เมื่อจัดการกับเจียงหยางแล้วเย่เฉินก็หันกลับไปยังวงล้อมการต่อสู้ของพวกเซี่ยอวิ๋น ฮั่วเถิงและข่งเฉาเขาฟาดแส้ออกไปด้านหน้า ตามด้วยหมัดเขย่าบรรพต ฝ่ามืออสุนีบาตและสุดท้ายคือความทรงพลังของมังกรผยอง
ข่งเฉาที่กำลังเสียเปรียบในตอนนี้ได้กระเด็นลอยออกไป
“เซี่ยอวิ๋นให้แส้เหล็กกับเจ้า” เย่เฉินโยนแส้เหล็กให้กับเซี่ยอวิ๋นอย่างไม่ลังเลเขาพุ่งไปยังข่งเฉาราวกับกระแสลมที่โหมกระหน่ำในขณะที่ข่งเฉากำลังล้มลงกับพื้นเขาก็จับขาข้างหนึ่งของข่งเฉาเอาไว้แน่น
“เจ้าทำร้ายพี่น้องข้า”เย่เฉินผู้แข็งแกร่งยกข่งเฉาทั้งตัวขึ้นมาจากนั้นก็ฟาดเขาลงกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
ปัง!
ตามมาด้วยเสียงดังสนั่นร่างของข่งเฉากระแทกลงกับพื้นแตกออกเป็นรูปมนุษย์
เฮือก!
ข่งเฉากระอักเลือดออกมาในทันทีเขาที่อยู่ในขั้นพลังหยางถูกเย่เฉินผู้แข็งแกร่งทารุณล้มลงไปกับพื้นจนทนไม่ได้อวัยวะภายในทุกส่วนล้วนถูกกระแทก
“เจ้าทำร้ายพี่น้องข้า”เย่เฉินยกข่งเฉาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมเสียงตะโกนดังจากนั้นจึงฟาดร่างของเขาลงไปกระแทกกับพื้นอีกครั้งร่างทั้งร่างของข่งเฉาถูกโยนลงไปอย่างรุนแรง
“ทำต่อไปสิ”เย่เฉินไม่ได้ฟาดร่างข่งเฉาลงบนพื้นอีก แต่คว้าร่างของเขาและเหวี่ยงเข้าไปในฝูงชนใช้ร่างของข่งเฉาเป็นอาวุธบรรดาศิษย์สำนักในที่วิ่งเข้ามาล้วนถูกตอบโต้จนกระเด็นลอยออกไป
“เจ้าหนุ่มนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”เจ้าหมีสองที่อยู่ไม่ไกลเมื่อเห็นเย่เฉินแข็งแกร่งเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากขึ้น
โอ๊ย...!
โอ๊ย...!
อีกด้านหนึ่งเซี่ยอวิ๋นถือแส้เหล็กไว้และเผยพละกำลังออกมา บวกกับการอยู่ในขั้นพลังหยางจึงทำให้ข่งเฉาตกตะลึง นอกจากฉีหยางและหยางปินที่กำลังต่อสู้กับจื่อซวนแล้วศิษย์สำนักในที่เหลือก็ล้วนอยู่ขั้นพลังธาตุทั้งสิ้น เขาจึงเอาชนะได้ตลอดทาง
ทั่วทั้งบริเวณตอนนี้ช่างเป็นฉากที่ดุเดือด
เย่เฉินเซี่ยอวิ๋น ฮั่วเถิงและเจ้าหมีสอง ทั้งสี่คนผู้เป็นเหมือนสัตว์เดรัจฉานพวกเขาแต่ละคนต่างทำการบดขยี้อย่างหนักมีศิษย์สำนักในนอนระเนระนาดขจัดขจายอยู่เต็มพื้น พวกเขายังไม่ตายเพียงแต่ถูกทุบตีลงไปเท่านั้น
ในไม่ช้าพวกเย่เฉินก็ยุติการต่อสู้กันก่อน
นี่มันคืออะไรนี่มันเป็นการคิดอยากทำร้ายคนอื่นแต่กลับถูกทำร้ายเสียเองคนจำนวนมากต่างมุ่งเข้ามาอย่างล้นหลาม คิดมั่นใจว่าจะต้องได้รับชัยชนะแต่เมื่อหุ่นเชิดเพียงตัวเดียวปรากฏออกมา กลับพากันล้มระเนระนาด
พวกเขาทั้งหมดเป็นกลุ่มที่เคยถูกเย่เฉินปล้นและฝังทั้งเป็นในป่าร้างตอนนี้พวกเขาถูกฝังรวมกันที่นี่เป็นครั้งที่สอง เวรกรรม!
