม่หมดสติและยังทนได้ที่จะแช่อยู่ในน้ำสมุนไพรเขาก็ปล่อยให้กล้วยแช่ต่อไปโดยกำชับขมิ้นเอาไว้ว่าให้พากล้วยออกมาจากบ่อแช่ทันทีถ้ากล้วยรู้สึกไม่ไหวแล้วเพราะแทนที่มันจะเป็นผลดีมันกลับกลายเป็นเสียแทน........
ในเช้าวันถัดมา.......
ณโบสถ์เก่าริมน้ำในวัดท่าเสด็จ.......
หลังจากที่กล้วยเริ่มลงไปแช่ในน้ำที่เต็มไปด้วยสมุนไพรหายากที่พระฤๅษีคงได้ทำขึ้นนี่ก็ผ่านไปหนึ่งวันแล้วซึ่งตลอดหนึ่งวันที่ผ่านมานั้นกล้วยรู้สึกทรมานและเจ็บปวดเป็นอย่างมากเขาอยากที่จะลุกออกไปจากบ่อนี้หลายต่อหลายครั้งแต่เพราะเขาได้ยินว่ามันส่งผลดีต่อเขาถ้าเขาสามารถอดทนและแช่อยู่น้ำสมุนไพรนี้ได้นานๆดังนั้นเขาจึงได้แต่อดกลั้นและประคองสติตัวเองไว้......
แต่หลังจากที่มาถึงเช้าวันนี้ร่างกายที่หนักและปวดไปหมดทั้งตัวก็ได้รับการฟื้นฟูกลับมา ไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดแล้วเขายังรู้สึกดีและสบายตัวยิ่งกว่าเดิมอีกเขารู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเขาสามารถทนรับกับความเจ็บปวดพวกนี้ได้แล้วและเขาก็รู้สึกได้ว่าตั้งแต่กระดูกไปจนถึงอวัยวะทุกส่วนในร่างกายของเขาได้รับการผลัดเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดและยิ่งเขาแช่ในน้ำสมุนไพรอีกต่อไปนานเท่าไหร่ตัวเขาก็ยิ่งสัมผัสได้ว่าตัวเองสามารถที่จะยกก้อนหินที่หนักกว่าห้าสิบกิโลกรัมได้อย่างสบายๆดังนั้นเขาจึงตั้งใจทำสมาธิและแช่น้ำสมุนไพรต่อไป......
“โยมขมิ้น! กล้วยยังอยู่ข้างในอยู่อีกเหรอ?” ในเวลานั้นเองพระผาก็ได้มาที่โบสถ์เก่าแห่งนี้เพื่อดูกล้วยด้วยความเป็นห่วงซึ่งเขาเองก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปข้างในเพราะไม่อยากรบกวนกล้วยดังนั้นเขาจึงได้ถามขมิ้นที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างหน้าแทน......
“เจ้าค่ะท่านพระผา! นายท่านยังอยู่ข้างในและไม่มีวี่แววว่าจะออกมาเลย”ขมิ้นรีบตอบกลับพระผาในทันทีอย่างเคารพและนอบน้อม เพราะพระผานั้นเป็นพ่อของกล้วยซึ่งก็ถือว่าเป็นเจ้านายของเธอเช่นกัน แต่เพราะพระผาเป็นพระที่ต้องเคารพอยู่แล้วเธอจึงยิ่งทำตัวเคารพมากกว่าเดิม......
อื้ม!
“ดูแล้วโยมคงยังไม่ได้พัก ไปพักผ่อนก่อนไหม ตรงนี้เอาไวอาตมาจะดูแลต่อเองเพราะการอดหลับอดนอนมันเป็นบาปนะ บาปที่ทำร้ายร่างกายตัวเองทั้งๆที่สามารถละเว้นได้!” พระผาเห็นสภาพของขมิ้นแล้วเขาก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เพราะดูแล้วขมิ้นยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อวานดังนั้นเขาจึงอยากให้ขมิ้นไปนอนพักผ่อนก่อน ส่วนเขาจะเฝ้าที่นี่ให้เองเพราะยังไงกล้วยก็เป็นลูกของเขา.....
แต่ว่า.......
