ส.ส.พิชาญและเลขานุกูลต่างก็ตกใจเมื่อเห็นหน้านายอำนาจ "จะตกใจอะไรกันครับ แค่ยังไม่ตายทำไมต้องตกใจกันด้วย" นายอำนาจพูดแล้วเดินออกไปเรียกพรานเข้ามาในห้อง พรานก็ชวนขุน ชัย และกระแตเข้าไปด้วย เผื่อจะได้รู้ว่าใครที่สั่งเก็บพ่อของกระแต นายอำนาจนั่งลงตรงหน้าคนทั้งสอง "พวกคุณผิดหวังกันมากมั้ย ที่ร่วมกันลงขันฆ่าผมแล้วผมไม่ตาย" เป็นคำถามที่ทำให้สองคนตรงหน้าพูดไม่ออก นายอำนาจมองหน้าคนทั้งสองแล้วพูดต่อ "สามคนนั้นเป็นคนของทางการ มาจากหน่วยราชการลับของกองทัพไทย ส่วนคนนี้มาจากกองโจรที่จะไม่ทำตามกฏหมายแน่นอน" นายอำนาจที่ไปที่สามคนแรกคือ ขุน ชัยและกระแตที่มาจากกองทัพ มีแค่พรานเท่านั้นที่เป็นกองโจร "ไม่เป็นไรนะพวกเรา เขาไม่ให้ความร่วมมือก็คงต้องให้พรานจัดการแบบโจร เพราะปราบโจรเส้นใหญ่จะใช้กฏหมายคงไม่สำเร็จ ต้องจัดการกันแบบโจรปราบโจรมันถึงจะเหมาะ" พูดจบนายอำนาจก็ยื่นกระดาษที่พับไว้ให้กับพราน "นี่คือชื่อที่อยู่พวกพ่อแม่พี่น้อง และลูกเมียของสองคนนี้ นายคิดว่าจะจัดการแบบไหนก็แล้วแต่นายเลยนะ" พรานเปิดกระดาษดูแล้วยื้มเหี้ยม "ผมจะไปเคลียร์ทุกคนตามรายชื่อทั้งหมดนี้ จะได้จบเรื่องไป" พรานลุกขึ้นเดินออกไปเกือบจะพ้นประตูอยู๋แล้ว "เดี๋ยวก่อน" ส.ส.พิชาญตะโกนบอกพรานก็หยุดแล้วเดินกลับเข้ามา "คุณมีอะไรจะฝากบอกพวกเขาครั้งสุดท้าย ก็บอกมา" พรานพูดออกไปโดยไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้า "พวกเขาไม่เกี่ยวอย่าไปทำอะไรพวกเขาเลย ผมจะสารภาพในสิ่งที่ผมรู้ทั้งหมด" ส.ส.พิชาญพูดแล้วมองไปทางเลขานุกูล "ได้ครับ ผมจะสารภาพทั้งหมด ขอเพียงแค่พวกคุณอย่าทำอะไรพวกเขาเลยครับ" เลขานุกูลยอมที่จะสารภาพร่วมกัน พรานพยักหน้า "โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องแยกสอบปากคำ หากใครโกหกหรือปิดบัง ผมจะถือว่าผมไม่ได้รับปากพวกคุณ แต่ถ้าพวกคุณให้ความร่วมมืออย่างจริงใจ ผมก็จะไม่ไปรบกวนญาติของพวกคุณ" นายอำนาจลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง ทุกคนก็เดินตามออกไปยกเว้นผู้ต้องหาทั้งสองคน "ดีนะคะที่คุณอำนาจรู้ที่อยู่ญาติของพวกเขา" กระแตพูดออกมาด้วยความรู้สึกดีต่อนายอำนาจ พรานก็ส่งกระดาษแผ่นนั้นให้เธอดู เธอคลี่ดูแล้วเงยหน้ามองพราน เพราะมันคือกระดาษเปล่าไม่มีตัวหนังสือเลยสักตัว พรานเดินออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกแล้ว เธอก็เดินไปที่นายอำนาจ "คุณเตี๊ยมกันไว้ก่อนแล้ว" นายอำนาจส่ายหน้า "ไม่ได้คุยกันเลยสักคำ แต่พรานหัวไวไหวพริบดีและมีประสบการณ์สูง ผมก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องเตี๊ยมกันก่อน" ขุนดึงกระดาษเปล่านั้นไปดูแล้วส่งให้ชัยดูต่อ "สมแล้วที่พี่ชาติแกบอกให้พวกเราฟังเขา เพื่อนกูนี่สุดยอดว่ะ" ชัยพูดออกมาลอยๆ ก่อนที่จะแยกกันสอบปากคำคนละคนกับขุน
ขุนกับชัยแยกกันสอบปากคำเลขานุกูลกับ ส.ส.พิชาญ พรานกับกระแตนั่งดูและฟังการสอบปากคำ จากจอมอนิเตอร์ที่จัดเตรียมไว้อีกห้อง ทั้งสองให้ปากคำตรงกันทุกอย่าง ยกเว้นคนที่บงการอยู่เบื้องหลังอีกคน ขุนถามย้ำถึงคนอยู่เบื้องหลังอีกคน แต่เลขานุกูลไม่รู้ว่าเป็นใคร ส.ส.พิชาญรู้และบอกชัยมาอย่างละเอียด สอบปากคำเสร็จเรียบร้อยขุนกับชัยก็มาดูทีจอมอนิเตอร์อีกครั้ง ขุนกำมือขบกรามแน่นเมื่อได้ยินคำสารภาพของ ส.ส.พิชาญ ว่านายทหารอีกคนที่ร่วมบงการคือคนที่สั่งให้เขาทำภารกิจนี้ เพราะตอนสอบปากคำขุนเป็นคนสอบเลขานุกูลจึงไม่ได้ยินตั้งแต่แรก พรานตบไหล่ขุน "กูเคยบอกแล้วใช่ไหม ถึงจะทำภารกิจสำเร็จก็ต้องหายสาบสูญอยู่ดี ถ้ามึงไม่เก็นไอ้คนบงการมันก็เก็บมึง" พูดจบก็พรานเดินออกไปสูบบุหรี่ด้านหลัง ขุนเดินตามไปพรานออกไป "มึงคิดว่าควรทำยังไงต่อไป ตอนนี้กูมึนหัวมากเลยว่ะเพื่อน" ขุนถามเพราะเชื่อว่าพรานต้องวางแผนได้ดีกว่าเขา "จัดการพวกนายอำนวยก่อน ไอ้ตำรวจสองคนนั่นทำให้มันตามไปรับใช้อิ๋ว ส่วนนายอำนวยคุณอำนาจขอคุยกับมันก่อนเป็นครั้งสุดท้าย" ขุนพยักหน้ารับแล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปข้างใน เรียกประชุมเรื่องภารกิจสุดท้ายที่จะทำ "คุณกระแตกับคุณจุ๋มไปหาติดต่อบ้านเช่าใหม่หลังใหญ่ๆหน่อยนะครับ เมื่อได้บ้านเช่าแล้วผู้กองเดชาพาทุกคนไปอยู่ที่ใหม่ทันที เพราะที่นี่อยู่ไม่ได้คงจะไม่ปลอดภัยแล้ว ส่วนผมขุนและชัยจะพาลูกทีมหกคนไปตามล่าพวกนายอำนวย พวกคุณก็รอพวกผมอยู่ที่ใหม่ไม่ต้องติดต่อผมนะ เสร็จงานแล้วผมจะติดต่อไปเอง" พรานบอกกับทุกคนที่เข้าประชุม กระแตยกมือขอออกความเห็น "บ้านเช่าไม่ต้องหาค่ะ ไปพักที่บ้านหลังเก่าของคุณพ่อเลยก็ได้ ที่นั่นไม่มีคนอยู่นานแล้ว" เธอบอกอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะเดิมทีเธอก็อยากให้ย้ายไปที่นั่นอยู่แล้ว ขุนยกมือบ้าง "งั้นไปเดี๋ยวนี้เลยพาพยานสองคนนั้นไปด้วยนะครับ ฝากดูแลเรื่องอาหารพวกเขาด้วย และทางที่ดีก็อย่าให้ใครไปคุยกับสองคนนั่น