“สบายใจจริงๆ”เจ้าหมีสองอุ้มถุงเก็บของถุงหนึ่งเอาไว้อย่างหน้าไม่อายแม้ว่าจะถูกทุบตีจนหน้าบวมช้ำ แต่เขาก็กลับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“เก็บมาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว”อีกด้านหนึ่ง เซี่ยอวิ๋นก็เข้าโอบถุงเก็บของสิบกว่าถุงเข้ามา
“การต่อสู้ครั้งนี้ไม่เสียเปล่า”ฮั่วเถิงแสยะยิ้มพลางถือถุงเก็บของกองหนึ่ง
ตูม!
ตูมตาม!
เพียงแต่การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด
ทั้งสี่คนยืนรวมตัวกันและมองไปที่วงล้อมต่อสู้ของจื่อซวน ฉีหยาง และหยางปิน
ทั้งสามคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดสภาพฉีหยางและหยางปินตกอยู่ในสภาพสะบักสะบอม บนร่างกายเต็มไปด้วยคราบเลือดแม้ว่าร่างของจื่อซวนจะแข็งแกร่งแต่ร่างกายยังคงถูกทั้งสองคนโจมตีจนเป็นหลุมและรอยบุบทั่วร่าง
“ไม่อย่างนั้นหรือจะปล้นสองคนนี้?” เย่เฉินพูดจบและมองไปที่พวกเซี่ยอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ
“ได้อยู่แล้ว”เซี่ยอวิ๋นลูบมือของตนเอง
“ปล้นพวกเขาซะ”เจ้าหมีสองมองไปที่หยางปินและฉีหยางด้วยดวงตาที่เปล่งประกายราวกับจ้องมองสมบัติสองชิ้น
“สองคนนี้ต้องมีของล้ำค่าแน่ๆ”ฮั่วเถิงกระตือรือร้นที่จะลองดูสักครั้ง
“ไม่รู้ว่าหุ่นเชิดของข้าจะสามารถเอาชนะได้หรือเปล่า”เย่เฉินจ้องมองอย่างจดจ่ออยู่ไม่ไกล แม้ว่าจื่อซวนจะได้เปรียบแต่ฉีหยางและหยางปินต่างก็โหดเหี้ยมมากคงจะยากที่จะจัดการพวกเขาให้สิ้นซากได้ในทันทีทันใด
ยิ่งไปกว่านั้นฉีหยางและหยางปินทั้งสองคน ไม่ใช่พวกของเจียงหยางและข่งเฉาแม้ว่าจะไม่สามารถเอาชนะจื่อซวนได้ แต่หากหลบหนีไปได้ละก็กลัวว่าแม้แต่จื่อซวนเองก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งพวกเขาได้อย่างแน่นอน
“ต้องคิดหาวิธี”เย่เฉินลูบคางของตนเอง และกลอกตาไปมา
ในที่สุดเย่เฉินก็มองไปที่พวกเซี่ยอวิ๋น “พวกเจ้ามีคาถาวิญญาณสวรรค์หรือไม่”
“จะว่ามีก็มีอยู่หรอกแต่คาถาวิญญาณสวรรค์ของพวกเราล้วนเป็นระดับต่ำสำหรับฉีหยางและหยางปินที่มีระดับขั้นขนาดนั้น มันไม่มีประโยชน์หรอก”เซี่ยอวิ๋นผายมือ