“ถ้าโยมไม่สบายใจก็นอนพักอยู่แถวนี้ก็ได้เพราะอย่างไรที่นี่ก็มีลมเย็นพัดอยู่ตลอดเวลา แถมอากาศที่นี่ก็น่านอนอย่างมากมันน่าจะช่วยให้โยมหลับได้สลายขึ้นนะ” พระผาเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของขมิ้นแล้วเขาจึงบอกให้เธอพักอยู่แถวนี้ก็ได้ แต่เมื่อเห็นว่าขมิ้นยังคงเป็นกังวลแม้จะพูดออกไปแบบนั้นแล้วพระผาจึงได้พูดต่ออีกว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงไปดอก กล้วยเป็นลูกของอาตมายังไงอาตมาก็ไม่ปล่อยให้เขาเป็นอันตรายดอกหนา!”พระผาได้ใช้สิทธิ์ที่เขาเป็นพ่อของกล้วยมาพูดเพื่อทำให้ขมิ้นไม่ต้องกังวลและยอมปล่อยวางเรื่องนี้ซึ่งเขาเชื่อว่ามันต้องได้ผล......
“ก็ได้เจ้าค่ะ! ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวไปนอนก่อนนะเจ้าค่ะ”ขมิ้นไม่ค่อยเต็มใจนักที่จะจากกล้วยไปไกลๆแต่เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของพระพาแล้ว เธอจึงได้ยอมเชื่อฟังและจากไป......
“พวกโยมทั้งสองเองก็ไปด้วยเถอะ ไปนอนพักเอาแรงเสียเผื่อว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นจะได้มีแรงเอาไว้ช่วยเหลือกันได้!”แน่นอนว่าพระผารู้ว่ายังมีอีกสองคนที่แอบซ่อนตัวอยู่ดังนั้นเขาจึงได้บอกให้ทั้งสองคนจากไปด้วย......
เจ้าค่ะ!
งั้นพวกเราลานะเจ้าค่ะ!
หลังจากนั้นขมิ้นสีดาและนารีกล่าวลาพระผาแล้วพวกเธอทั้งสามคนก็รีบกลับไปที่เรือนของกล้วยเพื่อพักผ่อนทันทีเพราะคำพูดของพระผานั้นถูกต้องอย่างมากและหากว่าเกิดอะไรขึ้นมาพวกเธอจะไม่มีแรงพอที่จะสู้อย่างแน่นอนถ้ายังฝืนร่างกายไม่ยอมพักผ่อนแบบนี้ดังนั้นการกลับไปพักผ่อนจึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว.......
“ไม่คิดเลยว่าลูกเราจะมีบุญเยี่ยงนี้ถึงกับมีผู้ติดตามที่แข็งแกร่งตั้งหลายคน แม่จันทร์เอ๋ย!ถ้าเจ้ายังอยู่เจ้าคงยิ้มหน้าบานเสียแล้วละ!” ถึงแม้ว่าพระผาจะบวชเป็นพระแล้วแต่เขาก็ยังระลึกถึงภรรยาของเขาอยู่ เพราะเธอเป็นคนที่คอยทำให้ตัวเขายังมีชีวิตอยู่ได้........
“ตอนนี้เราคงทำอะไรได้ไม่มากนัก นอกจากฝึกทำสมาธิต่อไป เฮ้อ!”พระผายังไม่อาจที่จะช่วยอะไรกล้วยได้มากในตอนนี้เพราะตัวเขาเองก็ยังไม่เก่งกล้าเรื่องมนต์มากนักถึงแม้ว่าเขาจะมีพื้นฐานมาบ้างแล้วก็ตาม ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่คอยเป็นกำลังใจให้กับลูกชายของเขาเท่านั้น.......
หลายวันผ่านไป.......
อ๊ากกกกกกกกกก!!
นายท่าน!
ในตอนนั้นเองเสียงร้องของกล้วยก็ได้ดังขึ้นอย่างดังออกมาจากโบสถ์เก่าที่เขาแช่น้ำว่านอยู่และเพราะเสียงร้องของเขาได้ทำให้ขมิ้นและพระผาที่เฝ้าอยู่ข้างนอกโบสถ์ได้รีบวิ่งเข้าไปข้างในนั้นทันทีเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับกล้วย.......