เพราะเขาหว่านล้อมเก่งอาจเสียเรื่องได้" ขุนบอกแล้วมองหน้าทุกคนที่จะต้องเดินทางไปที่ใหม่ ทุกคนพยักหน้ารับทราบยกเว้นนายอำนาจ "ชั้นจะรอพวกนายอยู่ที่นี่ ให้ทุกคนไปกันก่อนได้เลยไม่ต้องเป็นห่วง" พรานเข้าใจความหมายที่นายอำนาจบอก ก็หันไปทางผู้กองเดชา "ยังไงผมก็ฝากผู้กองด้วยนะครับ ช่วยคัดมือดีให้ผมสักหกคนก็พอ" ผู้กองเดชารับปากแล้วก็พากันไปขนของขึ้นรถ รถสี่คันขับออกไปแต่แยกไปคนละทางเมื่อถึงปากซอย เพื่อให้มองว่าไม่ใช่พวกเดียวกันที่วิ่งตามกันไป แล้วค่อยวกไปเจอกันที่จุดหมายปลายทาง พอทุกคนออกไปแล้วในคฤหาสถ์หลังเก่านั้น ก็เหลือแค่พรานขุนชัยนายอำนาจ และตำรวจตระเวณชายแดนอีกหกคน นายอำนาจก็พาทุกคนเดินไปทางหลังบ้าน เปิดประตูเข้าห้องเครื่องขนาดสามคูณสี่เมตร แล้วเปิดฝาเหล็กที่พื้นขนาดตนรอดเข้าได้สบายๆ มีบันไดลงไปข้างล่างเป็นห้องใต้ดินโล่งๆ ขนาดสามคูณสี่เมตรใต้ห้องเครื่อง "ห้องหลบภัยชั่วคราว ชั้นคาดว่าพวกนายอาจได้ใช้ห้องนี้จึงพายมาดูก่อน" นายอำนาจบอกกับทุกคน ขุนพยักหน้า "เยี่ยมเลยครับ ผมก็คิดว่าจะต้องได้ใช้แน่นอน" พูดจบขุนหันไปสั่งให้ช่วยกันขนน้ำมาไว้ให้พอ แล้วบอกให้อยู่เป็นเพื่อนนายอำนาจสองคน
ขุน ชัย และพรานพร้อมตำรวจตระเวณชายแดนอีกสี่คน นั่งรถไปที่โรงงานอีกโรงที่เหลือของนายอำนวย พวกเขาไปซุ่มเฝ้าดูจนแน่ใจแล้วว่า พวกนั้นสุมหัวอยู่ที่นี่กันหมด พรานหันไปบอกกับทุกคน "คุณสี่คนคอยอยู่ที่นี่คอยสกัดพวกที่มาจากข้างนอก และคอยเก็บไอ้พวกที่หนีออกมาจากข้างใน ขุนชัยมึงสองคนเข้าไปด้วยกันจับเป็นสามคน ที่เหลืออย่าให้ใครรอดไปได้เพราะมันจะยุ่งยากภายหลัง ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด" พูดจบพรานลุกขึ้นวิ่งไปทางโรงงาน ขุนกับชัยวิ่งตามไปแล้วแยกกันเมื่อถึงอาคารของโรงงาน ทั้งสามแยกย้ายกันต่างคนต่างหาทางเข้าไปข้างในอย่างเงียบที่สุด พอเข้าไปได้แล้วก็ค่อยๆเก็บเงียบทีละคน เพื่อไม่ให้เสียงปืนไปปลุกตำรวจท้องที่มาสร้างความรำคาญให้ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงปืนดังมาจากนอกโรงงาน สี่คนที่คอยอยู่ข้างนอกคงจัดการพวกที่เข้ามา แล้วเสียงปืนก็เงียบไปแต่พวกข้างในต่างก็วิ่งออกไป พอพ้นประตูโรงงาน ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พวกที่วิ่งออกไปล้มกันระเนระนาด ถึงจะผิดแผนแต่ก็ได้ผลดีกว่าที่คิด "เฮ้ย พวกมึงออกไปจัดการพวกมันให้ได้ กูให้หัวละล้าน" เสียงนายอำนวยตะโกนลั่น พวกนั้นเหลืออีกยี่สิบกว่าคน