“จะหนึ่งแผ่นหรือสองแผ่นมันเปล่าประโยชน์แต่ถ้ามีจำนวนมากละก็ ก็ยากที่จะพูด” เย่เฉินกะพริบตามองไปที่พวกเขาทั้งสามคน“อย่างน้อยหากยับยั้งพวกเขาไว้ได้สักคนหนึ่งก็ยังดี!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของทั้งสามต่างเปล่งประกาย ต่างคนต่างสะบัดถุงเก็บของของตนเองจากนั้นเซี่ยอวิ๋นก็หยิบคาถาวิญญาณสวรรค์ออกมาสามแผ่น ฮั่วเถิงมีอยู่สี่แผ่นแต่เจ้าอ้วนหมีสองกลับเกินความคาดหมายของเย่เฉินนึกไม่ถึงว่าเขาจะหยิบออกมาถึงแปดแผ่น
เย่เฉินตบไปที่ถุงเก็บของของตนเองและหยิบคาถาวิญญาณสวรรค์ออกมาสามแผ่น “ข้าเพิ่มให้อีกสามแผ่นรวมแล้วมีคาถาวิญญาณสวรรค์สิบแปดแผ่นการจะปิดผนึกพวกเขาเพียงชั่วครู่จึงไม่ใช่ปัญหา”
ทันใดนั้นทั้งสี่คนก็นั่งยองๆ บนพื้นอีกครั้ง และสุมหัวพึมพำกัน
ในที่สุดทั้งสี่คนก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน แล้วมองไปยังการต่อสู้ที่อยู่ไม่ไกล สายตาต่างจ้องไปทางหยางปินเห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังจะปิดผนึกหยางปินด้วยคาถาวิญญาณสวรรค์ทั้งสิบแปดแผ่น
“เจ้าก็แล้วกัน”เย่เฉินกล่าวอย่างเยือกเย็น
ตูม!
ตูมตาม!
การต่อสู้ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือดแม้ว่าจื่อซวนจะเป็นหุ่นเชิด แต่กลับเป็นหุ่นเชิดระดับลึกลับความแข็งแกร่งที่มีอยู่ในร่างกายก็ยิ่งมีความสามารถที่จะใช้เคล็ดวิชาลึกลับได้นางไม่สนใจการสิ้นเปลืองพลังเลยแม้แต่น้อย และเข้าโจมตีไปอย่างรุนแรง
เมื่อเทียบกับนางแล้วหยางปินและฉีหยางรู้สึกลำบากใจเป็นอย่างมากแม้ว่าทั้งหมดจะเป็นหนึ่งในศิษย์แท้จริงทั้งเก้าแต่การที่พวกเขาต้องสู้กันเป็นเวลานานแน่นอนว่าจะต้องมีการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมากพวกเขาจึงถูกจื่อซวนจู่โจมจนไร้เรี่ยวแรงจะขยับตัว
“จื่อซวนเข้าโจมตีหยางปินเลย” เย่เฉินพึมพำในใจ และแอบออกคำสั่งให้กับจื่อซวน
หลังจากจื่อซวนได้รับคำสั่งก็ใช้ฝ่ามือตบไปยังฉีหยางและหันหลังโจมตีไปที่หยางปินทันที หยางปินจึงกำบังเอาไว้พลันแต่ทว่ายังไม่ทันตั้งตัว เขากลับถูกฝ่ามือของจื่อซวนกวาดกระเด็นลอยออกไป และกระเด็นพุ่งไปยังพวกเย่เฉิน
ลุย
เซี่ยอวิ๋นพุ่งออกไปเป็นคนแรกใช้กระบี่วิญญาณฟาดฟันออกไปเป็นสายรุ้งที่ทอดยาว
“ไม่เจียมตัว”หยางปินพลิกตัวเพื่อหยุดยั้ง จากนั้นใช้ฝ่ามือปัดกระบี่วิญญาณของเซี่ยอวิ๋นกระเด็นลอยออกไป
ย๊าก...!