“พระท่านพ่อ! พี่สาวขมิ้น!”กล้วยที่นั่งแช่อยู่ในน้ำว่านได้ลืมตาขึ้นมาช้าๆและเมื่อเขาเห็นพระผาและขมิ้นเดินเข้ามา เขาก็รีบส่งเสียงเรียกเบาๆด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ ราวกับว่าพึ่งไปวิ่งเป็นสิบๆ กิโลมาอย่างนั้นแหละ......
“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก เหตุใดถึงได้ร้องเสียงดังนักละ?” พระผาค่อยๆ คืนสติกลับมาเมื่อเห็นว่ากล้วยไม่เป็นอะไรแต่ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงได้ถามเพื่อความสบายใจ......
“ข้าไม่เป็นอะไรดอกท่านพ่อ ที่ข้าร้องเมื่อครู่ก็เพราะร่างกายของข้าพึ่งได้รับการผลัดเปลี่ยนกระดูกและเส้นเอ็นใหม่ให้แข็งแกร่งขึ้นรวมถึงกล้ามเนื้อและเลือดในร่างกายด้วย!”กล้วยรีบกล่าวตอบพระผาในทันทีด้วยความตื่นเต้นและดีใจเพราะการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทำให้ร่างกายของเขาเทียบได้กับผู้มีพลังญาณสมาธิภายในระดับหัวหมู่ชั้นสูงเลย.......
“ยินดีกับนายท่านด้วยกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้!”หญิงสาวขมิ้นรีบกล่าวยินดีกับกล้วยทันทีเธอเองเป็นถึงผู้มีพลังญาณสมาธิภายในระดับนายพันแล้วดังนั้นเธอจึงรู้ว่าร่างกายของกล้วยนั้นแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาแค่ไหนจากก่อนหน้านี้......
“พี่สาวขมิ้นกล่าวชมข้าเกินไป ข้าก็แค่โชคดีสามารถทำได้ก็เท่านั้นอีกอย่างถ้าไม่ได้น้ำยาว่านจากท่านตาฤๅษีคงร่างกายของข้าคงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ดอกหนา!”กล้วยรู้สึกเขินอายเล็กน้อยกับคำชมของขมิ้นก่อนที่จะพูดแก้ตัวและบอกว่ามันเป็นเพราะน้ำยาว่านต่างหาก......
“ถึงมันจะเป็นเพราะน้ำยาสมุนไพรว่านของข้าก็ตามแต่มันก็มิได้ช่วยให้ร่างกายของเจ้าเปลี่ยนได้มากมายขนาดนี้ดอกหนามันเป็นเพราะพรสวรรค์และจิตวิญญาณในร่างของเจ้าล้วนๆที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้!”
ท่านตา!
ท่านพระฤๅษีคง!
ซึ่งในตอนนั้นเองพระฤๅษีคงก็ปรากฏตัวออกมาจากความวางเปล่าโดยที่ไม่มีใครรู้.....
“เจ้าหนูกล้วย!ในตอนนี้ร่างกายของเจ้านั้นแข็งแกร่งกว่าคนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกันกับเจ้าในเขตพื้นที่แทบนี้อย่างมากแต่เมื่อเทียบกับพวกลูกขุนนางและพวกลูกเศรษฐีแล้วมันก็อยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ได้เท่านั้น หากว่าตามีสมุนไพรที่หายากมากกว่านี้ให้กับเจ้าแล้วละก็เจ้าก็จะสามารถเหนือกว่าคนเหล่านั้นได้อย่างสบายๆ เลย!”
เมื่อไม่ให้กล้วยหลงระเริงกับพลังทางร่างกายใหม่นี้พระฤๅษีคงจึงได้พูดเตือนสติและบอกให้กล้วยได้รู้ว่ายังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเขาอีกมากโดยเฉพาะเหล่าลูกคนรวยที่สามารถหาซื้อสมุนไพรมาปรุงเป็นยาต่างๆเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเอง.......