ก็วิ่งกรูกันออกไปทางประตูหน้าโรงงาน พรานส่งสัญญาณให้ขุนกับชัยไปจัดการสามคนนั้น ส่วนเขาตามพวกนั้นไปทางหน้าโรงงาน เพราะกลัวว่าสี่คนข้างนอกจะเอาไม่อยู่จึงต้องไปเสริมทัพ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หน้าโรงงานยิงใส่กันไม่มีการบันยะบันยัง แต่ฟังดูแล้วจะเป็นเสียงที่ยิงจากหน้าโรงงาน ไปทางสี่คนนั้นมากกว่า เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พรานยิงไปหกนัดซัดร่วงไปหกคน พวกที่เหลือก็เบนปากกระบอกปืนมาทางพราน ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พรานหมอบแนบพื้นเพราะกระสุนรัวมาไม่ขาดสาย เสียงปืนจากสี่คนภายนอกก็รัวมาทางหน้าโรงงานเมื่อได้โอกาส ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พวกมันร่วงลงไปอีกหกเจ็ดคน มาทั้งหน้าทั้งหลังทำให้พวกมันเริ่มว่อกแว่ก จะวิ่งเข้าโรงงานก็ไม่ได้วิ่งออกไปก็ไม่ได้ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พรานยิงออกไปแปดนัดพวกมันร่วงไปอีกห้าคน "พวกเราเผ่นกันดีกว่าโว้ย" หนึ่งในนั้นตะโกนบอกเพื่อน พวกมันเหลือสิบกว่าคนวิ่งออกไปทางหน้าโรงงาน ไม่มีเสียงปืนจากสี่คนที่อยู่ข้างนอก พรานก็ยิงตามหลังไปอีก เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พอสิ้นเสียงปืนที่พรานยิง คนที่รออยู่ข้างนอกสี่คนก็รัวออกมากันอีกชุดใหญ่ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พวกนั้นล้มลงไปนอนแน่นิ่งไม่เหลือสักคน พรานยืนมองดูสักพักไม่เห็นใครขยับ ก็วิ่งย้อนกลับเข้าไปในโรงงาน เห็นขุนกับชัยเดินคุมตัวนายอำนวยออกมาคนเดียว "แล้วไอ้ตำรวจชั่วสองคนนั้นล่ะ" พรานถาม "ไอ้สองคนนั่นมันอยู่ที่บ้านมัน ไม่ได้มาอยู่ที่นี่" ชัยตอบกลับมาแล้วก็พากันไปที่รถ แต่ขุนเดินกลับเข้าไปที่โรงงานอีกครั้ง ชัยกับพรานก็ไม่ได้ถามอะไรปล่อยให้ขุนเข้าไปคนเดียว สักพักขุนก็ขับรถของนายอำนวยออกมาจอดตรงที่พรานยืนรออยู่ "เดี๋ยวบอกไอ้ชัยมันพาทุกคนไปก่อน มึงกับกูไปตามไอ้สองตัวนั่นกันดีกว่า" ... "โอเคเลยเพื่อน" พรานตอบรับคำของขุน แล้วก็ไปที่กลุ่มของชัย เห็นทุกคนปลอดภัยก็ใจชื้น พรานให้ขุนไปบอกกับชัยเอง "ชัยมึงพาทุกคนกลับไปก่อน พอส่งไอ้อำนวยถึงมือนายอำนาจแล้ว มึงพาทุกคนตามไปสมทบกับผู้กองที่บ้านของกระแตเลยนะ" ขุนบอกเพื่อน "ได้ไงวะ ไปลุยด้วยกันดีกว่า" ชัยแย้งเพราะเป็นห่วงเพื่อนเหมือนกัน พรานลงจากรถเดินมาที่นายอำนวย "กูไม่เชื่อว่าไอ้ตำรวจชั่วสองคนนั่นมันจะอยู่ที่บ้านพัก