บทที่ 3 ฝูงแมลง
หลังจากที่หัวหน้าขันทีประกาศเสร็จ บุรุษรูปงามในชุดสีเหลืองสดในก็ปรากฏกายพร้อมกับบุรุษผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนรถเข็น
“ขอคารวะไท่จื่อ คารวะชินอ๋อง*[1]”
เหล่าขุนนางค่อย ๆ คุกเข่าลงคำนับรวมทั้งเว่ยฉางอันแต่ทว่าดวงตาคู่งามของนางกลับเผยความเย็นเยียบอย่างไม่ปิดบัง
บุรุษผู้นี้ชาติที่แล้วเขาติดหนี้แค้นทั้งนางและตระกูลเว่ยเช่นนั้น… ในชาตินี้นางจะต้องทวงคืนไม่ให้ขาดตกบกพร่องอย่างแน่นอน!
หรงหลีเซิงที่นั่งอยู่บนรถเข็นใบหน้าของเขาสวมทับด้วยหน้ากากสีเงินเผยให้เห็นเพียงคางที่คมกริบราวกับใบมีด
หรงหลีเซิงราวกับััได้ถึงบางสิ่งเขาจึงหันกลับมายังกะทันและได้สบตากับดวงตาที่เ็าของเว่ยฉางอันพอดี
ยังไม่ทันที่เว่ยฉางอันจะได้ซ่อนเร้นอารมณ์ของตนเอง ิญญาของนางราวกับถูกดูดเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่ลุ่มลึกราวกับเกลียวคลื่นของบุรุษที่อยู่ข้าง ๆ หรงฉี
นางรีบก้มหน้าลงด้วยความกลัวพร้อมทั้งจิตใจที่สั่นสะท้าน
นางประมาทไปแล้ว!นางหลงลืมตัวจนไม่ทันได้ระวังตัวเอง เผลอแสดงท่าทีเป็ปรปักษ์ต่อหรงฉีอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ได้!
ถึงแม้เวลานี้หรงฉียังเป็เพียงไท่จื่อหากความคิดของนางถูกเปิดเผยเกรงว่านางคงหนีไม่พ้นโดนลงโทษแน่
เมื่อนึกถึงตรงนี้เว่ยฉางอันก็รู้สึกเย็นะเืไปทั่วแผ่นหลัง
แต่ทว่ากลับโชคดีที่หรงหลีเซิงมิได้เอ่ยอันใดออกมา เขาเพียงแค่ละสายตาออกไปอย่างเรียบเฉยและนั่งนิ่งบนรถเข็นราวกับมีสิ่งใดเกิดขึ้น
“ทุกคนลุกขึ้นเถิด” หรงฉีกล่าวพร้อยเผยรอยยิ้มที่อบอุ่นบนใบหน้า รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาทำให้เหล่าคุณหนูทั้งหลายใบหน้าแดงด้วยความเขินอาย
แต่ภายในใจเว่ยฉางอันกลับหัวเราะเยาะอย่างเ็า ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วที่นางถูกหลอกด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้ของหรงฉี…พวกนางคิดว่าปีศาจตนนั้นเป็สุภาพบุรุษที่แสนดีงั้นหรือ?
“ซู่ซิน เ้าจงนำถุงหอมหญ้างูไปมอบให้ไท่จื่อกับชินอ๋องคนละหนึ่งห่อ” เว่ยฉางอันยืนอยู่ใต้ต้นไม้มองหรงฉีที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยบรรดาคุณหนูตระกูลขุนนางด้วยแววตาที่ลุ่มลึก
เดิมทีนางไม่้าจะมอบให้แก่หรงฉีแต่เพราะว่าทุกคนภายในงานต่างก็ได้รับของชิ้นนี้ หากนางไม่มอบให้แก่ไท่จื่อคงหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเป็ที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ยาก
อย่างไรเสีย เหตุการณ์ทุกอย่างในวันนี้คือสิ่งที่หรงฉีเป็ผู้วางแผนไว้ ไม่ว่านางจะมอบถุงหอมนี้หรือไม่ ผลลัพธ์ย่อมไม่ได้แตกต่างกันดังนั้นนางจึงไม่จำเป็ต้องเสี่ยง
เว่ยฉางอันมัวแต่จดจ่ออยู่ที่หรงฉีตลอดเวลา ทำให้นางไม่ทันสังเกตว่าอีกมุมหนึ่งมีั์สีดำคู่หนึ่งที่อยู่ภายใต้หน้ากากกำลังจ้องมองทุกอิริยาบททั้งหมดของนาง!
หรงหลีเซิงเล่นถุงหอมที่ถูกปักอย่างประณีตอยู่ในมือมุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มจาง ๆ ทำให้องครักษ์เงาที่เข็นรถเข็นให้เขาอยู่ข้างหลังพลันรู้หนาวสันหลังอย่างมิรู้ตัว
ทุกครั้งที่นายท่านเป็เช่นนี้จะต้องมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นเสียทุกครั้ง!
“นายท่านสนใจนางหรือขอรับ?”