เสียงร้องตะโกนดังสนั่นก็ดังขึ้นและเจ้าหมีสองก็พุ่งเข้ามาโจมตีด้วยกระบองฟันหมาป่า
ปัง!
หยางปินโบกมือและฟาดฝ่ามือไปหาเจ้าหมีสองจนกระอักเลือดถอยหลังกลับไป
“ยังมีข้าด้วย”ฮั่วเถิงก็มาถึง และยกค้อนคู่หนึ่งขึ้นเหนือศีรษะแต่ความแข็งแกร่งนั้นต่างกันมากเหลือเกินจนทำให้หยางปินถึงกับสะท้านจนถอยหลังออกไป
โฮก!
เสียงคำรามดังขึ้นเย่เฉินก็กระโจนพุ่งเข้ามา
“รนหาที่ตาย”หยางปินส่งเสียงอย่างเยือกเย็นพลางชี้นิ้วออกไป
พัฟ!
เย่เฉินไม่ได้หลีกหนีไปไหนและใช้นิ้วปล่อยพลังโจมตีกลับไปยังหยางปินทันที จนมีเลือดไหลออกมาจากร่างขณะที่ร่วงหล่นไปที่พื้น เขาก็กระโจนอย่างพยัคฆ์เข้าใส่ด้านหน้าของหยางปินพร้อมกับวิชาการต่อสู้ระยะประชิดอย่างอสูรเดือดดาล
โฮก!
โฮก!
เขาเป็นเหมือนกับสัตว์ร้ายที่ลงมาจากภูเขาวิธีการลงมือก็แปลกขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งก็เหมือนวานรที่ดุร้ายบางครั้งก็เหมือนราชสีห์ และบางคราก็เหมือนดั่งหมาป่า มีท่วงท่าการเคลื่อนไหวทั้งคว้า จับ ตะปบ ตี กระชาก ใช้มือ เท้า เข่า และไหล่รวมกันอย่างลงตัวข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกายล้วนกลายเป็นอาวุธอันร้ายแรง
แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะยับยั้งเย่เฉินได้แต่การต่อสู้ระยะประชิดของเย่เฉินที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่งนั้นยังคงทำให้หยางปินตื่นตระหนกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
ไสหัวไป!
เย่เฉินฟาดฝ่ามือลงไปในทันทีจนทำให้หยางปินพลิกตัวกระเด็นออกไปด้วยฝ่ามือของเย่เฉิน
“ก็แค่ฝูงมด”ขณะที่พลิกตัวไปทางเย่เฉิน ใบหน้าของหยางปินก็แสดงถึงความไม่พอใจและพุ่งเข้ามาโจมตีในทันที
เพียงแต่ขณะที่เขากำลังก้าวออกไปสองก้าวสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเพราะกระแสพลังวิญญาณที่อยู่ภายในร่างกายได้ถูกปิดผนึกลง
“นี่…มันเป็นไปได้อย่างไรกัน” หยางปินมองไปที่ร่างกายของตนเองด้วยสีหน้าที่คาดไม่ถึงร่างกายของเขามีคาถาวิญญาณสวรรค์สิบแปดแผ่นติดอยู่ทั่วตัวแต่เขาไม่รู้เลยว่าคาถาวิญญาณสวรรค์เหล่านั้นมาแปะอยู่บนร่างเขาตั้งแต่เมื่อไร
แม้ว่าคาถาวิญญาณสวรรค์เหล่านี้จะอยู่ในระดับต่ำแต่บางครั้งปริมาณที่มากก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้คาถาวิญญาณสวรรค์ระดับต่ำสิบแปดแผ่นเพียงพอที่จะสามารถปิดผนึกพลังวิญญาณของเขาได้ภายในไม่ถึงหนึ่งจิบชา
“พวกเราไม่มีความคับแค้นใจอะไรกันแต่นี่เป็นเพราะเจ้าหาเรื่องใส่ตัว” เย่เฉินลุกขึ้นพร้อมกับถือแส้เหล็กพุ่งไปหาเขา