“ข้าเข้าใจแล้วท่านตา! ข้ารู้ว่ายังมีคนอีกมากนักที่แข็งแกร่งกว่าข้า!”กล้วยพยักหน้าอย่างเข้าใจในสิ่งที่พระฤๅษีคงต้องการจะสื่อเขาเป็นเด็กที่ฉลาดและเรียนรู้ได้ไว ดังนั้นเขาจึงสามารถเข้าใจอะไรได้ง่ายๆและรู้ว่าควรที่จะทำอะไรบ้าง......
“ถ้ารู้ก็ดีแล้ว เอาล่ะ! เจ้าขึ้นมาจากบ่อแช่สมุนไพรว่านได้แล้วเพราะฤทธิ์ของว่านเหล่านั้นคงถูกเจ้าดูดซับไปทั้งหมดถึงจะอยู่แช่ต่อไปก็ไม่เกิดผลอะไร” พระฤๅษีคงพยักหน้าเบาๆ อย่างพอใจก่อนที่จะบอกให้กล้วยขึ้นมาจากบ่อแช่ที่มีสมุนไพรว่านที่แห้งเหี่ยวเพราะถูกกล้วยดูดซับพลังญาณภายในนั้นไปจนเมื่อแล้วเพื่อใช้ในการปรับปรุงร่างกาย.......
ขอรับท่านตา!
กล้วยรีบตอบรับพระฤๅษีคงและยืนขึ้นในทันทีแต่ทว่าเขากลับลืมไปเลยว่าขมิ้นเองก็อยู่ตรงนี้ด้วยและกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด......
อ้า!
ตู้ม!
“ข้าขอโทษ! ข้าลืมไปเลยว่าพี่สาวขมิ้นเองก็อยู่ที่นี่ด้วย!”กล้วยรีบนั่งลงกลับไปในบ่อน้ำแช่ทันทีด้วยความอายจากนั้นจึงได้กล่าวขอโทษต่อขมิ้นอย่างจริงจัง.......
“มะ....มะ....ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะนายท่าน!” ถึงแม้ว่าขมิ้นจะเคยเห็นมาแล้วแค่การได้เห็นอีกครั้งก็ยังทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ดีเพราะอย่างไรเธอก็เป็นผู้หญิง.......
ซึ่งบรรยากาศที่เกิดขึ้นระหว่างกล้วยกับขมิ้นนั้นทำเอาพระผาและพระฤๅษีคงถึงกับทำหน้ามึนงงและไม่เข้าใจเลยถึงแม้ว่าพระฤๅษีคงจะออกบวชเป็นฤๅษีมานานมากแล้วแต่ว่าก่อนที่เขาจะบวชเขาก็เคยเป็นชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งและเคยมีความรักเช่นชายหนุ่มหญิงสาวมาบ้างเขาจึงรู้ว่าบรรยากาศแบบนี้มันหมายถึงอะไร ส่วนพระผานั้นไม่ต้องพูดถึงเลยเขามีเมียและมีลูกแล้ว เขาจึงรู้ดีกว่าใครเพื่อนเลยว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น.......
“ถ้างั้นโยมขมิ้นออกไปก่อนแล้วละ ให้กล้วยได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อนแล้วโยมค่อยเข้ามาทีหลัง แบบนั้นดีไหม?” พระผาเห็นว่าถ้าปล่อยเอาไว้นานมันจะไม่ดีดังนั้นเขาจึงบอกให้หญิงสาวขมิ้นออกไปรอข้างนอกและค่อยกลับเข้ามาหลังจากที่กล้วยสวมใส่เสื้อผ้าแล้ว......
เจ้าค่ะ!
ขมิ้นตอบรับพระผาอย่างว่าง่ายเพราะเธอรู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เกิดความลำบากใจขึ้นมาเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้นเมื่อตอบรับแล้วเธอจึงรีบเดินออกไปรอข้างนอกพร้อมกับสีดาและนารี........
เฮ้อ!
เมื่อขมิ้นออกไปแล้วทั้งพระผาและพระฤๅษีคงก็ได้ถอนหายใจยาวออกมาพร้อมๆ กันราวกับว่าพวกเขาทั้งสองกำลังคิดเรื่องเดียวกันอยู่อย่างนั้นแหละ......