มึงบอกมาตรงๆว่ามันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน" นายอำนวยทำเหมือนไม่ได้ยินคำที่พรานถาม เพี๊ยะ พรานตบหน้านายอำนวยอย่างแรง พร้อมชักปืนไปจ่อที่เป้ากางเกงของนายอำนวย "มึงไม่บอกก็ได้ น้องชายมึงกระจุยแน่ แต่ถ้ามึงบอกกูมาตรงๆกูจะไม่ทำอะไรมึง" นายอำนวยกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ "สองคนนั้นอยู่ที่พระรามห้า" นายอำนวยต้องบอกตามตรง เพราะจะโดนคนเดียวไปเพื่ออะไร ไหนๆก็โดนแล้วโดนด้วยกันไปเลยดีกว่า พรานดึงมือถือของนายอำนวยออกจากกระเป๋ากางเกง "กดแชร์โลเคชั่นส่งให้ไลน์คุณปรางเดี๋ยวนี้" พรานส่งมือถือให้แล้วกันไปบอกกับชัย "ชัยมึงอย่าไปทำอะไรมันนะ แต่ถ้ามันหลอกกูเดี๋ยวกูจะโทรบอกมึง เด็ดน้องชายมันออกทันที" ... "โอเคเพื่อน" ชัยรับคำทันที นายอำนวยได้ยินทุกถ้อยคำแล้วเก็บมือถือเมื่อแชร์แล้ว พรานดึงมือถือของนายอำนวยออกมาอีก แล้วถือเดินไปที่รถคันที่ขุนขับมา รถทั้งสองคันก็แยกย้ายไปกันคนละทาง
ชัยจอดรถแล้วพานายอำนวยเข้าไปในคฤหาสถ์เก่าหลังนั้น "พวกมึงรู้จักที่นี่ได้ยังไง นี่มันบ้านกู" นายอำนวยถามเมื่อถูกผลักให้นั่งลงบนเก้าอี้ "บ้านมึงหรือว่าบ้านกูกันแน่" นายอำนวยสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของนายอำนาจ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงรถวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสถ์ ชัยและตำรวจตระเวณชายแดนอีกหกคน ก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อมปลายกระบอกปืนทุกกระบอก เล็งตรงไปทางรถนิรนามที่เข้ามาจอด คนขับลงจากรถแล้วอ้อมไปเปิดประตูอีกข้าง ดึงคอเสื้อคนอีกคนลงมาจากรถ ชัยเห็นหน้าถนัดแล้วว่าเป้นใครก็ยกมือบอกทุกคนข้างใน "พวกเดียวกัน" พูดจบก็เดินไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือน "ขุนมันโทรบอกให้เอาไอ้สารวัตรนี่มาส่ง" หมอทหารบอกกับชัยแล้วผลักสารวัตรไชยยันต์เข้ามา "ขอบใจว่ะหมอ" หมอทหารยกมือโอเคก่อนจะเดินกลับไป แต่ชัยถามขึ้นก่อน "หมอ...กูถามอะไรมึงอย่างสิวะ" ... "ว่ามา" หมอตอบทันควัน "มึงทำงานให้ใครวะ มาจากที่เดียวกับไอ้ขุนหรือเปล่า" หมอพยักหน้า "อืมใช่ แต่ไอ้ขุนมันบอกกูแล้วว่า อย่าเพิ่งรายงานตัวเพราะหนอนตัวใหญ่อยู่ข้างใน แล้วมันจะโทรบอกอีกทีให้กูแชร์โลเคชั่นเมื่อมันโทรแจ้ง มันบอกให้กูกับพยาบาลไปหาหมวดกระแตตามที่มันแชร์มา ตรงนี้ใช่หรือเปล่ามึงดูสิ" หมอทหารส่งมือถือให้ชัยดู