องครักษ์เงามองตามแนวสายตาของหรงหลีเซิง กลับพบเด็กสาวในชุดสีแดงที่กำลังยื่นหันหลังให้กับเ้านายของตนด้วยทวงท่าที่สงบนิ่งและสง่างาม
“อืม… น่าสนใจมาก”
หรงหลีเซิงกำถุงหอมในมือแน่นขึ้นดวงตาแฝงไปด้วยความชอบใจ เขาแทบไม่ได้พบปะผู้ใดที่น่าสนใจเยี่ยงนี้มานานมากแล้ว ดวงตาที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตรุนแรงเช่นนั้น ไม่ควรจะไปปรากฏอยู่ในตัวของเด็กสาววัยสิบหกปี!
องครักษ์เงามองเส้นผมสีดำขลับของเ้านายตนเอง ชั่วขณะหนึ่งเขาก็รู้สึกหนาวเย็นจับหัวใจ เขาแอบจุดเทียนให้เว่ยฉางอันภายในใจอย่างเงียบ ๆ เด็กสาวผู้นี้นางได้ตกเป็เป้าหมายของนายท่านเสียแล้ว…
เว่ยฉางอันซึ่งอยู่ไกลออกไปจู่ ๆ พลันรู้สึกหนาวขึ้นมาจนเผลอลูบแขนตัวเองอย่างมิรู้ตัวพลางมองสำรวจไปรอบ ๆ แต่ก็มิได้พบเห็นสิ่งใดผิดปกติ
“คุณหนูรองแห่งจวนแม่ทัพมาถึงแล้ว !”
เมื่อได้ยินดังนั้นเว่ยฉางอันเงยหน้าขึ้นมองเห็นเพียงเว่ยเจี่ยวอิงในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน เดินออกมาจากด้านหลังบนใบหน้าของนางฉายแววความไม่พอใจออกมาเล็กน้อย
เว่ยฉางอันหัวเราะออกมาอย่างเ็าแม้ว่าในใจนางปรารถนาจะวิ่งเข้าไปฉีกทึ้งเว่ยเจี่ยวอิงเป็ชิ้น ๆ เพียงใด แต่ทว่าสายตาของหรงหลีเซิงเมื่อครู่ก็ทำให้นางเกิดความกังวล ตอนนี้จึงได้เพียงแต่ข่มกลั้นอารมณ์ทั้งหมดเอาไว้ภายในใจตนเอง
ถึงอย่างไร บัดนี้นางได้หวนกลับคืนมามีชีวิตอีกครั้ง นางมีเวลามากมายที่จะจัดการกับเว่ยเจี่ยวอิงอย่างช้า ๆ ยิ่งไปกว่านั้นมีผู้คนที่สังเวยชีวิตให้กับนังน้องสารเลวมากมายถึงเพียงนั้น! จะปล่อยให้เว่ยเจี่ยวอิงตายลงไปง่าย ๆ ได้อย่างไร มิเช่นนั้นความแค้นในใจของนางคงไม่อาจเติมเต็มได้!
“เชิญทุกท่านนั่งลงเถิด อีกไม่นานก็จะเริ่มงานเลี้ยงแล้ว” ครั้นเห็นตัวเอกของการแสดงวันนี้ย่างกรายออกมาแล้วเว่ยฉางอันจึงได้เดินออกมาและเชื้อเชิญให้ทุกคนนั่งลง
ถึงเวลาแล้วกระมังที่เหล่าแมลงจะต้องออกมา
เว่ยฉางอันนั่งลงข้าง ๆ เว่ยเจี่ยวอิงและอีกฝ่ายก็เดินเข้ามาทำทีอ่อนหวานพร้อมกับคำนับนาง
“ท่านพี่ พอดีข้าเกิดเื่นิดหน่อยจึงมาช้า ท่านพี่คงจะมิได้ถือสาน้องนะเ้าค่ะ?”
เว่ยเจี่ยวอิงหวนนึกถึงบ่าวรับใช้ที่ทำชุดกระโปรงตัวโปรดของนางเปื้อนตอนเดินทางมาที่นี่ก็อดหัวเสียไม่ได้!
ชุดกระโปรงตัวนั้นนางเตรียมมาเพื่อให้ตนเองโดดเด่นที่สุดในวันนี้เพื่อที่จะทำให้ไท่จื่อพึงพอใจในตัวนาง.…
เว่ยฉางอันคลี่ยิ้มออกมา “พวกเราเป็พี่น้องกัน ข้าจะตำหนิเ้าได้อย่างไร เ้านั่งลงเถิด…”
หลังจากเว่ยเจี่ยวอิงนั่งลงได้ไม่นานจู่ ๆ ภายในงานก็เกิดความโกลาหลขึ้นในกลุ่มผู้คนกลุ่มหนึ่ง!
“โอ๊ย! เหตุใดแมลงถึงมากเพียงนี้!”
“กรี๊ดด! ช่วยด้วย!”
เหล่าคุณหนูในสวนต่างตกอยู่ในความโกลหล ทุกคนต่างก็ส่งเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว !
เว่ยฉางอันที่จับตามองหรงฉีมาตลอด เมื่อเห็นว่าเขาวิ่งมานางทันทีที่แมลงปรากฏตัวขึ้นก็เป็ไปตามที่นางคาดไว้
เห็นเช่นนี้แล้วจะไม่ให้นางเชื่อได้อย่างไรว่านี่คือแผนการของหรงฉี!
“แมลงเต็มไปหมด!”
เว่ยเจี่ยวอิงกรีดร้องพลันลุกขึ้นจากเก้าอี้นางมองดูตะขาบและแมลงที่ไต่ยั้วเยี้ยเต็มพื้นด้วยความตื่นตระหนก
แม้เว่ยฉางอันจะแอบหัวเราะเยาะในใจแต่ก็ยังคงแสร้งทำทีเป็กังวลจากนั้นนางค่อย ๆ ถอยหลังพร้อมกับซู่ซินหลบหลีกฝูงชนที่กำลังแตกตื่น
เห็นได้ชัดว่าผู้คนที่นางมอบถุงหอมให้ จะไม่มีแมลงเ่าั้เข้าใกล้ตัวพวกเขาเลย
ต่างจากเว่ยเจี่ยวอิงที่ยามนี้นางปราศจากถุงหอมหญ้างู เพียงในชั่วพริบตาแมลงทั้งหลายก็กรูเข้าไปหานางทันที!
นางกรีดร้องแล้ววิ่งไปหาเว่ยฉางอันหวังจะพาแมลงไปให้เว่ยฉางอันด้วย
แววตาเ็าวาบผ่านดวงตาของเว่ยฉางอันไปชั่วครู่ก่อนกลับมาเป็ดวงตาที่หวาดกลัว นางแสร้งทำเป็ใวิ่งหนีเว่ยเจี่ยวอิงเข้าไปที่กลุ่มคน
บรรดาคุณหนูตระกูลขุนนางทั้งหลายเห็นแมลงพุ่งเข้ามา ก็กรีดร้องด้วยความใ ท่ามกลางความโกลาหลพวกนางจึงผลักเว่ยเจี่ยวอิงจนล้มลงกับพื้น!
แมลงจำนวนมากไต่ยั้วเยี้ยตามร่างกายของเว่ยเจี่ยวอิง บางตัวก็ชอนไชเข้าไปในเสื้อผ้าของนาง ทำให้เว่ยเจี่ยวอิงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวนางร้องไห้คร่ำครวญพลางนอนดิ้นแล้วกลิ้งไปมาบนพื้นหวังเพียงจะสลัดเหล่าแมลงออกจากตัว
เมื่อเว่ยเจี่ยวอิงทั้งดิ้นทั้งใช้มือปัดแมลงเ่าั้แมลงพวก ทำให้พวกมันต่างใกัดสู้ไปที่ิัของเว่ยเจี่ยวอิงที่เผยออกมาจากชุดของนาง เพียงไม่นาน ใบหน้าของเว่ยเจี่ยวอิงที่แต่งองค์ทรงเครื่องมาอย่างดีกลับแดงก่ำและบวมเป่งอาภรณ์ของนางยับยู่ยี่ ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงสภาพนางตอนนี้ไม่ต่างกับหญิงวิกลจริตข้างถนน
“ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย!”
เว่ยเจี่ยวอิงร้องกรีดร้องไม่หยุด แต่เมื่อผู้คนเห็นสภาพอันน่าขยะแขยงและน่ากลัวของนางเช่นนี้… ผู้ใดกันเล่าจะกล้าเข้าใกล้
เว่ยฉางอันเฝ้ามองภาพตรงอย่างเ็า… ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าในชาติก่อนของตนเองนั้น นางก็อยู่ในสภาพที่น่าสมเพชและน่าเกลียดเช่นนี้กระมัง ในเวลานั้นนางยังเพ้อฝันไปเองว่าหรงฉีชอบตน… นางช่างเป็สตรีที่โง่เขลาจริง ๆ
“นั่นมิใช่คุณหนูใหญ่ตระกูลเว่ยหรอกหรือ?”
“ใช่แล้ว… น่าอดสูเสียจริง”
ผู้คนต่างซุบซิบนินทา ทันใดนั้นก็มีบุรุษร่างหนึ่งในชุดสีเหลืองอ่อนเดินฝ่าฝูงชนออกมาก่อนจะช่วยปัดแมลงบนตัวเว่ยเจี่ยวอิงออกไป จากนั้นก็ถอดเสื้อคลุมของตนเองออกแล้วคลุมไปร่างของเว่ยเจี่ยวอิงเพื่อปกปิดเรือนร่างที่เผยให้เห็นผิวขาวเนียนใสของนาง
“มิเป็อันใดแล้ว... อย่ากลัวไปเลย…”
หรงฉีประคองหญิงสาวลุกขึ้นมาอย่างระมัดระวังแล้วปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
แต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าของสตรีในอ้อมกอดชัด ๆ เขาก็เกือบพลั้งมือโยนนางออกไปทันที!
[1] ชินอ๋อง : ชินอ๋อง(ลำดับที่1)โอรสของฮ่องเต้แต่งตั้งตามผลงาน และอายุ