“พวกท่านถอนหายใจทำไมหรือพระท่านพ่อ? ท่านตา?”กล้วยสังเกตเห็นอาการถอนหายใจของพ่อและพระฤๅษีคงได้เขาจึงได้ถามออกมาด้วยความสงสัยและขมวดคิ้วเข้าหากัน......
“ไม่มีสิ่งใดดอกเจ้าหนูกล้วย รีบๆ ใส่เสื้อผ้าเสียแล้วจะไปออกไปหาทานกับข้าวกับปลากัน!” พระฤๅษีคงไม่อยากที่จะพูดอะไรในตอนนี้เขาจึงเปลี่ยนเรื่องและบอกให้กล้วยรีบสวมใส่เสื้อผ้าเพราะกล้วยไม่ได้ทานอะไรเลยมาตั้งหลายวัน......
ขอรับ!
ไม่นานหลังจากนั้นกล้วย พระยาและพระฤๅษีคงก็เดินออกมาจากโบสถ์เก่า.......
“สีดา! นารี! พวกเอ็งช่วยไปจัดเตรียมข้าวปลาอาหารมาให้ไอ้หนูกล้วยหน่อยเมื่อเสร็จแล้วก็ไปที่ศาลากลางนะ พวกเราจะไปรออยู่ที่นั่น!”พระฤๅษีคงหันไปพูดบอกให้หญิงสาววัยกลางทั้งสองคนที่อยู่ข้างๆขมิ้นหรือก็คือสีดาและนารีให้ไปนำอาหารมาให้กับกล้วยทีเพราะนอกจากทั้งสองคนแล้วก็ไม่มีใครสามารถทำเรื่องนี้ได้ในตอนนี้.......
ได้เจ้าค่ะท่านพระฤๅษีคง!
หากเป็นก่อนหน้านี้ทั้งสองคนไม่คิดที่จะยอมเชื่อฟังแต่เพราะกล้วยได้สั่งเอาไว้ว่าให้เคารพและเชื่อฟังพระฤๅษีคงเหมือนกับตัวเขาดังนั้นทั้งสองจึงได้ตอบรับคำสั่งนี้อย่างไม่ปริปากบ่นใดๆอีกอย่างอาหารเหล่านี้ก็เอามาให้กล้วยที่เป็นเจ้านายของพวกเธอด้วย......
“โยมขมิ้น! อาตมาอยากจะวานอะไรโยมเสียหน่อยจะได้หรือไม่?” และในตอนนั้นพระผาก็ได้หันไปหาขมิ้นและทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาพร้อมกับกล่าวคำขอออกไป......
“เรื่องอะไรเจ้าค่ะหลวงพ่อผา?”
“อาตมาอยากให้โยมช่วยอาตมาส่งข่าวไปให้กับท่านพ่อใหญ่คชสารพงไพรที่อยู่ในป่าลึกทีเพราะโยมมีทักษะการเคลื่อนไหวที่เป็นเลิศดังนั้นโยมขมิ้นน่าจะสามารถส่งสารจากอาตมาไปให้พ่อใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว!”สิ่งที่พระผาอยากให้ขมิ้นทำนั้นก็คือการส่งข่าวไปให้กับคชสารพงไพรจ่าฝูงที่พาโขลงกลับเข้าไปในป่าเพื่อจัดการเรื่องส่วนตัวให้รีบกลับมาที่นี่เพราะเขากลัวว่าอีกไม่นานพวกยักษ์คงสามารถหาที่นี่ได้จบเจออย่างแน่นอน.......
“เรื่องนั้นหาใช่เรื่องใหญ่ไม่! คนของข้าก็สามารถทำมันได้แต่ว่าป่าแห่งนี้กว้างใหญ่นัก ข้าเกรงว่าจะมิอาจหาพ่อใหญ่ที่ท่านว่าได้สำเร็จภายในเร็ววัน!”ขมิ้นคลายคิ้วของเธอออกทันทีเมื่อรู้ว่าคำขอของพระผาคืออะไรเพราะง่ายนี้มันง่ายมาก แค่คนของเธอก็สามารถทำได้แต่อาจจะต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรเพื่อหาสถานที่ที่โขลงของคชสารพงไพรอยู่กัน......
“ถ้าเช่นนั้นอาตมาก็ฝากด้วย!”