เป็นขุนแชร์ให้จริงๆ "เดี๋ยวไปพร้อมกูเลยก็ได้ ให้ทีมกูไปกับมึงสองคน เผื่อมีอะไรจะได้แก้ไขทัน" หมอทหารโอเคชัยก็สั่งให้คนไปรถหมอสามคน แล้วหันไปไปบอกนายอำนวจให้สองคนเดิมอยู่เป็นเพื่อน นายอำนาจพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ชัยบอก ชัยขับรถออกไปแล้วนายอำนาจก็หันไปทางนายอำนวย "กูเลี้ยงมึงมาตั้งแต่พ่อแม่ตายไป แต่มึงสั่งเก็บกูได้ลงคอ มึงคิดว่ากูควรจะทำยังไงกับมึงดี" นายอำนาจถามเสียงเรียบ นายอำนวยมีสีหน้าและแววตาหวาดกลัวอย่างมาก "ผมขอโทษครับพี่ผมจะไม่ทำอีกแล้ว ของๆพี่ผมขอคืนให้หมดทุกอย่าง ยกโทษให้ผมเถอะนะครับ" นายอำนวยขอร้องน้ำตาก็ไหลออกมา "ผมรู้สึกเสียใจมากหลังจากที่ทำลงไป ผมคิดถึงบาปกรรมที่ทำกับพี่ตลอดเวลา หากย้อนกลับไปได้ผมไม่มีวันทำแบบนั้นแน่นอน" นายอำนวยพล่ามต่อเพื่อขอความเห็นใจ เพราะรู้ดีว่านายอำนาจพี่ชายตนเป็นคนใจดี อ้อนวอนนิดๆหน่อยก็อาจจะใจอ่อนปล่อยไปก็ได้ นายอำนาจมองหน้าน้องชายตัวเองแล้วส่ายหัว "มึงมันไม่เคยสำนึกหรอก หลังจากที่มึงคิดว่ากูตายแล้ว มึงข่มขู่เมียกูสารพัดให้โอนสมบัติทั้งหมดให้มึง รวมทั้งลูกสาวกูอีกมึงก็จะข่มขืนเธอ โชคดีที่พรานช่วยไว้ได้ทั้งสองคน แล้วมึงจะมาบอกว่าเสียใจได้ยังไง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้มึงก็ทำเหมือนเดิมอยู่ ในเมื่อสันดานของมึงมันระยำเกินไป" พูดจบนายอำนาจชักปืนยิงเข้าที่สะบ้าหัวเข่า เปรี้ยงงง "โฮ๊ยยยยยยย พี่ปล่อยผมไปเถอะ ผมน้องพี่นะครับ อภัยให้ผมสักครั้งเถอะพี่ โอยยยยยยย" นายอำนาจหับไปบอกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ "เอามันไปมัดติดกับต้นเสานั่นที มัดให้แน่นหนาเลยนะ" สั่งเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องที่พักอยู่ ไม่สนใจว่าน้องชายจะร้องโหยหวลด้วยความเจ็บปวดปานใด
ขุนกับพรานจอดรถแล้วเดินไปตาคำที่นายอำนวยบอก ก็เห็นบ้านสองขั้นขนาดกลางเปิดไฟอยู่แต่ปิดม่านทั้งหมด มีชายหัวเกรียนนั่งกินเหล้าเฝ้าประตูอยู่สี่คน ไฟติดตามต้นไม้และเสาไฟสว่างไปทั่วบริเวณบ้าน "ใช่แน่แล้วว่ะ นั่งรอเวลาแถวๆนี้แหละ สักตีสามค่อยเข้าไปจัดการมัน" พรานบอกแล้วก็เอนหลังพิงต้นไม้ควักบุหรี่มาจุดสูบ ขุนก็เอนหลังพิงต้นไม้อีกต้นรอเวลาบุกเข้าไป ทั้งสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีกทำได้เพียงรอเวลา
โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 29 ( อวสาน )
.